ใจเย็น! การกระโดดฉลองชัยของ แฟนบอลเม็กซิโก ไม่ได้ก่อแผ่นดินไหว

ใจเย็น! การกระโดดฉลองชัยของแฟนบอลเม็กซิโกไม่ได้ก่อแผ่นดินไหว

ใจเย็น! การกระโดดฉลองชัยของ แฟนบอลเม็กซิโก ไม่ได้ก่อแผ่นดินไหว

ชัยชนะของเม็กซิโกที่เข้าถล่มเยอรมนีในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา ว่ากันว่าก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนขนาดย่อมๆ ในกรุงเม็กซิโกซิตี้ เมื่อเวลา 11.35 น. ตามเวลาท้องถิ่นเลยทีเดียว หลังเออร์วิง โลซาโนยิงประตูได้ ส่งผลให้นัดนี้เม็กซิโกนำเยอรมนีไป 1-0 ด้านสถาบันวิจัยธรณีวิทยาของเม็กซิโกเองออกมาประกาศว่า ด้วยพลังดีใจของแฟนบอลที่เดินทางชมการถ่ายทอดสดผ่านจอยักษ์กลางกรุง การกระโดดฉลองชัยของพวกเขาส่งผลให้เกิดแผ่นดินไหวขนาดย่อมๆ เลยทีเดียว ทว่านักวิทยาศาตร์บางท่านไม่ค่อยจะเห็นด้วยนัก

“เป็นไปได้ว่าอาจมีใคร หรือกลุ่มคนไปกระโดดดีใจอยู่ใกล้กับสถานีตรวจวัด” Xyoli Pérez Campos ผู้อำนวยการหน่วยงานแผ่นดินไหวแห่งชาติของเม็กซิโก หรือ SSN กล่าว โดยระบุว่าอุปกรณ์ที่ตรวจวัดแรงสั่นสะเทือนนั้นสามารถตรวจจับแรงสั่นจากฝูงชนได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเกิดแผ่นดินไหวขึ้น

เมื่อแผ่นเปลือกโลกเกิดการเคลื่อนที่หรือกดทับกัน พลังงานที่เรียกว่า คลื่นแผ่นดินไหว (Seismic Waves) จะถูกปลดปล่อยออกมา บรรดาผู้ชำนาญการแผ่นดินไหวจะใช้เครื่องมือที่เรียกว่า ซิสโมมิเตอร์ (Seismometer) ในการตรวจจับพลังงานที่เคลื่อนผ่านใต้ผิวโลก ซึ่งกระบวนการส่งพลังงานออกมาอย่างต่อเนื่องนี้จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์พบรูปแบบ ตลอดจนหาแหล่งที่มาของจุดเกิดแผ่นดินไหวได้

“เมื่อผู้คนกระโดด แน่นอนมันมีแรงสั่นสะเทือน แต่แรงสั่นของมันต่างกันมากกับการเกิดแผ่นดินไหว” Campos กล่าว

ทั้งนี้ผู้ชำนาญการแผ่นดินไหวตรวจพบเสียงและการสั่นสะเทือนจากความอึกทึกครึกโครมของฝูงชนจริง แต่ไม่พบว่าการกระโดดฉลองชัยจะก่อให้เกิดแผ่นดินไหวได้แต่อย่างใด รายงานจาก William Yeck นักธรณีฟิสิกส์ จากหน่วยงานธรณีวิทยาสหรัฐฯ กล่าว

(แมกมากับลาวา ต่างกันอย่างไร? วิทยาศาสตร์มีคำตอบ)

และปกติแล้ว คำว่า “แผ่นดินไหวโดยมนุษย์” (man-made earthquake) มักถูกใช้กับแรงสั่นสะเทือนปริมาณมากๆ ที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์อย่างเช่น การขุดเจาะเหมือง, การขุดเจาะหาน้ำมัน หรือการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์มากกว่า

