ศึกษา ผลกระทบทางใจหลังออกจากถ้ำ ผ่านเหตุการณ์ในชิลี

ศึกษาผลกระทบทางใจหลังออกจากถ้ำผ่านเหตุการณ์ในชิลี

ศึกษา ผลกระทบทางใจหลังออกจากถ้ำ ผ่านเหตุการณ์ในชิลี

ขอแสดงความยินดีกับ 13 ชีวิตทีมหมูป่าที่ในที่สุดก็สามารถออกมาจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนได้หลังติดอยู่นานถึง 17 วัน และขอขอบคุณในความพยายามของเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เกี่ยวข้องมา ณ ที่นี้ รวมไปถึงกำลังใจจากทั่วโลกที่ช่วยให้ภารกิจครั้งนี้ประสบความสำเร็จ

หลังออกมาจากถ้ำพวกเขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที เพื่อตรวจวินิจฉัยและพักฟื้นร่างกาย ทั้งนี้ผู้ประสบภัยทั้ง 13 คน ปัจจุบันมีสภาพร่างกายและสภาพจิตใจที่แข็งแรงดี ดูได้จากภาพในคลิปวิดีโอของหน่วยซีลที่พวกเขาแนะนำตัวกับกล้อง และจดหมายที่พวกเขาเขียนถึงครอบครัวที่รออยู่ด้านนอกเพื่อให้ทุกคนสบายใจ ไม่ต้องเป็นห่วง

ทว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับสภาพจิตใจของบรรดาผู้ประสบภัยเหล่านี้ เมื่อเหตุการณ์ทั้งหมดสิ้นสุดลง? แม้การประเมินผลกระทบทางจิตใจยังไม่สามารถทำได้ในตอนนี้ แต่เราสามารถศึกษากรณีที่อาจจะเกิดขึ้นกับเด็กๆ และโค้ชได้ ผ่านเหตุการณ์ในอดีต พร้อมเรียนรู้วิธีการป้องกัน ตลอดจนเยียวยาจิตใจของพวกเขา

 

ทำความรู้จักกับ PTSD

PTSD หรือ Post – Traumatric Stress Disorder คืออาการความเครียดและเจ็บป่วยหลังเผชิญกับเหตุการณ์ที่มีผลกระทบทางใจอย่างรุนแรง ซึ่งเหตุการณ์สะเทือนใจเหล่านั้นครอบคุลมตั้งแต่การสูญเสียคนรัก ไปจนถึงการประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรืออุบัติเหตุ บ่อยครั้งที่ผู้ป่วยยังคงไม่สามารถลืมภาพของเหตุการณ์นั้นๆ หรือไม่สามารถสลัดออกไปจากหัวได้ บางครั้งอาจมาในรูปแบบของความฝัน หรือเกิดความเครียดอย่างรุนแรงเมื่อพบเจอกับสิ่งกระตุ้น เช่น ในกรณีของผู้ที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ การกลับไปนั่งรถยนต์อีกครั้งอาจทำได้ยาก เพราะรถยนต์ชวนให้คิดถึงเหตุการณ์เลวร้ายที่เคยประสบมา

อาการอื่นๆ ทางจิตที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากการไม่สามารถสลัดความคิดเกี่ยวกับเหตุการณ์ออกไปจากหัวก็ได้แก่ อาการวิตกกังวล, นอนไม่หลับ, หวาดระแวง หรือซึมเศร้า กล่าวโทษตนเองหากมีผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ ซึ่ง PTSD นั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แม้ว่าบุคคลนั้นๆ จะไม่เคยมีแนวโน้มว่าเป็นคนคิดมาก หรือซึมเศร้ามาก่อนก็ตาม ในหลายประเทศ อาการทางจิตนี้พบได้มากในกลุ่มทหารผ่านศึก และมีหลายกรณีที่จบลงด้วยความรุนแรงเช่น ใช้อาวุธปืนทำร้ายผู้อื่น หรือฆ่าตัวตาย

ผลกระทบทางใจหลังออกจากถ้ำ
Sebastian Pinera ประธานาธิบดีชิลีในช่วงเวลานั้น (คนที่สามจากขวามือ) ชมการสาธิตใช้แคปซูลเพื่อช่วยชีวิตคนงานที่ติดอยู่ใต้เหมือง เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2010
ภาพถ่ายโดย Hugo Infante

 

