9 เทคโนโลยีเปลี่ยนโลกของ อีลอน มัสก์ เศรษฐีนักประดิษฐ์

9 เทคโนโลยีเปลี่ยนโลกของอีลอน มัสก์ เศรษฐีนักประดิษฐ์

9 เทคโนโลยีเปลี่ยนโลกของ อีลอน มัสก์ เศรษฐีนักประดิษฐ์

72 ชั่วโมงผ่านไป หลังการประกาศของ อีลอน มัสก์ ซีอีโอจากบริษัทสเปชเอ็กซ์ และเทสลาว่าจะสร้างอุปกรณ์กู้ภัยช่วยทีมหมูป่าทั้ง 13 ชีวิตออกมาจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนให้ได้ ในที่สุดทั้งโลกก็ได้ยลโฉมหน้าตาของเจ้าเครื่องมือความยาว 6 ฟุต ความกว้าง 1 ฟุตที่ดัดแปลงมาจากท่อออกซิเจนเหลวจากจรวดฟอลคอน 9 ซึ่งเจ้าตัวเรียกมันว่า “เรือดำน้ำขนาดสำหรับเด็ก” พร้อมตั้งชื่อว่า “หมูป่า” เสียด้วย โดยวิดีโอการทดสอบอุปกรณ์กู้ภัยของเขานั้นมียอดเข้าชม และถูกแชร์ไปจำนวนมาก

มัสก์อธิบายว่าอุปกรณ์ของเขานั้นมีน้ำหนักเบามากพอที่นักประดาน้ำสองคนจะช่วยกันประคองไว้ได้ และมีขนาดเล็กพอที่จะลอดไปตามร่องหินของถ้ำ ที่สำคัญก็คือมันแข็งแรงและทนต่อแรงดันใต้น้ำได้อย่างมาก อีกทั้งภายในยังมีท่อต่อออกซิเจน และซับกันกระแทกระหว่างขนย้ายหากชนเข้ากับโขดหิน

และล่าสุด เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม อีลอน มัสก์และทีมงานได้เดินทางมาถึงประเทศไทยแล้ว พร้อมกับเรือดำน้ำหมูป่า ตัวเขาได้เข้าร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัย และยังได้มีโอกาสเข้าไปสำรวจยังโถง 3 ของถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนอีกด้วย

อย่างไรก็ดี แม้ว่าเรือดำน้ำหมูป่าจากมัสก์อาจจะไม่ได้ถูกนำมาใช้งานจริง เนื่องจากแผนการกู้ภัยในช่วงสองวันที่ผ่านมานั้นเป็นไปอย่างปลอดภัย และสำเร็จลุล่วงได้ตามแผนงาน แต่รายงานข่าวระบุว่ามัสก์ตั้งใจที่จะมอบอุปกรณ์ชิ้นนี้ไว้ในเมืองไทย เพื่อใช้ในการกู้ภัยในครั้งต่อๆ ไป หากเกิดเหตุการณ์ทำนองนี้ขึ้นอีก

ด้านเว็บไซต์ inc.com ลงบทวิเคราะห์ความช่วยเหลือของมัสก์ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยครั้งนี้ว่า ถึงแม้ว่าอุปกรณ์ที่ทางเทสลาผลิตขึ้นจะไม่ได้ถูกนำมาใช้งานจริง แต่ความพยายามอย่างมุ่งมั่นของเขาในการพาตัวผู้ประสบภัยออกมาคือหลักฐานบ่งชี้ว่าอีลอน มัสก์ คือยอดผู้นำที่แท้จริง ไม่แพ้ผู้นำที่น่ายกย่องคนอื่นๆ นั่นเป็นเพราะอุปกรณ์ชิ้นนี้จะสามารถช่วยชีวิตคนอื่นๆ ได้ในอนาคต จากวิดีโอการทดสอบที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าผู้ประสบภัยจะปลอดภัยเมื่ออยู่ในเรือดำน้ำหมูป่า นอกจากนี้มัสก์ยังระบุว่าอาจต่อยอดใช้สำหรับการขนส่งนักบินอวกาศออกจากยานได้อีกด้วย

