อาร์โทรโพดา หรือที่นักสัตววิทยาเรียกว่า สัตว์ขาข้อ เป็นกลุ่มสัตว์ที่มีสมาชิกมากที่สุดในโลก

อาร์โทรโพดา (Arthropoda)

สัตว์ขาข้อ หรือ อาร์โทรโพดา จัดเป็นกลุ่มสัตว์ที่มีความหลากหลายทางชนิดพันธุ์มากที่สุดในโลก

อาร์โทรโพดา (Arthropoda) คือหนึ่งในเก้าหมวด หรือไฟลัม (Phylum) ของอาณาจักรสัตว์ (Kingdom Animalia) ในการจัดจำแนกสิ่งมีชีวิตตามหลักอนุกรมวิธานวิทยา (Taxonomy) โดยสัตว์ในไฟลัมอาร์โทรโพดา คือกลุ่มของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง (Invertebrate) ที่ถูกเรียกรวมกันว่า สัตว์ขาข้อ (Arthropod) เช่น แมงดาทะเล แมงมุม เห็บ กุ้ง ปู กิ้งกือ ตะขาบ และแมลงต่าง ๆ ซึ่งไฟลัมอาร์โทรโพดายังเป็นกลุ่มของสัตว์ที่มีความหลากหลายทางชนิดพันธุ์สูงสุดในโลก จากความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปของโลกได้อย่างยอดเยี่ยม และในปัจจุบันมีการค้นพบสัตว์ขาข้อเหล่านี้มากกว่า 1.2 ล้านชนิด หรือคิดเป็นร้อยละ 80 ของสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรสัตว์ทั้งหมด

คำว่า “อาร์โทร” (Arthron) แปลว่า “ข้อต่อ” และ “พอโดส” (Podos) แปลว่า “เท้า” ในภาษากรีก

อาร์โทรโพดา, แมลง, การจำแนกสิ่งมีชีวิต, อนุกรมวิธาน, สัตว์ขาข้อ

ลักษณะสำคัญของสัตว์ในไฟลัม อาร์โทรโพดา 

มีรูปร่างสมมาตรแบบครึ่งซีกหรือสมมาตรแบบซ้ายขวา (Bilateral symmetry)  

มีลำตัวเป็นข้อปล้อง ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 3 ส่วน : คือ หัว (Head) อก (Thorax) และท้อง (Abdomen) มีรยางค์หรือขาที่เป็นข้อ ซึ่งถูกใช้ประโยชน์อย่างจำเพาะในหลากหลายด้าน เช่น ใช้ในการเคลื่อนที่ ล่าเหยื่อ รับความรู้สึก ผสมพันธุ์ และป้องกันภัยอันตรายต่าง ๆ 

มีเนื้อเยื่อที่แท้จริง ครบทั้ง 3 ชั้น และมีระบบต่างๆ ภายในร่างกายที่สมบูรณ์เป็นบางส่วน

  • มีระบบหมุนเวียนโลหิตแบบเปิด (Open Circulatory System) ซึ่งเลือดจะไหลจากหัวใจเทียม (Pseudo-heart) เข้าสู่ช่องว่างในลำตัว หรือ “แอ่งเลือด” (Hemocoel) ก่อนไหลกลับเข้าสู่หัวใจอีกครั้ง ส่งผลให้เลือดไม่ได้ไหลอยู่ภายในหัวใจและเส้นเลือดตลอดเวลา นอกจากนี้ เลือดของสัตว์ขาข้อมีสีฟ้าอ่อนหรือไม่มีสี จากสารเฮโมไซยานิน (Hemocyanin) ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักภายในเลือด
  • มีระบบทางเดินอาหารสมบูรณ์ คือ มีทั้งปากและทวารหนัก
  • มีอวัยวะที่ใช้ในการหายใจหลายชนิดตามสภาพแวดล้อมของถิ่นที่อยู่อาศัย เช่น สัตว์ที่อาศัยอยู่บนบกจะมีระบบท่อลม (Tracheal system) หรือแผงปอด (Book lungs) ซึ่งนำออกซิเจนจากอากาศเข้าสู่เซลล์ของร่างกายโดยตรง ขณะที่สัตว์ซึ่งอาศัยอยู่ในน้ำจะมีเหงือก (Gill) เป็นอวัยวะในการแลกเปลี่ยนก๊าซ เป็นต้น
  • มีระบบขับถ่ายเป็นลักษณะเฉพาะในแต่ละกลุ่ม เช่น แมลงจะมีท่อมัลพิเกียน (Malpighian tubule) ที่ต่อจากท่อทางเดินอาหารเป็นอวัยวะขับถ่าย หรือกุ้งจะมีอวัยวะขับถ่ายที่เรียกว่า “ต่อมเขียว” (Green gland) 1 คู่ อยู่บริเวณฐานของหนวดทำหน้าที่กรองของเสียออกจากร่างกาย เป็นต้น
  • มีระบบประสาทและอวัยวะรับสัมผัสที่เจริญแล้ว คือมีศูนย์รวมระบบประสาทอยู่ที่ส่วนหัว ซึ่งประกอบด้วยปมประสาท 1 คู่ และมีเส้นประสาทบริเวณท้อง (Ventral Nerve Cord) ทอดไปตามความยาวของลำตัวอีก 1 คู่ อีกทั้ง ยังมีอวัยวะรับสัมผัสที่พัฒนาขึ้น เช่น ดวงตา หนวด และขาสัมผัส เป็นต้น

