ชั่วโมงต้องมนต์แห่งการพักผ่อน - National Geographic Thailand

ชั่วโมงต้องมนต์แห่งการพักผ่อน

ชั่วโมงต้องมนต์แห่ง การพักผ่อน

ผู้คนส่วนใหญ่เชื่อว่าการทำกิจกรรมต่างๆ โดยใช้เวลา 8 ชั่วโมงนั้นเหมาะสมที่สุด ไม่ว่าจะเป็นทำงาน 8 ชั่วโมง ผ่อนคลาย 8 ชั่วโมง และนอนหลับ 8 ชั่วโมงต่อคืน แต่สำหรับผู้คนบางส่วนอาจต้องการมากกว่านั้น และคนอีกส่วนหนึ่งก็กล่าวว่านอนหลับแค่ 4-5 ชั่วโมงก็เพียงพอแล้ว

แล้วสมองของคนเรานั้นสั่งการให้นอนหลับพักผ่อน 8 ชั่วโมงจริงหรือไม่? หรือแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล?              

ลองมาดูคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญทั้ง 5 ท่าน

  1. Chelsie Rohrscheib, นักประสาทวิทยา

การนอนหลับเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะหากเราอดนอนติดต่อกันเป็นเวลานาน ผลเสียต่อสุขภาพก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากช่วงเวลาที่เรานอนนั้น ระบบการทำงานของสมองและร่างกายบางส่วนจะทำงานได้ดีกว่าตอนที่เราตื่น

ทั้งนี้จำนวนชั่วโมงการนอนหลับของแต่ละบุคคลก็มักแตกต่างกันออกไป เพราะสำหรับผู้คนบางประเภทที่ได้รับ การพักผ่อน เป็นเวลา 7 ชั่วโมงก็มักจะรู้สึกสดชื่นหลังจากตื่นนอน แต่สำหรับคนอีกกลุ่มหนึ่งอาจต้องการพักผ่อนอย่างน้อย 9 ชั่วโมงจึงจะดีที่สุด แต่สำหรับบุคคลซึ่งรู้สึกว่า สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากได้รับการพักผ่อนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงมักมีความเชื่อมโยงเกี่ยวกับพันธุกรรม และนับเป็นสิ่งที่หาได้ยาก ดังนั้นการให้สมองของคุณกำหนดชั่วโมงการนอนหลับที่คุณต้องการจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด โดยไม่ต้องคำนึงถึงความเชื่อที่ว่าการนอน 7-9 ชั่วโมงนั้นเหมาะสม

ผลสรุปชั่วโมงที่เหมาะสม: ไม่ระบุ

การนอนเป็นกระบวนการเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยเป็นการเพิ่มจำนวนของเม็ดเลือดขาว ซึ่งเม็ดเลือดขาวมีหน้าที่ยับยั้งเชื้อโรคที่จะเข้ามาทำอันตรายต่อร่างกายของเรา

  1. Crystal Grant, ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการนอน

งานวิจัยพบว่าจำนวนชั่วโมงของการพักผ่อนซึ่งจำเป็นต่อร่างกายมีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล โดยผู้ที่มีอายุระหว่าง 18-64 ปีต้องนอนหลับพักผ่อนอย่างน้อย 7-9 ชั่วโมงต่อคืน และวิธีกำหนดจำนวนชั่วโมงที่เหมาะสมคือ การใส่ใจกับความรู้สึกเป็นหลัก เช่น ภาวะด้านอารมณ์ ความกระปรี้กระเปร่า หรือสภาวะต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับสุขภาพโดยรวม หากคุณเกิดอาการง่วงหงาวหาวนอนในระหว่างวัน หรือต้องการคาเฟอีนมากเป็นพิเศษ แสดงว่าคุณควรเพิ่มปริมาณชั่วโมงการนอนให้มากขึ้นกว่าปกติ เช่น จากเดิมนอน 7 ชั่วโมง อาจเพิ่มขึ้นเป็น 9 ชั่วโมงบ้างในบางคืน

ผลสรุปชั่วโมงที่เหมาะสม: 7-9 ชั่วโมง

ไม่ควรออกกำลังกายก่อนนอน แต่ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอในระหว่างวัน และห่างจากเวลาเข้านอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง

  1. Gorica Micic, ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการนอน

ผลการศึกษาระบุว่า การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอจำเป็นต่อสุขภาพและชีวิตการเป็นอยู่ ซึ่งผู้ใหญ่มักต้องการพักผ่อน 7- 9 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ โดยเปอร์เซ็นส่วนน้อยที่มักต้องการจำนวนที่น้อยกว่าหรือมากกว่านี้ แต่ค่าเฉลี่ยส่วนใหญ่ค่อนข้างมีความเชื่อที่ว่า 8 ชั่วโมงนั้นเหมาะสมที่สุด ซึ่งมันไม่จำเป็นเสมอไป

