ฟ้าทะลายโจร สามารถใช้ป้องกันการติดโรคโควิด - 19 ได้จริงหรือ

ฟ้าทะลายโจรป้องกัน COVID 19 ได้จริงหรือ

สารสกัดสมุนไพร ฟ้าทะลายโจร มีสรรพคุณในการฆ่าไวรัสโคโรนา 2019 ในหลอดทดลองได้

ในสถานการณ์ปัจจุบัน ผู้ป่วยโควิด-19 ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประชาชนมองหาสิ่งต่างๆ ที่จะช่วยทำให้ตนเองปลอดภัย เมื่อเร็ว ๆ นี้ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกค้นพบว่า สารสกัดสมุนไพร ฟ้าทะลายโจร มีสรรพคุณในการฆ่าไวรัสโคโรนา 2019 ในหลอดทดลองได้ จึงทำให้ประชาชนต่างให้ความสนใจหาผลิตภัณฑ์ฟ้าทะลายโจรมาบริโภคเป็นจำนวนมาก นับเป็นปรากฎการณ์ที่ทำให้คนไทยตื่นตัวในการดูแลและป้องกันตนเองมากขึ้น แต่ในการใช้ยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจรในมนุษย์มีประสิทธิภาพป้องกันโควิด – 19 ได้จริงหรือ

ฟ้าทะลายโจร มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Andrographis paniculata ( Burm.f. ) Wall. ex Nees เป็นสมุนไพรที่มีรสขม ส่วนของใบมีสรรพคุณในการรักษาอาการไข้ ไอ และท้องเสีย ต่อมาค้นพบสารสำคัญในใบ คือสารแอนโดรกราฟาไลด์ มีฤทธิ์ลดการบีบตัวของลำไส้ ต้านเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของอาการท้องเสีย ช่วยรักษาอาการไอ เจ็บคอ ป้องกันและบรรเทาหวัด

ฟ้าทะลายโจร, ฟ้าทะลายโจรรักษาโควิด, สมุนไพรไทย, การใช้ฟ้สทะลายโจร

ในการศึกษาเปรียบเทียบการใช้ฟ้าทะลายโจรเพื่อป้องกันหวัด ซึ่งทำในช่วงฤดูหนาว โดยให้นักเรียนรับประทานยาเม็ดฟ้าทะลายโจรแห้ง ขนาด 200 มิลลิกรัมต่อวัน ติดตามผลไปในเดือนแรกของการทดลองไม่พบความแตกต่างระหว่างกลุ่มที่รับประทานยาและกลุ่มควบคุม

แต่หลังจาก 3 เดือนของการทดลองพบว่าอุบัติการณ์การเป็นหวัดในกลุ่มที่ได้ฟ้าทะลายโจรลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม โดยอัตราการเป็นหวัดในกลุ่มที่ได้รับฟ้าทะลายโจรเท่ากับร้อยละ 20  ในขณะที่กลุ่มควบคุมมีอัตราการเป็นหวัดเท่ากับร้อยละ 62 อาจสรุปได้ว่า ฟ้าทะลายโจรให้ผลป้องกันของยา (the attributable protective effect) เท่ากับร้อยละ 33

ฟ้าทะลายโจร, ฟ้าทะลายโจรรักษาโควิด, สมุนไพรไทย, การใช้ฟ้สทะลายโจร
King of bitters scientific name Andrographis paniculata Burm, Wall. Ex Nees, Fah Talai jhon, Thai herbs relieve sore throat, reduce fever, heat up the cold green leaves vegetable nature protect coronavirus, covid-19

การวิจัยในหลอดทดลอง พบฟ้าทะลายโจรมีฤธิ์ต้านไวรัสไข้หวัดนก (H9N1 และ H5N1) และไวรัสไข้หวัดใหญ่ (H1N1) ซึ่งคาดว่า เป็นกระบวนการผ่านกลไกยับยั้งการเข้าจับระหว่างไวรัสกับเซลล์ หรือยับยั้ง H1N1 ที่ทำให้เซลล์ตาย

สามารถรับประทานได้อย่างปลอดภัยในผู้ใหญ่ ติดต่อกันไม่เกิน 3 เดือน และในเด็กไม่เกิน 1 เดือน แต่ข้อมูลจากบัญชีหลักแห่งชาติ 2562 ระบุให้รับประทานสมุนไพรฟ้าทะลายโจรติดต่อกันได้ไม่เกิน 3 วันเพื่อความปลอดภัย

การทดสอบประสิทธิภาพ ฟ้าทะลายโจร กับโควิด-19

ที่ผ่านมามีการศึกษาแบบจำลองภาพสามมิติที่ประเทศจีน ระหว่างสารแอนโดรกราฟาไลด์กับโควิด-19 พบว่า สามารถลดการเจริญเติบและลดการแบ่งเซลล์ของไวรัสได้ จึงเป็นที่มาที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกนำมาศึกษาต่อยอดในหลอดทดลองในประเทศไทย

