ออกตัวไปแล้วและไปลับ บอกลากีฬาแข่ง สุนัขเกรย์ฮาวนด์

การแข่ง สุนัขเกรย์ฮาวนด์ ในสหรัฐ ใกล้ปิดฉาก หลังรัฐฟลอริดายกเลิกการพนันในสนามแข่งสุนัข ท่ามกลางความวิตกกังวลเรื่องสวัสดิภาพสัตว์

คืนวันเสาร์เดือนสิงหาคม เวลา 20.30 น. ดวงจันทร์ข้างแรมลอยต่ำอยู่บนท้องฟ้า แสงนวลของมันเทียบไม่ได้เลยกับแสงจากป้ายไฟนีออนที่เขียนว่า สนามแข่ง สุนัขเกรย์ฮาวนด์ และเดอร์บีเลน

ผู้ชมราว 300 คนนั่งกระจายบนอัฒจันทร์ที่นี่ในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก รัฐฟลอริดา ซึ่งเคยจุคนนับพัน พวกเขา คุยกันจ้อกแจกขณะลำโพงเล่นดนตรีแนวบิ๊กแบนด์และร็อกกะบิลลี แล้วเงียบเสียงลงเมื่อเฟรเดอริก เดวิส เดินนำขบวนสุนัขออกมา

“ทีเอ็นที เชอร์ล็อก” ผู้ประกาศขานชื่อสุนัขรูปร่างปราดเปรียวตัวแรกจากแปดตัวขณะเดวิสหยุดพวกมันไว้ตรงหน้าอัฒจันทร์ สุนัขแต่ละตัวมีหมายเลขระบุบนเสื้อกั๊ก

จากนั้น เดวิส วัย 41 ปี และผู้ควบคุมสุนัขแปดคนที่เขาเดินนำมา พาสุนัขเข้าคอกปล่อยตัว หุ่นกระต่ายวิ่งฉิวผ่านไปส่งเสียงดังเอี๊ยดและประกายไฟสีน้ำเงินออกมา ประตูคอกเปิดออก สุนัขเกรย์ฮาวนด์พุ่งออกไปบนลู่แข่งอย่างรวดเร็ว อุ้งเท้าของสุนัขสะบัดทรายขึ้นในอากาศ ขณะพวกมันควบไปรอบลู่แข่งรูปวงรีเป็นเวลา 30 วินาที ด้วยความเร็วสูงถึง 72 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

การแข่งสุนัข
ฟลาเมนโก แดนเซอร์ เป็นหนึ่งในแชมเปี้ยนสุนัขแข่งของฟาร์เมอร์ ตั้งแต่ปี 2017 จนกระทั่งปลดระวางในปี 2020 ฟลาเมนโก แดนเซอร์ หรืออีกชื่อหนึ่งว่า บันนี ได้รับเงินรางวัลมากกว่า 63,409 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะแบ่งกันระหว่างฟาร์เมอร์กับเจ้าของสุนัข สุนัขส่วนใหญ่เลิกแข่งตอนอายุประมาณสี่ปี เมื่อวิ่งช้าลง

เดอร์บีเลนซึ่งเปิดกิจการเมื่อปี 1925 เป็นสนามแข่งสุนัขเกรย์ฮาวนด์ที่ดำเนินกิจการอย่างต่อเนื่องเก่าแก่ที่สุด ในสหรัฐฯ แต่เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2020 สนามแห่งนี้ก็จัดการแข่งขันนัดสุดท้าย สองปีก่อนหน้านั้น ฟลอริดามีสนามแข่งสุนัขเกรย์ฮาวนด์มากกว่ารัฐอื่น คือมี 11 แห่งจาก 17 แห่งทั่วประเทศ พอสิ้นปี 2020 สนามแข่งลดลงเหลือสามแห่ง มีสุนัขยังคงแข่งขันอยู่ประมาณ 2,000 ตัว ปัจจุบัน สนามที่เหลือล้วนปิดตัวลงแล้วเช่นกัน