เกิดอะไรขึ้นกับคนงานเหมืองในชิลี

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2010 เกิดอุบัติเหตุในเหมืองทองแดงกลางทะเลทรายอาตากามา เมืองซานโฮเซ ของชิลี ส่งผลให้เหมืองถล่มและปิดทางเข้าออกขังคนงานจำนวน 33 คนไว้ใต้ดินที่ระดับความลึกถึง 700 เมตร พวกเขาต้องใช้ชีวิตในเหมืองนาน 69 วัน กว่าทีมกู้ภัยจะเจาะเปิดช่อง และส่งแคปซูลลงไปรับตัวคนงานขึ้นมาทีละคนได้

Jonathan Franklin ผู้เขียนหนังสือ 33 Men ซึ่งถ่ายทอดประสบการณ์เอาชีวิตรอดขณะติดอยู่ภายในเหมือง และการกู้ภัยเล่าให้สำนักข่าว NPR ฟังในระหว่างการเปิดตัวหนังสือหนึ่งปีหลังเหตุการณ์ว่า เมื่อทุกอย่างสิ้นสุดลงแล้วชายผู้ประสบภัยทั้ง 33 คนนี้ไม่ทราบว่าจะรับมืออย่างไรกับชื่อเสียง และความสนใจที่พุ่งมาที่พวกเขาทุกทิศทาง “พวกเขามีอาการของสคิโซฟรีเนีย (schizophrenic) โรคที่มีความผิดปกติของความคิด จินตนาการดูว่าวันหนึ่งคุณได้พักในโรงแรมระดับ 5 ดาว แต่เมื่อถึงเวลาต้องบินกลับบ้านที่ชิลี บ้านคุณไม่มีน้ำประปาใช้เสียด้วยซ้ำ”

นอกเหนือจากความเปลี่ยนแปลงหลังโด่งดังในชั่วข้ามคืนแล้ว อาการทางจิตจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญคือสิ่งที่หลายคนประสบ “หนึ่งในพวกเขาเล่าให้ผมฟังว่าเขากลับเข้าไปในเหมืองได้แค่สองนาที แต่แล้วก็รู้สึกวิงเวียนศีรษะ และหวาดกลัวสุดท้ายจึงต้องวิ่งออกมา” Franklin กล่าว “คนงานอีกคนเล่าว่าแค่เขามองดูปากทางเข้าเหมืองก็ถึงกับร้องไห้ออกมา ผมบอกเขาว่าคุณรอดชีวิตแล้วนะ เขากลับบอกว่าความสุขทั้งชีวิตของเขาหายไปกับเหมืองนั่นด้วย”

ด้านจิตแพทย์เผยว่า 32 ใน 33 คนของคนงานถูกวินิจฉัยว่าเป็น PTSD บางคนมีอาการฝันร้าย บางคนใช้ความรุนแรงกับลูกและภรรยา และมีอยู่คนหนึ่งที่พยายามก่ออิฐล้อมรอบบ้านของตนเอง

ผลกระทบทางใจหลังออกจากถ้ำ
ภาพถ่ายจากกล้องวิดีโอภายในเหมืองแสดงให้เห็นถึงวิธีการขนย้ายคนงานออกไปทีละคนผ่านแคปซูล
ภาพถ่ายโดย Reuters

สำนักข่าว Express ของสหราชอาณาจักรติดตามชีวิตของคนงานเหล่านี้หลังผ่านเหตุการณ์ไปแล้ว 5 ปี พวกเขาพบว่าคนงานบางส่วนใน 33 คนยังคงกลับไปทำงานเหมืองเช่นเดิม บางคนพยายามประกอบอาชีพใหม่ บางคนเผชิญกับการติดแอลกอฮอล์ และยาเสพติด ในขณะที่ส่วนใหญ่เล่าว่าพวกเขายังคงขวัญผวา และเจ็บปวดกับฝันร้ายจากเหตุการณ์

มาริโอ เซพัลเวดา อดีตคนงานเหมืองชิลีผู้ส่งคลิปวิดีโอสั้นๆ ให้กำลังใจทีมหมูป่าอะคาเดมีทั้ง 13 คนที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงว่าให้ทุกคน “สู้ต่อไป และเข้มแข็งเอาไว้!” ให้สัมภาษณ์ว่าตัวเขาต้องต่อสู้กับความรู้สึกอยากฆ่าตัวตายของตนเอง “ผู้คนเห็นภาพเจ้าหน้าที่ช่วยเราขึ้นมาได้และคิดกันว่านรกสิ้นสุดเสียที” เขากล่าว “อันที่จริงมันเพิ่งจะเริ่มเท่านั้น”