“เป็นไปได้ที่มนุษย์จะสร้างแผ่นดินไหว ข้อนี้ไม่ต้องสงสัยเลย แต่ไม่ใช่เกิดจากการกระโดดหรือส่งเสียงเชียร์แน่นอน” Yeck กล่าว

ในแต่ละปีมีแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นทั้งโดยธรรมชาติ และโดยมนุษย์มากกว่าหมื่นครั้ง ส่วนใหญ่แล้วเป็นแรงสั่นสะเทือนเล็กๆ น้อยๆ แต่มีบ้างราวสิบครั้งในทุกปีที่แรงสั่นสะเทือนมีความรุนแรงมากกว่า 4 แมกนิจูด และสร้างความเสียหายให้แก่บ้านเรือน ซึ่งล่าสุดก็ได้แก่แผ่นดินไหวขนาด 6.1 แมกนิจูดที่เพิ่งถล่มโอซาก้าไป ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 4 คน และได้รับบาดเจ็บกว่า 300 คน

เรื่อง Annie Roth

 

อ่านเพิ่มเติม

ทำไมหลายคนเลือกสร้างบ้านใกล้ภูเขาไฟ?

เรื่องแนะนำ

ปลายหางของอสุจิเป็นรูปทรงเกลียว

ปลายหางของอสุจิเป็นรูปทรงเกลียว เราทุกคนรู้กันดีว่าสเปิร์มหรืออสุจิคือเซลล์สืบพันธุ์ของมนุษย์เพศชาย พวกมันมีลักษณะคล้ายกับลูกอ๊อดตัวโปร่งแสงที่ประกอบด้วยส่วนหัว, ส่วนลำตัว และหางยาวซึ่งใช้ในการแหวกว่ายเข้าไปหาไข่ ภายในเวลา 1 วินาทีร่างกายของมนุษย์ผู้ชายสามารถผลิตสเปิร์มได้ 1,500 ตัว และในการหลั่งแต่ละครั้งจะปลดปล่อยสเปิร์มมากถึง  250 ล้านตัวเลยทีเดียว แม้ว่าองค์ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการสืบพันธุ์ นักวิทยาศาสตร์จะทราบกับดีอยู่แล้ว แต่ทว่าโครงสร้างของเซลล์สืบพันธุ์นั้นกลับยังไม่ได้ถูกศึกษาอย่างละเอียดเท่าใด ด้วยเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า Cryogenic electron tomography (Cryo-ET) หรือกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบแช่แข็ง นวัตกรรมนี้สามารถซูมภาพเข้าไปยังเซลล์และให้ผลลัพธ์ที่เป็นภาพสามมิติออกมาได้ เทคโนโลยีใหม่นี้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีประจำปี 2017 ไปครอง ซึ่ง Davide Zabeo นักศึกษาปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยกอเทนเบิร์กในสวีเดน และทีมงานวิจัยของเขาได้นำ Cryo-ET มาทดลองใช้กับอสุจิของมนุษย์ ผลการวิจัยถูกแผยแพร่ลงในวารสาร Scientific Reports จากกล้องจุลทรรศน์เผยให้เห็นว่าที่ปลายหางของอสุจินั้นมีเซลล์รูปร่างเป็นขดเกลียวที่หมุนวนไปทางซ้ายมือ ซึ่งเป็นข้อมูลใหม่ที่ไม่เคยพบมาก่อน การค้นพบครั้งนี้อาจช่วยฉายภาพให้เห็นว่าเหตุใดอสุจิบางตัวจึงว่ายเข้าหาไข่ได้รวดเร็วกว่าอสุจิตัวอื่น และอาจนำไปสู่การพัฒนายาที่ช่วยแก้ไขปัญหาให้แก่ผู้ชายที่มีบุตรยากตลอดจนาคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น Cryogenic electron tomography คือการรวมเทคโนโลยีกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนเข้ากับ CT สแกน ตัวอย่างที่นำมาสแกนก็เช่น เซลล์, เนื้อเยื่อ หรือชิ้นส่วนอวัยวะต่างๆ ซึ่งจะมาในรูปแบบของการแช่แข็ง เพื่อช่วยให้เนื้อเยื่อนั้นๆ ยังคงสภาพเดิมได้มากที่สุดใกล้เคียงกับธรรมชาติ  “เราจะได้ภาพที่ดีที่สุดของเซลล์ในขณะที่มันยังมีชีวิต”  Gary […]