เมื่อปี 2018 ผู้มีสิทธิออกเสียงในฟลอริดามีโอกาสให้ความเห็นชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐครั้งที่ 13 เพื่อห้ามเล่นการพนันสุนัขเกรย์ฮาวนด์โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม ปี 2020 อุตสาหกรรมการแข่งขันสุนัขเชื่อมั่นว่า ชาวฟลอริดาจะคว่ำร่างแก้ไขเพิ่มเติมนี้ แต่กลับผ่านด้วยเสียงเห็นชอบอย่างล้นหลาม โดยส่วนใหญ่มาจากความกังวล ที่เพิ่มขึ้นในระดับชาติเรื่องการทารุณสัตว์ในภาคธุรกิจบันเทิง เช่น ละครสัตว์

เดอร์บีเลนกำหนดการแข่งขันนัดสุดท้ายในวันที่ 27 ธันวาคม เดวิสเป็นหนึ่งในลูกจ้างจำนวนหนึ่งซึ่งมีอนาคต ไม่แน่นอน เขาทำงานที่สนามแข่งมานาน 14 ปี และถือว่างานนี้เป็นงานในฝัน

สุนัขเกรย์ฮาวนด์, การแข่งสุนัข
สิงหาคม ปี 2020 เกรย์ฮาวนด์ร่างเพรียวพุ่งทะยานไปรอบลู่วิ่งพื้นทรายที่เดอร์บีเลนในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก รัฐฟลอริดา เดอร์บีเลนซึ่งเป็นสนามแข่งสุนัขที่เปิดดำเนินการอย่างต่อเนื่องเก่าแก่ที่สุดในสหรัฐฯ และสนามแข่งสุนัข ในฟลอริดาอีกสองแห่งปิดตัวลงในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน หลังผู้ออกเสียงลงคะแนนเห็นชอบกับการห้ามเล่นการพนันในการแข่งสุนัข เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับสวัสดิภาพสุนัข

“ผมรักหมาครับ” เดวิสบอก “และผมก็ชอบชีวิตกลางแจ้งด้วย”

เขาไม่ได้เป็นลูกจ้างเพียงคนเดียวของเดอร์บีเลนที่สงสัยว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป

“น่าเสียดายที่ต้องปิดตัวลงหลังจากเปิดมา 95 ปีครับ” ริชาร์ด วินนิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารวัย 64 ปี กล่าว ครอบครัวเขาเป็นเจ้าของเดอร์บีเลนตั้งแต่เปิดกิจการเมื่อปี 1925 เขาเตือนว่า เมื่อสนามแข่งสุนัขในฟลอริดาปิดตัวลง สนามแข่งในที่อื่นๆจะปิดตัวตามไปอย่างไม่ต้องสงสัย “อีก 20 ปี จะมีใครจำได้ไหมว่า การแข่งขันสุนัขเกรย์ฮาวนด์ เป็นอย่างไร”

นี่คงเป็นเรื่องเดียวที่เขาเห็นพ้องกับแครี ทีล จากกลุ่มเกรย์2เค ยูเอสเอ (Grey2K USA) องค์กรรณรงค์เพื่อปกป้องสวัสดิภาพของสุนัขเกรย์ฮาวนด์ที่ตั้งอยู่ในรัฐแมสซาชูเซตส์ และเป็นหัวหอกผลักดันให้เกิดการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งที่ 13 กล่าวคือ ถ้าปิดสนามแข่งสุนัขในฟลอริดาได้ อุตสาหกรรมนี้จะปิดฉากลงด้วย

