มีการค้นพบหนังสือชุดสำคัญเกี่ยวกับ พฤกษศาสตร์ หลังจากหายไปเกือบ 200 ปี

มีการค้นพบภาพวาดทางวิทยาศาสตร์ที่วิจิตรงดงามที่หายสาบสูญไปกว่า 190 ปี

หางนกยูงไทย (Caesalpinia pulcherrima) เป็นชนิดพันธุ์หนึ่งของไม้ดอกที่เป็นไม้พุ่ม (Flowering Shrub) ซึ่งหาได้ในป่าเขตร้อนหรือกึ่งเขตร้อนในทวีปอเมริกา ภาพวาดที่เห็นได้ในหอจดหมายเหตุหนังสือหายากและหนังสือเขียนด้วยมือ ของห้องสมุดมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ (Rare and Manuscript Collections of Cornell University Library) เป็นงานของแอนน์ โวลล์สโตนคราฟต์ ผู้วาดภาพด้าน พฤกษศาสตร์ ในประเทศคิวบาในช่วงศตวรรษที่ 19 อย่างละเอียดลงในหนังสือหลายเล่ม งานเขียนที่ค้นพบขึ้นใหม่หลังเวลาผ่านไปเกือบ 200 ปีเหล่านี้บันทึกข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ ประโยชน์ทางธรรมชาติ บทกวี และการสังเกตุพืชกว่าร้อยชนิดของเธอเอง ภาพถ่ายโดย ROBERT CLARK


หนังสือภาพวาดอันสวยงามของ พฤกษศาสตร์ พร้อมคำอธิบายอย่างละเอียดของผู้หญิงอเมริกันคนหนึ่งที่เคยอยู่ในคิวบาถูกค้นพบหลังการค้นหานานหลายทศวรรษ

มีการค้นพบชุดหนังสือด้าน พฤกษศาสตร์ ที่เขียนด้วยลายมือจำนวน 3 เล่ม หลังจากพวกมันหายสาบสูญไป 190 ปี  โดย Emilio Cueto ผู้เป็นนักประวัติศาสตร์ได้ค้นพบชุดหนังสือชื่อ Specimens of the Plants & Fruits of the Island of Cuba ที่เขียนโดย เอ. เค. โวลล์สโตนคราฟต์ (A.K. Wollstonecraft) ที่มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์

หนังสือชุดดังกล่าวประกอบไปด้วยภาพวาดของพืชนานาสายพันธุ์กว่า 121 ภาพ พร้อมคำอธิบายเป็นภาษาอังกฤษกว่า 220 หน้า คำอธิบายเหล่านั้นประกอบไปด้วยข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ ประโยชน์ทางธรรมชาติ บทกวี และการสังเกตของผู้เขียนเอง ส่วนภาพประกอบนั้นเป็นไปตามขนบวิทยศาสตร์ กล่าวคือ ภาพวาดเหล่านั้นมีทั้งภาพของพืชพรรณ วงจรชีวิต และการจำแนกอวัยวะสืบพันธุ์ ซึ่ง Miguel Esquivel นักพฤกษศาสตร์ชาวคิวบากล่าวว่างานเขียนชิ้นนี้เป็น “เพชรของงานเขียนด้านพฤกษศาสตร์ในคิวบา” และการค้นพบครั้งนี้เป็นหนึ่งในการค้นพบทางพฤกษศาสตร์ที่สำคัญที่สุดในปัจจุบัน

ส่วนพอล คอกซ์ (Paul Cox) นักพฤกษศาสตร์พื้นบ้าน (Ethnobotanist) และผู้อำนวยการฝ่ายบริหารของ Brain Chemistry Labs ในแจ็กสัน ไวโอมิง “กล่าวว่าเขาคิดว่าหนังสือชุดดังกล่าวมีความสำคัญมาก” และ “แม้พืชที่เธอบันทึกลงในภาพวาดและคำอธิบายจะพบเห็นได้ทั่วไป แต่ข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ทางธรรมชาติที่เธอบันทึกไว้อย่างละเอียดก็เพิ่มความรู้เกี่ยวกับการใช้งานที่เป็นไปได้อยู่มากโข และความรู้เหล่านั้นอาจช่วยนำทางให้นักวิจัยค้นพบยาชนิดใหม่ๆ ได้”

พฤกษศาสตร์
ภาพวาดดอกไม้ในสกุล Erythrina หรือบางครั้งเรียกว่า Coral Tree เนื่องจากดอกไม้หลายชนิดพันธุ์ในสกุลนี้มีดอกสีสันสดใส

