ยอดเขาเอเวอเรสต์ สูงขึ้นประมาณสองฟุต

จากการสำรวจคู่ขนานที่จัดทำขึ้นทั้งสองประเทศ การวัดความสูงของ ยอดเขาเอเวอเรสต์ ครั้งล่าสุด ยังไม่ได้กำหนดไว้อย่างเป็นทางการ เนื่องจากอยู่ในกระบวนการพิสูจน์ความแม่นยำโดยเหล่านักวิทยาศาสตร์และนักสร้างแผนที่

ทางการจีนละเนปาลประกาศจุดสูงที่สุดในโลกครั้งใหม่ว่า ยอดเขาเอเวอเรสต์ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 8848.86 เมตร ตามผลการสำรวจที่นำเสนอในวันที่ 8 ธันวาคม 2020 ซึ่งสูงกว่าระดับความสูงที่รัฐบาลเนปาลเคยรับรองไว้ก่อนหน้านี้ประมาณสองฟุต หรือ 0.6 เมตร

เรื่อง FREDDIE WILKINSON

การวัดระดับความสูง ซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ที่ผ่านมา ในแถลงการณ์ร่วมของกรมการสำรวจประเทศเนปาลและทางการจีน ถือเป็นจุดสำคัญของโครงการที่ดำเนินมาหลายปี เพื่อวัดความสูงของเทือกเขาในตำนานลูกนี้ และเป็นการสำรวจเอเวอเรสต์อย่างจริงจังครั้งแรกในรอบ 16 ปี ความพยายามดังกล่าวได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิดจากผู้เชี่ยวชาญทางภูมิศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักวิทยาศาสตร์ที่วิเคราะห์ว่า แผ่นดินไหวขนาด 7.8 ในปี 2015 ส่งผลกระทบต่อภูมิภาคนี้อย่างไร

ในฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา กลุ่มนักสำรวจและมัคคุเทศก์ชาวเนปาลกลุ่มเล็ก ๆ ต้องอดทนกับความหนาวเหน็บของการเดินขึ้นเขาในเวลากลางคืน โดยมาถึงจุดสูงสุดในเวลา 03.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อทำงานโดยหลีกเลี่ยงความหนาแน่นของนักปีนเขาที่มาจากทั่วทุกมุมโลก

เราต้องการส่งสารไปยังประชาคมโลกว่า เราสามารถทำบางสิ่งได้ด้วยทรัพยากรและกำลังคนด้านเทคนิคของ [ประเทศ] เราเอง” Khimlal Gautam หัวหน้าเจ้าหน้าที่สำรวจของโครงการ กล่าวกับเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เมื่อปีที่แล้ว

จุดสูงสุดทางเทคโนโลยี

ในปี 1856 Radhanath Sickdhar นักคณิตศาสตร์ พบว่า เอเวอเรสต์เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในโลก ในขณะที่เขาทำงานให้กับ Great Trigonometrical Survey ซึ่งเป็นโครงการที่อุทิศให้กับการสำรวจและทำแผนที่อนุทวีปอินเดีย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา การสำรวจอื่น ๆ พยายามหาความสูงที่แท้จริงของภูเขาลูกนี้ ด้วยเทคโนโลยีที่ดีทีสุดในยุคนั้น

จนกระทั่งการถือกำเนิดของดาวเทียม นักสำรวจได้ใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า “กล้องสำรวจ” ซึ่งเป็นเครื่องมือวัดแสงที่มีความแม่นยำ และติดตั้งอยู่บนขาตั้งกล้อง เพื่อวัดมุมระหว่างจุดที่กำหนดสองจุด ทีมสำรวจใช้วิธีวัดความสูงของเอเวอเรสต์จากระดับน้ำทะเล โดยเริ่มที่อ่าวเบงกอลไปทางเหนือจนกว่าจะเห็นยอดเขา

การสำรวจในปี 1954 โดยใช้เทคนิคที่คล้ายคลึงกัน ให้ผลการคำนวณว่า เอเวอเรสต์อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 8847.73 เมตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่หลายประเทศ และผู้ผลิตแผนที่ ใช้กันอย่างแพร่หลาย

จากนั้นในปี 1999 การสำรวจที่นำโดยนักทำแผนที่และนักสำรวจ Bradford Washburn ผู้ได้รับการสนับสนุนจากสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ถือเป็นครั้งแรกที่ใช้เทคโนโลยี GPS ในการวัดยอดเขาเอเวอเรสต์ ผลลัพธ์ของทีมสามารถวัดความสูงได้ 8849.87 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทางสมาคมฯ ยังคงใช้อยู่จนกว่าจะสามารถตรวจสอบการวัดความสูงใหม่ได้อย่างสมบูรณ์

ปีนเขาเอเวอเรสต์, เอเวอเรสต์, ยอดเขาเอเวอเรสต์
ไฟคาดหัวของนักปืนเขาก่อตัวเป็นเส้นทางไฟที่ทางเดินด้านข้างเขาเอเวอเรสต์ ภาพถ่ายโดย RENAN OZTURK, NATIONAL GEOGRAPHIC

การติดตั้งที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น

เพื่อให้การสำรวจครั้งใหม่สมบูรณ์ที่สุด ทีมเนปาลจึงตัดสินใจใช้ทั้งสองเทคนิค เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2019 Gautam ได้เดินขึ้นสู่จุดสูงสุดของเอเวอเรสต์พร้อมกับเพื่อนร่วมทีมสี่คน และติดตั้งเครื่องรับ GPS พร้อมกับเรดาร์ เพื่อวัดความลึกของหิมะที่กองอยู่ด้านบนของหิน ในขณะเดียวกันทีมนักสำรวจอีกทีมรออยู่ในสถานีอีกแปดแห่งที่มองเห็นยอดเขาเอเวอเรสต์ เพื่อกำหนดระดับความสูงในเวลาพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งเป็นช่วงที่บรรยากาศปลอดโปร่งที่สุด ด้วยกล้องสำรวจแบบเลเซอร์อันทันสมัย

แต่หลังจากกรมการสำรวจของเนปาลทำงานภาคสนามเสร็จเมื่อปีที่แล้ว โครงการดังกล่าวก็ติดหล่มในการเมืองระหว่างประเทศ ระหว่างการเยือนประเทศเนปาลของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ในเดือนตุลาคม 2019 เจ้าหน้าที่ประกาศว่า ทั้งสองประเทศจะร่วมมือกันสำรวจภูเขาอีกครั้ง เพื่อชะลอการเปิดเผยระดับความสูงใหม่ ทางการจีนกล่าวว่า ทีมนักสำรวจชาวจีนกำลังทำงานอยู่ทางด้านทิศเหนือของภูเขาในฤดูใบไม้ผลิ วัดความสูงของยอดเขาโดยใช้เครือข่ายดาวเทียม Beidou ของจีนซึ่งเป็นคู่แข่งกับระบบ GPS

ตอนนี้ผลประกาศออกมาแล้ว โดยตัวแทนจากทั้งสองประเทศแสดงความมั่นใจอย่างยิ่งต่อระดับความสูงใหม่ แต่ Gautam แสดงความคิดเห็นว่า ไม่ว่าจะแม่นยำแค่ไหน การสำรวจทุกครั้งก็มีข้อผิดพลาดเล็กน้อยในการทำแผนที่เชิงสำรวจ เราไม่สามารถหาจุดหรือระดับความสูงที่แน่นอนได้” เขากล่าวและกล่าวปิดท้ายว่า “เรากำลังพยายามค้นหาค่า MPV: ค่าที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด (most probable value)


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : พบไมโครพลาสติกบนยอดเอเวอเรสต์

เอเวอเรสต์, ไมโครพลาสติก

เรื่องแนะนำ

มีการค้นพบภาพวาดทางวิทยาศาสตร์ที่วิจิตรงดงามที่หายสาบสูญไปกว่า 190 ปี

หางนกยูงไทย (Caesalpinia pulcherrima) เป็นชนิดพันธุ์หนึ่งของไม้ดอกที่เป็นไม้พุ่ม (Flowering Shrub) ซึ่งหาได้ในป่าเขตร้อนหรือกึ่งเขตร้อนในทวีปอเมริกา ภาพวาดที่เห็นได้ในหอจดหมายเหตุหนังสือหายากและหนังสือเขียนด้วยมือ ของห้องสมุดมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ (Rare and Manuscript Collections of Cornell University Library) เป็นงานของแอนน์ โวลล์สโตนคราฟต์ ผู้วาดภาพด้าน พฤกษศาสตร์ ในประเทศคิวบาในช่วงศตวรรษที่ 19 อย่างละเอียดลงในหนังสือหลายเล่ม งานเขียนที่ค้นพบขึ้นใหม่หลังเวลาผ่านไปเกือบ 200 ปีเหล่านี้บันทึกข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ ประโยชน์ทางธรรมชาติ บทกวี และการสังเกตุพืชกว่าร้อยชนิดของเธอเอง ภาพถ่ายโดย ROBERT CLARK หนังสือภาพวาดอันสวยงามของ พฤกษศาสตร์ พร้อมคำอธิบายอย่างละเอียดของผู้หญิงอเมริกันคนหนึ่งที่เคยอยู่ในคิวบาถูกค้นพบหลังการค้นหานานหลายทศวรรษ มีการค้นพบชุดหนังสือด้าน พฤกษศาสตร์ ที่เขียนด้วยลายมือจำนวน 3 เล่ม หลังจากพวกมันหายสาบสูญไป 190 ปี  โดย Emilio Cueto ผู้เป็นนักประวัติศาสตร์ได้ค้นพบชุดหนังสือชื่อ Specimens of the Plants & Fruits of […]

ภารกิจตามหาญาติของมนุษย์ฮอบบิท

บรรดาชนเผ่าปิ๊กมี่ (pygmies) ที่อาศัยอยู่บนหมู่เกาะฟลอเรส พวกเขามีร่างกายเล็กแคระไม่ต่างจากมนุษย์โฮโม ฟลอเรเสียนซิส หรือมนุษย์ฮออบบิทที่เคยมีชีวิตอยู่เมื่อหลายหมื่นปีก่อน และขณะนี้นักวิทยาศาสตร์ต้องการทราบว่าพวกเขามีสายสัมพันธ์ข้องเกี่ยวกันหรือไม่?

ถั่งเช่า ขุมทองแห่งทิเบต

ถั่งเช่า ซึ่งมีสรรพคุณทางยา และมีราคาสูงลิ่วในประเทศจีน กำลังทำให้เศรษฐกิจของที่ราบสูงทิเบตเฟื่องฟู สิ่งที่ซื่อหลางกำลังคลานเข่าค้นหาอยู่ ณ ความสูง 4,700 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ของที่ราบสูงทิเบต เป็นสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดอย่างยิ่ง ส่วนที่อยู่เหนือพื้นดินขึ้นมานั้น คือเห็ดราดอกเล็ก ๆ ไร้หมวก เป็นแค่ก้านสีน้ำตาลบางพอ ๆ กับก้านไม้ขีดไฟ โผล่จากดินโคลนขึ้นมาไม่กี่เซนติเมตร ซื่อหลาง ยางผี กับภรรยาและญาติมิตรกลุ่มใหญ่ ทำงานวันละ11 ชั่วโมง ตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมจนถึงปลายเดือนมิถุนายน เพื่อค้นหา “ถั่งเช่า” เมื่อซื่อหลางพบเห็ดราดังกล่าว เขาก็ตะโกนออกมาด้วยความดีใจ ภรรยาของเขา หยางจิน น่าหมู่ จะเดินเข้ามาสมทบทันที เขาจัดแจงใช้เกรียงแซะรอบก้านเห็ด แล้วค่อย ๆ ยกดินก้อนหนึ่งขึ้นมาอย่างระมัดระวัง หลังจากปัดดินที่ติดอยู่ออก สิ่งที่ปรากฏอยู่บนฝ่ามือดูคล้ายหนอนผีเสื้อสีเหลืองสดที่ตายแล้ว ส่วนที่งอกอยู่บนหัวของมัน คือก้านเห็ดเรียวบางสีน้ำตาล ซื่อหลางหยิบซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสีแดงออกมาจากกระเป๋า เขาหย่อนสมบัติที่พบลงไปในซอง รวมกับชิ้นอื่น ๆ ก่อนหน้านี้ แล้วม้วนปิดซองอย่างเบามือ “เห็ดหนอน” เหล่านี้ คือที่มาของรายได้ก้อนโตจากทั้งหมดที่พวกเขาหาได้ทั้งปี ทั่วทั้งที่ราบสูงทิเบต สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ไม่เพียงพลิกโฉมเศรษฐกิจในชนบท แต่ยังก่อให้เกิด “การตื่นทอง” […]

ความรู้ประจำวัน : ไดโนเสาร์เต้นรำเหมือนนก

หนึ่งในสิ่งที่น่าตื่นเต้นเกี่ยวกับการศึกษาไดโนเสาร์ก็คือ นกในปัจจุบันคือไดโนเสาร์ที่ยังมีชีวิต หรืออาจกล่าวได้ว่าพวกมันคือลูกหลานของไดโนเสาร์ นกจำนวนมากอวดโฉมขนของพวกมันเพื่อใช้ในการจับคู่ ทีนี้ลองคิดถึงบรรพบรุษของนกอย่างไทเซราทอปส์ ไดโนเสาร์มีเขาที่ใช้แผงบนศีรษะของมันเพื่อจุดประสงค์เดียวกันบ้าง นักบรรพชีวินวิทยาไม่คิดว่าเขาและแผงบนหัวของไดโนเสาร์ชนิดนี้จะมีไว้เพื่อใช้สำหรับการต่อสู้ ตรงกันข้ามพวกเขาคิดว่าสิ่งนี้มีไว้เพื่ออวดโฉมในการจับคู่ เนื่องจากเมื่อเติบโตขึ้นกระดูกบริเวณนี้จะเปราะและบางลง ดังนั้นเมื่อมองไปที่จังหวะการเต้นรำของนกบางสายพันธุ์ที่ทำเพื่อการจับคู่แล้ว ในโลกดึกดำบรรพ์ก็มีความเป็นไปได้เช่นกันว่าไดโนเสาร์เหล่านี้อาจเต้นรำไม่ต่างจากนก ซึ่งคงเป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจน่าดู   อ่านเพิ่มเติม : แขนจิ๋วของทีเร็กซ์อาจเป็นอาวุธอันตราย, ฟอสซิลอสุรกายแห่งท้องทะเลถูกพบในอินเดีย