“ฟลอริดาเป็นหัวใจของอุตสาหกรรมนี้จริงๆครับ” ทีลกล่าว

สุนัขเกรย์ฮาวนด์, การแข่งสุนัข
เกรย์ฮาวนด์ยืดเส้นยืดสายระหว่างรอแข่งในคอกรวมที่ฟาร์เมอร์เรซซิง ซึ่งมีผู้ฝึกสุนัขระดับแชมเปี้ยน จอห์น ฟาร์เมอร์ เป็นเจ้าของ เมื่อปี 2020 เขาให้สุนัขเดินเล่นตามสบายในคอกวันละห้าครั้งเป็นเวลานานถึงสองชั่วโมง โดยสวมตะกร้อครอบปากป้องกันการกัดหยอกกัน เมื่อฟลอริดาปิดสนามแข่งสุนัข ฟาร์เมอร์วางแผนจะย้ายสุนัข ไปเวสต์เวอร์จิเนีย หนึ่งในสามรัฐที่ยังมีฤดูกาลแข่งขันอย่างต่อเนื่อง อีกสองรัฐคือไอโอวาและอาร์คันซอ

เป็นเวลาหนึ่งทศวรรษที่เกรย์2เคพยายามโน้มน้าวสมาชิกสภานิติบัญญัติของฟลอริดาให้ปฏิรูปการแข่งสุนัข เกรย์ฮาวนด์ แต่ไม่เป็นผล ในที่สุด กลุ่มรณรงค์นี้ก็ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐซึ่งมาประชุมกันทุก 20 ปี และโน้มน้าวบรรดากรรมาธิการให้สนับสนุนข้อเสนอให้ยุติการแข่งขันสุนัข

ทีลบอกว่า เกรย์2เคและพันธมิตรใช้เงินสามล้านดอลลาร์สหรัฐในการสนับสนุนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ 13 โดยส่วนใหญ่เป็นงบโฆษณาทางโทรทัศน์ซึ่งแสดงการทารุณสุนัขแข่ง สองกลุ่มที่คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ใช้เงินตอบโต้เพียง 534,000 ดอลลาร์สหรัฐ โฆษณาชิ้นหนึ่งของสองกลุ่มหลังกล่าวหาเกรย์2เคว่า พูดถึงอันตรายเกิน ความจริง

“สุนัขจำนวนมากได้รับการฝึกมาอย่างดี ได้รับการปฏิบัติอย่างดี และได้รับความรักอย่างดีครับ” แจ็ก คอรี จากสมาคมสุนัขเกรย์ฮาวนด์ฟลอริดา กล่าว เขาเรียกเกรย์2เคว่า “พวกหลอกตัวเอง”

แต่นอกเหนือจากแฟนๆแล้ว อุตสาหกรรมนี้ดึงดูดการสนับสนุนได้น้อยนิด ผู้ออกเสียงลงคะแนนเกือบร้อยละ 70 เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมายครั้งนี้

นอกจากลูกจ้างของสนามแข่งที่ต้องตกงานแล้ว การปิดสนามยังส่งผลกระทบต่อผู้ฝึกและเจ้าของคอกสุนัขด้วย บางส่วนอาจโยกย้ายไปยังสามรัฐที่ยังคงมีฤดูกาลแข่งขันสุนัขอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ เวสต์เวอร์จิเนีย ไอโอวา และอาร์คันซอ

สุนัขเกรย์ฮาวนด์, ฟลอริดา
ที่บ้านในฟลอริดาของแชรอน ดิปเพิล สุนัขเกรย์ฮาวนด์แข่งปลดระวางชื่อ ฟลายทูบาร์เซโลนา ปัจจุบัน เปลี่ยนชื่อเป็น ร็อกแซนน์ ขึ้นจากสระว่ายน้ำ ดิปเพิลเป็นตัวแทนหาผู้อุปการะเกรย์ฮาวนด์ ตัวเธอเองและสามีอุปการะไว้แปดตัว เธอบอกว่า เกรย์ฮาวนด์อ่อนโยนและรักเจ้าของ และเมื่อไม่วิ่งนอกบ้าน พวกมัน “ใช้เวลาไปกับการนอน ร้อยละ 80 ของวันค่ะ”

เกรย์2เค ยูเอสเอ กำลังรณรงค์เพื่อให้มีการห้ามแข่งสุนัขในรัฐเหล่านั้น และในออสเตรเลีย ไอร์แลนด์ เม็กซิโก นิวซีแลนด์ สหราชอาณาจักร และเวียดนาม