อีกข้อที่สำคัญก็คือ เขาลุกขึ้นมาช่วยอย่างรวดเร็ว ข้อนี้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ของมัสก์ แม้ว่าขณะนี้เขาจะเผชิญกับปัญหาความล่าช้าของการผลิตรถยนต์เทสลา โมเดล 3 อยู่ก็ตาม แต่กลับเอาเวลามาสร้างเครื่องมือช่วยเด็กที่เขาไม่รู้จักในต่างประเทศ  โดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะได้ใช้จริงหรือไม่

และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มัสก์เต็มใจเข้าช่วยเหลือเมื่อเกิดวิกฤติขึ้น เมื่อปีที่ผ่านมามัสก์นำอุปกรณ์ผลิตกระแสไฟฟ้าจากแผงโซลาเซลล์เข้าไปช่วยติดตั้งให้แก่โรงพยาบาลเด็ก ในกรุงซานฮวน ของเปอร์โตริโกหลังได้รับผลกระทบจากพายุเฮอร์ริเคนทำให้ไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ อย่างไรก็ดีเช่นเดียวกับเหตุการณ์ในครั้งนั้น มีหลายคนลงความเห็นว่าการกระทำของเขามีขึ้นเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ตนเองและบริษัทหรือไม่? โดยเฉพาะกับเหตุการณ์ 13 ชีวิตที่ติดในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ซึ่งขณะนี้เพียบพร้อมไปด้วยความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ และผู้เชี่ยวชาญหลายแขนง

อีลอน มัสก์
แผงโซลาร์เซลล์ที่มัสก์ส่งไปช่วยผลิตไฟฟ้าให้แก่โรงพยาบาลในเปอร์โตริโก
ภาพถ่ายโดย Thehill.com

อีลอน มัสก์คือผู้ก่อตั้ง paypal เว็บไซต์บริการโอนเงินชื่อดัง และผู้ก่อตั้งบริษัท Space Exploration Technologies หรือสเปซเอ็กซ์ บริษัทเอกชนบริษัทแรกที่ปล่อยจรวดสู่อวกาศ นอกจากนี้เป็นผู้ก่อตั้ง Tesla Motors ซึ่งเป็นบริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอีกด้วย แต่ทั้งหมดนี้ต้องใช้เงินทุนอย่างมหาศาล

มัสก์เริ่มหาเงินครั้งแรกด้วยการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์จาก Commodore VIC-20 ที่เขาได้รับเป็นของขวัญ ตอนอายุ 9 ขวบ และเมื่ออายุ 12 ขวบ ก็สามารถเขียนเกมขึ้นมาเล่นเองที่ชื่อ Blaster ซึ่งสามารถขายได้ในราคา 500 เหรียญฯ (ราวๆ 15,500 บาท)

จุดเปลี่ยนแรกของมัสก์เกิดขึ้นตอนอายุ 17 ปี เขาได้ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่ประเทศแคนาดา และได้เข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย พร้อมคว้าปริญญาตรีพร้อมกันถึง 2 ใบในสาขาเศรษฐศาสตร์และฟิสิกส์ และได้ศึกษาต่อปริญญาเอกในสาขาฟิสิกส์และพลังงานที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด

ในขณะที่กำลังศึกษาต่อปริญญาเอก เขาได้ดรอปเรียน เพื่อก่อตั้งบริษัทแรกชื่อ Zip2 หลังจากนั้นไม่กี่ปี เขาก็ได้ขายกิจการทั้งหมดให้กับ บริษัทCompaq และนำเงินไปลงทุนในธุรกิจเกี่ยวกับการเงิน จนกระทั่งในเดือนมีนาคม ปี 2000 เขาก็ได้รวมกิจการกับ Confinity แล้วเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Paypal โดยมัสก์ดำรงตำแหน่งประธานบริษัทและซีอีโอของ Paypal ก่อนจะขายกิจการให้กับอีเบย์ โดยได้รับส่วนแบ่งเป็นจำนวน 180 ล้านเหรียญฯ ซึ่งเขาเอาเงินมาลงทุนในธุรกิจต่อ ได้แก่ สเปซเอ็กซ์ มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ, SolarCity และ Tesla Motors