Explorer Awards 2018: รศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์

รศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ นักวิทยาศาสตร์หญิงไทยคนแรกที่ได้ไปสำรวจและดำน้ำในแอนตาร์กติกา และล่าสุดยังเป็นหนึ่งในทีมนักวิทยาศาสตร์ไทยที่เดินทางสู่มหาสมุทรอาร์กติก เพื่อสำรวจผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม

หลักฐานใหม่ชี้ ยุงจดจำกลิ่นได้

หลักฐานใหม่ชี้ ยุงจดจำกลิ่นได้ ครั้งหน้าที่คุณสังเกตเห็นยุงบินมาเกาะที่แขน แม้คุณจะตบพลาด แต่บนความโชคร้ายก็ยังคงมีความโชคดี เพราะเจ้ายุงตัวนั้นคงไม่กลับมาดูดเลือดคุณอีกแล้ว ก็เรื่องอะไรจะยอมเสี่ยงที่จะโดนตบอีกล่ะว่าไหม เพราะแมลงเหล่านี้สามารถเรียนรู้ที่จะเชื่อมโยงกลิ่นกายของคุณเข้ากับสถานการณ์อันตราย เพื่อหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญกับคุณอีกในอนาคต ผลการศึกษาใหม่นี้ถูกเผยแพร่ลงในวารสาร Current Biology นับเป็นครั้งแรกที่แสดงให้เห็นว่าเจ้าสัตว์ตัวจิ๋วอย่างยุงนั้นสามารถเรียนรู้และจดจำได้ “พวกมันเป็นเหมือนยุงของปัฟลอฟ” Jeff Riffel ผู้ศึกษาเกี่ยวกับระบบประสาทและพฤติกรรมจากมหาวิทยาลัยวอชิงตันกล่าว สำหรับ อีวาน ปัฟลอฟ คือนักจิตวิทยาชาวรัสเซียผู้โด่งดังจากการทดลองการขับน้ำลาย พฤติกรรมของสุนัข ภายใต้สถานการณ์รูปแบบเดียวกัน Riffel ทำการทดลองดูว่าแมลงจะสามารถเรียนรู้กลิ่นได้หรือไม่ (แมลงหลายชนิดฉลาดกว่าที่เราคิด พวกมันรู้จักนำร่างของเพื่อนที่ตายแล้วออกไปนอกรังเพื่อป้องกันโรคระบาด) ในการทดลองเขาให้ยุงไข้เหลือง (Aedes aegypti) รับกลิ่นต่างๆ รวมถึงกลิ่นกายของมนุษย์ พร้อมแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อยเป็นเวลา 20 นาที ซึ่งค้ลายกับการขยับของแขนเพื่อที่จะตบ Riffel พบว่า ต่อมายุงที่เข้ารับการทดลองหลีกเลี่ยงที่จะเข้าใกล้กลิ่นเหล่านั้นเป็นเวลาถึง 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นวิธีไล่ยุงที่ได้ผลพอๆ กับการใช้สเปรย์ที่มีสาร DEET ซึ่งพบในสเปรย์กันยุงหลายชนิด ที่เป็นเช่นนี้มาจากสารโดพามีนในสมอง ทีมของ Riffel ทำการทดลองอีกครั้งแต่คราวนี้ยุงที่นำมาใช้มีข้อบกพร่องที่ทำให้สมองไม่สามารถหลั่งโดพามีนได้ ผลเป็นไปตามคาด ยุงกลุ่มดังกล่าวไม่เกิดการเรียนรู้ว่ากลิ่นเหล่านี้เป็นอันตราย และพวกมันบินกลับมาอีกครั้งในเวลาต่อมา อ่านเพิ่มเติม 10 “วิธีไล่ยุง” […]

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.