เดือนธันวาคม ปี 2020 ตัวแทนหาผู้อุปการะสุนัขเกรย์ฮาวนด์เริ่มหาบ้านให้สุนัขที่ยังคงแข่งขันในฟลอริดา หนึ่งในตัวแทนเหล่านั้นคือซันสเตตเกรย์ฮาวนด์อะดอปชันของบริษัทจีเอสที ซึ่งดำเนินงานโดยแชรอน ดิปเพิล ตัวเธอ เองและไบรอัน ผู้เป็นสามี รับสุนัขมาอุปการะแปดตัว พวกเขาต้องใช้อาหารสุนัขขนาดกระสอบละ 20 กิโลกรัม สองกระสอบทุกๆ 10 วันหรือราวๆนั้น

ดิปเพิลกล่าวว่า มีคนจำนวนมากเข้าคิวรอรับสุนัขไปอุปการะ ยังดีที่สนามแข่งสุนัขในฟลอริดาไม่ได้ปิดตัวลง พร้อมกัน บางแห่งปิดหลังการลงคะแนนเสียงเมื่อปี 2018 ได้ไม่นาน บางแห่งปิดในช่วงต้นปี 2020 เพราะการระบาดของ โควิด-19 ดิปเพิลบอกว่า พอมาเป็นสัตว์เลี้ยง เกรย์ฮาวนด์ยังคงชอบวิ่งเมื่ออยู่กลางแจ้ง แม้ไม่มีเหยื่อกลไกให้วิ่งไล่ แต่พอกลับเข้าบ้านล่ะ

“มันกลายเป็นจอมขี้เกียจที่วิ่งเร็ว 72 กิโลเมตรต่อชั่วโมงค่ะ”

เรื่อง เครก พิตต์แมน
ภาพถ่าย เอริกา ลาร์เซน

สามารถติดตามสารคดี ออกตัวไปแล้วและไปลับ ฉบับสมบูรณ์ได้ที่นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนมีนาคม 2564
.
สามารถสั่งซื้อได้ที่ https://www.naiin.com/category?magazineHeadCode=NG&product_type_id=2


อ่านเพิ่มเติม ทำไมสุนัขบางตัวถึงก้าวร้าวจัง?

การทำความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมก้าวร้าวของสุนัขจะช่วยปกป้องทั้งชีวิตของมนุษย์และสุนัขเอง

เรื่องแนะนำ

สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์หลายแห่งเสี่ยงต่อเหตุร้ายแบบเดียวกับ นอเทรอดาม

นักดับเพลิงดับไฟที่กำลังลุกไหม้ในวิหารนอเทรอดาม ในปารีส ฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2019 ภาพถ่ายโดย BENOIT TESSIER, REUTERS บรรดาผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า สถานที่ทางวัฒนธรรมหลายร้อยแห่งอันเป็นที่รักทั่วโลก ไม่เคยเตรียมรับมือกับเหตุเพลิงไหม้และอุบัติเหตุอย่างเดียวกับที่ นอเทรอดาม ประสบ ในขณะที่อาสนวิหารชื่อดังที่สุดของฝรั่งเศสเกิดไฟไหม้ ผู้คนรอบโลกนิ่งตะลึงด้วยความสะเทือนขวัญต่อภาพเพลิงไหม้ครั้งหายนะ ขณะนี้ ทุกคนโล่งอกหลังรู้ว่าว่าบรรดานักดับเพลิงสามารถรักษาส่วนใหญ่ของ นอเทรอดาม เอาไว้ได้ไม่น้อย แต่เพลิงครั้งนี้ได้จุดประกายการถกเถียงที่มีมาอย่างยาวนาน ถึงวิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องแหล่งมรดกวัฒนธรรม ที่มักขาดการป้องกันจากหายนะหลายประเภท “แหล่งมรดกโลกหลายแห่งไม่มีนโยบาย แผน หรือกระบวนการเพื่อลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ” เอกสารของ UNESCO กล่าว “สิ่งนี้ทำให้แหล่งทางมรดกหลายร้อยแห่งเผชิญกับความเสี่ยงต่ออันตรายที่อาจเกิดขึ้นเป็นอย่างมาก” ภัยพิบัติเหล่านั้น ซึ่งมีตั้งแต่เพลิงไหม้และน้ำท่วม ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและความขัดแย้ง ได้ทำลายสมบัติทางวัฒนธรรมหลายแห่งของโลกในช่วงหลายปีมานี้ เมื่อปีที่แล้ว พิพิธภัณฑ์แห่งชาติของบราซิลถูกเพลิงไหม้จนวอดวาย และส่งผลให้วัตถุต่างๆ เช่นโบราณวัตถุด้านอิยิปต์วิทยา (Egyptology) ซึ่งถูกรวบรวมไว้ และบันทึกเสียงภาษาพื้นเมืองที่สาบสูญไปแล้ว กลายเป็นเถ้าถ่าน เมื่อปี 2016 กองกำลังรัฐอิสลามได้ทำลายประตู Mashki และ Adad ในโบราณสถานในบริเวณนิเนเวห์ (Nineveh) ในอิรัก และเมื่อปี 2015 […]

