กว่าจะได้เป็น นักบินอวกาศ ต้องผ่านอะไรมาบ้าง - National Geographic Thailand

กว่าจะได้เป็นนักบินอวกาศ ต้องผ่านอะไรมาบ้าง

Anne Roemer ผู้จัดการด้านการคัดเลือก นักบินอวกาศ ของนาซาถ่ายภาพร่วมกับผู้ที่เข้าร่วมชั้นเรียนนักบินอวกาศซึ่งคัดเลือกจากผู้สมัครกว่า 18,000 คน เมื่อปี 2017 โดยนักเรียนในรุ่นปี 2017 จะจบการศึกษาในปีนี้ ภาพถ่ายโดย ROBERT MARKOWITZ, NASA


มีการคัดเลือกบุคคลจากผู้สมัครหลายพันคนเข้าไปในชั้นเรียน นักบินอวกาศ ครั้งถัดไป บางคนอาจได้เดินบนดวงจันทร์ หรืออาจจะเป็นคนแรกที่ได้ประทับรอยเท้าบนดาวอังคาร

มีผู้สมัครหลายพันคนกำลังแข่งขันกันเพื่อที่จะได้เป็นนักท่องอวกาศคนต่อไปของนาซา โดยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีผู้สมัครที่เปี่ยมไปด้วยความหวังถึง 12,040 ผู้หวังเป็นส่วนหนึ่งของชั้นเรียนนักบินอวกาศในครั้งต่อไป

การคัดเลือกนักบินอวกาศของนาซาไม่ใช่เรื่องง่ายดาย นักบินอวกาศต้องมีทั้งระเบียบวินัยแต่ก็มีความยืดหยุ่น สามารถพร้อมเผชิญภัยแต่ก็ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย รวมถึงสามารถเป็นได้ทั้งผู้นำและผู้ตามได้ในเวลาเดียวกัน

เพื่อที่จะหาผู้ที่สามารถผ่านคุณสมบัติ Anne Roemer ผู้จัดการด้านการคัดเลือกนักบินอวกาศ และเหล่านักบินอวกาศผู้ปฏิบัติงานต้องตรวจสอบผู้สมัครหลายพันคนเพื่อเลือกคนให้เหลือราว 12 คน ที่มีส่วนผสมของลักษณะนิสัยและประสบการณ์ที่หลากหลาย เพื่อที่จะเป็นกลุ่มคนที่พิเศษที่สุดบนโลก โดยหนึ่งในคนกลุ่มนี้อาจจะเป็นคนที่ได้เดินบนดาวอังคารเป็นคนแรก

Roemer ได้ให้สัมภาษณ์กับทางเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เกี่ยวกับวิธีการคัดเลือกนักบินอวกาศของนาซา สิ่งที่เธอมองหาในตัวผู้สมัคร และความคิดของเธอเกี่ยวกับการขึ้นไปอยู่ในยานอวกาศรุ่นใหม่ๆ

จำนวนคนที่คุณจะเลือกเข้ามาในชั้นเรียนนักบินอวกาศครั้งต่อไปมีกี่คน

เราให้ตัวเองอยู่ในสถานะที่สามารถต่อรองประนีประนอมกันได้ เพื่อที่จะทดแทนการลดจำนวนลงของนักบินอวกาศ ทั้งคนที่ออกจากสำนักงานของเรา, คนที่เกษียณไป, คนที่บอกกับเราว่าไม่อยากบินอีกแล้ว และเหตุผลอื่นๆ เราเลยประมาณจำนวนรับคร่าวๆ อยู่ที่ 8-12 คน และยิ่งเราต้องตัดสินใจนานขึ้น ตัวเลขรับก็จะใกล้ที่ 12 คนมากขึ้น

นักบินอวกาศหญิง
วันที่ 30 มกราคม 2018 เพกกี วิตสัน ผู้บัญชาการภารกิจ Expedition 16 สตรีคนแรกที่เป็นผู้บัญชาการสถานีอวกาศนานาชาติเข้าร่วมการเดินอวกาศ (spacewalk) เป็นเวลาเจ็ดนาที ขอบคุณภาพถ่ายจาก https://www.nasa.gov

