นักวิจัยไทยศึกษาวิธีการยั้บยั้งการแพร่ เชื้อไวรัสซิกา จากแม่สู่ลูกในครรภ์

เชื้อไวรัสซิกา : เชื้อก่อโรคที่สามารถป้องกันได้

นักวิจัยไบโอเทค สวทช. พัฒนาออร์แกนอยด์ หรืออวัยวะจำลองมดลูกและรก เพื่อศึกษาวิธียับยั้งการแพร่ เชื้อไวรัสซิกา จากแม่สู่ลูก

เชื้อไวรัสซิกา เกิดจากยุงลายเป็นพาหะสำคัญเช่นเดียวกับโรคไข้เลือดออก สามารถถ่ายทอดจากแม่สู่ลูก ซึ่งยังไม่มีวัคซีนหรือยาป้องกันการติดเชื้อได้ มักพบในประเทศเขตร้อน

ข้อดีของออร์แกนอยด์ หรือการสร้างอวัยวะจำลองมดลูกและรก คือนักวิจัยสามารถทำการทดลองเพื่อศึกษาการติดเชื้อของโรค และทดสอบการใช้ยาในการรักษา โดยที่ไม่ต้องทดสอบกับอาสาสมัครหรือคนไข้จริง

โครงการนี้เป็น 1 ใน 5 โครงการ TDR Global Crowdfunding Challenge Contest ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งจัดตั้งเพื่อสนับสนุนงานวิจัยเกี่ยวกับโรคติดต่อในเขตร้อน พร้อมเปิดระดมทุนเพื่อดำเนินงานวิจัย (Crowdfunding for Science) ตั้งเป้า 8,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 260,000 บาท)

ในช่วงระยะเวลาการตั้งครรภ์ รกเป็นอวัยวะที่เชื่อมต่อระหว่างทารกและแม่ มีหน้าที่ในการควบคุมการแลกเปลี่ยนสารต่าง ๆ ระหว่างแม่และทารกในครรภ์ ซึ่งรวมไปถึงสารอาหาร แก๊ส ของเสีย และยาต่าง ๆ ที่แม่รับประทาน เข้าไป

นอกจากนี้ รกยังเป็นตัวเชื่อมการถ่ายทอดเชื้อโรคต่างๆ จากแม่สู่ทารกอีกด้วย ซึ่งสามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อตัวมารดาเองระหว่างตั้งครรภ์ เพิ่มความเสี่ยงของทารกที่จะเสียชีวิตในครรภ์ หรือมีภาวะผิดปกติทางพัฒนาการและการเจริญเติบโตเมื่อแรกเกิด หรือเสียชีวิตขณะแรกเกิดได้

ถึงแม้ว่าการถ่ายทอดเชื้อโรคจากแม่สู่ทารกในครรภ์ส่งผลร้ายแรงให้เกิดขึ้น แต่ขณะนี้ยังไม่มีระบบทดลองที่สมบูรณ์ในห้องปฏิบัติการที่จะสามารถนำมาศึกษากระบวนการติดเชื้อและการแพร่เชื้อต่าง ๆ จากแม่สู่ทารกได้

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พันธุวิศกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) จึงนำเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงออร์แกนอยด์ (Organoid) มาสร้างและพัฒนาแบบจำลองอวัยวะสามมิติของมดลูกและรก เพื่อใช้ศึกษากลไกการติดเชื้อไวรัสซิกาในมดลูก การถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ทารกในระหว่างตั้งครรภ์ ตลอดจนการทดสอบและพัฒนาสารที่มีฤทธิ์ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเชื้อไวรัสซิกา เพื่อการนำมาใช้ต้านทานเชื้อไวรัสซิกา และป้องการการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสนี้จากแม่สู่ทารกในครรภ์

ดร.ธีรวัฒน์ วิวัฒน์พาณิชย์ นักวิจัย ทีมวิจัยการออกแบบและวิศวกรรมชีวโมเลกุลขั้นแนวหน้า ไบโอเทค สวทช. ให้ข้อมูลว่า ไวรัสซิกา (Zika virus) อยู่ในตระกูลฟลาวิไวรัส (flavivirus) มียุงลายเป็นพาหะนำโรค เหมือนกับโรคไข้เลือดออก โรคไข้ปวดข้อยุงลาย (Chikungunya) และไข้เหลือง

ในปัจจุบันมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสซิกา ในแถบพื้นที่ทะเลแคริบเบียนตอนกลางและใต้ของอเมริกา แอฟริกา เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย

เชื้อไวรัสซิกา, งานวิจัยไทย, วิทยาศาสตร์การแพทย์, ยุงลาย, พาหะนำโรค

การติดเชื้อไวรัสซิกาในผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงจะไม่มีอาการรุนแรง หรือไม่เกิดอาการเลย แต่ปัจจุบันได้มีผลการศึกษายืนยันแล้วว่า เมื่อผู้หญิงมีครรภ์ที่ติดเชื้อไวรัสซิกา เชื้อไวรัสสามารถถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกในครรภ์ได้ ซึ่งมีผลให้ทารกมีอาการสมองเล็ก สมองไม่พัฒนา และรวมไปถึงการเสียชีวิตทันทีหลังกำเนิด

การติดเชื้อไวรัสซิกาในทารกส่งผลให้เกิดปัญหาทั้งด้านสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศไทย และประเทศที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสนี้ ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มียาหรือวัคซีนที่สามารถจะยับยั้งการถ่ายทอดเชื้อไวรัสซิกาจากแม่สู่ลูกในครรภ์ได้

เชื้อไวรัสซิกา, งานวิจัยไทย, วิทยาศาสตร์การแพทย์, ยุงลาย, พาหะนำโรค

ดร.ธีรวัฒน์ กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมา ทีมวิจัยประสบความสำเร็จในการสร้างออร์แกนอยด์ ซึ่งก็เป็นกลุ่มก้อนเซลล์ที่ได้เพาะเลี้ยงแบบสามมิติจนมีลักษณะและคุณสมบัติเสมือน (หรือคล้าย) กับอวัยวะจริงในร่างกาย

โดยนักวิจัยสามารถนำออร์แกนอยด์หรือระบบอวัยวะจำลอง มาศึกษากระบวนการทางชีวภาพต่างๆ ตั้งแต่พฤติกรรมของเซลล์ การทำงานของระบบอวัยวะของร่างกาย ปฏิสัมพันธ์ระหว่างระบบอวัยวะในร่างกาย การตอบสนองต่อฮอร์โมนหรือยา ตลอดจนกระบวนการก่อโรคจากเชื้อต่าง ๆ และโรคทางพันธุกรรมได้ ข้อดีของออร์แกนอยด์คือนักวิจัยสามารถทำการทดลองเพื่อศึกษาโรค และทดสอบยาในภาวะที่คล้ายคลึงกับร่างกายโดยที่ยังไม่ต้องทดสอบกับอาสาสมัครหรือคนไข้จริง

ถึงแม้ว่าการระบาดของเชื้อไวรัสซิกาในประเทศไทยจะไม่รุนแรงมากนัก แต่เนื่องจากไวรัสซิกามีลักษณะทางพันธุกรรมใกล้เคียงกับเชื้อไวรัสเด็งกี่ ที่เป็นสาเหตุของโรคไข้เลือดออกซึ่งมีการระบาดในประเทศไทยอยู่บ่อยครั้ง อีกทั้งเชื้อไวรัสสองชนิดนี้ยังมียุงลายเป็นพาหะเหมือนกัน ซึ่งทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่ประเทศไทยจะประสบปัญหาการแพร่ระบาดใหญ่ของเชื้อไวรัสซิกาในอนาคต

ทีมวิจัยไบโอเทคและภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้เล็งเห็นความสำคัญของการเฝ้าระวังการระบาดของเชื้อไวรัสซิกาแต่เนิ่น ๆ เพื่อป้องกันและเตรียมพร้อมกับการระบาดของเชื้อไวรัสซิกาในอนาคต โดยเฉพาะการแพร่ของเชื้อไวรัสซิกาจากแม่สู่ทารกในครรภ์ โดยทางทีมวิจัยจะพัฒนาออร์แกนอยด์ของมดลูกและรก เพื่อใช้ทดสอบและพัฒนาสารที่มีฤทธิ์ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเชื้อไวรัสซิกา เพื่อการนำมาใช้ต้านทานเชื้อไวรัสซิกา และป้องการการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสนี้จากแม่สู่ทารกในครรภ์ต่อไป

ปัจจุบันโครงการนี้ได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 5 โครงการ จาก 121 ผู้สมัครจาก 37 ประเทศ ที่ชนะ TDR Global Crowdfunding Challenge Contest ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งจัดตั้งเพื่อให้การสนับสนุนงานวิจัยเกี่ยวกับโรคติดต่อในเขตร้อน โดยทางองค์การอนามัยโลกได้ให้การรับรอง 5 โครงการที่ได้รับคัดเลือกเพื่อจัดตั้ง Crowdfunding for Science หรือการระดมทุนเพื่องานวิจัย ซึ่งทางทีมวิจัยได้ตั้งเป้าหมายงบประมาณในการดำเนินงานวิจัยเบื้องต้นไว้ที่ 8,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 260,000 บาท โดยจะเปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการสนับสนุนโครงการสามารถร่วมบริจาคเงินให้กับโครงการได้ที่ http://www.experiment.com/noZika4Baby ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม จนถึง 30 พฤศจิกายน 2563 ดร.ธีรวัฒน์ กล่าวสรุป

ขอขอบคุณข้อมูล : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)  


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ชุดตรวจโรคโควิด-19 ผลงานโดยนักวิจัยชาวไทย

เรื่องแนะนำ

ข้าวหอมจินดา ข้าวเจ้าสายพันธุ์ใหม่แข็งแรง ทนโรค

ข้าวหอมจินดา มีลักษณะโดดเด่นคือ เมล็ดมีกลิ่นหอม นุ่ม ต้านทานโรคขอบใบแห้ง ลำต้นแข็งแรง ไม่หักล้มง่าย ต้นสูงปานกลาง ข้าวหอมจินดา ข้าวเจ้าสายพันธุ์ไทยที่เป็นหนึ่งในโอกาสการแข่งขันของเกษตรกรไทย ความหลากหลายทางพันธุกรรมเป็นหนึ่งในหัวข้อที่ได้รับความสนใจในกลุ่มนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยทั่วโลกมาเป็นเวลากว่าทศวรรษ เนื่องจากผลจากการวิจัยในเรื่องนี้สามารถนำไปต่อยอดในเชิงธุรกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับท้องถิ่นไปจนถึงระดับนานาชาติ ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีผลผลิตทางเกษตรกรรมเป็นจำนวนหลายล้านตันต่อปี พืชเศรษฐกิจที่นิยมเพาะปลูกมากที่สุดในประเทศไทยคือ ข้าว อ้อย ยางพารา และมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นประเด็นที่หน่วยงานภาคเกษตรในประเทศไทย ได้ทุ่มเทความพยายามและเงินทุน เพื่อพัฒนาคุณภาพและผลผลิตให้สูงขึ้น อันนำไปสู่โอกาสทางการแข่งขันในตลาดโลก และเพิ่มเอกลักษณ์ของสินค้าให้มีความน่าสนใจมากขึ้น พืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทยที่เพาะปลูกกันทุกภูมิภาคคือ ข้าว ดังนั้นจึงมีหน่วยงานที่วิจัยเกี่ยวกับการเพาะปลูกข้าวเป็นจำนวนมาก ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช. เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ทำวิจัยด้านพันธุ์ข้าวมาเป็นเวลากว่า 10 ปี ไบโอเทคมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีชีวภาพเข้ามาใช้ในการปรับปรุงพันธุ์พืชเศรษฐกิจสำคัญอย่างข้าว เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกร เช่น ข้าวเหนียวพันธุ์หอมนาคา ข้าวเจ้าพันธุ์หอมจินดา ข้าวเจ้าพันธุ์ธัญญา 6401 โดยไบโอเทคทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐ และเอกชน ในนการปลูกทดสอบในแปลง และประเมินความพึงพอใจ ร่วมกับเกษตรกร ซึ่งเป็นโมเดลการทำงานที่เปิดโอกาสให้เกษตรกร และผู้บริโภค ได้มีส่วนร่วมคัดเลือกข้าวพันธุ์ดี ที่เหมาะสม เพื่อนำไปขยายผลการปลูกในพื้นที่ต่อไป ในปี 2564 ไบโอเทคกำลังเตรียม ข้าวหอมจินดา ซึ่งเป็นข้าวเจ้าที่ได้จากการผสมข้ามพันธุ์แบบดั้งเดิมระหว่างข้าวพันธุ์ปทุมธานีเป็นสายพันธุ์แม่ […]

ศึกษาผลกระทบทางใจหลังออกจากถ้ำผ่านเหตุการณ์ในชิลี

หลังรอดชีวิตจากการติดในเหมืองชิลีนาน 69 วัน คนงานส่วนใหญ่เผชิญกับความเจ็บป่วยทางจิตใจ ด้านจิตแพทย์ไทยแนะนำหลีกเลี่ยงการถามคำถามตอกย้ำ รวมถึงควบคุมการใช้โซเชียล เพื่อป้องกันเด็กๆ จมกับความเครียดและความรู้สึกผิด

ระบบต่อมไร้ท่อ (Endocrine System)

ระบบต่อมไร้ท่อ (Endocrine System) ถือเป็นอีกหนึ่งระบบที่มีความสำคัญต่อร่างกาย โดยเป็นระบบที่จะส่งสารเคมี สร้างและหลั่งฮอร์โมน จากนั้นส่งออกนอกเซลล์โดยผ่านระบบไหลเวียน ทั้งทางกระแสเลือดและน้ำเหลือง เพื่อควบคุมอวัยวะเป้าหมายในร่างกาย ระบบต่อมไร้ท่อ (Endocrine System) คือ ระบบภายในที่มีหน้าที่ควบคุมการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและควบคุมกระบวนการต่าง ๆ ที่สำคัญภายในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต ซึ่งเป็นระบบที่ทำงานสอดประสานร่วมกับระบบประสาท (Nervous System) ในด้านต่าง ๆ เช่น การควบคุมปฏิกิริยาเคมี หรือการขนส่งสารเข้า – ออกภายในเซลล์ ซึ่งส่งผลต่อการสร้างและการใช้พลังงานของร่างกายที่นำไปสู่การเจริญเติบโตในด้านต่าง ๆ ทั้งการพัฒนาของโครงสร้างอวัยวะ และระบบภายในอื่น ๆ รวมไปถึงการรักษาสมดุล และการตอบสนองทางด้านอารมณ์ของสิ่งมีชีวิต ต่อมไร้ท่อ (Endocrine Gland) คือ กลุ่มเซลล์หรือกลุ่มเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่สร้าง และผลิตสารเคมีพิเศษที่เรียกว่า “ฮอร์โมน” (Hormone) ให้กับร่างกาย ซึ่งสารดังกล่าวไม่สามารถผลิตได้จากต่อมอื่น ๆ โดยสารเคมีหรือฮอร์โมนเหล่านี้จะถูกส่งเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง โดยไม่ผ่านท่อลำเลียงภายนอก ดังนั้น ต่อมไร้ท่อจึงเป็นอวัยวะที่ประกอบด้วยเส้นเลือดจำนวนมาก เพื่อทำหน้าที่ลำเลียงสารที่ต่อมผลิตได้ไปยังอวัยวะต่าง ๆ ผ่านการไหลเวียนของน้ำเลือดหรือน้ำเหลืองทั่วร่างกาย ซึ่งฮอร์โมนแต่ละชนิดมีหน้าที่เฉพาะเจาะจงต่ออวัยวะเป้าหมาย (Target Organ) ที่แตกต่างกันออกไป […]