NGT x SaySci Ep.4 "ผงซักฟอกและสารลดแรงตึงผิว" - National Geographic

NGT x SaySci Ep.4 “ผงซักฟอกและสารลดแรงตึงผิว”

NGT x SaySci Ep.4 “ผงซักฟอกและสารลดแรงตึงผิว”

สารทำความสะอาดคืออะไร?

สารทำความสะอาดคือ สารเคมีที่ช่วยขจัดคราบสกปรกต่างๆ รวมถึงคราบไขมัน

ในชีวิตประจำวันของเราเกี่ยวข้อง และต้องใช้สารทำความสะอาดมากมาย เช่น สบู่ ผงซักฟอก ยาสระผม และน้ำยาทำความสะอาด เป็นต้น สารทำความสะอาดนั้น มีอยู่มากมายหลายรูปแบบตามจุดประสงค์การใช้งาน ส่วนใหญ่พบเป็นของเหลวมากกว่าของแข็ง ตั้งแต่แชมพูสระผม และผงซักฟอกไปจนถึงโฟมโกนหนวด และน้ำยาขจัดคราบ

 

สารลดแรงตึงผิวคืออะไร?

คุณอาจจะคิดว่าน้ำทำให้คุณเปียก ใช่ คุณคิดถูก แต่จริงๆ แล้วมันไม่ได้ทำให้คุณเปียกอย่างที่ควรจะเป็น นั่นเป็นเพราะมีบางอย่างที่เรียกว่า “แรงตึงผิว” โมเลกุลของน้ำมักจะมีแรงดึงดูดภายในโมเลกุล ทำให้น้ำรวมตัวกันกลายเป็นรูปหยดน้ำได้ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ กรณีของฝนตก เม็ดฝนจะมีลักษณะทรงกลมหรือทรงรี ก่อนจะตกกระทบพื้น ในการที่เราใช้น้ำในการทำความสะอาดวัสดุใดก็ตาม เราจำเป็นที่จะลดแรงตึงผิวของน้ำ เพื่อให้น้ำสามารถแทรกซึมผ่านเนื้อวัสดุ ทำให้วัตถุชิ้นนั้นเปียกได้อย่างแท้จริง

ผงซักฟอกที่จำหน่ายในท้องตลาด มีคุณสมบัติในการลดแรงตึงผิวของน้ำ โดยผงซักฟอกจะประกอบด้วยส่วนที่ละลายน้ำได้ และส่วนที่ยึดเกาะกับคราบสกปรก ทำให้น้ำที่เราใช้ซักผ้าสามารถชำระล้างคราบสกปรกได้ หลักการเดียวกันนี้ยังใช้กับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอื่นๆ ด้วย

สารทำความสะอาดที่เราใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวันมีหลายวัตถุประสงค์ ผู้ผลิตจึงคิดค้นสารแต่ละตัวที่สามารถใช้งานได้เฉพาะเจาะจงมากขึ้น เช่น น้ำยาถูพื้น น้ำยาล้างจาน สบู่ และผงซักฟอก เป็นต้น

 

สารทำความสะอาดทำงานอย่างไร?

สมมุติว่าคุณมีคราบเปื้อนบนยีนส์ตัวโปรดของคุณ ไม่ต้องกังวล เพียงละลายผงซักฟอกกับน้ำในกะละมังซักผ้า แล้วนำยีนส์ที่มีคราบจุ่มลงไป คุณอาจจะใช้แปรงซักผ้าขัดเบาๆ บริเวณที่มีคราบ เพื่อให้คราบหลุดออก และนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในเนื้อผ้าของคุณ

  1. ระหว่างที่กางเกงยีนส์อยู่ในน้ำผงซักฟอก น้ำและผงซักฟอกจะแทรกซึมผ่านเส้นใยผ้าจนทั่ว
  2. โมเลกุลของผงซักฟอกประกอบด้วยสองส่วนคือ ส่วนที่จับกับคราบสกปรก และส่วนที่ละลายน้ำ เมื่อจับกับคราบสกปรก ผงซักฟอกจะดึงคราบออกจากเส้นใยผ้าให้หลุดออกไปรวมกับน้ำ
  3. หลังจากซักด้วยผงซักฟอกเสร็จ และล้างผ้าด้วยน้ำเปล่า น้ำจะชำระล้างโมเลกุลของผงซักฟอกออกจากผ้าพร้อมทั้งคราบสกปรกที่ติดไปกับผงซักฟอก
  4. ในขั้นตอนสุดท้าย คุณอาจจะล้างผ้าด้วยน้ำซ้ำอีกรอบ เพื่อให้แน่ใจว่าผงซักฟอกถูกชำระล้างอย่างหมดจด เพียงเท่านี้คราบเปื้อนก็หายไปจากยีนส์ตัวโปรดของคุณ

 

อ่านเพิ่มเติม

NGT x SaySci Ep.3 “เนื้อสัตว์เปลี่ยนสีเมื่อปรุงสุก”

