หุ่นยนต์บำบัด : เพื่อนคู่ใจของผู้สูงวัย - National Geographic Thailand

หุ่นยนต์บำบัด : เพื่อนคู่ใจของผู้สูงวัย

หุ่นยนต์บำบัด : เพื่อนคู่ใจของผู้สูงวัย

ในอนาคต หุ่นยนต์บำบัด อาจกลายมาเป็นผู้ช่วยและคอยปลอบประโลมใจผู้สูงอายุ  เพื่อตอบสนองความต้องการผู้ดูแลคนชรา ซึ่งนับวันยิ่งเป็นที่ต้องการมากขึ้นทุกที

ตอนที่โกลดี เนจาต์ เริ่มพัฒนาหุ่นยนต์เมื่อปี 2005 เธอใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการขอพบผู้คนในวงการแพทย์และการลงทุน ด้วยความหวังจะได้สาธิตหุ่นยนต์ ต้นแบบสุดไฮเทคของเธอ  ในขณะนั้น วงการสาธารณสุขยังลังเล  “แต่ตอนนี้เป็นคนละเรื่องเลยค่ะ” เนจาต์ อาจารย์สาขาวิศวกรรมเครื่องยนต์ที่มหาวิทยาลัยโทรอนโต บอก “มีคนโทรหาฉันจากทั่วโลกและถามว่า เมื่อไรหุ่นยนต์จะพร้อมใช้งาน”

จักรกลชนิดพิเศษของเนจาต์นี้เรียกว่า หุ่นยนต์บำบัด หรือหุ่นยนต์ช่วยเหลือทางสังคม (socially assistive robot) ได้รับการออกแบบมาเพื่อมีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ และอาจช่วยพวกเราได้ในยามเร่งด่วน นั่นคือดูแลผู้สูงอายุ  คาดว่า ประชากรอายุมากกว่า 80 ปีจะเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าทั่วโลก จาก 143 ล้านคนเป็น 426 ล้านคน ภายในปี 2050

หุ่นยนต์บำบัด ดังกล่าวมีประโยชน์มากเป็นพิเศษสำหรับผู้ป่วยอัลไซเมอร์และโรคสมองเสื่อม เพราะหุ่นยนต์จะถูกตั้งโปรแกรมให้ช่วยเหลืองานได้ทุกเรื่อง ตั้งแต่เตือนให้กินยาจนถึงพาผู้ป่วยออกกำลังกาย  หุ่นยนต์ของเนจาต์ยังสามารถนำเกมที่กระตุ้นความจำอื่นๆ เพื่อให้ผู้ป่วยได้ใช้กระบวนการคิดอยู่เสมอ

อีฟ เจลลี ช่างภาพชาวฝรั่งเศส ผู้ได้แรงบันดาลใจจากศักยภาพของหุ่นยนต์ในการช่วยเหลือผู้สูงอายุ  ใช้เวลาสองปีในการสร้างหนังที่ชนะรางวัลเรื่อง Year of the Robot ในปี 2019 ซึ่งบันทึกปฎิสัมพันธ์ระหว่างคนชรากับหุ่นยนต์ช่วยเหลือทางสังคมในสถานดูแลคนชราระยะยาวในฝรั่งเศสและเบลเยียม  ในหนัง เจลลีและมักซีม จาคอปส์ ผู้ช่วย  ทำให้หุ่นยนต์ดูมีความเป็นมนุษย์ด้วยการปล่อยให้คนกับหุ่นได้ตอบโต้กันอย่างอิสระ ในฉากที่ดูเหมือนมาจากโลกอนาคต เราเห็นคนเล่นเปียโน เต้นรำ และกระทั่งเปิดอกเล่าความลับให้เพื่อนหุ่นยนต์ของตัวเองฟัง