และนอกเหนือจากเรือดำน้ำหมูป่าที่ทีมของเขาเพิ่งสร้างขึ้นแล้ว เหล่านี้คือ 9 เทคโนโลยีจากอีลอน มัสก์ ซึ่งพลิกโฉมของโลกไปสู่ความทันสมัย ทั้งยังสะท้อนตัวตนและแนวคิดของเขาให้เราได้รู้จักกับชายผู้นี้ดียิ่งขึ้น

“If something is important enough you should try, even if the probable outcome is failure.”

หากมีบางสิ่งบางอย่างที่มันมีค่ามากพอสำหรับคุณ คุณก็ควรลองพยายามลุยกันดูสักตั้ง แม้ว่าผลลัพธ์ที่คาดเอาไว้นั้น มันจะล้มเหลวก็ตามที – อีลอน มัสก์

 

เทสลามอเตอร์

เมื่อพูดถึงมัสก์ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะมองข้ามรถยนต์ไฟฟ้าเทสลา หนึ่งในสินค้าที่โด่งดังที่สุด ยานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบนี้โดดเด่นตรงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าของเทสลา รุ่นโมเดล 3 ที่กำลังจะเปิดตัวในอนาคต เทคโนโลยีของพวกเขายังก้าวไปอีกขั้นด้วยระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ สนนราคาเริ่มต้นที่ 35,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 1 ล้านบาท ซึ่งถือว่าถูกที่สุดเมื่อเทียบกับรถยนต์รุ่นอื่นของเทสลา

อีลอน มัสก์
หน้าตาของรถยนต์ไฟฟ้าเทสลา ภาพถ่ายโดย Tesla

 

สเปซเอ็กซ์

บริษัทเอกชนด้านการขนส่งทางอวกาศที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2002 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปยังอวกาศ และมีแผนระยะยาวคือการตั้งอาณานิคมบนดาวอังคาร ความโดดเด่นคือจรวจฟอลคอนของมัสก์ที่สามารถลงจอด และนำกลับมาใช้ได้ใหม่อีก ปัจจุบันสเปซเอ็กซ์รับหน้าที่ขนส่งสินค้าและอุปกรณ์ไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ ส่วนยานขนส่งผู้โดยสารจริงนั้นยังคงอยู่ระหว่างการพัฒนา

วิดีโอเบื้องหลังการปลดปล่อยจรวดฟอลคอนเฮฟวี (Falcon Heavy) ขึ้นสู่วงโคจรนอกโลกแล้ว โดยสเปซเอ็กซ์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา 

 

Paypal

บริการธนาคารออนไลน์ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1999 ระบบการจ่ายเงินในรูปแบบที่ไม่ต้องใช้เงินสด ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สังคมไร้เงินสดยังไม่บูมเสียด้วยซ้ำ โดย paypal จะทำหน้าที่เป็นคนกลางระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย และต่อมามัสก์ได้ขายบริษัทนี้ให้แก่อีเบย์ในจำนวนเงิน 5,775 ล้าบาท

 

Hyperloop

ไฮเปอร์ลูปคือระบบการขนส่งแบบใหม่ที่ภายในขบวนขนส่งเป็นท่อสูญญากาศ ช่วยให้ขับเคลื่อนได้เร็วเท่ากับความเร็วเสียง หรืออยู่ที่ 1,200 กม. ต่อชั่วโมง ซึ่งย่นระยะเวลาการเดินทางเดิมจากเป็นชั่วโมงเหลือเพียงไม่กี่นาที ปัจจุบันโครงการนี้กำลังอยู่ระหว่างการทดสอบเส้นทางในสหรัฐฯ และเชื่อกันว่าจะเป็นอนาคตของระบบขนส่งมวลชนที่มีศักยภาพมากที่สุด

