เยาชนไทยเตรียมแข่ง Coding ควบคุมหุ่นยนต์ผู้ช่วยนักบินอวกาศ ชิงแชมป์เอเชีย

เยาวชนไทยเตรียมไปแข่ง Coding ควบคุมหุ่นยนต์ชิงแชมป์เอเชีย

สวทช. ประกาศผล Space Flying Robot ทีม ‘won-SpaceY’
คว้าตั๋วแข่ง Coding ควบคุมหุ่นยนต์ผู้ช่วยนักบินอวกาศ ชิงแชมป์เอเชีย ที่ญี่ปุ่น กันยายนนี้

ณ ห้องประชุม SD-601 อาคารสราญวิทย์ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย: กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับองค์กรสำรวจอวกาศแห่งญี่ปุ่น หรือแจ็กซา (Japan Aerospace Exploration Agency: JAXA) และหน่วยงานพันธมิตร ประกาศผลการแข่งขันโครงการ Space Flying Robot Programming Challenge 2020 หรือ SRPC2020

ผลปรากฏว่าได้ทีมวอนสเปซวาย (won-SpaceY) เป็นทีมชนะเลิศ และจะเข้าร่วมการแข่งขันรอบชิงแชมป์เอเชีย ณ ศูนย์อวกาศสึกุบะ ประเทศญี่ปุ่น ในเดือนกันยายนนี้ กับภารกิจแข่งขันเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์ Astrobee ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ผู้ช่วยนักบินอวกาศ ที่ใช้งานจริงบนสถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station : ISS) ให้ปฏิบัติภารกิจตามที่ได้รับมอบหมาย

ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ

ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดเผยผ่านว่า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สวทช. ร่วมกับ องค์กรสำรวจอวกาศแห่งญี่ปุ่น หรือแจ็กซา (Japan Aerospace Exploration Agency: JAXA) และหน่วยงานพันธมิตร ได้ร่วมกันจัดโครงการแข่งขัน Space Flying Robot Programming Challenge 2020 เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของเยาวชนไทย ในการพัฒนาขีดความรู้ความสามารถด้านสะเต็มศึกษา

สวทช. ได้รับเกียรติให้ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรอบชิงแชมป์ประเทศไทย ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าแข่งขันทั้งหมด 20 ทีม แข่งขันเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ควบคุมหุ่นยนต์ Astrobee ให้ปฏิบัติภารกิจซ่อมแซมสถานีอวกาศที่ชำรุดเนื่องจากอุกกาบาตพุ่งชน โดยใช้เซิฟเวอร์ของ JAXA ประเทศญี่ปุ่น ทำการแข่งขันและแสดงภาพจำลอง (Simulation) การประมวลผลโค้ดที่เยาวชนแต่ละทีมเขียนขึ้น เพื่อคัดเลือกเพียง 1 ทีมผู้ชนะ (จาก 151 ทีมทั่วประเทศที่สมัครเข้าร่วมโครงการ) เป็นตัวแทนประเทศไทย

“โดยผลการแข่งขันปรากฏว่า ทีมชนะเลิศได้แก่ ทีมวอนสเปซวาย (won-SpaceY) ซึ่งมีสมาชิกในทีม 3 คน ประกอบด้วย นายธีรโชติ เมืองจำนงค์ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาเทคโนโลยีวิศวกรรมแมคคาทรอนิกส์ ภาควิชาเทคโนโลยีวิศวกรรมเครื่องกล นายตุลา ชีวชาตรีเกษม นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และนายสิรภพ เวสน์ไพบูลย์ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นทีมที่คว้ารางวัลชนะเลิศและได้เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันรอบชิงแชมป์เอเชีย ในรายการ Kibo Robot Programming Challenge 2020 ร่วมกับเยาวชนอีก 6 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ไต้หวัน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ณ ศูนย์อวกาศสึกุบะ ประเทศญี่ปุ่น ในเดือนกันยายน ปี 2563”