หลังถ่ายหนังเสร็จ เจลลีเริ่มงานถ่ายภาพที่เป็นโครงการต่อเนื่อง  เขาขอให้คนที่ปรากฏในหนังนึกถึงภาพฝันที่มีหุ่นยนต์อยู่ด้วยว่า พวกเขาอยากทำอะไรมากที่สุด  เจลลีบันทึกการปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนกับหุ่นยนต์หลังสังเกตการณ์อยู่หลายเดือน  โครงการนี้ไม่ได้หวังว่าจะช่วยบำบัด หรือแสดงให้เห็นศักยภาพที่แท้จริงของหุ่นยนต์ แต่เป็นการสำรวจขีดความสามารถของมนุษย์ในการสร้างความสัมพันธ์กับหุ่นยนต์

ที่ผ่านมา นักวิจารณ์แสดงความวิตกว่า หุ่นยนต์ผู้ดูแลอาจทำให้ปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนหายไปและทำให้คนตกงาน แต่เป้าหมายของหุ่นชนิดนี้ คือการเข้ามาช่วยงานดูแลมนุษย์ ไม่ใช่เข้ามาแทนที่  ไบรอัน สกัสเซลลาติ หัวหน้าห้องปฏิบัติการหุ่นยนต์ด้านสังคมที่มหาวิทยาลัยเยล บอก  เขาทดสอบหุ่นยนต์กับผู้ป่วยหลายประเภทและพบว่า ปฏิสัมพันธ์รายวันกับหุ่นยนต์ช่วยให้เด็กที่เป็นโรคออทิซึมสเปกตรัม (autism spectrum disorder) พัฒนาการสบตาและมีทักษะทางสังคมดีขึ้น

มารีเบล พิโน นักจิตวิทยาการรับรู้ ผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการโบรกาลีฟวิงที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกรตเทอร์ปารีส หนึ่งในสถานที่ที่ใช้ถ่ายภาพประกอบสารคดีเรื่องนี้ อธิบายถึงปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนกับหุ่นยนต์ในภาพถ่ายว่าเป็นของจริงที่ไม่ได้เสริมแต่ง  ภายหลังใช้เวลากับหุ่นยนต์แล้ว หลายคนรู้สึกผูกพันกับพวกมันขึ้นมา

สกัสเซลลัตติบอกว่า ประโยชน์ข้อหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ หุ่นยนต์ช่วยดูแลคนตามแบบที่กำหนดไว้ได้และเป็นไปตามความต้องการ นับวันความต้องการใช้หุ่นแบบนี้มีแต่จะเพิ่มขึ้น

เรื่อง คลอเดีย คัลบ์

ภาพถ่าย อีฟ เจลลี

คลอเดีย คัลบ์ เขียนเรื่องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์แห่งอัจฉริยภาพ ปาโปล ปิกัสโซ และเลโอนาร์โด ดา วินชี ที่ตีพิมพ์ใน เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก อีฟ เจลลี ถ่ายภาพหมู่เกาะพิตแคร์นในนิตยสารฉบับภาษาฝรั่งเศส