Cueto เริ่มตามหาหนังสือชุดดังกล่าวหลังจากที่เขาคิดว่าพวกมันสำคัญเพียงใด หลังเขาพบว่า Carlos M. Trelles นักวิชาการและนักคิดชาวคิวบากล่าวถึงหนังสือชุดนี้โดยไม่เห็นต้นฉบับของจริงในปี 1912 โดยเขากล่าวว่าสมาชิกสมาคมพืชสวนแห่งนิวยอร์ค (New York Horicultural Society) เปรียบเทียบหนังสือชุดดังกล่าวกับงานของนักธรรมชาติวิทยาชื่อดังอย่าง Maria Sibylla Merian ผู้เขียนงานทางกีฏวิทยา (Entomology) ระดับตำนานอย่าง Metamorphosis insectorum Surinamensium โดยเขาพบเบาะแสของหนังสือเหล่านี้เมื่อเดือนมีนาคม 2018 หลังการตามหาจากระเบียนของห้องสมุดออนไลน์นับร้อยครั้ง และพบกับเล่มต้นฉบับที่มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ด้วยการช่วยเหลือจากจูดิท รัสเซลล์ (Judith Russell) หัวหน้าบรรณาธิการของห้องสมุดของมหาวิทยาลัยฟลอริดา

ในขณะนี้ มีการสแกนหนังสือชุดดังกล่าวให้เป็นระบบดิจิตัล เพื่อให้ผู้คนเข้าถึงพวกมันผ่านอินเตอร์เน็ตได้ และ Cueto ยังมีวิสัยทัศน์หลายประการเกี่ยวกับหนังสือชุดนี้ ทั้งการแนะนำโวลล์สโตนคราฟต์ให้คนรุ่นใหม่ การจัดแสดงหนังสือที่พิพิธภัณฑ์ด้านผู้หญิงในงานศิลปะแห่งชาติ (National Museum of Women in the Arts) ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และฝันถึงการตีพิมพ์หนังสือชุดดังกล่าว และเขายังอยากให้ให้มีการแปลหนังสือเหล่านี้เป็นภาษาสเปน เพื่อให้เข้าถึงคนอ่านในคิวบามากขึ้นอีกด้วย

พฤกษศาสตร์
Seville orange หรือส้มซ่า เป็นส้มที่มีรสเปรี้ยวเป็นพิเศษ และมักใช้ทำแยมผิวส้ม
พฤกษศาสตร์
กล้วยไม้ที่โวลล์สโตนคราฟต์เรียกว่า “Epidendrum fragrans” เป็นหนึ่งในภาพที่แสดงวงจรชีวิตของต้นไม้ เช่นภาพการเจริญของดอก
พฤกษศาสตร์
ภาพวาดดอกกล้วยไม้ Epidendrum vanilla หรือที่รู้จักกันในชื่อ Vanilla Bean Orchid
พฤกษศาสตร์
Tillandsia tenuifolia เป็นต้นไม้รากอากาศ (air plant) หรือต้นไม้ที่เติบโตได้โดยไม่ต้องใช้ดิน
พฤกษศาสตร์
โวลล์สโตนคราฟต์เรียกพืชในภาพว่า “Tillandsia monostadrya” ซึ่งบ่งบอกว่ามันเป็นพืชรากอากาศอีกต้นหนึ่ง
พฤกษศาสตร์
Musa paradisiaca เป็นกล้วยกล้าย (plantain) ซึ่งเป็นญาติกับกล้วยทั่วไป (common banana)
พฤกษศาสตร์
ดอกว่านสี่ทิศ (Amaryllis) ที่ไม่ได้ระบุชนิดพันธุ์
พฤกษศาสตร์
โวลล์สโตนคราฟต์อธิบายว่าพืชซึ่งไม่ได้ระบุชนิดพันธุ์ แต่อาจอยู่ในวงศ์ประคำดีควาย (Soapberry) ดอกนี้เป็นไม้เถา (climbing plant) ที่ “เลื้อยไปถึงยอดสุดของสิ่งใดก็ตามที่มันเกาะอยู่”
พฤกษศาสตร์
ลั่นทม (Plumeria rubra) เป็นไม้เถาที่ที่กำเนิดจากทวีปอเมริกากลาง แต่แพร่หลายไปยังเขตร้อนทั่วโลก
พฤกษศาสตร์
แอนน์ เซาเออร์ (Anne Sauer) ผู้อำนวยการของหอจดหมายเหตุหนังสือหายากและหนังสือลายมือประจำมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ (Cornell University’s Rare and Manuscript Collections) พลิกดูหนังสือในห้องสมุด
พฤกษศาสตร์
ภาพวาดดอกไม้ที่ระบุชื่อว่า “Largerstroemia” แตกต่างจากภาพอื่น เนื่องจากดูเหมือนมันวาดไม่เสร็จ ดอกไม้ถูกลงสี ในขณะที่ใบไม้มีเพียงการวาดเว้นขอบด้วยดินสอเท่านั้น “ฉันคิดว่าเธออาจใช้เทคนิคนี้เพื่อเล่าถึงสิ่งที่เธอเห็น นั่นคือช่วงต้นฤดูกาลที่ดอกไม้กำลังผลิ แต่ใบไม้เพิ่งแตกหน่อเท่านั้น” แอนน์ เซาเออร์ แห่งมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ กล่าว “เธออาจใช้ดินสอร่างภาพตอนใบไม้ยังไม่ผลิเต็มใบ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเธอคิดว่าใบไม้จะมีลักษณะอย่างไรเมื่อพวกมันผลิ และต้องการบอกอย่างชัดเจนว่าภาพนี้ไม่ได้มาจากการสังเกต”