เซพัลเวดาเล่าให้ฟังว่า พวกเขารู้สึกว่าถูกใช้ประโยชน์ จากนั้นก็ทอดทิ้งในเวลาต่อมา โดยบริษัทเหมืองที่ปัดสาเหตุที่เกิดขึ้นไปให้ภัยธรรมชาติ หรือนักการเมืองที่ใช้ปฏิบัติการดังกล่าวเรียกคะแนนนิยมให้ตนเอง ไปจนถึงทนายความที่กันเขาออกจากสิทธิ และการชดเชยที่พวกเขาได้รับ

“ทุกคนได้ประโยชน์จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยกเว้นเรา” เซพัลเวดากล่าว “หลังเหตุการณ์พวกเขาพาเราไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์ หรือเยี่ยมชมสนามของแมนเชสเตอร์ยูไนเตด พาเราไปออกรายการ แต่ไม่ได้ช่วยให้เรามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น” (5 ปีหลังเหตุการณ์คนงานหลายคนยังคงมีฐานะยากจนไม่ต่างจากเดิม)

ผลกระทบทางใจหลังออกจากถ้ำ
Alex Vega วัย 31 ปี คนงานเหมืองเดินออกมาจากแคปซูล เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2010 หลังติดอยู่ใต้เหมืองมานาน 69 วัน
ภาพถ่ายโดย Hugo Infante

ด้าน Edison Pena คนงานเหมืองอีกคนต้องเผชิญกับโรคซึมเศร้า เข้าออกสถานบำบัด เผยว่าการหางานกลายเป็นเรื่องยาก เนื่องจากหลายบริษัทเชื่อว่าผลกระทบทางจิตใจที่เกิดขึ้นนั้นจะกระทบต่องานไปด้วย ในขณะที่เหมืองอื่นๆ เองก็กังวลว่าการจ้างอดีตผู้ประสบภัยเหล่านี้จะดึงดูดความสนใจมากเกินไป และอาจนำมาซึ่งปัญหาอื่นๆ ในอนาคต

 

เยียวยาจิตใจ

สำนักข่าว newscientist เคยลงบทวิเคราะห์ไว้ว่า คนงานเหมืองเหล่านั้นอาจเผชิญกับความเจ็บป่วยทางจิตใจเมื่อเรื่องราวของพวกเขาค่อยๆ จางหายไปจากสื่อ และความสนใจของโลก

“เมื่อแสงไฟจากสื่อไม่ได้ฉายไปที่พวกเขาแล้ว โลกก็จะลืมพวกเขาอย่างรวดเร็ว แต่ตัวเขาเองไม่มีวันลืม” Sheryl Bishop นักจิตวิทยาสังคมจากมหาวิทยาลัยเท็กซัส ผู้เชี่ยวชาญการเอาชีวิตรอดในสภาพแวดล้อมที่รุนแรงกล่าว พร้อมระบุว่าหากการสนับสนุนต่างๆ จากหน่วยงานและรัฐบาลจางหายไปด้วย ก็จะยิ่งทำให้พวกเขารู้สึกว่าตนถูกทอดทิ้งมากยิ่งขึ้น

ผลกระทบทางใจหลังออกจากถ้ำ
Laurence Golborne รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเหมืองแร่ของชิลีออกแถลงต่อสื่อมวลชนก่อนเริ่มปฏิบัติการกู้ภัยช่วยเหลือคนงาน 33 คนด้วยแคปซูล
ภาพถ่ายโดย Rodrigo Arangua

สำหรับในกรณีของถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน พญ.วิมลรัตน์ วันเพ็ญ รองผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ให้คำแนะนำว่า เมื่อผู้ประสบภัยทั้ง 13 คนออกมาจากถ้ำได้แล้ว สำคัญมากที่ต้องหลีกเลี่ยงการถามถึงเหตุการณ์ซ้ำๆ เนื่องจากเป็นการตอกย้ำถึงความโหดร้ายที่เกิดขึ้น พร้อมระมัดระวังไม่ให้น้องๆ เสพโซเชียลมากเกินไปเนื่องจากมีทั้งคนชื่นชม และคนตำหนิ เสียงวิพากษ์วิจารณ์อาจนำไปสู่ความเจ็บป่วยทางจิตใจที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตในระยะยาวได้