จิตวิญญาณของกังฟู วัดเส้าหลิน ในยุคปัจจุบัน

ใต้ร่มเงา วัดเส้าหลิน อันเป็นตำนานลือเลื่อง เหล่าศิษย์ของปรมาจารย์กังฟูกำลังเผชิญหน้ากับโลกแห่งศิลปะการต่อสู้ที่เปลี่ยนแปลงไป ท่านอาจารย์ทอดร่างใต้ผ้านวมฝีมือการตัดเย็บของภรรยาในวันสุดท้ายของชีวิตในห้องนอนเล็กๆ มีเพียงเสียงลมหายใจแหบพร่าดังเป็นห้วงๆ ตลอดวันที่อากาศเย็นสบายของฤดูใบไม้ผลิ อาคันตุกะหลั่งไหลมายังเมืองเหยี่ยนชือตรงตีนเทือกเขาซงชาน เพื่อคารวะท่านอาจารย์หยางกุ้ยอู่ผู้ถ่ายทอดวิชากังฟู วัดเส้าหลิน ให้พวกตนเป็นครั้งสุดท้าย บ้างนุ่งห่มจีวรพระและสวดให้พรขณะก้าวเข้าสู่บ้าน อิฐหลังน้อยแห่งนี้ ภรรยาท่านอาจารย์เจ้าของเรือนผมสีดอกเลาที่หวีอย่างบรรจง บีบไหล่ของทุกคนแน่นราวกับเป็นลูกในไส้ ก่อนจะเดินนำพวกเขาผ่านครัวที่มีเตาถ่านลุกโชนไปสมทบกับสมาชิกครอบครัวและลูกศิษย์ที่รวมตัวกันข้างเตียงท่านอาจารย์ ผู้เป็นภรรยาโน้มตัวลงหาร่างของสามีที่ซุกอยู่ในผ้าห่มเพื่อแนะนำ ผู้มาเยือนคนหนึ่ง เป็นลูกศิษย์คนสุดท้ายที่ท่านอาจารย์รับเข้าสู่ครอบครัวกังฟูเมื่อ 15 ปีก่อน “หูเจิ้งเชิงมาเยี่ยมค่ะ” เธอบอก หูในวันนี้เป็นหนุ่มใหญ่ วัย 33 ที่ช่วงไหล่ผึ่งผาย สวมชุดวอร์มของไนกี้และรองเท้า ผ้าแบบดั้งเดิม เขาน้อมกายลงหาร่างที่ไหวระริกและเอ่ย ปากเรียก “ชือฟู่” ภาษาจีนกลางที่แปลว่าอาจารย์ อย่างแผ่วเบาและเปี่ยมด้วยความเคารพ “ได้ยินผมไหมครับ” เปลือกตาของชายชราที่ขาวซีดและบางราวกระดาษว่าว กะพริบ ชั่วขณะหนึ่งม่านตาของเขาดูราวกับจับจ้องไปที่ใบหน้าของชายหนุ่ม ก่อนจะกลายเป็นเหม่อลอย ก่อนหน้านี้ ท่านอาจารย์เคยเล่าให้ลูกศิษย์คนสุดท้องคนนี้ฟังหลายต่อหลายครั้งว่า บูรพาจารย์ด้านศิลปะการป้องกันตัวหรือเหล่าหลวงจีนจาก วัดเส้าหลิน ที่ล่วงลับได้มาเข้าฝันและถ่ายทอดภูมิปัญญาที่สั่งสมต่อเนื่องมานานนับศตวรรษ และสืบทอดต่อกันมาในหมู่ศิษย์รุ่นแล้วรุ่นเล่า ผู้ฝากรอยฝ่าเท้าเป็นร่องลึกบนพื้นหินในหอฝึก และอัฐิได้รับการเก็บรักษาไว้ในป่าเจดีย์(Pagoda Forest) นอกกำแพงวัด บุรุษเหล่านั้นคือบรรดาหลวงจีนผู้อุทิศชีวิตให้กับการฝึกฝนกังฟูด้วยกระบวนท่าที่มีชื่อเรียกอย่างมหัศจรรย์พันลึก อาทิ หมัดดอกเหมย (Plum Flower Fist) […]