เรื่อง CZERNE REID

ภาพถ่าย  ROBERT CLARK


อ่านเพิ่มเติม อลังการศิลปะบนใบไม้

เรื่องแนะนำ

มารู้จักกับ งาช้าง และ ช้างเริ่มปรับตัวกันกับการล่าเอางาได้แล้ว

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ผลการศึกษาพบว่า ช้างเริ่มปรับตัวกับพฤติกรรมการล่า งาช้าง ของมนุษย์ได้แล้ว ก่อนอื่นเลยต้องบอกก่อนว่าความเชื่อที่ว่าช้างทุกตัวต้องมีงานั้นเป็นเรื่องที่ผิด โดยมีแค่เฉพาะสายพันธุ์แอฟริกากับเพศผู้สายพันธุ์เอเชียเท่านั้นที่เกิดมาแล้วมีงา โดยเพศเมียสายพันธุ์เอเชียบางตัวก็มีงาเช่นเดียวกัน แต่เป็นงาที่มีขนาดสั้น ๆ เท่านั้น โดยในบทความนี้ ทางเนชั่ลแนล จีโอกราฟฟิก จะพาไปรู้จักกับงาช้าง พร้อมกับเหตุผลว่า “ทำไมช้างบางสายพันธุ์ถึงเริ่มปรับตัวกับพฤติกรรมการล่า งาช้าง ของมนุษย์ได้แล้ว” งาช้างสามารถแยกได้ว่าช้างตัวไหน เป็นตัวไหน งาช้างเป็นหนึ่งใน 2 อวัยวะของช้างที่สามารถบ่งบอกตัวตนของช้างได้ โดยอีกหนึ่งอวัยวะที่สามารถบอกได้ก็คือ “ใบหู” ของช้างนั่นเอง งาช้างบอกอายุช้างได้ไหม  คำตอบคือ ได้ แต่มีข้อแม้คือ งาช้างต้องไม่เสียหาย หรือแตกหักไปเสียก่อน โดยงาของช้างนั้นสามารถบอกอายุของช้างตัวนั้น ๆ ได้เมื่อเทียบกับช้างตัวอื่น ๆ เป็นเวลาหลายช่วงทศวรรษที่มนุษย์มีการล่าช้างเพื่อเอางา ในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ พบว่า ช้างที่เกิดใหม่เริ่มที่จะมีงาที่สั้นและบางลง เพราะสารพันธุกรรม ที่กำหนดการสร้างงาไม่ถูกส่งต่อไปยังรุ่นลูก หรือถูกส่งต่อน้อยลงมากเมื่อเทียบกับแต่ก่อน อีกเหตุผลนึงคือ นักล่างาช้างนั้นเลือกเบี่ยงเป้าหมายไปหาตัวเมียและตัวผู้ที่ยังมีอายุน้อยด้วย ทำให้การสืบพันธุ์เป็นเรื่องที่ยากขึ้นไปอีกสำหรับช้าง อยากเอางาก็เอาไปสิ แต่ไม่ต้องฆ่าช้างได้ไหม  คำตอบก็คือไม่ได้ เพราะว่า งาช้างนั้นก็ถือว่าเป็นอวัยวะที่สำคัญอย่างหนึ่งของช้าง เทียบกับมนุษย์ก็สำคัญพอ […]