กระบวนการการคัดเลือกเป็นอย่างไร

เราเริ่มจากการพิจารณาใบสมัคร และนั่นเป็นหน้าต่างบานแรกของผู้สมัครแต่ละคน เราจะมีการตรวจสอบข้อมูลอ้างอิงเพื่อลดจำนวนการคัดเลือก และในที่สุด และเราจะอยู่ในจุดที่เราจะเชิญผู้สมัคร 120 คนเพื่อสัมภาษณ์ เราจะเริ่มการวิเคราะห์ทักษะและการทดสอบทักษะการแพทย์ขั้นพื้นฐาน และเราจะเชิญคนราว 40-60 คน เข้าสู่การสัมภาษณ์รอบสอง

ในระหว่างสัมภาษณ์รอบที่สอง พวกเขาจะใช้เวลากับเราราวหนึ่งสัปดาห์ เราจะทำการฝึกทดสอบปฏิกิริยาในระดับทีม การฝึกสิทธิภาพในระดับบุคคล และการฝึกอื่นๆ เพื่อให้เข้าถึงคุณสมบัติของความสามารถที่พวกเรามองหาในการเป็นนักบินอวกาศที่ดี

สิ่งใดจะทำให้เหล่าผู้สมัครมีความโดดเด่นเมื่อคุณพิจารณาใบสมัครถึง 12,000 คน

เรามีแนวโน้มที่จะโฟกัสไปที่ประสบการณ์ปฏิบัติงานในสถานการณ์ที่ต้องการตัดสินใจในทันทีในสภาพแวดล้อมที่มีความตึงเครียดสูง และไม่ใช่แค่การพิจารณาประสบการณ์ในการปฏิบัติงานเพียงเดียว แต่รวมไปถึงวิธีที่เขาได้ประสบการณ์เหล่านั้นมาด้วยเช่นกัน เราได้เจอผู้คนมากมาย ทั้งคนที่ไปแอนตาร์กติกา (ขั้วโลกใต้) หรือคนที่เคยปฏิบัติการกู้ภัยที่เสี่ยงอันตราย และก็มีหลายคนที่ได้รับใบอนุญาตนักบินส่วนตัว ประสบการณ์การทำงานเป็นทีมและความเป็นผู้นำที่ปรากฏในประวัติส่วนตัวก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน

แล้วฉันจะขอบอกคุณ ว่ากันตามตรง บางครั้งเมื่อคุณต้องพิจารณาประวัติส่วนตัวเป็นจำนวนมากๆ ก็จะต้องมีสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นที่ทำให้เราสนใจ เราเลยมีส่วนที่ให้ผู้สมัครบอกเราเกี่ยวกับงานอดิเรกหรือความสนใจของตัวเอง และเราก็ได้เห็นผู้สมัครทำในหลายสิ่งหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเข้าร่วมการวิ่งมาราธอนมาแล้ว 25 ครั้ง หรือดำน้ำลึกแบบสกูบาสำเร็จมาแล้วกว่า 300 ครั้ง

ท่องอวกาศ
เอ็ด ลู : ลูผ่านเที่ยวบินอวกาศขององค์การนาซามาแล้วสามเที่ยวในช่วงปี 1997 ถึง 2003 เขามองกลับมายังโลกและสะดุดใจกับหลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่มากมายที่การถล่มในอดีตประทับไว้บนเปลือกโลก เมื่อปี 2002 เขาร่วมก่อตั้งมูลนิธิบี612 องค์กรไม่แสวงกำไรที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันการชนโลกอย่างทำลายล้างโดยดาวเคราะห์น้อย

บุคลิกลักษณะของผู้สมัครแบบใดที่คุณมองหาอยู่

ทักษะมนุษยสัมพันธ์เป็นสิ่งสำคัญ ทั้งการทำงานเป็นทีม การเป็นผู้ตามที่ดี การเป็นผู้นำ และทักษะในการสื่อสาร ซึ่งไม่ใช่แค่ในสถานการณ์ที่เราคาดหวังไว้ แต่รวมไปถึงคุณจะสื่อสารกับผู้อื่นในช่วงภาวะตึงเครียดอย่างไร เรามองหาบุคลิกแบบนั้นอย่างมาก ฉันคิดว่าเมื่อคุณต้องพูดคุยกับนักบินอวกาศคนอื่นๆ ที่บินไปด้วยกัน ก็จะต้องมีคำถามที่ต้องสรุปคำตอบให้ได้ว่า: ฉันต้องบินไปกับคนๆ นี้จริงหรือ