ดร.จุฬารัตน์ กล่าวต่อว่า ส่วนรางวัลรองชนะเลิศมี 2 ทีม ได้แก่ ทีม Destiny จากโรงเรียนเตรียมวิศวกรรมศาสตร์ไทย-เยอรมัน และทีม BFST จากสถาบันโคเซ็นแห่งสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง นอกจากนี้ยังมีรางวัลดีเด่นอีก 5 รางวัล คือ รางวัลดีเด่นระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 2 รางวัล ได้แก่ ทีม INTENTION X จากโรงเรียนคณะราษฎรบำรุง จังหวัดยะลา และทีม Made in Heaven โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย จังหวัดตรัง รางวัลดีเด่นระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 2 รางวัล ได้แก่ ทีม TAQ Thailand จากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล และทีม Hushub จากโรงเรียนพรหมานุสรณ์ จังหวัดเพชรบุรี และรางวัลนำเสนอดีเด่น 1 รางวัล ได้แก่ทีม KMIDS13 จากโรงเรียนสาธิตนานาชาติพระจอมเกล้า

ด้าน ดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (NSD) สวทช. ประธานคณะกรรมการตัดสิน ในฐานะตัวแทนคณะกรรมการตัดสินภาพรวม กล่าวว่า เยาวชนที่เข้าร่วมการแข่งขันในโครงการ ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจเป็นอย่างมาก คณะกรรมการ ผู้จัด และทีมงาน สามารถสัมผัสได้ถึงความรู้สึกสนุกและตื่นเต้นที่ได้รับโอกาสในการเขียนโปรแกรมเพื่อควบคุมหุ่นยนต์ Astrobee ซึ่งมีการใช้งานจริงบนสถานีอวกาศ ประสบการณ์จากการเขียนโปรแกรมครั้งนี้จะทำให้พวกเขาได้พัฒนาทักษะด้านต่างๆ อย่างบูรณาการ ทั้งคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ และภาษาคอมพิวเตอร์ และยังได้พัฒนาทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 อย่างการคิดวิเคราะห์และการทำงานร่วมกันเป็นทีม

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความรู้และประสบการณ์ที่เด็กและเยาวชนได้รับจากการแข่งขันครั้งนี้จะมีส่วนส่งเสริมให้พวกเขาได้นำทักษะไปใช้ต่อยอดเทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรมของประเทศให้เข้มแข็งต่อไปในอนาคต

นายโอะโนะ อะสึชิ

นายโอะโนะ อะสึชิ (Ono Atsushi) ผู้อำนวยการ JAXA Bangkok Office กล่าวชื่นชมและแสดงความยินดีแก่เด็กและเยาวชนผู้เข้าแข่งขันทั้ง 151 ทีม ว่า รู้สึกประทับใจในการตอบรับการเข้าร่วมการแข่งขันจากทุกทีมเป็นอย่างยิ่ง ตลอดระยะเวลากว่า 3 เดือนของการแข่งขันได้เห็นถึงความตั้งใจของทุกๆ ทีม ในการจะพัฒนาโค้ดเพื่อเอาชนะโจทย์การแข่งขันให้ดีที่สุด ภายใต้แนวคิดการทำงานจริงของนักบินที่สถานีอวกาศ ในโอกาสวันประกาศผลผู้ชนะการแข่งขันของประเทศไทยในวันนี้ ขอแสดงความยินดีกับทุกๆ ทีมที่ได้รับรางวัล และขอต้อนรับทีมผู้ชนะเลิศสู่การแข่งขันรอบชิงแชมป์เอเชียที่ประเทศญี่ปุ่น หวังว่าทุกท่านจะได้รับประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาผลงานและการทำงานในอนาคตต่อไป

สำหรับทีมตัวแทนประเทศไทยจะได้เข้าร่วมการแข่งขันต่อในรายการ Kibo Robot Programming Challenge รอบชิงแชมป์เอเชีย ณ ศูนย์อวกาศสึกุบะ (Tsukuba Space Center) ประเทศญี่ปุ่น ในเดือนกันยายนปีนี้ เยาวชนที่เข้าร่วมการแข่งขันทุกคนจะสื่อสารตรงไปที่สถานีอวกาศนานาชาติ ซึ่งมีนักบินอวกาศเป็นผู้ควบคุมการแข่งขัน และได้สัมผัสกับศูนย์อวกาศสึกุบะ ซึ่งเป็นศูนย์ปฏิบัติการขององค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น อีกทั้งยังเป็นสถานที่หลักสำหรับปฏิบัติการโครงการวิจัยอวกาศของญี่ปุ่น และนักบินอวกาศชาวญี่ปุ่นที่มีส่วนในสถานีอวกาศนานาชาติซึ่งจะได้รับการฝึกจากที่นี่

