GHAT DIARY – ชีวิตและท่าน้ำ (ริมฝั่งแม่น้ำคงคาในอินเดีย) - National Geographic Thailand

GHAT DIARY – ชีวิตและท่าน้ำ (ริมฝั่งแม่น้ำคงคาในอินเดีย)

“ต่อเมื่อเรารู้จักความตาย เราจึงรู้จักที่จะใช้ชีวิตอย่างแท้จริง” –Tuesday with Morrie

อินเดีย ชื่อนี้อาจทำให้ใครหลายคนมีทั้งคำถามและนิยามมากมายเกิดขึ้นในใจ แต่สำหรับผม นอกจากภาพหลายภาพที่ผุดขึ้นในความคิดแล้ว ยังมีคำขู่ของผู้สันทัดกรณีและผู้ที่เดินทางไปเยือนอินเดียมาก่อน นั่นคือเรื่องราวการผจญภัยในดินแดนภารตะ

หลังจากฟังเรื่องราวเหล่านั้น ผมเกิดคำถามและความอยากรู้มากมาย หนึ่งในนั้นคือเรื่องราวว่าด้วย วิถีริมน้ำ เพราะจุดหมาย ปลายทางของผมในครั้งนี้คือเมืองแห่งสายน้ำนาม พาราณสี หรือวาราณสี เมืองหลวงของแคว้นกาสีในครั้งพุทธกาล

เมืองนี้มีแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์จากสรวงสวรรค์ไหลผ่าน พร้อมประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 4,000 ปี และนี่คือการเดินทางครั้งแรกของหนุ่มจากลุ่มน้ำเจ้าพระยา สู่ลุ่มแม่น้ำคงคา

ผมตื่นก่อนที่แสงตะวันจะทำหน้าที่อย่างเช่นวันวาน และเริ่มออกเดินไปตามเส้นทางเลียบแม่น้ำคงคา หรือ กังกามาตา ของชาวอินเดีย และผมก็พบว่าเมืองนี้ยังคงเป็นเมืองที่รุ่มรวยมนตร์เสน่ห์แห่งสถาปัตยกรรมเก่าแก่และงดงามไม่แพ้ที่อื่ืนใดในโลก ผมเดินลัดเลาะมาถึง Ghat (ออกเสียงว่า “กาต” หรือ “แกต”) ซึ่งมีความหมายว่า ทางลงสู่แม่น้ำหรือท่าน้ำ

สำหรับชาวฮินดู ผู้เลื่อมใสศรัทธาและถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดจะพากันมาอาบน้ำชำระร่างกายในแม่น้ำคงคา โดยสืบทอดความเชื่อต่อกันมานานนับพันๆ ปีว่า หากได้อาบน้ำ ในแม่น้ำคงคาบาปจะหมดสิ้นไป ในวันหนึ่งๆ จึงมีผู้คนจากทั่วสารทิศเดินทางมาอาบน้ำล้างบาปกันเต็มท่าน้ำไปหมด

การตายในแม่น้ำคงคาจะเป็นการปลดปล่อยดวงวิญญาณจากวัฏสงสาร คือสุภาษิตที่บ่งบอกถึงความเชื่อที่ฝังรากลึกผ่านกาลเวลานานแสนนาน จึงทำให้พิธีเผาศพเป็นไปอย่างเรียบง่ายบนกองฟืน เมื่อมีคนตายก็จะใช้ผ้าห่อศพแล้วแบกไปยังริมฝั่งแม่น้ำคงคา ผู้ชายจะห่อด้วยผ้าขาว ส่วนผู้หญิงจะห่อผ้าหลากสี

ถึงช่วงเวลาพลบค่ำผู้คนที่มาร่วมพิธี “คงคาอารตี” ณ ท่าน้ำอัสศเมธดูคลาคล่ำกว่าทุกๆ วัน เนื่องจากเป็นคืนวัน “ดิวาลี” หรือวันที่ชาวฮินดูบูชาพระแม่ลักษมี และถือว่าเป็นวันเฉลิมฉลองขึ้นปีใหม่ของชาวอินเดียด้วย คืนนี้จึงเต็มไปด้วยผู้คนจากต่างเมืองและนักท่องเที่ยวทั้งบนท่าน้ำและจอดเรือลอยลำชมพิธีอารตี หลังจากพิธีกรรมเสร็จสิ้นลง พราหมณ์ผู้นำพิธีบูชาไฟจะนำขนมที่ใช้ประกอบพิธีกรรมแจกจ่ายแก่ผู้ศรัทธาต่อไป