หุ่นยนต์บำบัด
ที่บ้านพักคนชราระยะยาววีเวอร์โบสในเกนต์ เบลเยียม ผู้สูงวัยอายุ 94 ปีคนนี้อยากได้หุ่นยนต์ที่เต้นรำขณะเธอเล่นเปียโน ฟาบรีซ โกฟแฟง ซีอีโอร่วมของโซราบอตส์ เชื่อว่า ขนาดที่เล็กจิ๋วของหุ่นทำให้ดูเหมือนเด็กๆ ซึ่งทำให้ผู้สูงอายุชื่นชอบ “เด็กยังตรงไปตรงมาและไม่ตัดสินใครครับ” เขาบอก
หุ่นยนต์บำบัด
ระหว่างถ่ายภาพ ช่างภาพขอให้เหล่าผู้สูงวัยนึกภาพว่า จะสื่อสารและมีปฏิสัมพันธ์กับหุ่นยนต์อย่างไร  คุณยายคนนี้อยู่ในเมซงเฟอร์รารี บ้านพักคนชราในกลามา ฝรั่งเศส  อาสารับบทแม่ทูนหัวของหุ่นยนต์  เธอนึกภาพตัวเองกำลังฉลองวันเกิดของหุ่นและตกแต่งเก้าอี้ของเธอด้วยลูกโป่ง
หุ่นยนต์บำบัด
ความว้าเหว่เป็นสิ่งที่พบมากในกลุ่มผู้สูงอายุ  คุณยายจากบ้านพักคนชราระยะยาวในมงต์เจรง ฝรั่งเศส คนนี้ มองหุ่นยนต์ว่าเป็นเพื่อนคู่คิด  ทั้งคู่อยู่ในอาคาร แต่เธอกำลังนึกภาพตัวเองอาบแดดอยู่กับหุ่นยนต์
หุ่นยนต์บำบัด
ผู้อาศัยคนนี้ที่เมซงเฟอร์รารีบอกว่า เธออยากให้หุ่นยนต์สอนเล่นบาสเกตบอล หุ่นซึ่งสร้างโดยบริษัทซอฟต์แบงก์โรโบติกส์ในโตเกียวไม่ได้ตั้งโปรแกรมไว้สำหรับงานดังกล่าว  อย่างไรก็ตาม ซอฟต์แวร์ที่ออกแบบโดยโซราบอตส์ในเบลเยียม สามารถช่วยคนให้ทำงานได้หลายอย่าง รวมทั้งการออกกำลังกายด้วย
หุ่นยนต์บำบัด
หุ่นยนต์ช่วยเหลือทางสังคม (socially assistive robot) ได้รับการออกแบบมาเพื่อมีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ และอาจช่วยพวกเราได้ในยามเร่งด่วน นั่นคือดูแลผู้สูงอายุ  คาดว่า ประชากรอายุมากกว่า 80 ปีจะเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าทั่วโลก จาก 143 ล้านคนเป็น 426 ล้านคน ภายในปี 2050
หุ่นยนต์บำบัด
ในอนาคต หุ่นยนต์ อาจกลายมาเป็นผู้ช่วยและคอยปลอบประโลมใจผู้สูงอายุ  เพื่อตอบสนองความต้องการผู้ดูแลคนชรา ซึ่งนับวันยิ่งเป็นที่ต้องการมากขึ้นทุกที