อีลอน มัสก์
แบบจำลองระบบขนส่งมวลชนในอนาคตด้วยไฮเปอร์ลูป ภาพกราฟิกโดย NBC

 

SolarCity

ข้อดีของนวัตกรรมจากมัสก์ก็คือนอกเหนือจากช่วยให้ชีวิตของผู้คนสะดวกสบายขึ้นแล้ว เทคโนโลยีของเขายังนำมาซึ่งประโยชน์อื่นๆ อีกด้วย บริษัทโซลาร์ซิตี้ของเขาดำเนินการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์สำหรับบ้าน และสำนักงาน เพื่อลดปริมาณการใช้พลังงานจากถ่านหิน หรือน้ำมันไปผลิตกระแสไฟฟ้า และปัจจุบันเป็นบริษัทผลิตแผงโซลาร์เซลล์ที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ

 

มูลนิธิมัสก์

อีกหนึ่งความโดดเด่นไม่แพ้นวัตกรรมของมัสก์คิอการที่เขาก่อตั้งมูลนิธิที่ช่วยสนับสนุนผลักดันไอเดียดีๆ แต่ขาดแคลนเงินทุนของบรรดาคนรุ่นใหม่ให้เป็นจริง โดยมุ่งเน้นไปที่พลังงานทดแทน, การสำรวจอวกาศ ตลอดจนการแก้ไขปัญหาโรคต่างๆ ในวัยเด็ก ทั้งยังสนับสนุนการศึกษาอีกด้วย

 

Web-based Phone Calls

ระบบที่ซับซ้อนกว่า Skype เล็กน้อย ไอเดียที่ให้คอมพิวเตอร์สามารถโทรหากันได้นี้เกิดขึ้นในปี 2002 และเขาต้องการให้ทุกอย่างสามารถดำเนินการได้ผ่านเว็บไซต์ โดยผู้ใช้เพียงแค่กรอกเบอร์ลงไป จากนั้นกดปุ่มโทร ระบบจะต่อสายไปยังคอลเซนเตอร์ให้ทันที

อีลอน มัสก์
แผนผังระบบ Web-based Phone Calls ของอีลอนมัสก์

 

Mahalo.com

Mahalo.com คือการรวมกันของ Quora, Wikipedia และ AskJeeves มัสก์ก่อตั้งขึ้นในปี 2007 เพื่อเป็นแพลตฟอร์มให้ผู้คนตั้งคำถาม และหาคำตอบ แต่โชคไม่ดีที่เว็บไซต์ไปได้ไม่ไกลนัก เนื่องจากหลังจากนั้นไม่นานกูเกิลก็พัฒนาระบบการค้นหาออกมา เว็บไซต์จึงเปลี่ยนแนวทางไปเป็น “how to” แทน

 

Location-specific searches

ทุกวันนี้เรารู้ดีว่าระบบแผนที่นำทางของกูเกิลนั้นเยี่ยมยอดแค่ไหน แต่ระบบเหล่านี้ทำไม่ได้เลยในยุคแรกที่เริ่มมีอินเตอร์เน็ต ในปี 1998  มัสก์เริ่มต้นไอเดียสร้างระบบที่มีเป้าหมายเพื่อป้อนข้อมูลอัตโนมัติแบบกว้างๆ ให้แก่ผู้ใช้งาน จนกว่าผู้ใช้งานจะเจอข้อมูลที่เหมาะสม หรือที่ตนต้องการ ระบบดังกล่าวนี้ช่วยให้ทราบได้ว่าในละแวกบ้านของเรามีร้านตัดเสื้อใดบ้าง โดยไม่ต้องค้นหาไปทีละร้าน ซึ่งเป็นต้นแบบที่กูเกิลใช้ในปัจจุบัน

 