ไม่ไกลจากกาตหลักที่ทำพิธีกรรม ผมพบกับพราหมณ์น้อยที่กำลังทำาพิธีคงคาอารตีควบคู่ไปกับพิธีกรรมหลัก และนี่คือสิ่งที่ช่วยไขข้อสงสัยเกี่ยวกับวิธีการสืบทอด ความเชื่อและศรัทธาที่ฝังรากลึกอยู่ในวิถีแห่งชาวฮินดู โดยผ่านการใช้ชีวิต พิธีกรรม และเทศกาล จากรุ่นสู่รุ่นอย่างไม่ผิดเพี้ยนนั้นเอง

เรื่องและภาพ ธนะสันต์ ศรีฉ่ำ
รางวัลชมเชย จากโครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2015

โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย

กาต, แม่น้ำคงคา, ghat
แม้กาตและแม่น้ำคงคาจะถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่ก็เป็นเหมือนสนามเด็กเล่นของเด็กๆ เช่นเดียวกัน
กาต, ที่ตากผ้า, ท่าน้ำ, อินเดีย, แม่น้ำคงคา
การใช้กาตเป็นที่ตากผ้าแบบวางกับพื้นเช่นนี้เป็นเอกลักษณ์หนึ่งของวิถีชีวิตริมน้ำคงคา
คนอินเดีย, พราณสี
ชายชาวอินเดียซึ่งเดินทางมาจากต่างเมืองพร้อมลูกน้อยกำลังนั่งรอครอบครัวขณะลงอาบน้ำ
กาต, ชาวฮินดู, แม่น้ำคงคา
ทุกเช้า ชายชาวฮินดูกลุ่มนี้จะเดินทางมาชำระร่างกายในแม่น้ำและใช้กาตเป็นที่แต่งตัวก่อนไปทำงานทุกวัน
แม่น้ำคงคา, พราณสี, คนอินเดีย, มือถือ
แม้จะสามารถธำรงรักษาความเชื่อและวิถีชีวิตมายาวนานกว่า 4,000 ปี แต่สายธารแห่งความเปลี่ยนแปลงก็เป็นของคู่โลกเสมอ
กาต, แม่น้ำคงคา
หลังกลับจากพายเรือรับส่งนักท่องเที่ยว ชายผู้นี้นั่งลงบริเวณกาตเพื่อพักผ่อน
กาต, พิธีบูชาไฟ, พราหมณ์, อินเดีย,
พราหมณ์น้อยกำลังทำพิธีอารตีหรือพิธีบูชาไฟริมฝั่งแม่น้ำคงคา

อ่านเพิ่มเติม สายธารแห่งศรัทธาชนในพิธีกุมภ์เมลา

พิธีกุมภ์เมลา
ผู้จาริกแสวงบุญรอลงอาบนํ้าเพื่อชำระล้างบาปในพิธีกุมภ์เมลาเมื่อปี 2013 ที่เมืองอัลลาฮาบาด ประเทศอินเดีย แม้นํ้าจะปนเปื้อนมลพิษ อากาศเย็นยะเยือก และเต็มไปด้วยความแออัดยัดเยียด แต่พวกเขาก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า กลับถึงบ้านพร้อมกับสุขภาพที่ดีกว่าตอนมาถึง

เรื่องแนะนำ

ค่ายมวยศิษย์ครูจงอาง

เรื่องและภาพ นิสากร ปิตุยะ (รางวัลชมเชยโครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7) ค่ายมวยศิษย์ครูจงอางเป็นค่ายมวยสำหรับเด็กๆ ที่เกิดจากความตั้งใจของ นายประเสริฐ จิระพรรักษ หรือ จงอางน้อย สิงห์คงคา อดีตนักมวยเก่า แห่งสำนักวัดเทพธิดาราม ผู้ต้องการสร้างผลผลิตที่ดีให้กับสังคม  เขานำความรู้ความสามารถที่ตนมี นั่นก็คือศิลปะการต่อสู้มวยไทย มาถ่ายทอดให้กับเยาวชนที่สนใจ โดยไม่เรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ บนพื้นที่เล็กๆ ราว 4×6 เมตร หน้าบ้านของครูจงอางถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นสนามฝึกแข้งของลูกศิษย์ตัวน้อย  นอกจากที่นี่จะมีครูแล้ว ยังมี “แม่” ที่คอยหาข้าวหาปลา ดูแลความเรียบร้อยและความสะอาดให้เด็กๆ อย่างเต็มใจ ซึ่งก็คือภรรยาของครูจงอางนั่นเอง  ที่นี่จึงไม่ได้เป็นแค่เพียงค่ายสอนมวย แต่ยังเป็นบ้านที่เปี่ยมไปด้วยความรัก ความเอาใจใส่ ความปรารถนาดีที่มีต่อเด็กๆ และสังคมรอบข้าง  

“ แม่ตาวคลินิก ” สถานพยาบาลเพื่อชาวพม่าและผู้ไร้สัญชาติ

“ แม่ตาวคลินิก ” สถานพยาบาลเพื่อชาวพม่าและผู้ไร้สัญชาติ จากการสำรวจขององค์การอนามัยโลก พบว่าจากทั่วโลกมี 57 ประเทศที่ต้องเผชิญกับวิกฤติการณ์ของการขาดแคลนบุคลากรทางด้านการแพทย์และการดูแลสุขภาพ หนึ่งในนั้นรวมถึงประเทศพม่าเพื่อนบ้านของเราด้วยโดยมีสถิติทางการแพทย์ของประเทศพม่าพบว่า แพทย์เพียง 4 คนต้องรับภาระดูแลประชากรถึง 10,000 คน ผลจากการขาดแคลนบุคคลากรทางการแพทย์นี้มีผลกระทบอย่างมากต่ออัตราการเกิดของเด็กในประเทศพม่าโดยพบว่าการคลอดบุตรในประเทศพม่ามีอัตราการตายของทารกสูงถึง 122 รายต่อการเกิดของทารก 1,000 คน จัดเป็นตัวเลขที่สูงและน่าเป็นห่วง แม่ตาวคลินิกถูกก่อตั้ง โดย ซินเธีย หม่อง แพทย์หญิงชาวพม่า ในปี พ.ศ. 2531 โดยมีสถานที่อยู่บริเวณชายแดนไทย-พม่า ฝั่งอำเภอแม่สอด จ.ตาก คลินิกแห่งนี้ได้รับความอนุเคราะห์จากแพทย์อาสาทั่วโลกที่เดินทางมาช่วยเหลือโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น อีกทั้งเงินทุนจากผู้มีจิตศรัทธาและการช่วยเหลือขององค์กรอิสระทั่วโลก ด้วยเหตุนี้ทำให้มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาเป็นจำนวนมาก ถึงแม้ว่าผู้ป่วยบางรายจะต้องเดินทางไกลมาจากฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของพม่าโดยใช้ระยะเวลานาน 10 วันเพื่อมารักษาที่คลินิกแห่งนี้ โดยผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาต่อปีมีจำนวนมากกว่า 170,000 คน ปัจจุบันแม่ตาวคลินิกยังคงให้การดูแลผู้ป่วยชาวพม่าและผู้ป่วยไร้สัญชาติอยู่อย่างต่อเนื่องทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เรื่องและภาพ ลิปปนนท์ พิพัฒน์อนันต์ รางวัลชมเชย โครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2013 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย อ่านเพิ่มเติม […]

คณะกอบกู้ พุทธศิลป์ ไม้แกะสลักช่างสิบหมู่ที่หลงเหลือของปักษ์ใต้

คณะกอบกู้ พุทธศิลป์ ไม้แกะสลักช่างสิบหมู่ที่หลงเหลือของปักษ์ใต้ หลังเหตุการณ์วาตภัยถล่มเมืองสงขลาเมื่อสองปีที่ผ่านมา โบราณสถานหลายแห่งได้รับความเสียหายอย่างหนัก กำแพงเมืองที่เคยยืนหยัดและกรำศึกหลายต่อหลายครั้งมาตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ถึงกับล้มพังพาบยอมแพ้ให้กับลมและน้ำ จากฟากฟ้า เช่นเดียวกันกับวัดมัชฌิมาวาส วัดเก่าแก่สมัยปลายกรุงศรีอยุธยา ที่ได้รับการบูรณะมาแล้วหลายครั้ง โดยการบูรณะครั้งใหญ่ในช่วงต้นรัชกาลที่ ๔ ซึ่งว่ากันว่าเป็นยุคทองของพุทธศิลป์ รายละเอียดทุกอย่างล้วนเป็นฝีมือของช่างสิบหมู่วังหน้าผสมผสานกับช่างท้องถิ่นอย่างลงตัว งานพุทธศิลป์ของที่นี่จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นศิลปะระดับหัวแหวนแห่งเดียวของภาคใต้ ก็ว่าได้ ผลกระทบของวาตภัยดังกล่าวส่งผลให้งานไม้แกะสลักประดับกระจกบนอุโบสถอายุกว่าร้อยปีพังลงมาบางส่วน เมื่อประเมินความเสียหายแล้วพบว่า ต้องรื้อของเก่าลงมา แล้วแกะของใหม่ขึ้นไปใส่แทนที่ ภารกิจนี้กลายเป็นการเดินทาง (ด้วยรถ) อันยาวไกลที่สุด และการ “เที่ยวทะเล” ครั้งแรกของเหล่าช่างไม้ชาวเหนือที่มากอบกู้พุทธศิลป์ไม้แกะสลักช่างสิบหมู่ที่หลงเหลือ อยู่ของปักษ์ใต้ เรื่องและภาพ กิติธัช โพธิวิจิตร รางวัลชมเชย จากโครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2012 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย                     อ่านเพิ่มเติม ทองคำเปลว กับพิธีกรรมทางพุทธศาสนา

ไทยใหม่ ผู้บุกรุกบนแผ่นดินเกิด

ไทยใหม่ ผู้บุกรุกบนแผ่นดินเกิด วิถีชีวิตที่เร่ร่อนและอิสระในมหาสมุทรมาแต่ครั้งอดีต อาจเป็นที่มาของคติในการใช้ชีวิตที่ว่า “ไม่มีใครสามารถเป็นเจ้าของธรรมชาติ ทุกคนล้วนมีสิทธิทำกินในผืนน้ำและแผ่นดิน” ทำให้ชาวอูรักลาโว้ยไม่ยึดติดในทรัพย์สิน และไม่เคยคิดยึดครองจับจองอาณาเขต แม้เวลาจะผ่านมานับร้อยปีแล้วที่ชาวอูรักลาโว้ยรอนแรมฝ่าคลื่นลมมาจากดินแดนชื่อว่า ซาตั๊ก หรือเกาะลันตาในปัจจุบัน จนมาถึงหาดสีขาวทอดยาวทางตอนใต้สุดของเกาะภูเก็ต กลับไม่ได้ทำให้ชาวทะเลกลุ่มนี้มีที่ยืนที่มั่นคง เมื่อแผ่นดินบนหาดราไวย์ถูก “คลื่นยักษ์” ที่มาในรูปของธุรกิจท่องเที่ยวถาโถมเข้าใส่จนที่ดินมีราคาค่างวดยิ่งกว่าทองคำ การจับจองด้วยกระดาษตีตรา ทำให้ผู้บุกเบิกกลายเป็นผู้บุกรุกในทันที ซ้ำร้ายผืนทะเลที่เคยหากินอย่างอิสระก็ถูกประกาศเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติทางทะเล จากที่เคยออกหาปลาได้อย่างเสรี มาวันนี้ “พรานทะเล” กลับถูกจำกัดพื้นที่จนเหลือเพียงน้อยนิด ไม่เพียงพื้นที่ในเชิงภูมิศาสตร์เท่านั้น หากยังรวมถึงพื้นที่เชิงวัฒนธรรมซึ่งบ่งบอกอัตลักษณ์ของชาติพันธุ์ที่ค่อยๆ เลือนรางราวร่องรอย บนผืนทรายที่คลื่นซัดกลบ วันที่กระแสโลกวิ่งลิ่วไปข้างหน้าอย่างไม่มีทีท่าจะหยุดรอใคร ชื่อ “ไทยใหม่” อาจเป็นสัญญาณแห่งความหวังที่สังคมจะยอมรับการมีตัวตน หรือหมายถึงการเลือนหายไปของวิถีชาติพันธุ์คนแห่งทะเล เรื่องและภาพ อำนาจ เกตุชื่น รางวัลชมเชย จากโครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2012 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย                   อ่านเพิ่มเติม […]