68,000 ภาพ ใน 6 เดือนที่เดินตามโป๊ป - National Geographic Thailand

68,000 ภาพ ใน 6 เดือนที่เดินตามโป๊ป

ช่างภาพ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ใช้เวลา 6 เดือนบันทึกชีวิตสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสและวาติกัน ซึ่งเขาบอกว่า “เกินจินตนาการ”

ขำของสันตะปาปา–โป๊ปหัวเราะขำกับความคิดเห็นของผู้มาเยือนคนหนึ่งท่ามกลางฝูงชนที่จตุรัสเซนต์ปีเตอร์ ในงานชุมนุมซึ่งจัดในวันพุธหากประมุขแห่งศาสนจักรโรมันคาทอลิกประทับอยู่ที่วาติกัน
ไปทำงาน–โป๊ปออกจากคาซาซานตามาร์ทา บ้านพักในวาติกันที่ท่านเลือกอยู่อย่างสมถะ โดยปฏิเสธที่พักทางการอันหรูหราในวังอะโพสโทลิก

ที่วาติกัน ช่างภาพ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เดฟ โยเดอร์ มีโอกาสเข้าใกล้สมเด็จพระสันตะปาปานานหกเดือน  นับเป็นประสบการณ์ที่เขาคาดว่าเมื่อมองย้อนกลับไปวันหนึ่งจะเป็นเรื่อง “เหนือจริง”  บางพื้นที่ในวาติกัน โยเดอร์ต้องใช้เวลาสองสัปดาห์เพื่อขอนุญาตถ่ายภาพ แต่เขาก็มุ่งมั่นอดทน  เขากลายเป็นเพื่อนกับช่างภาพส่วนตัวของโป๊ป ซึ่งในที่สุดก็ยอมอนุญาตให้เขาติดตามโป๊ปได้เหมือนเงา

เมื่อโป๊ปเหน็บ–โป๊ปทักทายสมาชิกของสำนักงานบริหารศาสนจักรส่วนกลาง (the Roman Curia หรือสภาปกครองโรมัน) ที่ซาลาคลิเมนทินา โป๊ปเคย “ทิ้งระเบิด” ใส่หนึ่งในสภาดังกล่าวว่าเป็น “อัลไซเมอร์ทางจิตวิญญาณ”
อธิษฐานเพื่อเด็ก–โป๊ปฟรานซิสอวยพรครรภ์ของคุณแม่คนหนึ่งกลางหมู่เจ้าสาวที่รวมตัวกัน ณ จตุรัสเซนต์ปีเตอร์เพื่อรับพรจากพระสันตะปาปา

“เมื่อเขารู้จักและเชื่อใจผมแล้ว ผมก็สามารถทำอะไรๆ ซึ่งถึงตอนนี้แล้วก็ยังนับว่า ‘เกินจินตนาการ’” โยเดอร์กล่าว

ท่ามกลางประชาชนของท่าน–ภายในห้องประชุมแห่งหนึ่งของวาติกัน โป๊ปฟรังซิส ผู้เคยเป็นอัครสังฆราชแห่งบัวโนสไอเรสพบปะกองทหารสหประชาชาติชาวอาเจนตินา ซึ่งเป็นเชื้อชาติเดียวกับท่าน

สำหรับโยเดอร์ งานถ่ายภาพครั้งนี้ทั้งยากทั้งเครียด และไม่ได้เป็นประสบการณ์ทางจิตวิญญาณใดๆ เลย  แต่เขากล่าวว่าการได้อยู่ใกล้พระสันตะปาปาสร้างแรงบันดาลใจให้เขา โดยเฉพาะตอนที่โป๊ปพบกับบรรดาผู้แสวงบุญที่จตุรัสเซนต์ปีเตอร์  “ผมคิดไม่ออกเลยว่าจะมีผู้นำคนไหนที่ได้รับการทักทาย โอบกอด และได้รับการปฏิบัติเหมือนคุณลุงที่ไม่ได้เจอกันนานอย่างนี้”

สันตะปาปากับสันตะปาปา–โป๊ปฟรานซิสทักทายพระสันตะปาปาเบเนดิกต์หลังพิธีมิสซาจบการประชุมทางศาสนาในประเด็นครอบครัวและการเฉลิมฉลองพิธีสถาปนาเป็นบุญราศีของพระสันตะปาปาปอลที่ 6
พระสันตะปาปาดำรัส–บนระเบียงแห่งหนึ่งในวาติกัน โป๊ปฟรังซิสกล่าวแก่ฝูงชนที่มาชุมชุมกันเนืองแน่นที่จตุรัสเซนต์ปีเตอร์ระหว่างการปราศรัย “Urbi et Orbi”—“แก่นครแห่งโรมและแก่โลก”–ตามประเพณีในวันคริตสมาส

