องค์ประกอบหลักของโลก ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง และมีส่วนส่งเสริมการมีชีวิตอย่างไร

องค์ประกอบหลักของโลก : แผ่นดิน ผืนน้ำ และบรรยากาศ

อุทกภาค (Hydrosphere)

คือส่วนประกอบที่เป็นเอกลักษณ์ของโลก ระบบของน้ำ น้ำบนพื้นผิวโลกทั้งน้ำจืด (ร้อยละ 3) และน้ำเค็ม (ร้อยละ 97) ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำ ทะเลสาบ ลำธาร หรือมหาสมุทร รวมไปถึงแหล่งน้ำบาดาล ธารน้ำแข็งและน้ำในสถานะอื่นๆ (Cryosphere) โลกของเราประกอบด้วยน้ำถึงร้อยละ 71 ก่อให้เกิดวัฏจักรน้ำ (Water cycle) การหมุนเวียนของน้ำที่ทำให้เกิดการถ่ายเทพลังงาน การละลายของสสารและการนำพาแร่ธาตุต่างๆ จนกลายเป็นจุดกำเนิดของสิ่งมีชีวิต

วัฏจักร, น้ำ, การหมุนเวียนน้ำ
วัฎจักรน้ำ

ชั้นบรรยากาศ (Atmosphere)

คือ ส่วนที่เป็นก๊าซรอบนอกของดาวเคราะห์ ซึ่งคงสภาพอยู่ได้จากแรงดึงดูดของโลก มีองค์ประกอบหลัก คือ ไนโตรเจน (ร้อยละ 78) ออกซิเจน (ร้อยละ 21) อาร์กอน (ร้อยละ 0.9) และธาตุอื่นๆ รวมถึงไอน้ำ (ร้อยละ 0.1) ซึ่งบรรยากาศโลกแบ่งออกเป็น 5 ชั้น ได้แก่

1) โทรโพสเฟียร์ (Troposphere) เป็นชั้นบรรยากาศชั้นล่างสุด ตั้งแต่พื้นดินจนถึงที่ระดับความสูงราว 15 กิโลเมตร เป็นชั้นบรรยากาศที่มีความหนาแน่นที่สุด มีมวลอากาศถึงร้อยละ 80 และมีไอน้ำเป็นองค์ประกอบหลัก จึงทำให้เกิดปรากฏการณ์บนท้องฟ้าต่างๆ เช่น เมฆ พายุ และฝน มีสภาพอากาศรุนแรง จากมวลอากาศหนาแน่น การเปลี่ยนสถานะของน้ำ และอิทธิพลทางภูมิศาสตร์ของพื้นผิวโลก

โทรโพสเฟียร์เป็นชั้นที่มีอุณหภูมิลดลงตามระดับความสูง เนื่องจากมีพื้นผิวโลกซึ่งดูดกลืนแสงจากดวงอาทิตย์ แล้วแผ่รังสีอินฟราเรด (Infrared) ออกมา เป็นแหล่งกำเนิดความร้อน จนกระทั่งถึงที่ระยะความสูง 12 กิโลเมตร อุณหภูมิจะคงที่ที่ – 60 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นรอยต่อชั้นบนที่เรียกว่า “โทรโพพอส” (Tropopause)

เมฆประเภทต่างๆ ที่อยู่บนท้องฟ้า

2) สตราโทสเฟียร์ (Stratosphere) ชั้นที่ 2 ซึ่งอยู่ถัดขึ้นไปจากโทรโพสเฟียร์ จนถึงที่ระดับความสูงราว 50 กิโลเมตร เป็นชั้นที่มีอากาศเบาบาง ไม่มีเมฆ พายุหรือปรากฏสภาพอากาศรุนแรง มีเพียงความชื้น ผงฝุ่น และโอโซนหนาแน่น ซึ่งช่วยดูดกลืนรังสี UV จากดวงอาทิตย์ สตราโทสเฟียร์เป็นชั้นที่สงบ ส่งผลให้เครื่องบินเดินทางในชั้นนี้