*** อ่านสารคดีฉบับเต็มได้ในนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนมกราคม 2563


สารคดีแนะนำ

วิเคราะห์เจาะลึก โควิด-19 กับนักไวรัสวิทยาชาวไทย

เรื่องแนะนำ

รูปที่มีทุกบ้าน

หากมองเผิน ๆ เราคงไม่รู้สึกประหลาดใจกับภาพถ่ายภาพนี้สักเท่าไร แต่ถ้าผมบอกว่าภาพนี้ถ่ายโดยช่างภาพชื่อ ดีน คองเกอร์ มีดีกรีเป็นช่างภาพ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ก็อาจจุดประกายความสนใจขึ้นมาได้บ้าง แล้วถ้าผมบอกเพิ่มอีกว่า ภาพนี้ถ่ายไว้ตั้งแต่ปี 1967 หรือตรงกับ พ.ศ. 2510 เป็นภาพหนึ่งที่ประกอบสารคดีเรื่อง “Hope and Fears in Booming Thailand” ตีพิมพ์ใน เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับเดือนกรกฎาคม ปีเดียวกันนั้น ก็น่าจะทำให้ใครหลายคนอยากรู้เรื่องราวเบื้องหลังมากขึ้น คำบรรยายภาพภาพนี้ระบุสั้น ๆ ว่า “พระภิกษุหนุ่มรูปหนึ่งกำลังศึกษาพระธรรมอยู่ในกุฏิที่วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ชายไทยส่วนใหญ่รวมถึงพระมหากษัตริย์ซึ่งพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ประดับอยู่บนผนังห้องจะได้รับผลบุญยิ่งใหญ่จากการบวชเรียนเป็นพระภิกษุ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ตาม” ภาพถ่ายภาพนี้มีอายุเกือบครึ่งศตวรรษ หากบวกเวลาเพิ่มเข้าไปอีก 20 ปีคงหมายถึงหนึ่งชั่วอายุคนและหมายถึงช่วงเวลา 70 ปีที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ของปวงชนชาวไทย รัชสมัยอันยาวนานนี้หมายความว่า คนไทยส่วนใหญ่เกิดและเติบโตขึ้นใน แผ่นดินรัชกาลที่ 9 แม้วันนี้พระองค์จะจากพวกเราไป พร้อม ๆ กับที่ยุคสมัยหรือหน้าประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่หน้าหนึ่งได้ปิดฉากลง นั่นคือความเป็นจริงอันเจ็บปวดที่เราจำต้องยอมรับ  และก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยกัน ในบทความเรื่อง “พระราชวงศ์ผู้ทรงงานของไทย” หรือ “Thailand’s Working Royalty” ตีพิมพ์ใน เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับตุลาคม ปี 1982 ผู้เขียนมีโอกาสเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อกราบบังคมทูลสัมภาษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตรัสถึงความเปลี่ยนแปลงในบ้านเมืองโดยทรงไล่เรียงความเป็นไปในแต่ละรัชกาล จนมาถึงรัชสมัยของพระองค์ว่า “แล้วเราก็เข้ามา [เสด็จขึ้นครองราชย์] ตอนนั้นเราอายุ 18 ถึงตอนนี้ก็ 36 ปีแล้ว เป็นเวลายาวนานทีเดียว ตอนที่เราเข้ามารับหน้าที่นี้ในพระราชวัง ทั้งเก้าอี้และพรมมีรูโหว่ พื้นก็ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด พระราชวังอยู่ในสภาพเก่าทรุดโทรม ตอนนั้นเป็นช่วงหลังสงคราม และไม่มีใครคอยดูแล เราต้องสร้างสิ่งต่าง ๆ ขึ้นใหม่ เราไม่รื้อทำลาย แต่ค่อย ๆ ประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ เข้าด้วยกันทีละชิ้น นี่ก็ล่วงเข้า 36 ปีแล้ว ดังนั้นรัชสมัยนี้อาจเป็นเรื่องของการก้าวไปทีละก้าว [เป็น] วิวัฒนาการมองหาสิ่งดี ๆ จากอดีต ประเพณียังคงอยู่และได้รับการปรับเปลี่ยน นี่คือบทเรียน: เรานำประเพณีเก่าแก่มาบรูณะขึ้นใหม่ เพื่อใช้ประโยชน์ในปัจจุบันและอนาคต”      ปวงข้าพระพุทธเจ้าขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้   อ่านเพิ่มเติม : คุยกับซีซาร์ มิลแลน, ๙ ช่างภาพสารคดีกับในหลวงรัชกาลที่ ๙

