สร้างพระใหญ่ - National Geographic Thailand

สร้างพระใหญ่

สร้างพระใหญ่

ปัจจุบันการสร้างศาสนวัตถุ “องค์พระใหญ่” มีมากขึ้นจากแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชนที่เชื่อว่า การสร้างพระพุทธรูปนั้นได้อานิสงส์มาก พวกเขาจึงไม่รีรอเมื่อมีโอกาสร่วมบุญในลักษณะการสร้างพระที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติ และด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้การก่อสร้างแทบไม่มีข้อจำกัด การสร้างพระใหญ่มีประเด็นหลักอยู่ที่งบประมาณ องค์พระใหญ่ที่วัดม่วง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง ใช้งบประมาณการก่อสร้าง 106 ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้าง 16 ปีจึงแล้วเสร็จ

การก่อสร้างองค์พระใหญ่จัดเป็นงานอาคารสาธารณะที่ต้องมีการออกแบบและก่อสร้างตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ที่วัดเขาวงพระจันทร์ จังหวัดลพบุรี กำลังมีการก่อสร้างองค์พระใหญ่เชียงแสน ความสูง 70 เมตร หน้าตักกว้าง 45 เมตร ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงจากระดับพื้นดิน 92 เมตร เป็นโครงการก่อสร้างที่ต้องมีการควบคุมอย่างถูกต้องและรัดกุม

เมื่อมีการสร้างพระใหญ่จึงเห็นการระดมทุนหลายวิธี โดยเฉพาะตามงานบุญประเพณีต่าง ๆ ที่บ้านหนองปลิง ตำบลโคกม่วง จังหวัดหนองบัวลำภู ชาวบ้านช่วยกันเรี่ยไรหาเงินปัจจัยสมทบทุนก่อสร้างพระเจ้าใหญ่ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 19 เมตร สูง 35 เมตร ในขณะเดียวกันแรงศรัทธานี้อาจกลายเป็นช่องให้มิจฉาชีพหลอกลวงชักชวนให้ผู้ใจบุญตกเป็นเหยื่อได้ง่าย ดังเหตุการณ์ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิได้สั่งระงับการก่อสร้างโครงการพระใหญ่ชัยภูมิที่มีความสูง 199 เมตร หน้าตักกว้าง 99 เมตร โดยมีความกังวลเรื่องความโปร่งใสในเงินบริจาค 3.2 แสนล้านบาท

ณ วัดถ้ำเขาปรางค์ จังหวัดลพบุรีกำลังก่อสร้างพระใหญ่ปางปฐมเทศนาด้วยวัสดุโฟมเคลือบปูนซีเมนต์โดยมีความทนทานเทียบเท่าซีเมนต์ การใช้เทคนิคนี้สามารถลดค่าใช้จ่ายและเวลาในการก่อสร้างได้ถึงร้อยละ 50 จึงเป็นที่นิยมในการสร้างองค์พระใหญ่ แต่ยังมีข้อถกเถียงกันในหมู่พุทธศาสนิกชนว่า งบประมาณที่สูงในการสร้างพระใหญ่ควรนำไปทำนุบำรุงพุทธศาสนาในด้านอื่นมากกว่า ส่วนความเห็นด้านผู้สนับนุนกล่าวว่า การสร้างพระใหญ่ทำให้ผู้คนหันมาเข้าวัดมากขึ้น เป็นการทำนุบำรุงพุทธศาสนาอีกทางหนึ่งเช่นกัน

เรื่อง สันติภาพ อุโคตร

รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง จากโครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2016 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย

องค์พระใหญ่เชียงแสงที่กำลังก่อสร้างที่วัดเขาวงพระจันทร์ ตำบลห้วยโป่ง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี
พิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นสู่พระเกตุโมฬี ขององค์พระปางปฐมเทศนาขนาดหน้าตัก 32 ม.สูง 56 ม.
ช่างก่อสร้างกำลังเร่งสร้างนั่งร้านเพื่อใช้สำหรับพ่นขัดผิวด้วยทรายขององค์พระใหญ่เชียงแสง
ช่างณรงค์ สมศักดิ์ ช่างปั้นพระใหญ่จากเมืองน่านควบคุมระยะการเสริมเหล็กเส้นบนองค์พระพุทธชินราช
ศรัทธาชนรำแก้บนรอบองค์หลวงพ่อโต วัดสะตือ องค์พระนอนพระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ที่สร้างมาตั้งแต่ พ.ศ. 2413
ชาวบ้านบ้านหนองปลิง แห่กัณฑ์หลอน เพื่อถวายเงินสมทบทุนสร้างพระเจ้าใหญ่ปางมารวิชัย หน้าตัก19 ม. สูง 35ม.
องค์พระใหญ่วัดสี่ร้อยเป็นการสร้างพระใหญ่เพื่อเป็นอนุสาวรีย์ ระลึกถึงวีรชนคนกล้าในสมัยกรุงศรีอยุธยา