3) มีโซสเฟียร์ (Mesosphere) ถัดขึ้นไปจากสตราโทสเฟียร์ จนถึงที่ระดับความสูงราว 85 กิโลเมตร เป็นชั้นที่มีอากาศเบาบางมาก มีมวลอากาศเพียงร้อยละ 0.1 เท่านั้น แต่ก็เพียงพอที่จะสร้างความเสียดทานให้อุกกาบาตให้เกิดการลุกไหม้ได้ โดยมีโซสเฟียร์มีส่วนบนสุดของชั้นที่เรียกว่า “มีโซพอส” (Mesopause) ซึ่งเป็นส่วนที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดที่ – 90 องศาเซลเซียส

4) เทอร์โมสเฟียร์ (Thermosphere) เป็นชั้นบรรยากาศที่เหนือระดับ 80 กิโลเมตรขึ้นไปจนถึงราว 500 กิโลเมตร มีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงถึง 1,500 องศาเซลเซียส จากมวลอากาศที่อยู่ในสถานะพลาสมา (Plasma) เนื่องจากอะตอมของไนโตรเจนและออกซิเจนในบรรยากาศชั้นนี้ ได้รับรังสีคลื่นสั้น (รังสีแกมมาและรังสีเอกซ์) จากดวงอาทิตย์ เกิดการแตกตัวสูญเสียอิเล็กตรอนเป็นประจุ (Ion) ทำให้บางครั้งชั้นเทอร์โมสเฟียร์ มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “ไอโอโนสเฟียร์” (Ionosphere) เนื่องจากมีคุณสมบัติในการสะท้อนคลื่นวิทยุ ทำให้เกิดการสื่อสารระยะไกล รวมถึงการปล่อยจานดาวเทียมและสถานีอวกาศให้โคจรรอบโลกในชั้นเทอร์โมสเฟียร์นี้อีกด้วย

5) เอกโซสเฟียร์ (Exosphere) เป็นชั้นที่เหนือชั้นไอโอโนสเฟียร์ขึ้นไป ไม่มีขอบเขตที่ชัดเจนระหว่างชั้นบรรยากาศและอวกาศรอบนอก โดยมีองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นก๊าซไฮโดรเจนและฮีเลียม

ชั้นบรรยากาศ, โลก, องค์ประกอบหลักของโลก
ภาพแสดงชั้นบรรยากาศโลก

เรื่องแนะนำ

โคอาลากินใบยูคาลิปตัสได้อย่างไร? โดยไม่ได้รับสารพิษ

ทีมนักวิจัยชั้นนำจากทั่วโลกร่วมกันวิเคราะห์ลำดับจีโนมของโคอาลา เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาสุขภาพ และอนุรักษ์ประชากรของพวกมันไว้