ตัวบ่งชี้ที่ดีที่สุดคือ ความรู้สึกในระหว่างวัน ซึ่งสามารถเป็นตัวตัดสินว่าร่างกายของคุณได้รับการพักผ่อนเพียงพอจริงหรือไม่ หากคุณรู้สึกอ่อนเพลียคุณอาจต้องนอนเพิ่มมากขึ้น โดยความต้องการการพักผ่อนของคนทั่วไปมักลดลงตามอายุ ดังนั้นทารกแรกเกิดอาจต้องการนอนหลับระหว่าง 12-18 ชั่วโมง ในขณะที่ผู้สูงวัยอาจต้องการเพียง 6 หรือ 7 ชั่วโมงเท่านั้น

ผลสรุปชั่วโมงที่เหมาะสม: 7-9 ชั่วโมง

ก่อนเข้านอนควรกินขนมปังโฮลวีต เผือก หรือมันเทศ เพราะจะทำให้ร่างกายสร้างสารที่มีชื่อว่า สารเซโรโทนิน (serotonin) ซึ่งส่งผลให้นอนหลับสบายยิ่งขึ้น

  1. Hailey Meaklim, นักจิตวิทยา

คำกล่าวที่ว่า ทุกคนต้องการหลับพักผ่อนเป็นจำนวน 8 ชั่วโมงนั้นสัมพันธ์กับการปฏิวัติอุตสาหกรรม – ทำงาน 8 ชั่วโมง พักผ่อนหย่อนใจ 8 ชั่วโมง และนอนหลับ 8 ชั่วโมง ทั้งนี้ในส่วนของพันธุกรรม อายุ ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม และพฤติกรรมเหล่านี้ ก็ถือเป็นตัวบ่งชี้จำนวนชั่วโมงการนอนหลับที่คุณต้องการได้ เพราะสำหรับบางคนนั้นการนอนหลับ 8 ชั่วโมงนั้นอาจไม่เพียงพอ แต่สำหรับบางคนอาจรู้สึกว่ามันมากไปเสียด้วยซ้ำ

สำหรับคนบางส่วนอาจมีประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างดี หากได้รับการพักผ่อนอย่างน้อย 6 ชั่วโมงแต่ผลเสียที่ตามมาคือ อาการนอนไม่หลับหากตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะต้องนอนให้ครบ 8 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม แนวทางปัจจุบันจึงแนะนำให้ผู้ใหญ่ควรพักผ่อน 7 ชั่วโมงต่อคืนเป็นประจำ เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพ เช่น โรคหัวใจหรือโรคซึมเศร้า ดังนั้นเราจึงควรพักผ่อนอย่างน้อย 7 ชั่วโมงอย่างสม่ำเสมอ และควรพบแพทย์บ้างบางคราว หากคุณมีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ หรือความเหนื่อยล้าจากการทำงาน

ผลสรุปชั่วโมงที่เหมาะสม: 7 ชั่วโมง

การพักผ่อนให้เพียงพอช่วยทำให้ระบบการย่อยอาหารเป็นทำงานเป็นปกติ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในระดับคงที่ เพราะหากระดับน้ำตาลในเลือดสูงจะส่งผลให้เราแก่เร็วขึ้น

  1. Stephanie Centofanti, นักจิตวิทยา

เรามักจะได้ยินเสมอว่า 8 ชั่วโมงนั้นวิเศษที่สุด แต่ความเป็นจริงนั้น ความต้องการในเรื่องการนอนช่างแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ผู้ใหญ่ส่วนมากต้องการการนอนหลับ 7-9 ชั่วโมง แต่อย่างน้อย 6 ชั่วโมงอาจเพียงพอสำหรับบางคนและคนบางประเภทอาจต้องการเวลาสูงถึง 10 ชั่วโมง

สิ่งที่จำเป็นต้องรู้ก็คือ การนอนหลับเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงวัย บรรดาเด็กและวัยรุ่นต้องการชั่วโมงการพักผ่อนที่มากกว่าผู้ใหญ่ และเมื่อเราอายุมากขึ้นเราอาจจะต้องนอนน้อยลงเรื่อยๆ ทั้งนี้การอดนอนก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีนัก เพราะอาจส่งผลให้เกิดความเครียดสะสมและอาการเหนื่อยล้าได้

ผลสรุปชั่วโมงที่เหมาะสม: 7-9 ชั่วโมง

 

(9 เคล็ดลับที่ช่วยให้คุณตื่นนอนได้เร็วขึ้น)

 

คำตอบจากผู้เชี่ยวชาญทั้ง 5 ท่านส่วนใหญ่เห็นพ้องว่า การนอนหลับ 7-9 ชั่วโมงส่งเสริมประสิทธิภาพในการทำงานของทั้งสมองและร่างกายได้ดีที่สุด ทั้งนี้พฤติกรรมช่วงระหว่างวัน ไม่ว่าจะเป็นเวลาทำงานหรือตอนทำกิจกรรมต่างๆ ถือเป็นตัวตัดสินได้ว่า ในช่วงเวลากลางคืนนั้น คนเราควรพักผ่อนกี่ชั่วโมงให้เพียงพอต่อการดำเนินชีวิตในวันต่อไป ที่สำคัญคือไม่ควรอดนอนติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะอาจก่อผลเสียทั้งทางด้านสมอง ร่างกาย และจิตใจ เพราะการนอนหลับพักผ่อนถือเป็นกระบวนการหนึ่งของระบบในร่างกายที่สำคัญไม่แพ้กับกระบวนการอื่นๆ