ความสัมพันธ์ของบุคลในช่วงสถานการณ์โควิด-19

ไม่ใช่แค่ร่างกายเท่านั้นที่ต้องการวัคซีน แต่จิตใจก็เช่นกัน เมื่อโควิด-19 ส่งผลให้ความสัมพันธ์ต้องเปลี่ยนแปลงไป ความสัมพันธ์ในยุคโควิด “เพราะมนุษย์ไม่ได้ถูกสร้างมาให้อยู่คนเดียว” ผศ.ดร.ไชยันต์ สกุลศรีประเสริฐ อาจารย์ประจำภาควิชาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวกับทีมงานระหว่างการพูดคุยกันภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดังนั้น ความสัมพันธ์จึงเป็นสิ่งที่เราไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เลย ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ด้านครอบครัว หรือเพื่อนฝูง ความสัมพันธ์ในยุคโควิด และสิ่งที่มีผลต่อความรู้สึกของเราอย่างมากคือ “ความรัก” ไม่ว่าใครก็อยากจะมีความรักที่ดี แต่ปัจจัยมากมายนั้นต่างก็มีผลต่อความรัก การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ก็เช่นกัน มนุษย์จึงต้องการวัคซีนไม่ใช่แค่ร่างกาย แต่เป็นจิตใจด้วย ภาวะสมดุลที่เปลี่ยนแปลงไป ในสถานการณ์ปกติ ความสัมพันธ์ของแต่ละคู่ต่างก็มีสิ่งที่เรียกว่า “ภาวะสมดุล” ของตัวเอง เป็นภาวะที่ทำให้ทั้งคู่ต่างประคับประคองให้ผ่านไปได้ แม้จะมีเรื่องราวให้ทะเลาะกันบ้าง ร้องไห้กันบ้าง มีทั้งทุกข์และสุขในความสัมพันธ์แต่ทั้งคู่ก็ยังคงอยู่ในภาวะสมดุลและก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยกัน  บางคู่อาจเจอกันในช่วงเย็นของทุก ๆ วันเพื่อรับประทานอาหารด้วยกัน หรือบางคู่อาจเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกันทุกเดือน ทั้งหมดนี้เรียกว่า “ภาวะสมดุล” ที่ทั้งคู่ได้ตกลงกัน เพื่อกระชับความสัมพันธ์ให้ความรักนั้นงอกงามอยู่เสมอ  แต่ด้วยการอุบัติของโรคติดเชื้อโควิด-19 ได้ส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงของภาวะสมดุลที่ทั้งคู่มีอยู่ เช่น จากเดิมที่เคยได้รับประทานอาหารเย็นด้วยกันทุกวันหลังเลิกงาน มาตรการป้องกันการแพร่เชื้อโคโรนาไวรัส 2019 ทำให้ทั้งคู่ไม่สามารถนั่งรับประทานอาหารที่ร้านด้วยกันได้ และกลายเป็นว่าต่างคนต่างซื้ออาหารกลับไปรับประทานที่บ้านของตนเอง เพียงแค่การไม่ได้นั่งรับประทานอาหารด้วยกันทุกเย็นอีกแล้ว อาจทำให้ทั้งคู่รู้สึกห่างเหินกันมากขึ้น ในทางตรงกันข้าม โควิด-19 ก็อาจทำให้คู่รักต้องใช้เวลาด้วยกันมากขึ้น ซึ่งสามารถส่งผลให้ภาวะสมดุลเสียไป […]