แบบจำลองหุ่นยนต์ Astrobee บนสถานีอวกาศนานาชาติ

ทั้งนี้ศูนย์อวกาศสึกุบะ ตั้งอยู่ในเมืองวิทยาศาสตร์สึกุบะ จังหวัดอิบะระกิ ที่เปิดใช้งานตั้งแต่ปี ค.ศ. 1972 มีอาคารนิทรรศการเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าเยี่ยมชมและมีแลนด์มาร์คสำคัญคือ ‘จรวด เอชทู’ จำลองขนาดเท่าของจริงตั้งอยู่ด้านหน้าอาคาร รวมทั้งแบบจำลอง ‘ยานคิโบะ โมดูล’ ขนาดเท่าของจริงแสดงอยู่ภายในอาคารด้วย

ผู้สนใจติดตามข่าวความเคลื่อนไหวโครงการแข่งขัน Space Flying Robot Programming Challenge 2020” ได้ที่เว็บไซต์ https://www.nstda.or.th/jaxa-thailand หรือแฟนเพจ JAXA Thailand

เรื่องแนะนำ

เปิดแล้ว โอลิมปัส สโตร์ แฟล็กชิป แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โอลิมปัส จับมือ บิ๊ก คาเมร่า เปิดตัว โอลิมปัส สโตร์ แฟล็กชิป แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โอลิมปัส แบรนด์กล้องดิจิทัลชั้นนำ เดินหน้าลุยตลาดเพื่อรองรับการขยายตัวของผู้บริโภคในเมืองไทย ชูกลยุทธ์ “คอนซูเมอร์ เอ็กซ์พีเรียนซ์” โดยจับมือ บิ๊ก คาเมร่า ผู้จัดจำหน่ายกล้องดิจิทัลรายใหญ่ของไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดตัว “โอลิมปัส สโตร์ บาย บิ๊ก คาเมร่า” (OLYMUS Store by BIG CAMERA) ซึ่งถือเป็นแฟล็กชิปสโตร์แบรนด์โอลิมปัสแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่บนชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์  เพื่อเป็นคอมมูนิตี้ของคนรักการถ่ายภาพ และยังเป็นพื้นที่สร้างประสบการณ์ใหม่ด้วยสินค้าและบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เอาใจคนเล่นกล้องในยุคปัจจุบัน นอกจากโซนจัดแสดงผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของโอลิมปัสให้เลือกซื้อหาแล้ว ลูกค้ายังสามารถสัมผัสได้ถึงประสบการณ์ที่สะท้อนผ่านไลน์ผลิตภัณฑ์ของกล้องโอลิมปัส เช่น การใช้ชีวิตกลางแจ้ง และไลฟ์สไตล์แบบทันสมัยมีสไตล์ ตลอดจนส่วนจัดแสดงประวัติของกล้องโอลิมปัส และพื้นที่ที่จัดไว้สำหรับแสดงผลงานภาพถ่าย (gallery) ของช่างภาพทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่น งานนี้ได้รับเกียรติจาก มร.มาร์ค ราแดท ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์กล้องถ่ายภาพ และอุปกรณ์อเล็กทรอนิกส์ […]

“Win Win WAR OTOP Junior” เฟ้นหาสุดยอดผลิตภัณฑ์ที่เอื้อประโยชน์กับสังคมและสิ่งแวดล้อม