และเมื่อคิดถึงภารกิจที่ต้องไปยังดวงจันทร์ และเป้าหมายของเราที่ต้องการไปดาวอังคาร เราก็ต่างคิดว่าเป็นต้องเป็นภารกิจที่ยาวนาน ดังนั้น ฉันจึงคิดว่า พวกเขาจะประเมินได้ว่าพวกเขาจะสามารถติดอยู่ในยานแคบๆ กับคนนี้แล้วรู้สึกปลอดภัยได้หรือไม่ สามารถอยู่ในการดูแลกับคนที่ไว้ใจได้หรือไม่ และจะสามารถเข้ากันได้กับคนๆ นี้และมีความสัมพันธ์ที่ดีร่วมกันได้หรือไม่

แล้วบุคลิกลักษณะใดที่ช่วยให้ความมีความเหมาะสมในภารกิจอันยาวนาน

ฉันคิดว่าโดยรวมก็คงเป็นความมุ่งมั่น (passion) คุณจะได้พบกับผู้คนมากมายที่มีประสบการณ์ในสิ่งแวดล้อมแบบสุดขั้ว และพวกเขาทำงานเป็นทีมได้ดี แต่ก็สามารถเอาตัวรอดและปฏิบัติงานแบบตัวคนเดียวได้เช่นกันถ้าจำเป็น ซึ่งฉันคิดว่าสิ่งนี้ค่อนข้างเป็นทุกอย่างที่เราต้องการ

บางครั้งก็จะมีช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งคุณอาจจะต้องรับหน้าที่เป็นผู้ควบคุมภารกิจและออกคำสั่ง รวมไปถึงการจัดสายการบัญชาการลูกทีม และก็มีช่วงเวลาที่คุณต้องทำตามคำสั่งที่ฝ่ายควบคุมภารกิจออกคำสั่งมาเช่นกัน ซึ่งคุณจะต้องรู้จักการปรับเปลี่ยนทักษะรวมไปถึงบุคลิกของตัวเองเพื่อให้พร้อมรับกับความต้องการในสถานการณ์นั้นให้ได้

แฮร์ริสัน ชมิดต์ นักบินอวกาศในภารกิจอะพอลโล17 เป็นนักบินอวกาศเพียงคนเดียวที่เป็นนักวิทยาศาสตร์โดยอาชีพ ภาพนี้เขาถ่ายคู่กับธงชาติสหรัฐฯ โดยมีโลกเป็นฉากหลังลิบๆ

คุณมองหาภูมิหลังการศึกษาที่เจาะจงเป็นพิเศษอย่างเช่นวิทยาศาสตร์หรือวิศวกรรมศาสตร์บ้างหรือไม่

ถ้าหากเรากลับมาทำภารกิจเรื่องเกี่ยวกับดาวเคราะห์หรือพื้นผิวดวงดาว เช่นในยุคของยานอะพอลโล พวกเขาก็จะรู้ว่าควรส่งนักธรณีวิทยาเป็นการเฉพาะเพื่อไปยังพื้นผิวดวงจันทร์ ดังนั้น เราก็เลยคิดว่าทุกภูมิหลังการศึกษามีความเป็นไปได้หมดค่ะ

เนื่องจากยานอวกาศที่มนุษย์อวกาศสามารถบินได้มีหลากหลายประเภทมากขึ้นในปัจจุบัน สิ่งนี้ทำให้คุณมีการคัดเลือกคนต่างจากช่วงที่ทุกคนต้องบินในยานอวกาศแบบเดียวไหม

ไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย อันที่จริงแล้ว จากมุมมองของการคัดเลือก โอกาสจะมีเรื่องของการวัดขนาดร่างกาย (anthropometrics) มาเกี่ยวข้องบ้างเล็กน้อย ถ้าหากเรายังคงบินไปอวกาศด้วยยานโซยุซ (Soyuz) [ยานอวกาศของรัสเซีย] ก็จะมีข้อจำกัดในเรื่องของความสูงและน้ำหนักอย่างมาก เช่นความยาวตั้งแต่กระดูกสะโพกไปจนกระดูกสะบ้าของนักบินอวกาศ ถ้าหากเขาตัวสูงมากเกินไป เขาอาจกดปุ่มที่เขาไม่ควรกดโดยไม่ได้ตั้งใจ ดังนั้นการที่มียานอวกาศหลากหลายประเภทจึงเปิดโอกาสคนได้หลากหลายมากขึ้น

เมื่อคุณพิจารณาไปที่บรรดาผู้สมัครที่มีอยู่ในตอนนี้ คุณคิดว่าพวกเขามีความสามารถมากพอที่จะเป็นมนุษย์คนแรกบนดาวอังคารได้หรือไม่ หรือคนกลุ่มนี้มีอยู่ในเหล่านักบินอวกาศปัจจุบันอยู่แล้ว

อาจเป็นได้ทั้งสองอย่าง ในปี 2024 เมื่อเรามองกลับไป เรามีคนไปยังดวงจันทร์ได้แล้ว และเราก็หวังว่าจะมีคนจากชั้นเรียนนักบินอวกาศที่ผ่านไปแล้ว หรือจากชั้นเรียนต่อไปที่สามารถเป็นมนุษย์คนแรกที่บินไปยังดาวอังคารได้

เรื่อง นาเดีย เดรก


อ่านเพิ่มเติม มองโลกเปลี่ยนไปเมื่อได้ท่องอวกาศ

ท่องอวกาศ
ซามันทา กริสโตโฟเรตตี
: มนุษย์อวกาศชาวอิตาลีผู้นี้เป็นสตรีที่ทำสถิติใช้เวลาอยู่ในอวกาศติดต่อกันนานที่สุดเป็นอันดับสอง ด้วยการอยู่บนสถานีอวกาศนานาชาตินาน 199 วันเมื่อปี 2015

เรื่องแนะนำ

ขยะพลาสติก :  ภัยคุกคามใหม่แห่งท้องทะเล

เมื่อนักวิจัยค้นพบว่า ลูกปลาเกิดใหม่ในน่านน้ำมหาสมุทรหลายแห่งทั่วโลกกำลังกินขยะพลาสติกขนาดจิ๋วหรือไมโครพลาสติกแทนอาหาร หากลูกปลาเหล่านั้นตายลง ปลาใหญ่จะมีจำนวนน้อยลง และนั่นอาจส่งผลสะเทือนถึงห่วงโซ่อาหาร มนุษย์ในฐานะผู้บริโภคสูงสุดย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงผลกระทบเหล่านั้นได้