โยเดอร์ถ่ายภาพไปเกือบ 68,000 ภาพแล้วในตอนนั้นยังกังวลเรื่องภาพปกสำหรับ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก  หลังจากที่พระสันตะปาปาปราศรัยวันคริสตมาสเสร็จแล้ว จู่ๆ ท่านเดินไปยังวัดน้อยซีสทีนเพื่อหยุดดูภาพ “คำพิพากษาครั้งสุดท้าย” ของมีเกลันเจโลราว 3-4 วินาที  โยเดอร์ที่ตามติดท่านอยู่จึงได้ถ่ายภาพนั้นเอาไว้และปรากฏเป็นภาพปกนิตยสารในเดือนสิงหาคม 2015  “ผมคิดว่านั่นเป็นของขวัญคริสตมาสจากท่านแหละครับ” โยเดอร์บอก

ชั่วขณะแห่งการใคร่ครวญ–หลังกล่าวปราศรัยวันคริสตมาสแก่ฝูงชนที่จตุรัสเซนต์ปีเตอร์ ขณะเดินผ่านวัดน้อยซีสทีนซึ่งมีเกลันเจโลวาดงานชิ้นเอกเอาไว้ โป๊ปฟรานซิสก็หยุดยืนชั่วครู่

*อ่าน “พระสันตะปาปาพระองค์ใหม่จะทรงเปลี่ยนแปลงวาติกัน หรือวาติกันจะเปลี่ยนแปลงสมเด็จพระสันตะปาปากันแน่” ได้ใน เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนกันยายน 2558

เรื่องแนะนำ

เฮติ : ค้นพบศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในงานสกปรก

พวกบายากูหรือคนสูบส้วมในกรุงปอร์โตแปรงซ์ เมืองหลวงของเฮติ ทำงานบริการที่จำเป็ต่อสุขภาวะของเมือง กระนั้น พวกเขากลับจำเป็นต้องเก็บงานของตนไว้เป็นความลับ

The Expatriate Workers Of Dubai

เรื่องและภาพ อธิวัฒน์ ศิลปะเมธานนท์ (รางวัลชนะเลิศโครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7) “คาบายัน” เสียงเรียกภาษาตากาล็อกที่แปลว่า “คนชาติเดียวกัน” ดังลั่นจากห้องพักกลุ่มแรงงานชาวฟิลิปปินส์เมื่อผมเดินเข้าไปในเขตห้องพักย่านอัลคารามา ดูไบ เมื่อโลกเชื่อมโยงทั่วถึงกันหมด การอพยพย้ายถิ่นฐานหรือเพื่อไปทำงานยังประเทศอื่นจึงง่ายขึ้นมาก  ประเทศที่กำลังพัฒนาและด้อยทรัพยากรกว่าจึงส่งออกพลเมืองชนชั้นแรงงานของตนไปยังประเทศพัฒนากว่า  ธนาคารโลกประเมินว่าดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นประเทศอันดับต้นๆ ของโลกที่แรงงานข้ามชาติส่งเงินกลับบ้านมากที่สุด สำหรับพนักงานทำความสะอาดห้องน้ำจากศรีลังกา พนักงานขายของตามร้านสะดวกซื้อจากไนจีเรีย หรือหนุ่มบริกรฟิลิปปินส์ในร้านอาหาร ดูไบเป็นเมืองแห่งโลกาภิวัฒน์ที่มีทั้งด้านสว่าและมืด  ในแง่หนึ่งดูไบเป็นเมืองที่เปิดกว้างทางศาสนาและวัฒนธรรม แต่อีกด้านหนึ่ง เมืองสวรรค์ของนักท่องเที่ยวต่างชาติแห่งนี้ก็เป็นนรกของแรงงานข้ามชาติเมื่อนายจ้างค้างชำระค่าแรง สภาพความเป็นอยู่ย่ำแย่ ต้องเผชิญกับอันตรายภายในสถานที่ทำงาน และถูกยึดหนังสือเดินทางไว้อย่างผิดกฎหมาย  และอาจหนักกว่านั้นสำหรับแรงงานสตรีในครัวเรือนที่ต้องทำงานไม่มีวันหยุด ใช้ชีวิตตัดขาดจากโลกภายนอก ถูกนายผู้หญิงล่วงเกินทางวาจา และนายผู้ชายล่วงเกินทางเพศ  แต่เพราะมาตรการที่ใช้ควบคุมแรงงานอย่างเข้มงวดเช่นการระงับวีซ่าการทำงานหรือส่งกลับประเทศ ทำให้แรงงานต่างชาติต้องตกอยู่ในสภาพจำยอม และย้ำเตือนตนเสมอว่า พวกเขาตัดสินใจมาทำงานที่นี่โดยไม่มีใครบังคับ ก็เพื่อเงินทองที่จะส่งกลับบ้านไปให้ครอบครัวและคนข้างหลังในประเทศกำลังพัฒนาที่จากมา  

งานศิลปะจากขยะพลาสติก

ด้วยขยะจากทะเลและที่พบในกระเพาะอาหารของนก แมนดี บาร์เกอร์ ช่างภาพหญิงสร้างสรรค์งานศิลปะที่บีบให้เราต้องหันมามองขยะที่เราสร้างขึ้นด้วยมุมมองใหม่