มีโครงร่างแข็งภายนอก (Exoskeleton) : เป็นสารจำพวกไคติน (Chitin) และโปรตีน ส่งผลให้สัตว์หลายชนิดในไฟลัมนี้ มีการลอกคราบ (Molting) ระหว่างการเจริญเติบโต

มีการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ : คือแยกเพศผู้และเพศเมียอย่างชัดเจน และมีการปฏิสนธิภายใน นอกจากนี้ สัตว์บางชนิดจะมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างระหว่างการเจริญเติบโต หรือที่เรียกว่า “เมตามอร์โฟซิส” (Metamorphosis)

อาร์โทรโพดา, แมลง, การจำแนกสิ่งมีชีวิต, อนุกรมวิธาน, สัตว์ขาข้อ

สัตว์ในไฟลัมอาร์โทรโพดา  สามารถแบ่งออกเป็น 6 หมวดชั้น (Class)

ครัสตาเซีย (Crustacea) คือ กลุ่มของกุ้ง กั้ง ปู และเพรียงหิน ซึ่งอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทะเล แหล่งน้ำจืดหรือน้ำกร่อย มีส่วนหัวเชื่อมกับส่วนอก (Cephalothorax) มีหนวด 2 คู่ มีขาเดิน 5 คู่ หรือมากกว่า ส่วนท้องมีรยางค์สำหรับว่ายน้ำหรือเป็นที่เกาะของไข่

อาร์โทรโพดา, แมลง, การจำแนกสิ่งมีชีวิต, อนุกรมวิธาน, สัตว์ขาข้อ

เมอโรสโตมาตา (Merostomata) คือ กลุ่มของแมงดาทะเล เช่น แมงดาทะเล แมงดาถ้วย หรือ แมงดาทะเลหางกลม และแมงดาจาน เป็นต้น มีส่วนของหัวเชื่อมกับส่วนอก มีขา 5 คู่

อาร์โทรโพดา, แมลง, การจำแนกสิ่งมีชีวิต, อนุกรมวิธาน, สัตว์ขาข้อ

อะแรคนิดา (Arachnida) เป็นกลุ่มของสัตว์บก มีอยู่ราว 60,000 ชนิด ไม่มีหนวด มีขา 4 คู่ มีส่วนของหัวเชื่อมกับส่วนอก ไม่มีหนวด เช่น แมงมุม แมงป่อง และเห็บ เป็นต้น 

อาร์โทรโพดา, แมลง, การจำแนกสิ่งมีชีวิต, อนุกรมวิธาน, สัตว์ขาข้อ

อินเซคตา (Insecta) เป็นกลุ่มของแมลง ซึ่งมีจำนวนชนิดพันธุ์มากที่สุดหรือราว 1 ล้านชนิด ได้แก่ ยุง แมลงวัน ผึ้ง ต่อ ผีเสื้อ และแมลงปอ เป็นต้น สัตว์ในกลุ่มนี้ มีหนวด 1 คู่ มีขา 3 คู่ มีส่วนของลำตัวแยกออกชัดเจนเป็น 3 ส่วนอย่างชัดเจน และส่วนใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างระหว่างการเจริญเติบโต

ไดโพลโพดา (Diplopoda) คือ กลุ่มของสัตว์ที่ถูกเรียกว่า “มิลลิพิด” (Millipede) จากการมีขาจำนวนมาก อย่างเช่น กิ้งกือและกระสุนพระอินทร์ ซึ่งบริเวณลำตัวที่มีลักษณะเรียบลื่นจะประกอบไปด้วยปล้องจำนวนมาก (ตั้งแต่ 25 ไปจนถึง 100 ปล้อง) และแต่ละปล้องจะมีรยางค์ 2 คู่ บริเวณส่วนหัวประกอบด้วยหนวด 1 คู่ เป็นสัตว์กินพืชหรือซากพืช มีอยู่ราว 7,500 ชนิด

อาร์โทรโพดา, แมลง, การจำแนกสิ่งมีชีวิต, อนุกรมวิธาน, สัตว์ขาข้อ

ชิโลโพดา (Chilipoda) คือ กลุ่มของตะขาบ (Centipede) มีหนวด 1 คู่ บริเวณหัว ซึ่งบริเวณลำตัวที่มีลักษณะแบนจะประกอบไปด้วยปล้องจำนวนมาก และแต่ละปล้องจะมีรยางค์ 1 คู่ ยกเว้นปล้องแรกและปล้องสุดท้าย ซึ่งรยางค์ของปล้องแรกสุดถูกพัฒนาไปเป็นเขี้ยวพิษ 1 คู่ เป็นกลุ่มของสัตว์กินเนื้อที่เคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว

อาร์โทรโพดา, แมลง, การจำแนกสิ่งมีชีวิต, อนุกรมวิธาน, สัตว์ขาข้อ

สืบค้นและเรียบเรียง
คัดคณัฐ ชื่นวงศ์อรุณ


ข้อมูลอ้างอิง

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)https://www.scimath.org/lesson-biology/item/7035-animal-kingdom-invertebrate

โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์http://www.mwit.ac.th/~deardean/link/All%20Course/biodiver/biodivpdf/diver_animalia2_2.pdf 

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์http://pirun.ku.ac.th/~fscibtb/download/Arthropoda_Lecture.pdf

มหาวิทยาลัยบูรพาhttps://www.academia.edu/39513928/อาณาจักรสัตว_Kingdom_Animalia


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ: นักล่าน้ำผึ้งคนสุดท้าย

เมาลิ ธัน ปีนบันไดเชือกสูงกว่า 30 เมตรไปยังรางวัลที่รออยู่ นั่นคือรังผึ้งอุดมไปด้วยน้ำผึ้งเมาที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ควันจากหญ้าแห้งติดไฟทำให้ผึ้งสับสนและอาจช่วยให้เมาลิถูกผึ้งต่อยน้อยลง ด้วยความสูงขนาดนี้ความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อยอาจหมายถึงความตาย

เรื่องแนะนำ

เผยโฉมใบหน้าของแมรี แม็กดาลีน

ใบหน้าที่เห็นนี้ถูกสร้างขึ้นใหม่จากกระโหลกศีรษะที่เชื่อกันว่าเป็นของ แมรี แม็กดาลีน สตรีผู้ติดตามพระเยซู ตามพระคัมภีร์ไบเบิลพันธสัญญาใหม่ กระโหลกศีรษะนี้ถูกเก็บรักษาอยู่ที่มหาวิหาร Saint-Maximin-La-Sainte-Baume ในฝรั่งเศส Philippe Froesh ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาและศิลปิน ร่วมมือกับ Philippe Charlier นักมานุษยวิทยา ทั้งคู่ใช้ภาพถ่ายหลายร้อยใบเป็นส่วนประกอบในการสร้างภาพจำลอง 3 มิติใบหน้าของแมรี แม็กดาลีนขึ้นมา เนื่องจากกระโหลกศีรษะยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ดังนั้นจึงง่ายต่อการระบุตำแหน่งของดวงตา จมูกและปาก ซึ่งพวกเขาคาดหวังว่าเทคโนโลยีนี้จะมีส่วนช่วยไขปริศนาทางโบราณคดีอีกมากมายในอนาคต   อ่านเพิ่มเติม : ผลตรวจ DNA ชี้โครงกระดูกของนักรบไวกิงผู้โด่งดัง เป็นผู้หญิง, รำลึก 20 ปีการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอานา

ลักษณะเฉพาะทางพันธุกรรมของ พะยูนไทย

ความสำเร็จของนักวิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สร้างความตื่นเต้นไปทั่วโลก กับการค้นพบลักษณะเฉพาะทางพันธุกรรมของ พะยูนไทย ที่ไม่เหมือนประชากรพะยูนอื่นๆ ในโลก พะยูนเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยในทะเล ปัจจุบัน จำนวนของประชากรพะยูนทั่วโลกลดลงไปอย่างมาก ในประเทศไทยรายงานนพบประมาณ 200 ตัว เท่านั้น ส่วนใหญ่อาศัยอยู่แถบชายฝั่งทะเลจังหวัดตรัง พะยูนไทย จากปัญหาเรื่องจำนวนประชากรพะยูนที่ใกล้สูญพันธุ์ พะยูนจึงถูกคุ้มครองด้วยกฎหมายจำนวนมาก และหลายงานหน่วยต่างเร่งออกมาตรการปฏิบัติ เพื่อปกป้องสายพันธุ์อันเปราะบางนี้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยคณะสัตวแพทยศาสตร์ ร่วมกับศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน กรมทรัพยากรชายทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมมือกันวิจัยเกี่ยวกับการอนุรักษ์พะยูนในทะเลมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดในปี 2021 ทีมวิจัยประสบความสำเร็จในการศึกษาเรื่อง “ความหลากหลายทางพันธุกรรมของพะยูนในประเทศไทยและทั่วโลก” ซึ่งผลจากการศึกษาสร้างความสนใจให้นักวิชาการทั้งในและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก เนื่องจากพบว่ามีพะยูนกลุ่มหนึ่งที่อาศัยในทะเลอันดามันของประเทศไทยมีลักษณะประชากรที่จำเพาะไม่เหมือนพะยูนที่อื่นในโลกนี้ โดยผลงานได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ Scientific Reports เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2021 ปัญหาสำคัญของการอนุรักษ์และเพิ่มจำนวนพะยูนคือไม่สามารถเพาะเลี้ยงได้ รวมถึงอัตราการรอดชีวิตค่อนข้างต่ำ เมื่อเลี้ยงในระบบปิด อย่างกรณีที่เคยปรากฏในสื่อต่างๆ ก่อนหน้านี้ทั้ง “มาเรียม” หรือ “ยามีล” ดังนั้น จึงเป็นความท้าทายสำหรับทีมวิจัยที่ต้องศึกษาค้นคว้า เพื่อหาแนวทางในการจัดการอนุรักษ์ รองศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.กรกฎ งานวงศ์พาณิชย์ หัวหน้าคณะผู้วิจัยได้ กล่าวว่า การศึกษาครั้งนี้ใช้ตัวอย่างจากเนื้อเยื่อพะยูนจำนวน […]

NGT x SaySci Ep.4 “ผงซักฟอกและสารลดแรงตึงผิว”

ผงซักฟอก และสารทำความสะอาดต่างๆ ที่เราใช้กันในชีวิตประจำวันนั้น สามารถขจัดคราบสกปรกบนวัสดุและพื้นผิวได้อย่างไร? แล้วทำไมต้องใช้สารทำความสะอาดร่วมกับน้ำ? มาร่วมหาคำตอบไปพร้อมๆ กัน

กลายร่างเป็นหิน

เรื่อง ไมเคิล เกรชโค ภาพถ่าย โรเบิร์ต คลาร์ก วันที่ 21 มีนาคม ปี 2011 ชอว์น ฟังก์ พนักงานควบคุมเครื่องจักรขนาดใหญ่ กำลังขุดดิน โดยไม่ได้เฉลียวใจเลยว่า อีกไม่ช้าเขาจะได้พบกับมังกร วันจันทร์นั้นเริ่มต้นเหมือนวันอื่นๆที่เหมืองมิลเลนเนียม เหมืองเปิดขนาดยักษ์ ห่างจากเมืองฟอร์ตแมกเมอร์เรย์ รัฐแอลเบอร์ตา ประเทศแคนาดา ไปทางเหนือราว 27 กิโลเมตร ดำเนินงานโดยบริษัทพลังงานชื่อซันคอร์ ในช่วง 12 ปีของ การทำงาน ฟังก์เคยพบไม้กลายเป็นฟอสซิล และบางครั้งก็ตอไม้กลายเป็นหิน แต่ไม่เคยพบซากสัตว์เลย ส่วนซากไดโนเสาร์นั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง แต่ราวบ่ายโมงครึ่ง มือขุดของรถขุดดินตักอะไรได้บางอย่างที่แข็งกว่าหินในบริเวณนั้นมาก ก้อนสีแปลกๆหลุดออกจากดินที่ขุด กลิ้งหลุนๆลงไปยังคันดินเบื้องล่าง ภายในไม่กี่นาที ฟังก์กับหัวหน้าของเขาชื่อ ไมก์ แกรตตัน เริ่มสงสัยว่าก้อนหิน  สีน้ำตาลเข้มเหล่านั้นเป็นเศษไม้ที่กลายเป็นฟอสซิลหรือเป็นซี่โครงกันแน่ “ทันใดนั้นไมก์พูดประมาณว่า ‘เราต้องเอานี่ไปตรวจดูซะหน่อยแล้ว’ ” ฟังก์เล่าไว้ในการสัมภาษณ์ครั้งหนึ่งเมื่อปี 2011 “เป็นอะไรที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนอย่างแน่นอนครับ” เกือบหกปีต่อมา ผมไปเยือนห้องปฏิบัติการเตรียมฟอสซิลที่พิพิธภัณฑ์รอยัลไทร์เรลล์ ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณภูมิประเทศแบดแลนด์ที่ลมพัดจัดของรัฐแอลเบอร์ตา ผมสนใจกองหินหนัก 1.1 […]