เรื่องแนะนำ

ปรากฏการณ์อายัน (Solstice)

ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ของโลก ทำให้เกิดวันสำคัญขึ้น 2 วันในทุก ๆ ปี คือ “วันครีษมายัน” และ “วันเหมายัน”  ปรากฏการณ์อายัน (Solstice) คือ หนึ่งในปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ของโลก ซึ่งทำให้เกิดวันสำคัญขึ้น 2 วันในทุก ๆ ปี คือ “วันครีษมายัน” ที่มีช่วงเวลากลางวันยาวนานที่สุดและ “วันเหมายัน” ที่มีช่วงเวลากลางคืนยาวนานที่สุดในรอบปี ซึ่งในหลายประเทศทั่วโลกวันสำคัญทั้ง 2 ยังกลายเป็นสัญลักษณ์หรือจุดเริ่มต้นของฤดูกาลใหม่อีกด้วย การโคจรของโลกและการเกิด ปรากฏการณ์อายัน ปรากฏการณ์อายันเกิดขึ้นจากการเคลื่อนที่รอบดวงอาทิตย์ของโลกซึ่งโลกมีวงโคจรเป็นรูปวงรี ประกอบกับการที่แกนโลกมีความเอียง (Axial Tilt) เป็นมุมประมาณ 23.5 องศา ทำให้ขณะที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ เกิดตำแหน่งพิเศษขึ้น 2 ตำแหน่ง คือ ตำแหน่งที่ขั้วของโลกอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์มากที่สุดและตำแหน่งที่ขั้วของโลกอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดในช่วงเวลา 1 ปี (เมื่อโลกโคจรครบรอบ) ซึ่งตำแหน่งนี้เองที่ทำให้มุมระหว่างแนวลำแสงอาทิตย์กับระนาบศูนย์สูตรที่เรียกว่า “มุมเดเคลเนชัน” (Declination Angle) ของโลกในเวลาเที่ยงวันมีขนาดสูงสุดเท่ากับองศาการเอียงของโลก หรือ 23.5 องศาเหนือ ณ เส้นทรอปิคออฟแคนเซอร์ […]

เมฆรูปธง ปรากฏการณ์ความงามของมวลเมฆ

 เมฆรูปธง หนึ่งในกลุ่มเมฆภูเขา (Orograhic Cloud) ที่ก่อตัวขึ้นจากการเคลื่อนที่ของกระแสอากาศหรือมวลอากาศในแนวระดับที่ยกตัวสูงขึ้น เมฆรูปธง (Banner Cloud) หรือ “เมฆป้าย” คือ หนึ่งในกลุ่มเมฆภูเขา (Orograhic Cloud) ที่ก่อตัวขึ้นจากการเคลื่อนที่ของกระแสอากาศหรือมวลอากาศในแนวระดับที่ยกตัวสูงขึ้น เมื่อเคลื่อนที่ปะทะเข้ากับสิ่งกีดขวาง โดยเฉพาะเทือกเขาสูงชัน และจะคงตัวอยู่ (Stationary Cloud) ด้านหลังลมของยอดเขาก่อนจะสลายตัวไป เมฆรูปธงจึงถูกพบเห็นบ่อยครั้งตามเทือกเขาสูงที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว โดยเฉพาะภูเขาที่มียอดเขาแหลมคมและมีรูปทรงคล้ายพีระมิด ทำให้เมฆพิเศษชนิดนี้ เมื่อปรากฏขึ้นจึงดูคล้ายคลึงกับการมีธงหรือป้ายขนาดใหญ่โบกสะบัดอยู่เหนือยอดเขา และยังทำให้เมฆรูปธงส่วนใหญ่มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงหิมะบนยอดเขาที่ถูกพัดลงมาตามกระแสลมเท่านั้น การก่อตัวของเมฆรูปธง เมฆรูปธงมีกลไกการก่อตัวคล้ายคลึงกับเมฆยอดเขา (Cap Cloud) ที่ได้รับอิทธิพลมาจากการยกตัวของภูมิประเทศ (Orographic Influence) ทำให้เกิดเมฆทางด้านรับลม (Windward Side) ของแนวเทือกเขาที่จะค่อย ๆ สลายตัวไป เมื่อกระแสลมเคลื่อนที่ลงไปตามด้านหลังลม (Leeward Side) ของเทือกเขาดังกล่าว แต่เมฆรูปธงมักก่อตัวขึ้นและคงตัวอยู่ทางด้านหลังลมของภูเขาเท่านั้น เมื่อกระแสลมพัดผ่านเทือกเขาโดดเดี่ยวที่มีลักษณะของปลายยอดแหลม ทำให้กระแสอากาศที่มีความร้อนสูงพัดพาเอาความชื้นจากบริเวณที่ราบหรือพื้นที่ในระดับต่ำกว่า เคลื่อนที่ขึ้นไปตามแนวเทือกเขา ก่อนเย็นตัวลงและก่อให้เกิดการกลั่นตัวของไอน้ำ กลายเป็นกลุ่มเมฆที่ก่อตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการแบ่งชั้นของกระแสลมเหนือยอดเขาด้านบน การยกตัวขึ้นของมวลอากาศบางส่วนหลังเทือกเขา (Leeside Upwelling) และกระแสลมรอบเทือกเขาที่ทำให้เกิดการไหลวนของกระแสอากาศบริเวณปลายยอดในด้านหลังลม ก่อตัวเป็นเมฆรูปธงจากการไหลของกระแสอากาศที่เคลื่อนที่ด้านหลังเทือกเขานั่นเอง […]