ความรุนแรงของพายุ ที่เกิดขึ้นบนโลก

ความรุนแรงของพายุ สามารถจำแนกได้จากความเร็วลมใกล้จุดศูนย์กลาง พายุ (Storm) ขนาดใหญ่ที่ก่อตัวขึ้นทั้งบนภาคพื้นทวีปและในมหาสมุทร เมื่อพัฒนาจนกลายเป็นพายุหมุนเขตร้อน (Tropical Cyclone) ที่สามารถสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งปลูกสร้าง และสิ่งมีชีวิต บนพื้นผิวโลก  นักพยากรณ์อากาศจะจัด ความรุนแรงของพายุ ตามมาตรวัดของสำนักงานหรือกรมอุตุนิยมวิทยาในแต่ละภูมิภาคที่พายุเหล่านั้นก่อตัวขึ้น ในเบื้องต้น พายุหมุนเขตร้อนจะถูกจัดประเภทตามหลักเกณฑ์พื้นฐาน คือ พายุดีเปรสชันเขตร้อน (Tropical Depression) มีความเร็วลมสูงสุดใกล้จุดศูนย์กลางไม่เกิน 63 กิโลเมตร/ชั่วโมง พายุโซนร้อน (Tropical Storm) มีความเร็วลมสูงสุดไม่เกิน 118 กิโลเมตร/ชั่วโมง ไต้ฝุ่น (Typhoon) หรือ เฮอร์ริเคน (Hurricane) มีความเร็วลมสูงสุดมากกว่า 118 กิโลเมตร/ชั่วโมง แต่เมื่อพายุหมุนเขตร้อนพัฒนาจนกลายเป็นพายุไต้ฝุ่น ไซโคลน หรือ เฮอร์ริเคน จะมีการจัดระดับความรุนแรงภายในขึ้นอีกครั้ง โดยพายุหมุนเขตร้อนที่ก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิกหรือที่เรียกว่า “ไต้ฝุ่น” จะถูกจัดระดับความรุนแรงตามเกณฑ์ของคณะกรรมการไต้ฝุ่นและองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (ESCAP/WMO) รวมถึงกรมอุตุนิยมวิทยาของแต่ละประเทศในภูมิภาคดังกล่าว ระดับความรุนแรง ความเร็วลมสูงสุด (กิโลเมตร/ชั่วโมง) ญี่ปุ่น จีนและฮ่องกง ทวีปแอฟริกา ไต้ฝุ่น/ไซโคลน […]

ความรู้ประจำวัน: มหาสมุทรบนดาวอังคารหายไปไหน?

ความรู้ประจำวัน: มหาสมุทรบนดาวอังคารหายไปไหน? ภาพความแห้งแล้งของดาวเคราะห์สีแดงคือภาพที่คุ้นตาของดาวอังคาร แต่ย้อนกลับไปราว 3,500 ล้านปีก่อนดาวอังคารปกคลุมด้วยมหาสมุทร และมีชั้นบรรยากาศที่อบอุ่นไม่ต่างจากโลกของเรา เมื่อ 4,500 ล้านปีก่อน ในช่วงเวลาที่ระบบสุริยะจักรวาลของเราถือกำเนิดขึ้น โลกและดาวอังคารก่อตัวขึ้นพร้อมๆ กันด้วยสารประกอบเดียวกันอย่าง คาร์บอน ไนโตรเจน ออกซิเจน แต่สิ่งหนึ่งที่ต่างกันก็คือขนาด หากเทียบกันแล้วดาวอังคารมีขนาดเพียงลูกซอฟต์บอลเท่านั้น ในขณะที่โลกมีขนาดเท่าลูกโบว์ลิ่ง นั่นทำให้กว่าที่ดาวเคราะห์ทั้งสองดวงจะเย็นตัวลงนั้นต้องใช้เวลาที่ต่างกันมาก และเมื่อดาวอังคารเย็นตัวลงแล้ว โลกของเรายังเต็มไปด้วยหินร้อนหลอมละลายอยู่เลย อีกหนึ่งความแตกต่างก็คือดาวอังคารไม่มีสนามแม่เหล็กที่คอยปกป้องตัวมันเช่นโลก นั่นทำให้ลมสุริยะจากดวงอาทิตย์ปะทะเข้ากับดาวอังคารตลอดเวลาและพัดพาเอาโมเลกุลขนาดเล็กออกไป จึงทำให้ดาวอังคารค่อยๆ สูญเสียมหาสมุทรไปเรื่อยๆ จนเวลาผ่านไปหลายล้านปี ในที่สุดดาวอังคารก็มีสภาพดังที่เราเห็นในปัจจุบัน   อ่านเพิ่มเติม จำลองการใช้ชีวิตบนดาวอังคาร

เทอโรซอร์ ยักษ์ใหญ่ครองเวหา

เทอร์โรซอร์เป็นสัตว์ประหลาดที่น่าฉงน รูปลักษณ์ของมันไม่เหมาะจะอยู่บนพื้นดินหรือบนอากาศ แต่ย้อนกลับไป 230 ล้านปีก่อน ทั่วผืนฟ้าในโลกโบราณคืออาณาจักรของพวกมัน