สุดยอดโรงแรมถ่ายภาพลงอินสตาแกรมสุดเจ๋งในสหรัฐอเมริกา

จากนิวยอร์กไปถึงซานฟรานซิสโก นี่คือภาพถ่ายของที่พักอันสวยงามที่ออกแบบได้อย่างเก๋ไก๋มีสไตล์ ถ่ายภาพได้โดย #ไม่ใส่ฟิลเตอร์ กระแสความนิยมใหม่ของโรงแรมที่เน้นการออกแบบอย่างหรูหรามีสไตล์กำลังเป็นที่นิยมไปทั่วสหรัฐอเมริกา ที่พักเหล่านี้ตั้งใจมอบความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านและแสดงถึงการตกแต่งที่อิงไปกับสภาพแวดล้อมรอบโรงแรม คิดถึงการตกแต่งภายในให้เหมือนพักอาศัย ตกแต่งด้วยงานภาพวาดของงานศิลปะท้องถิ่น ชั้นวางหนังสือที่สั่งทำพิเศษ และสระว่ายน้ำที่ขโมยซีนโรงแรม โรงแรมที่มีการออกแบบอันโดดเด่นเหล่านี้ต่างมีเรื่องราวที่อยากเล่าเป็นของตัวเอง “ผู้คนสนใจว่าโรงแรมนั้นมีความเชื่อมโยงกับแกลลอรีท้องถิ่น ร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้าแฟชั่น ที่เที่ยวกลางคืน และงานเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรมที่ตรงกับรสนิยมของบุคคล ซึ่งพวกเขากำลังจะเดินทางไปต่อได้อย่างไร” ความสนใจในรายละเอียดเหล่านี้ทำให้โรงแรมเหล่านี้ถ่ายภาพออกมาได้อย่างดูดี จึงทำให้เป็นที่นิยมในบรรดาผู้รักการใช้งานโซเชียลมีเดียด้วยเช่นกัน “โรงแรมเหล่านี้ต่างมีความสวยงาม จนผู้คนอยากพูดถึง ถ่ายภาพ แล้วแชร์ไปในโซเชียลมีเดีย” เดเนียล คลอดีลล์ ผู้อำนวยการสร้างสรรค์แห่งโรงแรมชีโนลา กล่าว โรงแรม เพอร์รี เลน (PERRY LANE HOTEL)  นี่เป็นโรงแรมที่มีความทันสมัยภายใต้จิตวิญญาณที่เก่าแก่ โรงแรมเพอร์รี ตกแต่งในสไตล์ซาวานนาห์ เมืองเก่าแก่ที่สุดในรัฐจอร์เจีย เมืองทางใต้ของสหรัฐอเมริกา มีการตกแต่งภายในด้วยงานศิลปะจากท้องถิ่น กระเบื้องสีขาวดำที่ล็อบบี้สะท้อนการตกแต่งสีของสระน้ำบนดาดฟ้า ที่มีการตกแต่งแบบบังกะโลเขตร้อน โรงแรมชิโนลา (SHINOLA HOTEL) โรงแรมซึ่งใช้ชื่อเดียวกันกับผู้ผลิตสินค้าหรูหราแห่งนี้เปิดทำการเมื่อเดือนมกราคม ที่ผ่านมา ที่ใจกลางเมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน ตกแต่งโดยใช้ผิวสัมผัสที่น่าดึงดูดโดยการใช้หิน โลหะที่ใช้ตกแต่ง ทองเหลืองขัดน้ำมัน หนังสัตว์ ไม้ ผสานไปกับชุดสีคาราเมล เทา […]

รวมภาพบรรดาห้องสมุดที่น่าหลงใหลที่สุดในโลก

จากอารามต่างๆ ไปจนถึงห้องอ่านหนังสือหลวง มาร่วมท่องเที่ยวไปในบรรดา ห้องสมุด ที่ยิ่งใหญ่เหล่านี้ นอกจากเป็นสถานที่เก็บหนังสือแล้ว ห้องสมุด ก็เป็นได้ทั้งแรงบันดาลใจและสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจ หรืออาจจะเป็นตัวอย่างของงานสถาปัตยกรรมที่ดีได้เช่นกัน สถาปนิกผู้เลื่องชื่อในประวัติศาสตร์ล้วนเคยสร้างห้องสมุดมาแล้ว ไม่ว่าเป็นห้องสมุด Bibliothèque Sainte-Geneviève ซึ่งสร้างโดยสถาปนิก Henri Labrouste ไปจนถึงห้องสมุดสาธารณะแห่งซีแอตเทิล ซึ่งเป็นห้องสมุดที่ออกแบบในเชิงร่วมสมัยโดย Rem Koolhaas ในภาพเหล่านี้ เราให้มุมมองที่ใกล้ชิดของห้องสมุดที่สวยงามโดดเด่นหลายแห่งในโลก โดยห้องสมุดที่ตระการตาเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นห้องสมุด St. Emmeram ซึ่งมีชื่อเสียงในช่วงต้นยุคกลางในด้านการทำหนังสือ หรือชุดของสะสมส่วนตัวของบรรดาขุนนางที่จัดแสดงให้สาธารณะชนได้รับชม อาจสร้างแรงบันดาลใจให้คุณไปสำรวจโลกใบใหม่ๆ ของตัวคุณเอง ห้องสมุดREAL GABINETE PORTUGUÊS DE LEITURA นครรีอูดีจาเนรู ประเทศบราซิล ห้องอ่านหนังสือหลวงนี้เป็นตัวอย่างของงานสถาปัตยกรรมแบบ Neo-Manueline ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมอันหรูหราของโปรตุเกสในช่วงยุคศิลปะโกทิกตอนปลาย นอกจากการตกแต่งภายในที่ดูเลอค่าแล้ว ส่วนด้านหน้าของอาคารที่เป็นหินปูนก็มีภาพของนักสำรวจชาวโปรตุเกสอย่าง Vasco da Gama ประดับอยู่ โดยห้องสมุดแห่งนี้สามารถได้เข้าชมฟรีและอนุญาตให้ถ่ายภาพได้ ห้องสมุดBIBLIOTHEK DER BENEDIKTINERABTEI เมือง METTEN ประเทศเยอรมนี ห้องสมุดแห่งนี้ได้รับการพิจารณาว่าเป็นหนึ่งในห้องสมุดที่สวยที่สุดในโลก ตั้งอยู่ที่แคว้นบาวาเรียในมหาวิหาร […]