10 เทคโนโลยีพลิกโฉมธุรกิจ และชีวิตวิถีใหม่

10 เทคโนโลยีพลิกโฉมธุรกิจ และชีวิตวิถีใหม่ ที่บรรยายในงาน THAILAND TECH SHOW 2020 ภายใต้แนวคิด “วิถีชีวิตใหม่ นวัตกรรม เพื่อการลงทุน – Technologies and Innovations for Investment in The New Normal ” จัดขึ้นโดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยงานนี้จัดขึ้นบนแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นครั้งแรกอย่างสมบูรณ์ เพื่อให้สอดคล้องกับชีวิตวิถีใหม่ หรือ New Normal ผ่านช่องทาง www.nstda.or.th/thailandtechshow/2020 ภายในงานนำเสนอ 10 เทคโนโลยีพลิกโฉมธุรกิจ ผลงานวิจัยและเทคโนโลยีด้านวิทยาศาสตร์ กว่า 290 ผลงาน จากพันธมิตร 40 หน่วยงาน โดยได้รับเกียรติจาก ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ประธานในพิธีเปิดบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งมีผู้เข้าชมเป็นจำนวนมาก […]

ฝนหิมะ (Sleet)

ฝนหิมะ หนึ่งในหยาดน้ำฟ้า ที่มักปรากฏขึ้นในฤดูหนาว ซึ่งก่อตัวขึ้นจากการผกผันของอุณหภูมิในชั้นบรรยากาศโลกที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนสถานะกลับไปมาของหยาดน้ำฟ้าอย่างรวดเร็ว จากเกล็ดหิมะละลายกลายเป็นน้ำฝนและเย็นตัวลงจนเปลี่ยนสถานะกลับไปเป็นน้ำแข็งอีกครั้ง ก่อนตกลงสู่พื้นดิน ฝนหิมะ (Sleet) หรือ “ฝนน้ำแข็ง” คือ หนึ่งในหยาดน้ำฟ้า (Precipitations) ที่มักปรากฏขึ้นในฤดูหนาว มีลักษณะเป็นก้อนน้ำแข็งกลมมนขนาดเล็ก ซึ่งก่อตัวขึ้นจากการผกผันของอุณหภูมิในชั้นบรรยากาศโลกที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนสถานะกลับไปมาของหยาดน้ำฟ้าอย่างรวดเร็ว ขณะลอยตัวอยู่ในอากาศเหนือพื้นดิน จากเกล็ดหิมะละลายกลายเป็นน้ำฝนและเย็นตัวลงจนเปลี่ยนสถานะกลับไปเป็นน้ำแข็งอีกครั้ง ก่อนตกลงสู่พื้นดิน “ฝนหิมะ” จึงมีคุณสมบัติแตกต่างจากหยาดน้ำฟ้าในฤดูหนาวอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นหิมะ (Snow) ลูกเห็บ (Hail) หรือฝนเยือกแข็ง (Freezing Rain) การเกิดฝนหิมะ ฝนหิมะก่อตัวขึ้นจากกระบวนการทางธรรมชาติเช่นเดียวกับหยาดน้ำฟ้าประเภทอื่น ๆ จากปรากฏการณ์อุณหภูมิผกผัน (Temperature Inversion) ในชั้นบรรยากาศโลก ซึ่งโดยปกติแล้ว อุณหภูมิในชั้นบรรยากาศโทรโพสเฟียร์ (Troposphere) จะลดลงตามระดับความสูงเหนือพื้นดินในอัตรา 6.5 องศาเซลเซียสต่อความสูงทุก 1 กิโลเมตร แต่เมื่อเกิดการแทรกตัวของกระแสอากาศหรือมวลอากาศอุ่น (Warm Air Mass) ท่ามกลางมวลอากาศที่เย็นกว่าที่รายล้อมอยู่โดยรอบ ไม่ว่าจะมีสาเหตุมาจากลักษณะภูมิประเทศของพื้นที่ดังกล่าวหรือเกิดจากการเย็นตัวช้าลงของพื้นแผ่นดินในฤดูหนาว ต่างส่งผลให้ลำดับชั้นของอุณหภูมิในชั้นบรรยากาศ เกิดความแปรปรวนไปจากสภาวะปกติ ฝนหิมะจึงก่อตัวขึ้นในสภาวะแวดล้อมเช่นนี้ที่ในชั้นบรรยากาศโลกมีอุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส […]