ประเภทของป่าไม้ ที่ปรากฏอยู่บนโลกของเรา จัดจำแนกเป็นกี่ประเภท

ประเภทของป่าไม้ (Type of Forests)

เนื่องจากโลกของเราประกอบด้วยภูมิอากาศ และภูมิประเทศที่หลากหลาย ส่งผลให้เกิดความรุ่มรวยใน ประเภทของป่าไม้

ปัจจุบัน โลกของเรามีป่าไม้ (Forest) ครอบคลุมพื้นที่ราว 1 ใน 3 ของพื้นผิวโลก โดยประกอบไปด้วยต้นไม้ราว 3 ล้านล้านต้น กระจายตัวอยู่ตามพื้นแผ่นดินในภูมิภาคต่างๆ ทั้งในดินแดนที่มีสภาพอากาศหนาวเย็น ปกคลุมด้วยหิมะเกือบตลอดทั้งปี หรือในเขตพื้นที่ที่มีฝนตกหนัก มีสภาพอากาศร้อนจัด รวมไปถึงในดินแดนอันแห้งแล้ง ซึ่งทั้งสภาพอากาศและปัจจัยทางภูมิประเทศส่งผลให้ป่าไม้ในแต่ละพื้นที่มีองค์ประกอบและลักษณะเด่นทางพืชพรรณแตกต่างกันออกไป

ประเภทของป่าไม้

ระยะห่างจากเส้นศูนย์สูตรหรือแถบเส้นละติจูด (Latitude) เป็นตัวกำหนดอาณาเขตและลักษณะทางภูมิประเทศ สภาพภูมิอากาศ และความอุดมสมบูรณ์ของดินในแต่ละพื้นที่ ทำให้ป่าไม้ทั่วโลกสามารถจำแนกออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

  1. ป่าไม้เขตร้อน (Tropical Forest) หรือป่าฝนเขตร้อน (Tropical Rain Forest)

คือป่าไม้ในแถบพื้นที่ใกล้เส้นศูนย์สูตร เช่น ทวีปอเมริกาใต้ แอฟริกา และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นป่าไม้ที่มีอุณหภูมิคงที่ตลอดทั้งปี (ราว 20 ถึง 27 องศาเซลเซียส) ได้รับน้ำฝนเฉลี่ยอย่างน้อย 200 เซนติเมตรต่อปี ทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้ง ส่งผลให้พืชพรรณต่างๆ เจริญเติบโตได้ดี ไม่ว่าจะเป็นไม้ใบกว้าง (Broad-Leafed Tree) มอสส์ (Moss) เฟิร์น (Fern) หรือกล้วยไม้ (Orchid) ซึ่งปัจจัยทางสภาพแวดล้อมส่งผลให้เกิดการย่อยสลายของใบไม้ วัชพืช หรือซากสิ่งมีชีวิตบนพื้นดิน รวมถึงการพังทลายของหน้าดินได้ง่าย ทำให้ดินในป่าไม้เขตร้อนมีธาตุอาหารต่ำ เนื่องจากการดูดซึมธาตุอาหารอย่างรวดเร็วของพืชที่มีการแข่งขันสูง ส่งผลให้ป่าไม้เขตร้อนมีต้นไม้หนาแน่น มียอดไม้สูงที่ทำให้แสงสว่างส่องลงมายังพื้นดินได้ยาก นอกจากนี้ ป่าไม้เขตร้อนยังเป็นสถานที่ซึ่งรวบรวมความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ไว้มากที่สุด โดยสิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนโลกมากกว่าร้อยละ 50 มีถิ่นกำเนิดอยู่ในป่าไม้เขตร้อน

ประเภทของป่าไม้, ป่าฝนเขตร้อน, ป่าดิบเขา,

นอกจากนี้ ป่าไม้เขตร้อนยังจำแนกออกเป็นกลุ่มย่อยตามลักษณะเด่นทางภูมิประเทศและภูมิอากาศ เช่น ป่าดิบชื้น (Tropical Evergreen Rain Forest) ป่าดิบแล้ง (Seasonal Rain Forest/Dry Evergreen Forest) ป่าดิบเขา (Montane Rain Forest) และป่าสนเขา (Coniferous Forest/Pine Forest) เป็นต้น

2. ป่าไม้เขตอบอุ่น (Temperate Forest)

ป่าผลัดใบเขตอบอุ่น (Temperate Deciduous Forest) พบได้ในเขตละติจูดถัดออกไปจากเส้นศูนย์สูตร คือในแถบอเมริกาเหนือ เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ และยุโรป เป็นป่าไม้ที่เผชิญครบทั้ง 4 ฤดูกาล รวมถึงฤดูหนาว โดยทั่วไปมีอุณหภูมิอยู่ในช่วงติดลบ 30 ถึง 30 องศาเซลเซียส มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยราว 75 ถึง 150 เซนติเมตรต่อปี ส่งผลให้ต้นไม้ส่วนใหญ่มีการผลัดใบ มีหน้าดินที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งโดยเฉลี่ยป่าไม้เขตอบอุ่นมีต้นไม้ราว 3 ถึง 4 ชนิดต่อพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตร ต้นไม้ที่พบได้ทั่วไป ได้แก่ โอ๊ก (Oak) บีช  (Beech) เมเปิล  (Maple) และหลิว (Willow) สัตว์ที่อาศัยอยู่ทั่วไปในป่าประเภทนี้มักเป็นสัตว์ที่ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมในฤดูหนาวที่หนาวจัดและฤดูร้อนที่มีอากาศอบอุ่นได้ดี เช่น กระรอก กวาง หมาป่า หมาจิ้งจอก และหมี

นอกจากนี้ ในแถบพื้นที่ตามแนวชายฝั่งซึ่งมีฝนตกชุกและมีฤดูหนาวที่ไม่หนาวจัด สามารถพบป่าสนเขตอบอุ่น (Temperate Coniferous Forest) เติบโตได้ดี เช่น ในประเทศจีน ญี่ปุ่น ยุโรปตะวันตก และนิวซีแลนด์ รวมถึงทางตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา และแคนาดา ซึ่งมี 4 ฤดูเช่นเดียวกัน แต่มีฝนหนักตลอดทั้งปี (ปริมาณน้ำฝนราว 130 ถึง 500 เซนติเมตรต่อปี) ดินมีความอุดมสมบูรณ์มาก มีต้นสนเป็นพืชพรรณหลัก โดยไม้ยืนต้นส่วนใหญ่มีขนาดใหญ่และสูงชะลูด สัตว์ที่อาศัยอยู่ในป่าประเภทนี้ ได้แก่ กวาง เหยี่ยว หมีดำ และนกฮูก

3. ป่าไม้เขตหนาว (Boreal Forest)

ป่าไม้เขตหนาวหรือ “ไทกา” (Taiga) เป็นป่าไม้ในอาณาเขตย่อยของโซนอาร์กติก (Sub-Arctic Zone) หรือในแถบภูมิภาคไซบีเรีย สแกนดิเนเวีย อะแลสกา และแคนาดา เป็นป่าไม้ที่เติบโตได้ดีในสภาพอากาศที่มีเพียง 2 ฤดู คือฤดูร้อนช่วงเวลาสั้นๆ และฤดูหนาวอันยาวนาน โดยมีอุณหภูมิตั้งแต่ติดลบ 40 ไปจนถึง 20 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝนจึงมักได้มาจากการละลายของหิมะ (ราว 40 ถึง 100 เซนติเมตรต่อปี) ทำให้ป่าไม้เขตหนาวมีหน้าดินบาง มีธาตุอาหารต่ำ มีต้นสน (Pine Tree) เป็นพืชพรรณหลัก สัตว์ที่อาศัยอยู่ในป่าประเภทนี้จึงเป็นสัตว์ที่ทนต่อสภาพอากาศหนาวเย็นในช่วงฤดูหนาวอันยาวนานได้ เช่น กวางมูส หมี หมาป่า กวางเรนเดียร์ ค้างคาว และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก

ประเภทของป่าไม้

ป่าไม้ถือเป็นสถานที่ซึ่งมีความสำคัญยิ่งต่อความเป็นอยู่ของทุกสรรพชีวิต โดยเป็นทั้งแหล่งกำเนิด และถิ่นฐานที่อยู่อาศัยร่วมกันของสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิดทั่วโลก นอกจากนี้ ป่าไม้ยังเป็นองค์ประกอบที่สำคัญยิ่งต่อระบบนิเวศของโลก ทั้งต่อการควบคุมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก การหมุนเวียนแร่ธาตุและสสาร รวมไปถึงการเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนที่ใหญ่ที่สุดในโลกรองจากมหาสมุทร ดังนั้น ป่าไม้จึงเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญยิ่งและควรได้รับการอนุรักษ์และปกปักรักษาจากการทำลายล้างและผลกระทบต่างๆจากกิจกรรมของมนุษย์ เพื่อคงไว้ซึ่งความอุดมสมบูรณ์ของดิน น้ำ และอากาศ อันเป็นปัจจัยสำคัญสูงสุดต่อการดำรงชีวิต

สืบค้นและเรียบเรียง
คัดคณัฐ ชื่นวงศ์อรุณ


ข้อมูลอ้างอิง

Sonia Madaan – https://www.eartheclipse.com/environment/types-of-forests.html

FAO – http://www.fao.org/3/ap862e/ap862e00.pdf

University of California Museum of Paleontology – https://ucmp.berkeley.edu/exhibits/biomes/forests.php

The Environmental Literacy Council – https://enviroliteracy.org/land-use/forests/forest-types/

Elena Motivans – https://www.zmescience.com/other/did-you-know/different-types-forests/