สลาลมเที่ยงคืน

เรื่อง เจเรมี เบอร์ลิน ภาพถ่าย ออสการ์ เอนันเดอร จะทำอย่างไรให้ภูเขาเปล่งแสงเรืองรอง  หิมะทอประกายกลางแสงไฟหลากสีสัน แล้วเล่นสกียามค่ำคืนสู่ยอดสูงละลานตาในอีกระดับ อย่างแรกที่คุณต้องทำคือ  เสาะหาที่ลาดชันซึ่งยังคงความเป็นธรรมชาติบนผาสูงในผืนป่าอันห่างไกลของรัฐบริติชโคลัมเบียและอะแลสกา จากนั้นก็หาวิธีขนเครื่องไม้เครื่องมือหนัก 5,000 กิโลกรัม ได้แก่ หลอดไฟขนาด 4,000 วัตต์ใหญ่เท่าเครื่องซักผ้า พร้อมเครื่องปั่นไฟเพื่อจ่ายไฟฟ้า นั่งร้าน สายไฟและเคเบิล  ขึ้นไปบนยอดเขาสูงกว่า 2,000 เมตร จากนั้นใช้เวลาอีกหลายเดือนไปกับการคำนวณกำลังไฟฟ้าและความกว้างของลำแสงไฟ   รวมถึงน้ำหนักสิ่งของ ปริมาณเชื้อเพลิงที่ต้องใช้  ระยะทาง และลักษณะภูมิประเทศ  อีกทั้งจ้างช่างคุมไฟและช่างเทคนิคฝีมือดี  แล้วเกณฑ์นักกีฬาระดับหัวแถวมาสักกลุ่ม  จับสวมชุดติดหลอดไฟและใส่แบตเตอรี่ไว้ในกระเป๋า คาดแผงหลอดไฟแอลอีดีไว้บนหลัง  เปิดกล้อง แล้วหวังว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่นิก แวกกอนเนอร์และหุ้นส่วนจากสวีตกราสส์โปรดักชันส์ทำในฤดูใบไม้ผลิปี 2014 เมื่องานถ่ายโฆษณาทำให้พวกเขามีเครื่องมือที่จำเป็นเพื่อสร้างฝันที่รอมานานให้เป็นจริง  นั่นคือถ่ายทำการเล่นสกียามค่ำคืนบนภูเขาลูกมหึมา   พวกเขาพร้อมแล้วที่จะทำความฝันให้เป็นจริงโดยได้ช่างภาพสกีชาวสวีเดน ออสการ์ เอนานเดอร์ เป็นมือถ่ายภาพนิ่งระหว่างการถ่ายทำ “ผมไม่ได้พูดเกินไปหรอกถ้าจะบอกว่างานนี้กดดันสุดๆ” แวกกอนเนอร์บอก  “หลายสิ่งหลายอย่างอาจเกิดผิดพลาดขึ้นมาได้ทุกเมื่อ” แล้วเรื่องผิดพลาดบางเรื่องก็เกิดขึ้นจริง ๆ  หลังถ่ายทำในอะแลสกาไปได้ 11 วัน  ทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว แต่สายพ่วงที่สำคัญช่วงหนึ่งกลับหายไป แวกกอนเนอร์ต้องเกลี้ยกล่อมนักบินเฮลิคอปเตอร์ให้บินไกลถึง […]