อ่านเพิ่มเติม คณะกอบกู้ พุทธศิลป์ ไม้แกะสลักช่างสิบหมู่ที่หลงเหลือของปักษ์ใต้

พุทธศิลป์

เรื่องแนะนำ

บึงบอระเพ็ด จุดเริ่มต้นหรือบั้นปลายวัฏจักร

บึงบอระเพ็ด จุดเริ่มต้นหรือบั้นปลายวัฏจักร บนพื้นที่ 132,737 ไร่ของ บึงบอระเพ็ด ประกอบไปด้วยระบบนิเวศที่หลากหลาย ทั้งพืชพรรณ สัตว์นํ้าและสัตว์ปีก ความสัมพันธ์ของระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตก่อเกิดวัฏจักรและสมดุลตามธรรมชาติ หากจะกล่าวว่า มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศที่นี่ก็คงไม่ผิดนัก เพราะดูเหมือนจะเป็นผู้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่และมีอิทธิพลต่อสภาพแวดล้อมมากที่สุด หลายคนคงรู้จักบึงบอระเพ็ดในแง่การท่องเที่ยวเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะนักดูนก ในฤดูหนาวมีนกนํ้าอพยพเข้ามาเป็นจำนวนมาก เนื่องจากสภาพแวดล้อมและแหล่งอาหารที่เอื้ออำนวย บึงบอระเพ็ดจึงเปรียบเสมือนตู้กับข้าวขนาดใหญ่ที่เตรียมไว้รองรับแขกผู้มาเยือน ตลอดทั้งปีบึงบอระเพ็ดได้รับอิทธิพลจากฤดูกาลแบบสุดขั้ว ในฤดูร้อนมักแห้งแล้งนํ้าตื้นเขิน แต่พอถึงฤดูฝนนํ้าจะเอ่อล้นนอกพื้นที่ การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมอย่างฉับพลันย่อมส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศโดยตรง นั่นหมายถึงแหล่งอาหารมีโอกาสลดลงเช่นกัน ในช่วงสองปีที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนคือประชากรปลาลดลง นกอพยพเข้ามาน้อยลงพืชพรรณซึ่งเป็นทั้งที่หลบภัยและแหล่งอาหารเริ่มหายไป งานวิจัยหลายชิ้นระบุถึงปัญหาหลักไว้หลายด้าน ทั้งการบริหารจัดการนํ้า การบุกรุกพื้นที่ และการทำประมงผิดกฎหมาย ย้อนหลังไปเมื่อหลายสิบปีก่อน ชาวบ้านเล่าว่าพวกเขาสามารถทำเงินจากการหาปลาเพียงอย่างเดียวได้มากโข และแม้แต่สัตว์ใกล้สูญพันธุ์อย่างจระเข้ก็พบเห็นได้ไม่ยากนัก คำถามที่ตามมาคือ แล้วจระเข้เหล่านั้นหายไปไหน และหายไปได้อย่างไร คำตอบคงไม่พ้น “มนุษย์” นั่นเอง ในอนาคตโครงการพัฒนาต่าง ๆ ของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนกำลังเกิดขึ้น ความพยายามฟื้นฟูความสมบูรณ์ให้กลับคืนมาอาจต้องใช้เวลา และดูเหมือนจะวนเวียนเป็นวัฏจักรธรรมชาติ เพียงแต่วัฏจักรนี้มีมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้องและจะเป็นไปในทิศทางใดเท่านั้นเอง เรื่องและภาพ วุฒิชัย ยาวงษ์ รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง โครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2015 โดยนิตยสาร […]