เมื่อพายุมาทุกคนวิ่งหนี แต่พวกเขาพุ่งเข้าใส่เพื่อการวิจัย

หากต้องการตรวจสอบการทำงานของพายุ อย่างเฮอริเคนเออร์มาหรือเฮอริเคนฮาร์วีย์ บรรดานักล่าพายุเหล่านี้จำเป็นต้องพุ่งเข้าใส่ยังตาพายุ พวกเขาขับเครื่องบินฝ่าลมฝนอันเกรี้ยวกราด ซึ่งในบางครั้งมาพร้อมกับสายฟ้ารุนแรงและลูกเห็บ คลิปวิดีโอที่จะได้ชมนี้เป็นการทำงานของทีมนักล่าพายุโดย National Oceanic และ Atmospheric Administration ที่ทำการเก็บข้อมูลของพายุเฮอริเคนเออมาร์ พายุระดับ 5 หรือระดับที่มีความรุนแรงที่สุด ด้วยเกณฑ์ในการจำแนกกำลังลมที่มากกว่า 252 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งความรุนแรงของพายุเออร์มานั้นมีกำลังลมสูงถึง 297 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว กัปตันผู้ขับเครื่องบินตัดสินใจมุ่งหน้าสู่ใจกลางพายุ เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา พวกเขาเสี่ยงชีวิตเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลของความกดอากาศ, อุณหภูมิ, ความเร็วลม และทิศทาง ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนี้ถูกเก็บโดยอุปกรณ์ที่เรียกว่า “Dropsondes” ตัวอุปกรณ์จะถูกปล่อยลงมาจากเครื่องบิน ซึ่งในการสำรวจเฮอริเคนเออร์มาล่าสุด พวกเขาปล่อย Dropsondes ไปจำนวนรวม 30 อัน ทั้งนี้เฮอริเคนเออร์มาจะมุ่งหน้าต่อไปยังทะเลแคริบเบียน โดยพายุเฮอริเคนลูกนี้นับได้ว่าเป็นเฮอริเคนลูกใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในมหาสมุทรแอตแลนติก   อ่านเพิ่มเติม :  ระบบสุริยะจักรวาลกว้างใหญ่แค่ไหน? ชายคนนี้จะมาจำลองให้ดู, ชมแผ่นน้ำแข็งทรงกลมค่อยๆ หมุนอยู่บนผิวน้ำ

แผ่นเปลือกโลก และการเปลี่ยนแปลงทางธรณีภาค

แผ่นเปลือกโลก และการเปลี่ยนแปลงทางธรณีภาค (Lithosphere & Plate Tectonics) หลังการเย็นตัวลงของพื้นผิวโลก เมื่อ 4 พันล้านปีก่อน เกิดการยกตัวขึ้นของชั้นหินเหนือผิวน้ำจนแผ่นดินผืนแรกถือกำเนิดในอีกราว 2.5 พันล้านปีต่อมา ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน การเคลื่อนที่ของ แผ่นเปลือกโลก และมหาสมุทรไม่เคยหยุดนิ่ง ภายใต้พื้นผิวโลกมีความเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ก่อให้เกิดภูมิประเทศและทรัพยากรอันหลากหลาย รวมถึงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติต่างๆ จากการศึกษาหลักฐานทางธรณีวิทยา รวมถึงความพยายามในการจัดทำแผนที่โลกของนักวิทยาศาสตร์ในอดีต ส่งผลให้เกิดการลบล้างความเชื่อที่ว่า “แผ่นดินไม่เคยเกิดการเปลี่ยนแปลง” โดยเฉพาะการเสนอทฤษฎีการเลื่อนไหลของทวีป (Theory of Continental Drift) ในปี ค.ศ.1915 โดย อัลเฟรด เวเกเนอร์  (Alfred Wegener) นักอุตุนิยมวิทยาชาวเยอรมัน ที่สังเกตเห็นถึงความสอดคล้องกันของรูปร่างชายฝั่งตะวันออกของทวีปอเมริกาใต้และชายฝั่งตะวันตกของทวีปแอฟริกา ทำให้เกิดการตั้งสมมุติฐานที่ว่า เมื่อราว 200 ล้านปีก่อน โลกประกอบด้วยแผ่นดินผืนเดียวที่เรียกว่า “มหาทวีป” หรือ “พันเจีย” (Pangaea) ซึ่งถูกล้อมรอบด้วยมหาสมุทรขนาดใหญ่ และมหาทวีปนี้ประกอบไปด้วยดินแดนลอเรเซีย (Laurasia) ทางตอนเหนือและดินแดนกอนด์วานา (Gondwana) ทางตอนใต้ จนกระทั่งมหาสมุทรแอตแลนติกเกิดการขยายตัว ทำให้แผ่นดินเคลื่อนที่และแยกตัวออกจากกัน […]