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ: การปกป้องป่าคือสิ่งจำเป็นเพื่อโลกที่ยั่งยืนในอนาคต

อนุรักษ์ป่า

เรื่องแนะนำ

นักวิจัยไทยพบแนวทางผลิตวัคซีนในกุ้งทะเล

นักวิจัยไบโอเทค สวทช. และมหาวิทยาลัยมหิดล ค้นพบแนวทางการผลิตวัคซีนใน กุ้งทะเล จากองค์ความรู้เรื่อง cvcDNA ที่กุ้งสร้างเลียนแบบสารพันธุกรรมของไวรัส ประเทศไทยผลิตกุ้งเลี้ยงประมาณ 400,000 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1 แสนล้านบาท ซึ่ง กุ้งทะเล ถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าการส่งออกสูงที่สุดของประเทศ โดยมีส่วนแบ่งในตลาดโลกสูงถึงร้อลยะ 8.15 อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องจากจากการระบาดของโรคต่างๆ สร้างความสูญเสียมากถึงร้อยละ 60 ของผลผลิตในประเทศ โดยการติดเชื้อไวรัสถือเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดการสูญเสียอย่างรุนแรงทางเศรษฐกิจ นักวิจัยจากทีมวิจัยสุขภาพสัตว์น้ำ สังกัดกลุ่มวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพสัตว์น้ำแบบบูรณาการ สังกัดไบโอเทค สวทช. นำโดย ดร. กัลยาณ์ ศรีธัญญลักษณา-แดงติ๊บ หัวหน้าทีมวิจัยสุขภาพสัตว์น้ำ และ ดร. ศุภรัตน์ แตงชัยภูมิ หัวหน้าโครงการวิจัย และทีมวิจัยจากหน่วยวิจัยเพื่อความเป็นเลิศเทคโนโลยีชีวภาพกุ้ง คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ภายใต้การให้คำปรึกษาของ ศ.ดร. ทิมโมที เฟลเกล ที่ปรึกษาอาวุโสของ สวทช. ได้ค้นพบองค์ความรู้ใหม่ที่เกี่ยวข้องกับกลไกของระบบการป้องกันตัวของกุ้งจากการติดเชื้อไวรัสซึ่งเป็นผลจากการศึกษามากกว่าหนึ่งทศวรรษ ดร.กัลยาณ์ กล่าวว่า “เมื่อกุ้งติดเชื้อไวรัส กุ้งจะสร้างโมเลกุลชนิดหนึ่งขึ้นมา เรียกว่า circular […]

ทำไมอัณฑะสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบางชนิดอยู่ในร่างกาย?

ย้อนกลับไปในอดีตบรรพบุรุษของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เติบโตในรกมีอัณฑะอยู่นอกร่างกาย แต่แล้วสัตว์กลุ่มหนึ่งกลับวิวัฒนาการให้กล่องดวงใจกลับเข้าไปอยู่ข้างใน

มื้อสุดท้ายของมนุษย์เอิตซี ที่มีชีวิตอยู่เมื่อ 5,300 ปีก่อน

นักวิทยาศาสตร์ใช้เวลากว่า 20 ปี กว่าจะหากระเพาะอาหารของมนุษย์เอิตซี (Ötzi) พบ และตอนนี้พวกเขาทราบแล้วว่าอะไรคืออาหารมื้อสุดท้ายของมัมมี่น้ำแข็งที่เคยมีชีวิตอยู่เมื่อ 5,300 ปีก่อน

ไขความลับเบื้องหลังปีกอันทรงพลังของเทอโรซอร์

ไขความลับเบื้องหลังปีกอันทรงพลังของ เทอโรซอร์ เทอโรซอร์ ประสบความสำเร็จในการบินแบบกระพือปีกหลายสิบล้านปีก่อนนกหรือค้างคาวเสียอีก สัตว์เลื้อยคลานมีปีกเหล่านี้เป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังพวกแรกๆ และเป็นสัตว์ขนาดใหญ่สุดที่เคยบิน เนื่องจากพวกมันมีรยางค์ที่แข็งแรงสำหรับการบินขึ้น มีโครงกระดูกที่เบามากและปีกที่ผ่านการปรับเปลี่ยนผ่านวิวัฒนาการมาโดยเฉพาะ ลองชมอินโฟกราฟฟิกที่จัดทำขึ้นนี้ ด้วยกระดูกที่วิวัฒนาการมาเป็นพิเศษตลอดจนถุงลม กล้ามเนื้อและเส้นใย คุณผู้อ่านจะเข้าใจได้ว่าเหตุใดมันจึงกลายมาเป็นราชาผู้ครองท้องฟ้าในโลกยุคโบราณ สามารถชมภาพแบบขยายขนาดได้ ที่นี่   อ่านเพิ่มเติม : ไดโนเสาร์มีขนพันธุ์ใหม่ มีสี่ปีกแต่บินไม่ได้, เทอโรซอร์ยักษ์ใหญ่ครองเวหา