“Win Win WAR OTOP Junior” เฟ้นหาสุดยอดผลิตภัณฑ์ที่เอื้อประโยชน์กับสังคมและสิ่งแวดล้อม ศูนย์ C asean บริษัทในเครือ ของ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ขอเชิญนักเรียน ที่มีอายุระหว่าง อายุ 9-14 ปี เข้าร่วมการแข่งขันใน Win Win WAR OTOP Junior เวทีที่จะเปิดโอกาสให้นักเรียน ได้แสดงศักยภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการคิดค้นและนำเสนอสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ได้เต็มที่ ทีมใดที่สะสมคะแนนได้จำนวนสูงสุด 10 อันดับแรก จะได้ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย ในรอบสุดท้ายจะเป็นการวัดความรู้ความสามารถในรูปแบบการตอบคำถาม เช่น การเงิน การตลาด โดยทีมชนะจะได้รับทุนการศึกษามูลค่ากว่า 450,000  บาท และโอกาสในการเข้าชมและศึกษานวัตกรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ สมัครได้แล้ววันนี้ถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2565 สามารถดูรายละเอียดและเกณฑ์การแข่งขันเพิ่มเติมได้ที่ Facebook page: Win Win WAR Thailand หรือสอบถามได้ที่ LINE […]

“แสงซินโครตรอน” พิสูจน์วัตถุโบราณบ้านเชียงอายุ 3500 ปี ได้อย่างแม่นยำ

“แสงซินโครตรอน” พิสูจน์วัตถุโบราณบ้านเชียงอายุ 3500 ปี ได้อย่างแม่นยำ นักวิจัยไทยใช้เทคโนโลยี “แสงซินโครตรอน” พิสูจน์วัตถุโบราน เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงอายุกว่า 3500 ปี เป็นของปลอมหรือจริงได้อย่างแม่นยำ โดยใช้เทคนิคการเรืองรังสีเอ็กซ์ร่วมกับเทคนิคการดูดกลืนรังสีเอ็กซ์ เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของเนื้อดินและสี นำไปสู่วิธีการแยกแยะเครื่องปั้นดินเผาของแท้หรือเทียมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการวิจัยของไทยมีความก้าวหน้าอย่างมาก และเทคโนโลยีเหล่านั้น ก็ได้นำมาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์มากมาย ไม่เพียงแต่ในวงการวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่รวมถึงเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม เมื่อเร็วๆ นี้ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนเผยแพร่ข้อมูลการตรวจวิเคราะห์วัตถุโบราณในแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี เพื่อแยกแยะเครื่องปั้นดินเผาของแท้ กับเครื่องปั้นดินเผาเลียนแบบ “ปัจจุบัน ได้มีการนำแสงซินโครตรอนมาใช้ในการวิจัยด้านโบราณคดีอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในแถบยุโรป เนื่องจาก เทคนิคการตรวจวิเคราะห์โดยใช้แสงซินโครตรอน สามารถบอกได้ถึงองค์ประกอบและโครงสร้างของวัตถุ โดยชิ้นตัวอย่างไม่ได้รับความเสียหายจากขั้นตอนการเตรียมตัวอย่าง” ดร.ประพงษ์ คล้ายสุบรรณ์ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าว เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงมีความงดงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนได้รับการยอมรับให้เป็น “แหล่งมรดกโลก” จึงนำไปสู่การทำเครื่องปั้นดินเผาเลียนแบบ เพื่อจูงใจนักสะสมทั้งหลาย การทำเลียนแบบเหล่านี้พัฒนาเทคนิคจนสามารถทำให้ดูเหมือนของแท้ รวมไปถึงการทำให้ดูเก่าด้วย ซึ่งการพิสูจน์ความเป็นของแท้นั้นทำได้ยาก และต้องอาศัยประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น กรมศิลปากรจึงร่วมมือกับสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ศึกษาคุณสมบัติเฉพาะของเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง ทั้งการวิเคราะห์ทั้งเนื้อดิน องค์ประกอบทางเคมี และสีที่เขียนเป็นลวดลาย โดยใช้เทคนนิคการเรืองรังสีเอ็กซ์ และการการดูดกลืนรังสีเอ็กซ์ […]

ประมวลบรรยากาศการคัดเลือกภาพถ่ายโครงการ Olympus season 2

วันที่ 11 สิงหาคม ปี 2560 คณะกรรมการได้ร่วมกันคัดเลือกผลงานภาพถ่ายจำนวน 30 ภาพ จากทั้งหมด 70 ภาพที่ผ่านเข้ารอบ และจะได้เป็นส่วนหนึ่งของการเวิร์คชอปสุดพิเศษกับช่างภาพจากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์การทำงานจริงในการทำงานแบบช่างภาพมืออาชีพ บรรยากาศจะเป็นอย่างไรลองไปชมกัน