ช้างป่า ละอู : เมื่อป่าที่เคยเป็นบ้านหดหาย

ช้างป่า คือดัชนีทางชีวภาพของความสมบูรณ์ของผืนป่า ย้อนกลับไปเมื่อสี่สิบปีก่อน พรานป่าเล่าว่า การจะได้เจอ ช้างป่า สักตัวต้องเดินเข้าป่าลึกสามถึงสี่วัน แต่อดีตนายตำรวจพลร่มท่านหนึ่งในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า ทุกวันนี้พื้นที่เกษตรกรรมที่ขยายตัวจนรุกล้ำพื้นที่ป่า เป็นหนึ่งแรงผลักดันให้ช้างออกจากป่ามาปรากฏตัวบ่อยครั้งขึ้น ป่าคือแหล่งที่อยู่อาศัย และแหล่งอาหารของช้างป่า แต่เมื่อพื้นที่ป่าที่เคยเป็นบ้านหายไป หรือถูกรุกล้ำจากการคมนาคม ช้างป่า จึงจำเป็นต้องหาแหล่งอาหารใหม่ หรือออกมาหากินในพื้นที่เกษตรกรรมใกล้ชายป่า ตามธรรมชาติ ช้างป่าจะหากินเป็นโขลงอยู่ในป่าชั้นใน มีเพียงช้างโทนเท่านั้นที่จะออกมาหากินบริเวณชายขอบ (เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ: ช้างเศร้าสลดเมื่อเห็นเพื่อนร่วมสายพันธุ์จากไป) ในปี 2558 หลายพื้นที่ในประเทศไทยต้องประสบปัญหาภัยแล้ง รวมถึงพื้นที่เกษตรกรรมได้รับผลกระทบอย่างหนัก ชาวไร่ชาวสวนจึงจำเป็นต้องสร้างแหล่งกักเก็บน้ำ เพื่ออุปโภคบริโภค นอกจากนี้ แหล่งน้ำตามธรรมชาติในป่าก็เหือดแห้ง และไม่เพียงพอต่อประชากรช้างในป่า จึงเป็นแรงผลักให้ช้างป่าออกมาหากินยังพื้นที่เกษตรกรรม และแหล่งน้ำรอบๆ ชุมชน จนเกิดเป็นข้อพิพาทระหว่างคนกับช้าง เดือนกันยายน ปี 2559 ปริมาณน้ำฝนที่ลดลงเป็นสัญญาณว่า ภัยแล้งยังคงดำเนินต่อไป ดูเหมือนปัญหาความขัดแย้งเรื่องน้ำระหว่างคนกับช้างคงไม่จบสิ้นลงในเร็ววัน ตั้งแต่ปี 2555 – 2559 ผมลงพื้นที่และทราบข้อมูลว่า ช้างป่าทำให้คนเสียชีวิตสามราย พอมีคนตาย ช้างก็ตาย ปัญหาเกิดจากผู้คนที่สัญจรไปมาบนถนนให้อาหารช้างป่า จนเกิดการเรียนรู้และเปลี่ยนพฤติกรรม ทุกครั้งที่ช้างเห็นรถชะลอความเร็วแล้วไม่ได้รับอาหาร จึงเกิดความหงุดหงิดและเข้าปะทะกับคนในที่สุด ผมนึกถึงพระราชเสาวนีย์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ […]