ทั้งนี้อาการ PTSD อาจไม่ได้เกิดขึ้นกับเด็กทุกคน เนื่องจากแต่ละคนมีพื้นฐานชีวิต และการรับมือทางอารมณ์ที่ต่างกัน แต่เป็นเรื่องปกติที่ผู้ประสบภัยจะเกิดความเครียดในช่วงแรก การประเมินสุขภาพจิตในระยะยาวจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องคอยติดตามอย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าเหตุการณ์จะจบลงไปแล้วก็ตาม รวมไปถึงสุขภาพจิตของครอบครัวด้วยเช่นกัน เพื่อป้องกันไม่ให้พ่อแม่โทษตัวเองว่าเลี้ยงลูกได้ไม่ดี หรือเป็นสาเหตุของเรื่องทั้งหมด

 

อ่านเพิ่มเติม

ศึกษาภาพสามมิติของถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน โดยจิสด้า

 

แหล่งข้อมูล

Chile’s rescued miners: the psychological after-effects

Psychological Issues For Trapped Miners

Underground, Under the Weather

What became of the Chilean miners five years on?

A Year Later, Chilean Miners Sift Through Trauma

การรักษาโรค PTSD

PTSD คืออะไร อาการความเครียดหลังจากเหตุการณ์สะเทือนใจ (POST-TRAUMATIC STRESS DISORDER)

จิตแพทย์เด็ก แนะวิธีเยียวยาจิตใจ 13ชีวิตทีมหมูป่า หลังออกจากถ้ำหลวง

เรื่องแนะนำ

ไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ เป็นสัตว์ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่มีมาบนโลก

ไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ เป็นสัตว์ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่มีมาบนโลก ชื่อของซอโรพอดสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งถูกค้นพบ ไม่เพียงแต่เป็นไดโนเสาร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่านั้น แต่มันยังเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาบนโลกอีกด้วย ข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์ที่มีต่อขนาดอันใหญ่โตมโหฬารของเจ้าสิ่งมีชีวิตชนิดนี้ ผู้เคยย่ำเท้าไปบนผืนแผ่นดินของอาร์เจนตินาในปัจจุบัน ในยุคครีเตเชียส ไดโนเสาร์ตัวนี้มีนามว่า Patagotitan Mayorum เป็นไดโนเสาร์กืนพืชพันธุ์คอยาวที่มีชีวิตอยู่เมื่อ 102 ล้านปีก่อน ขนาดของมันยาวถึง 120 ฟุต และมีน้ำหนักมากถึง 69 ตัน หรือเทียบเท่ากับน้ำหนักของช้างแอฟริกันจำนวน 12 เชือกรวมกัน ด้วยคุณสมบัติดังกล่าว ส่งผลให้มันเป็นไดโนเสาร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดบนโลกเท่าที่เคยมีมา ใหญ่กว่า Dreadnoughtus ที่ถูกค้นพบก่อนหน้านี้ เมื่อโฮเซ ลูอิส และ ดีเอโก โป นักบรรพชีวินวิทยา จากพิพิธภัณฑ์ Egidio Feruglio Paleontology ค้นพบบางส่วนของฟอสซิลมันเข้า ในฟาร์มแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคพาทาโกเนีย ทางตอนใต้ของอาร์เจนตินา พวกเขารู้ได้ทันทีว่าเจ้าตัวนี้ต้องมีขนาดใหญ่เอามากๆ ทีมนักสำรวจใช้เวลามากกว่า 1 ปี ในการขุดเอาฟอสซิลออกมาอย่างระมัดระวัง เคนเนท ลาโควารา นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยโรวัน และเป็นผู้ค้นพบ Dreadnoughtus ถึงกับเห็นใจทีมงานเมื่อนึกถึงสิ่งที่พวกเขาต้องทำ “นึกถึงหยาดเหงื่อ แรงงานของพวกเขาสิที่ต้องสูญเสียไปกับการขุดเอากระดูกออกมาจากพื้นดิน ขนย้ายอย่างระมัดระวังที่สุดไปยังพิพิธภัณฑ์” […]

รู้จักกับ “เฮอร์ริเคน” เจ้าแห่งพายุ

รู้จักกับ เฮอร์ริเคน เจ้าแห่งพายุ แรงลมกรรโชก ฝนกระหน่ำ คลื่นกลืนกิน นี่คือสัญญาณมรณะของเฮอร์ริเคน … พายุเฮอร์ริเคน (hurricane) คือพายุหมุนเขตร้อนที่เกิดในมหาสมุทรแอตแลนติก เหนือทะเลแคริบเบียน อ่าวเม็กซิโก และในมหาสมุทรแปซิฟิก แถบฝั่งทะเลด้านตะวันตกของประเทศเม็กซิโก พายุเช่นเดียวกันนี้ที่เกิดขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกและในทะเลจีนใต้เรียกว่า ไต้ฝุ่น (typhoon) หากเกิดในอ่าวเบงกอลและมหาสมุทรอินเดียเรียกว่า ไซโคลน (cyclone) โดยพายุเฮอร์ริเคนลูกหนึ่งอาจปลดปล่อยพลังงานในหนึ่งวันเทียบเท่ากับระเบิดนิวเคลียร์ขนาดเล็กถึง 500,000 ลูก พายุเฮอร์ริเคนก่อตัวขึ้นในฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง  เมื่อดวงอาทิตย์ทำให้ผืนน้ำกว้างใหญ่ในเขตร้อนอุ่นขึ้นกว่า 27 องศาเซลเซียส (82 องศาฟาเรนไฮต์) อากาศที่อุ่นและชื้นลอยตัวสูงขึ้นเหนือจุดร้อนเหล่านี้ ทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ขณะที่อากาศในระดับสูงขึ้นไปและอากาศเหนือพื้นผิวมารวมตัวกัน ก่อให้เกิดรูปแบบการเคลื่อนที่แบบวงกลมของกลุ่มเมฆที่รู้จักกันในชื่อ พายุดีเปรสชัน (tropical depression) หรือพายุหมุนกำลังอ่อน เมื่อกำลังลมมีความเร็วมากกว่า 39 ไมล์ต่อชั่วโมง (62 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) พายุโซนร้อน (tropical storm) ก็ก่อตัวขึ้น และหากกำลังลมทวีขึ้นเป็น 74  ไมล์ต่อชั่วโมง (119 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) พายุเฮอร์ริเคนก็ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการ   ภายในพายุ แถบฝนยาวถึง […]

ฉลามจำนวนมากอยู่มานานเป็นร้อยปี

ทุกวันนี้ มนุษย์เราดูอ่อนกว่าอายุจริงกันหมด ในฉลามเองก็เช่นกัน เมื่อทศวรรษก่อน เริ่มมีการศึกษาอายุขัยของปลาฉลาม และนักวิทยาศาสตร์พบว่าพวกมันอาจมีอายุยืนยาวมากกว่าที่คิด ทุกวันนี้ข้อมูลใหม่จากผลการศึกษามากกว่า 50 ชิ้น ช่วยให้เราสามารถประเมินอายุขัยของบรรดาปลาฉลาม ปลากระเบน และปลากระดูกอ่อนได้ดียิ่งขึ้น ต้องขอขอบคุณวิธีการหาอายุด้วยคาร์บอนกัมมันตรังสีที่ช่วยให้การคาดคะเนอายุขัยมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แทนที่การนับการเจริญเติบโตของชั้นแคลเซียมบนข้อต่อกระดูกสันหลังแบบเดิมๆ รายงานจาก Alastair Harry นักวิทยาศาสตร์การประมงจากมหาวิทยาลัยเจมส์ คุก ในออสเตรเลีย ผลการศึกษาใหม่นี้ถูกเผยแพร่ลงในวารสาร Fish and Fisheries ชี้ว่าฉลามจำนวนมาก ตั้งแต่ฉลามขาวไปจนถึงฉลามเสือทรายและฉลามดัสกี้ล้วนตะลอนอยู่ในผืนมหาสมุทรมาแล้วหลายสิบปี ยาวนานกว่าที่เราคิดไว้ และเมื่อปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์เพิ่งจะค้นพบฉลามที่มีอายุมากที่สุดในโลก ที่น่านน้ำอันหนาวเย็นในทะเลอาร์กติก มันคือฉลามกรีนแลนด์ จากการตรวจสอบคาดว่าฉลามตัวนี้มีอายุ 272 ปี จากการตรวจสอบรายงานการศึกษาทั้ง 53 ชิ้น Harry เปิดเผยว่า ในฉลามที่ถูกศึกษาวิจัยนี้ มี 30% ที่อายุขัยถูกประเมินต่ำไป การประมาณอายุขัยของปลาฉลามนั้นแท้จริงแล้วค่อนข้างยุ่งยากอยู่พอตัว ก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์วัดอายุจากชั้นของแคลเซียมคาร์บอเนตภายในข้อต่อกระดูกสันหลังของฉลาม เช่นเดียวกับการนับวงปีของต้นไม้ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ว่านี้ไม่ต่างจากงานศิลปะ นักวิทยาศาสตร์ต้องเพ่งมองจำนวนที่แตกต่างกันและบางครั้งคำตอบที่ได้เป็นค่าเฉลี่ย ข้อมูลจาก George Burgess อดีตผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ ในฟลอริดาภาคการวิจัยฉลามกล่าว แต่ Harry […]

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2018 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.