เทียบกันตาต่อตา

การจำลองภาพการมองเห็นของสัตว์อย่างสมบูรณ์แบบเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่ช่างภาพของเราสร้างภาพให้ใกล้เคียงได้โดยใช้ชุดอุปกรณ์ของเขาผสมผสานข้อมูลจากห้องปฏิบัติการ เช่น ความหนาแน่นของตัวรับแสงและปฏิกิริยาต่อแสง จากภาพเปรียบเทียบนี้ ภาพด้านซ้ายคือการมองเห็นของมนุษย์ เทียบกับภาพด้านขวาแทนการมองเห็นของสัตว์ หนอนตัวแบน (พลานาเรีย) (Dugesia dorotocephala) ตาของหนอนตัวแบนประกอบด้วยเซลล์ ตัวรับแสงรูปทรงคล้ายถ้วยขนาดเล็กที่สามารถระบุได้ว่า แสงมาจากทิศทางใด หนอนจำเป็นต้องใช้เบาะแสนี้ในการระบุถิ่นอาศัยที่เหมาะสม ซึ่งต้องมีที่กำบังแสงอาทิตย์ แมงกะพรุนกล่อง (Tripedalia cystophora) แมงกะพรุนกล่องไม่มีสมองสำหรับแปลผลข้อมูล ที่ได้จากประสาทรับความรู้สึก แต่มันตอบสนองต่อภาพความคมชัดตํ่าแบบเรียบง่ายได้ ดวงตาที่มีเลนส์สี่ดวงมองขึ้นด้านบนเพื่อรับรู้ร่มเงาพืชชายเลนซึ่งเป็นบริเวณที่มีอาหารอุดมสมบูรณ์ ดวงตาที่มีเลนส์อีก สี่ดวงมองลงด้านล่างผ่านร่างกายโปร่งใสเพื่อช่วยให้มันหลบหลีกสิ่งกีดขวางด้านล่างได้ ผีเสื้อเหยี่ยวงวงช้าง (Deilephila elpenor) รูม่านตาขนาดใหญ่ของผีเสื้อเหยี่ยวงวงช้างเอื้อให้แสงปริมาณมากผ่านเข้าสู่ดวงตา ช่วยให้มันแยกแยะสีได้แม้แต่ในแสงสลัวของดวงดาวในคืนข้างแรม ดังนั้นผีเสื้อที่หากินในเวลากลางคืนและมีเครื่องนำทางชนิดนี้จึงสามารถเสาะหานํ้าต้อยในดอกไม้ ซึ่งมีสีสันที่มนุษย์มองไม่เห็นในเวลากลางคืนได้ แมว (Felis catus) ดวงตาของแมวบ้านมีเซลล์รูปแท่งที่ไวต่อสภาวะแสงน้อยดีกว่าของมนุษย์ และรูม่านตาแบบช่องเล็กยาวเปิดได้กว้างในความมืด ช่วยให้แมวล่าสัตว์ขนาดเล็กในเวลากลางคืนได้อย่างง่ายดาย อย่างไรก็ตาม ความที่มีเซลล์รูปกรวยที่ไวต่อสีน้อยกว่า แมวจึงแยกแยะสีเขียวกับสีแดงไม่ได้ นกอินทรีหัวล้าน (Haliaeetus leucocephalus) ถ้าอยากมองหาดวงตาที่มีความคมชัดสูงเป็นพิเศษ (2.5 เท่าของดวงตามนุษย์) ให้ดูนกอินทรีหัวล้าน เป็นตัวอย่าง ขณะที่จอตาของมนุษย์มีบริเวณที่มี ตัวรับแสงหนาแน่นอยู่บริเวณเดียว นกอินทรีมี สองบริเวณ ซึ่งช่วยให้มันเห็นตรงด้านหน้าและ ด้านข้างได้ในเวลาเดียวกัน […]

การถ่ายทอดพลังงานในระบบนิเวศ (Energy Flow)

ในธรรมชาติ สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดต่างมีบทบาทที่แตกต่างกันเพื่อก่อให้เกิด การถ่ายทอดพลังงานในระบบนิเวศ ในระบบนิเวศ (Ecosystem) การอาศัยอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่แสนสลับซับซ้อน เกิดเป็นโครงสร้างสายใยอาหาร (Food Web) ขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อสิ่งมีชีวิตแต่ละชีวิตเข้ากับสิ่งแวดล้อม ผ่านลำดับขั้นของการบริโภคในห่วงโซ่อาหาร (Food Chain) ซึ่งทำให้เกิด การถ่ายทอดพลังงานในระบบนิเวศ (Energy Flows) และการหมุนเวียนของสสารต่าง ๆ (Nutrient Cycles) ลำดับขั้นของการบริโภค (Tropic Levels) ในระบบนิเวศ ผู้ผลิต (Producer) คือ สิ่งมีชีวิตที่สามารถสร้างอาหารเองได้ (Autotroph) เช่น พืช และสาหร่ายต่าง ๆ ผู้บริโภค (Consumer) คือ สิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถสร้างอาหารเองได้ (Heterotroph) เช่น ผู้บริโภคพืช (Herbivore) ผู้บริโภคสัตว์ (Carnivore) ผู้บริโภคทั้งพืชทั้งสัตว์ (Omnivore) และผู้บริโภคซากพืชซากสัตว์ (Detritivore) ผู้บริโภคลำดับที่ 1 (Primary Consumers) เช่น ตั๊กแตน […]