ก่อนหมดสิ้น… สับขาลาย

ก่อนหมดสิ้น… สับขาลาย “หากไม่เปิดเปลือยจะไม่รู้ว่ามีความงามใดซ่อนอยู่ หากไม่สังเกต อาจหลงเข้าใจว่า บุรุษนุ่งเตี่ยวยืนกลางลำธารใสเย็น” ผมเดินทางมาที่อมก๋อย อำเภอริมสุดทางใต้ของจังหวัดเชียงใหม่ด้วยความเชื่อ จากพื้นราบผ่านเส้นทางคดโค้งหลายสิบยอดดอย หลายสิบหย่อมชุมชนของชาวกะเหรี่ยง 2 กลุ่มใหญ่ที่ตั้งถิ่นฐานมายาวนาน เพื่อหวังทำความเข้าใจในคติความเชื่อและรากทางความคิดต่อศิลปะเฉพาะที่กำลังจะสาบสูญในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า ในอดีตทุกชุมชนในกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง เมื่อบุรุษย่างเข้าสู่วัยฉกรรจ์ ทุกคนล้วนอยากเป็นส่วนหนึ่งในการสืบทอดลวดลายโบราณที่มีแบบแผนจากรุ่นสู่รุ่น แต่ต้องแลกมาด้วยความอดทนซึ่งอาจหมายถึงชีวิต จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ในทุกสิบคนจะมีคนเสียชีวิตสองถึงสามคนเสมอ ถือว่าคุ้มค่าที่จะเสี่ยงสำหรับชาวกะเหรี่ยง เป็นความภาคภูมิใจที่จะปรากฏอยู่บนเรือนร่างและคงอยู่ตราบลมหายใจสุดท้ายของชีวิต สิ่งนี้คือความงามและรูปแบบเฉพาะ ถือเป็นตัวแทนของศิลปะบนเรือนร่างของชายชาวกะเหรี่ยง พวกเขาเรียกสิ่งนี้ว่า หมึกขาลายหรือการสับขาลาย คือการสักบริเวณใต้หัวเข่าขึ้นมาจนถึงบริเวณเอวเหนือสะดือ ขาทั้งสองข้างมีกรอบสี่เหลี่ยมหรือกรอบวงกลมเว้นช่องว่างให้เห็นเนื้อหนังบางส่วน ภายในเป็นลวดลายภาพสัตว์ต่าง ๆ หมึกสีดำที่ใช้มีส่วนผสมจากน้ำดีของสัตว์หลายชนิดร่วมกับว่าน ปัจจุบันความภาคภูมิใจเหล่านี้กลายเป็นเพียงสิ่งตกค้างจากวันเวลา ชาวกะเหรี่ยงอายุน้อยกว่า 50 ปีในพื้นที่อำเภออมก๋อย คิดเป็นประชากรส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 80 แทบไม่ปรากฏการสับขาลายอีกเลย เรื่องและภาพถ่าย ชาญพิชิต พงศ์ทองสำราญ รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง จากโครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2016 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย อ่านเพิ่มเติม รอยสักไทย เส้นสายลายลักษณ์แห่งศรัทธา

“ แม่ตาวคลินิก ” สถานพยาบาลเพื่อชาวพม่าและผู้ไร้สัญชาติ

“ แม่ตาวคลินิก ” สถานพยาบาลเพื่อชาวพม่าและผู้ไร้สัญชาติ จากการสำรวจขององค์การอนามัยโลก พบว่าจากทั่วโลกมี 57 ประเทศที่ต้องเผชิญกับวิกฤติการณ์ของการขาดแคลนบุคลากรทางด้านการแพทย์และการดูแลสุขภาพ หนึ่งในนั้นรวมถึงประเทศพม่าเพื่อนบ้านของเราด้วยโดยมีสถิติทางการแพทย์ของประเทศพม่าพบว่า แพทย์เพียง 4 คนต้องรับภาระดูแลประชากรถึง 10,000 คน ผลจากการขาดแคลนบุคคลากรทางการแพทย์นี้มีผลกระทบอย่างมากต่ออัตราการเกิดของเด็กในประเทศพม่าโดยพบว่าการคลอดบุตรในประเทศพม่ามีอัตราการตายของทารกสูงถึง 122 รายต่อการเกิดของทารก 1,000 คน จัดเป็นตัวเลขที่สูงและน่าเป็นห่วง แม่ตาวคลินิกถูกก่อตั้ง โดย ซินเธีย หม่อง แพทย์หญิงชาวพม่า ในปี พ.ศ. 2531 โดยมีสถานที่อยู่บริเวณชายแดนไทย-พม่า ฝั่งอำเภอแม่สอด จ.ตาก คลินิกแห่งนี้ได้รับความอนุเคราะห์จากแพทย์อาสาทั่วโลกที่เดินทางมาช่วยเหลือโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น อีกทั้งเงินทุนจากผู้มีจิตศรัทธาและการช่วยเหลือขององค์กรอิสระทั่วโลก ด้วยเหตุนี้ทำให้มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาเป็นจำนวนมาก ถึงแม้ว่าผู้ป่วยบางรายจะต้องเดินทางไกลมาจากฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของพม่าโดยใช้ระยะเวลานาน 10 วันเพื่อมารักษาที่คลินิกแห่งนี้ โดยผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาต่อปีมีจำนวนมากกว่า 170,000 คน ปัจจุบันแม่ตาวคลินิกยังคงให้การดูแลผู้ป่วยชาวพม่าและผู้ป่วยไร้สัญชาติอยู่อย่างต่อเนื่องทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เรื่องและภาพ ลิปปนนท์ พิพัฒน์อนันต์ รางวัลชมเชย โครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2013 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย อ่านเพิ่มเติม […]