เมื่อโลกติดไวรัสโควิด-19: รายงานจาก อินโดนีเซีย

การระบาดใหญ่ทั่วโลกที่ทำให้สุสานแน่นขนัดขึ้น ส่งผลให้ท้องถนนร้างผู้คนไปด้วย แต่ก็ในระดับหนึ่งเท่านั้น ใน อินโดนีเซีย ผู้คนยังออกมาทำกิจกรรมสำคัญกันอยู่ เช่น ฉลองเทศกาลทางศาสนาและรับการแจกจ่ายอาหาร การระบาดใหญ่ทั่วโลกของ โควิด-19 ทำให้ประเพณี มูดิค (mudik) ในประเทศ อินโดนีเซีย หรือการที่ชาวเมืองแห่เดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดในหมู่บ้านและชนบทถึงกับชะงักงัน อินโดนีเซียมีประชากรมุสลิมมากที่สุดในโลก และการเคลื่อนย้ายผู้คนในช่วงมูดิคหลังสิ้นสุดการถือศีลอดในเดือนรอมฎอนก็ถือเป็นมหกรรมระดับชาติ ถ้าเป็นปีก่อนๆ ช่างภาพ มุฮัมมัด ฟัดลี จะพาภรรยากับลูกสาวขึ้นรถตู้นิสสันของครอบครัว แล้วขับฝ่าการจราจรติดขัดออกจากเมืองหลวงจาการ์ตา การเดินทางกลับบ้านเกิดของฟัดลีใช้เวลา 36 ชั่วโมงไปตามถนนคดเคี้ยวและโดยสารเรือข้ามฟาก แต่พ่อแม่ของเขารออยู่ และฟัดลีก็เป็นลูกคนเดียว ปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ขณะจำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้น และเทศกาลรอมฎอนกำลังเริ่มขึ้น รัฐบาลอินโดนีเซียสั่งจำกัดการเดินทางระหว่างภูมิภาคเป็นเวลาหกเดือน ซึ่งเท่ากับเป็น “การสั่งระงับประเพณีมูดิค” ตามที่หนังสือพิมพ์ จาการ์ตาโพสต์ เรียก เมื่อต้องติดอยู่ในเมือง ฟัดลีจึงเดินหน้าทำงานต่อ ผู้ช่วยช่างภาพคนหนึ่ง ขับรถพาเขาไปตามท้องถนนว่างเปล่าไร้ความเคลื่อนไหว กระทั่งเช้าวันที่พวกเขาเลี้ยวตรงหัวมุมถนนสายหนึ่งและ เห็นฝูงชนมารวมตัวกันเนืองแน่น พวกเขาเดินเบียดเสียดกันอย่างเร่งรีบเพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดหมายเดียวกัน “จอดตรงนี้ก่อนครับ” ฟัดลีบอก เขาดึงหน้ากากอานามัยขึ้นมาปิดปากปิดจมูก แล้วรีบลงจากรถ เกิดอะไรขึ้นครับ เขาถาม และโดยไม่ได้ชำเลืองมามองเขา ผู้คนตอบว่า “บันตวนโซซีอัล” หรือการแจกของยังชีพสารพัดโดยกลุ่มชายในชุดเครื่องแบบทางอีกฟากของประตูรั้วที่ปิดอยู่ […]