 

***แปลและเรียบเรียงโดย กุลธิดา ปัญญาเชษฐานนท์
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย 


อ่านเพิ่มเติม

อยากนอนหลับใช่ไหม ลองอ่านเรื่องนี้สิ

 

เรื่องแนะนำ

สารอาหารใดบ้างที่มีส่วนช่วยให้ สมอง ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

สารอาหารเหล่านี้ต่างมีส่วนช่วยในการประมวลผลของ สมอง ให้สามารถทำงานได้อย่างราบรื่น ว่าแต่สารอาหารเหล่านั้นมีอะไรบ้าง ไปหาคำตอบกัน

ม้าป่าเปรวาสกี้แท้จริงสืบเชื้อสายจากม้าบ้าน

เดิมเคยเชื่อกันว่าสายพันธุ์ม้าป่าเปรวาสกี้หรือม้าป่ามองโกลเป็นสายพันธุ์ม้าป่าเพียงพันธุ์เดียวที่ยังหลงเหลืออยู่ แต่ผลการศึกษาใหม่เผยให้เห็นว่าพวกมันสืบเชื้อสายมาจากม้าบ้าน

เพิ่มพลังต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง

ปัจจุบัน การบำบัดด้วยภูมิคุ้มกัน (immunotherapy) เป็นสาขาที่กำลังมาแรงที่สุด ด้วยการส่งเซลล์ที (T cell) ออกไปไล่ล่าและสังหารผู้บุกรุกแปลกปลอมอย่างเซลล์มะเร็ง

เลเซอร์ : เทคโนโลยีเพื่อภาพคมชัดจากเบื้องบน

เลเซอร์ : เทคโนโลยีเพื่อภาพคมชัดจากเบื้องบน ภาพถ่ายดาวเทียมช่วยให้เราเห็นโลกจากเบื้องบน แต่เทคโนโลยีที่อยู่ใกล้โลกอย่าง เลเซอร์ กลับช่วยให้เรามองเห็นรายละเอียดได้มากกว่า และนี่คือที่มาของนวัตกรรมเพื่อเมืองที่อาศัยเลเซอร์ในการสร้างภาพ เทคโนโลยีสำรวจทางอากาศที่เรียกว่าไลดาร์ (LIDAR ย่อมาจาก Light Detection and Ranging) ทำงานโดยการยิงแสงเลเซอร์จากเครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ หรือโดรน จากนั้นเครื่องมือจะรับข้อมูลที่สะท้อนกลับจากพื้นผิวเบื้องล่าง ในอดีต ความละเอียดสูงสุดที่ได้จากไลดาร์อยู่ที่ราว 50 จุดต่อตารางเมตร แต่ทีมนักวิจัยที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์กสามารถเพิ่มความละเอียดได้ถึง 335 จุดต่อตารางเมตร ส่งผลให้ได้ภาพจากเบื้องบนโดยเฉพาะพื้นที่ในเขตเมืองที่มีรายละเอียดมากกว่าที่ผ่านมา  ถึงขนาดเห็นรอยแตก ขอบถนน และรายละเอียดด้านหน้าของตึกรามบ้านช่อง ไลดาร์ไม่เพียงให้ภาพมุมสูง แต่ยังเผยภาพรูปทรงเรขาคณิตความละเอียดสูงของเมืองที่ดูราวกับเคลื่อนไหว ความลาดชันน้อยๆ บนทางเท้าสามารถบอกได้ว่า น้ำที่ท่วมขังจะไหลไปทางใด และอนุภาคที่รวมตัวกันเป็นกระจุกอาจหมายถึงมลพิษทางอากาศ ภาพจากไลดาร์ที่เห็นนี้มาจากย่านใจกลางเมืองดับลิน เมืองหลวงของไอร์แลนด์ “สมมุติว่าคุณทำงานด้านสาธารณสุขและรู้ว่า ย่านใดย่านหนึ่งของเมืองมีคนป่วยด้วยโรคหอบหืดมาก” เดบรา เลเฟอร์ อาจารย์ด้านสารสนเทศเขตเมืองที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก บอกและเสริมว่า คุณสามารถมองหาบริเวณที่รถบรรทุกจอดติดเครื่องยนต์อยู่ มลพิษเหล่านั้นไปไหน เราจะสามารถเปลี่ยนพืชพรรณบนหลังคาอาคารต่างๆ  ปรับเปลี่ยนเส้นทางการไหลของน้ำ ไปจนถึงถนนที่รถบรรทุกใช้งาน แม้การรวบรวมข้อมูลจากทางอากาศจะมีค่าใช้จ่ายสูง แต่เครื่องสแกนไลดาร์ที่ใช้การยิงเลเซอร์สามารถติดตั้งกับอากาศยานที่ใช้งานในภารกิจอื่นๆ ได้ เช่น เฮลิคอปเตอร์ตำรวจหรือหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน เป็นต้น […]

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.