อ่านเพิ่มเติม

ศึกษาผลกระทบทางใจหลังออกจากถ้ำผ่านเหตุการณ์ในชิลี

 

แหล่งข้อมูล

Elon Musk shares video of ‘kid-size’ submarine for Thai cave rescue

Elon Musk’s Rescue Submarine but It Shows Why He’s a Great Leader

Elon Musk Is Sending A Team of Engineers To Help Rescue Trapped Thai Boys

11 Great Inventions By Elon Musk That Are Changing The World We Live In

ELON MUSK ฉบับสมบูรณ์

ELON MUSK’S EARLY PATENTS BEFORE TESLA

 เขาคือใคร? 10 รู้จัก ‘Elon Musk’ ชายผู้ประกาศสงครามกับเจ้าพ่อเฟซบุ๊ก

ประวัติ Elon Musk ต้นแบบของ Iron Man ผู้มีความฝันที่จะรักษาเผ่าพันธุ์มนุษย์ด้วยการไปตั้งรกรากที่ดาวอังคาร

เรื่องแนะนำ

ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต ในระบบนิเวศ

การอาศัยอยู่ร่วมกันในระบบนิเวศต่างมีรูปแบบการปฏิสัมพันธ์ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งช่วยให้เกิด ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต และเกิดการปรับตัวร่วมกัน นอกเหนือไปจากความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกัน ทั้งที่อาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูงและดำรงชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวลำพัง ในระบบนิเวศยังมีการปฏิสัมพันธ์หรือความเกี่ยวข้องอีกหลากหลายรูปแบบเกิดขึ้น เมื่อมีสิ่งมีชีวิตหลายชนิดอาศัยอยู่ร่วมกันในพื้นที่ซึ่งมีอาณาบริเวณอันจำกัด มีปริมาณอาหาร น้ำดื่มและปัจจัยที่จำเป็นอีกมากมาย ซึ่งไม่สามารถรองรับและตอบสนองต่อความต้องการของทุกชีวิต  ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตต่างชนิด (Interspecific interactions) หมายถึง ความเกี่ยวข้องหรือสายสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นจากการอาศัยอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิตต่างชนิดในระบบนิเวศ โดยก่อให้เกิดทั้งภาวะของการพึ่งพาอาศัยกันและกัน การแก่งแย่งแข่งขัน หรือแม้แต่การเบียดเบียนสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นเพื่อความอยู่รอด ซึ่งความสัมพันธ์เหล่านี้ สามารถจำแนกออกเป็น 6 ประเภท โดยส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดในลักษณะที่แตกต่างกันออกไป เช่น เป็นประโยชน์ต่อกัน (+) เป็นโทษหรือภัยคุกคาม (-) และการไม่ได้รับผลกระทบและผลประโยชน์ใด ๆ (0) ดังนี้ ภาวะพึ่งพาอาศัยกัน (Mutualism : +/+) หมายถึง ความสัมพันธ์ระยะยาวของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิดที่อาศัยอยู่ร่วมกันในระบบนิเวศ โดยที่ทั้ง 2 ฝ่ายต่างได้รับผลประโยชน์จากความสัมพันธ์ในลักษณะนี้ ทำให้สิ่งมีชีวิตทั้ง 2 ชนิดไม่สามารถแยกตัวออกจากกันได้อีกเลยตลอดช่วงชีวิต เช่น  ไลเคน (Lichens) : สิ่งมีชีวิตที่เกิดจากการพึ่งพาอาศัยกันของราและสาหร่าย โดยที่ราทำหน้าที่ให้ความชุ่มชื้นและแร่ธาตุแก่สาหร่าย ขณะที่สาหร่ายทำหน้าที่สร้างอาหารให้ราผ่านกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช ไรโซเบียม […]

ทรัพยากรธรรมชาติ (Natural Resources)

ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องพึ่งพา และเป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตของทุกชีวิต นับตั้งแต่โลกถือกำเนิดขึ้นเมื่อกว่า 4,500 ล้านปีมาแล้ว ดาวเคราะห์ดวงนี้ ได้เกิดการวิวัฒนาการเรื่อยมาจนมีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต ทั้งพืช สัตว์ และมนุษย์ต่างล้วนพึ่งพาอาศัย “สสาร” หรือ “องค์ประกอบ” ในธรรมชาติเพื่อความอยู่รอด ทรัพยากรที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติโดยปราศจากการปรุงแต่งของมนุษย์หรือที่เรียกกันว่า “ ทรัพยากรธรรมชาติ ” (Natural Resources) ไม่ว่าจะเป็น ดิน หิน น้ำ อากาศและแร่ธาตุ สิ่งเหล่านี้ ล้วนก่อกำเนิดขึ้นจากการสรรค์สร้างของธรรมชาติ ซึ่งกลายมาเป็นปัจจัยพื้นฐานของทุกสรรพชีวิตบนโลก โดยที่มนุษย์ได้นำทรัพยากรธรรมชาติทั้งหลายมาใช้ประโยชน์ในหลากหลายด้าน ทรัพยากรธรรมชาติสามารถจำแนกออกได้เป็น 2 ประเภท คือ ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้ได้ไม่หมดสิ้นหรือสามารถทดแทนได้ (Renewable Resources) คือ ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วไม่สูญหายไปจากโลกใบนี้ เช่น แสงอาทิตย์ น้ำและอากาศ เนื่องจากมีวัฏจักรหรือกระบวนการทางธรรมชาติที่สามารถสร้างทรัพยากรดังกล่าวขึ้นมาทดแทนส่วนที่ถูกใช้งานไป โดยที่ทรัพยากรบางชนิดอาจใช้ระยะเวลาไม่ถึง 1 วัน ในกระบวนการเกิดใหม่ตามธรรมชาติ แต่ทรัพยากรบางชนิดอาจใช้เวลามากถึง 100 ปี เช่น ทรัพยากรป่าไม้ และสัตว์ป่า ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วหมดไป (Non-Renewable […]

แรงพยุง หรือแรงลอยตัว (Buoyant Force)

เรือเดินสมุทรน้ำหนักหลายร้อยตันสามารถลอยอยู่บนผิวน้ำได้ ด้วยหลักการของความหนาแน่นและ แรงพยุง แรงพยุง (Buoyant force) หรือ แรงลอยตัว คือแรงลัพธ์ของธรรมชาติที่เกิดจากการต่อต้านของของไหล (Fluids) ซึ่งเป็นได้ทั้งของเหลวและก๊าซ กระทำต่อวัตถุโดยรอบ หรือส่วนของวัตถุซึ่งจมอยู่ในของไหลนั้นๆ กับแรงโน้มถ่วง (Gravitational force) ของโลก ส่งผลให้วัตถุสามารถลอยตัวหรือจมลงในของไหลนั้นๆ โดยผลลัพธ์ของแรงพยุงที่มีต่อวัตถุซึ่งจมอยู่ในของไหล เกิดขึ้นได้ใน 3 ลักษณะ คือ วัตถุลอยตัว เกิดขึ้นเมื่อแรงพยุงของของไหลมากกว่าน้ำหนักของวัตถุ และเมื่อของไหลมีความหนาแน่นมากกว่าความหนาแน่นของวัตถุ วัตถุจมลง เมื่อแรงพยุงของของไหลน้อยกว่าน้ำหนักของวัตถุ และเมื่อของไหลมีความหนาแน่นน้อยกว่าความหนาแน่นของวัตถุ วัตถุลอยปริ่มที่ขอบของไหล หรือที่เรียกว่า “การลอยตัวเป็นกลาง” (Neutral buoyancy) เกิดสมดุลระหว่างแรงโน้มถ่วงและแรงพยุง เมื่อแรงพยุงและน้ำหนักของวัตถุเท่ากันหรือมีค่าใกล้เคียงกัน และเมื่อของไหลมีความหนาแน่นเท่ากับความหนาแน่นของวัตถุ ดังนั้น ความหนาแน่นจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการลอยตัวหรือจมลงของวัตถุในของไหล ความหนาแน่น (Density) คือ อัตราส่วนระหว่างมวล (Mass) และปริมาตร (Volume) ของวัตถุ ซึ่งในธรรมชาติหากวัตถุมีความหนาแน่นมากกว่าย่อมมีน้ำหนักมากกว่าในปริมาตรที่เท่ากัน โดยทั่วไปแล้ว เรามักคิดว่าวัตถุที่มีน้ำหนักมาก ควรจมลงในของเหลวมากกว่าวัตถุที่มีน้ำหนักเบากว่า แต่ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์นั้น หากวัตถุมีน้ำหนักเท่ากัน แต่มีความหนาแน่นและขนาดที่ต่างกัน หรือทำมาจากวัสดุที่ต่างกัน […]

การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ และวงกลม

การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ และวงกลม เป็นการเคลื่อนที่รูปแบบหนึ่งของวัตถุที่มนุษย์สร้างขึ้นโดยมีการเคลื่อนที่ไปพร้อมกันทั้ง 2 มิติ การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ (Projectile Motion)  คือ การเคลื่อนที่ของวัตถุในวิถีโค้ง ซึ่งประกอบด้วยการเคลื่อนที่ในแนวระดับจากแรงกระทำต่อวัตถุและการเคลื่อนที่ในแนวดิ่งจากอิทธิพลของแรงดึงดูดโลก ซึ่งก่อให้เกิดการเคลื่อนที่ของวัตถุอย่างอิสระไปพร้อมกันในทั้ง 2 มิติ เช่น การเคลื่อนที่ของวัตถุที่ถูกขว้างออกไปในอากาศ หรือการยิงลูกธนูไปยังเป้าหมาย ลักษณะทั่วไปของ การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ มีแนวการเคลื่อนที่วิถีโค้งแบบ “พาราโบลา” (Parabola) มีการกระจัดใน 2 ลักษณะเกิดขึ้นที่ในเวลาเดียวกันและเป็นอิสระต่อกันคือ การกระจัดในแนวระดับ คือ การเคลื่อนที่ของวัตถุภายใต้ความเร็วคงที่ในแนวราบ วัตถุต้องมีความเร็วเริ่มต้นหรือได้รับแรงกระทำจากภายนอก และการกระจัดในแนวดิ่ง คือ การเคลื่อนที่ของวัตถุภายใต้ความเร่งคงที่ จากแรงโน้มถ่วงของโลก เช่นเดียวกับการตกอย่างเสรีของวัตถุในอากาศ วัตถุใช้เวลาในการเคลื่อนที่ทั้งในแนวระดับและในแนวดิ่งเท่ากัน ข้อเท็จจริงจากการทดลอง การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ประกอบด้วยการเคลื่อนที่ในระดับและแนวดิ่งที่เป็นอิสระต่อกัน ซึ่งมีความหมายว่าความเร็วเริ่มต้นในแนวระดับ ไม่มีผลต่อการเคลื่อนที่ในแนวดิ่งแต่อย่างใด หากทำการทดลองโดยการปล่อยวัตถุตกลงสู่พื้นในแนวดิ่งและขว้างวัตถุออกไปในแนวระนาบ ณ ที่ระดับความสูงเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการขว้างด้วยแรงกระทำเท่าใด วัตถุดังกล่าวจะตกถึงพื้นพร้อมกันเสมอ  ดังนั้น จึงสามารถสรุปได้ว่า การเคลื่อนที่ของวัตถุแบบโพรเจกไทล์ เกิดขึ้นจากแรงดึงดูดของโลกเพียงแรงเดียว โดยมีขนาดของความเร็วเริ่มต้นและมุมกระทบที่ส่งผลต่อระยะทางการเคลื่อนที่ของวัตถุในแนวระดับ การเคลื่อนที่แบบวงกลม (Circular Motion) คือ การเคลื่อนที่ 2 […]