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2020 ที่กระทรวงสาธารณสุข พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ รักษาราชการอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวถึงความคืบหน้าการวิจัยฟ้าทะลายโจรป้องกันโรคโควิด-19 ว่า การวิจัยฟ้าทะลายเพื่อหวังผลในการป้องกันโรคโควิด-19 แต่เรายังไม่เห็นผลตรงนี้ สิ่งที่ได้ในการทดลองในหลอดทดลอง คือ พบว่าสารแอนโดรกราฟาไลด์ในฟ้าทะลายโจร มีฤทธิ์ในการยับยั้งการแพร่จำนวนของไวรัสในเซลล์ ในหลอดทดลอง แปลว่ามีแนวโน้มที่ดีในการยับยั้งไวรัสเมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามเก็บตัวอย่างในคนให้มากกว่านี้ เพราะวันนี้มีตัวอย่างเพียงหลักสิบเท่านั้น

ฟ้าทะลายโจร, ฟ้าทะลายโจรรักษาโควิด, สมุนไพรไทย, การใช้ฟ้สทะลายโจร

ในการทดลองในคนนั้นเรามีการให้ฟ้าทลายโจรในปริมาณสูงกว่าโรคหวัดทั่วไป จากนั้นได้ทำการติดตาม พบว่าอาการหวัดปกติ เจ็บคอ นั้นหายได้เร็วขึ้น กว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับฟ้าทลายโจร แต่การใช้ต่อเนื่องนั้นกำลังเก็บกลุ่มตัวอย่างเพิ่ม แต่ตอนนี้เราไม่มีเคสในประเทศ จึงอาจไม่ได้เร็วนัก” พญ.อัมพร กล่าว

อย่างไรก็ตาม แม้จะยังไม่มีข้อสรุปในเรื่องการป้องกันโควิด -19 แต่ฟ้าทะลายโจรสามารถใช้เพื่อป้องกันโรคหวัด โดยใช้ต่อเนื่อง 3 วัน หากอาการไม่ดีขึ้น ไอหนักขึ้น และไม่สบายเนื้อสบายตัว ให้หยุดใช้แล้วไปพบแพทย์ทันที หรือหากมีอาการแพ้ก็ขอให้หยุด ซึ่งอาการแพ้ที่สังเกตได้คือ คันตามเนื้อตัว และหน้าตา เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรไม่ควรใช้ฟ้าทะลายโจร นอกจากนี้ยังไม่ควรใช้ในกลุ่มผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองที่ใช้ยาเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด ควรได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ก่อน รวมถึงผู้ที่กำลังใช้ยาลดความดันโลหิตสูงก็ต้องปรึกษาแพทย์เช่นเดียวกัน

การรับประทานฟ้าทะลายโจรมีข้อควรระวังดังนี้

ผู้ที่รับประทานฟ้าทะลายโจรอาการไม่พึงประสงค์ ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย อ่อนเพลีย มึนศีรษะ ลืมลมพิษ และเลือดกำเดาไหล

เมื่อใช้ในปริมาณสูงหรือต่อกันเป็นเวลานานเกิน 3 เดือน อาจทำให้เกิดอาการต่อมน้ำเหลืองโต อาการแพ้รุนแรง (serious allergic reactions) และการทำงานของตับแย่ลง หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้แขนขามีอาการชาหรืออ่อนแรง

หากใช้ฟ้าทะลายโจรติดต่อกัน 3 วัน แล้วไม่อาการจ็บป่วยไม่ดีขึ้น หรือมีอาการรุนแรงขึ้นระหว่างใช้ยา ควรหยุดใช้ และไปพบแพทย์

สตรี มีครรภ์ไม่ควรใช้ฟ้าทะลายโจร เนื่องจากมีการศึกษาในหนูทดลองพบว่าน้ำต้มฟ้าทะลายโจรมีผลทำให้หนูแท้งได้

แม้ว่าฟ้าทะลายโจรจะมีประโยชน์ในการรักษาโรคอย่างกว้างขวาง และดูเหมือนจะมีพิษน้อย แต่เนื่องจากเป็นยาเย็นจัด การกินฟ้าทะลายโจรรักษาโรคนานๆ  ติดต่อกันหลายปีอาจจะเกิดอาการข้างเคียงได้ เช่น มีอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย แขนขาไม่มีแรงได้

ห้ามใช้ฟ้าทะลายโจรสำหรับแก้เจ็บคอในกรณีต่าง ๆ ต่อไปนี้

ในผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บคอเนื่องจากติดเชื้อ Streptococcus group A

ในผู้ป่วยที่มีประวัติเป็นโรคไตอักเสบเนื่องจากเคยติดเชื้อ Streptococcus group A

ในผู้ป่วยที่มีประวัติเป็นโรคหัวใจรูห์มาติค

ในผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บคอเนื่องจากมีการติดเชื้อแบคทีเรีย และมีอาการรุนแรง เช่น มีตุ่มหนองในคอ มีไข้สูง และหนาวสั่น

จะเห็นได้ว่าฟ้าทะลายโจรแม้จะมีสรรพคุณในการรักษาอาการไข้หวัดธรรมดาเท่านั้น และยังไม่มีข้อมูลวิชาการใดยืนยันถึงการรักษา COVID 19 ได้ จึงขอให้คนไทย รับประทานอาหารปรุงสุก ใช้ช้อนส่วนบุคคล นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่าตื่นตัวกับกระแสฟ้าทะลายโจรให้มากเกินไปจนเกิดการกักตุนและวางผลให้ราคาสูงได้

ข้อมูลอ้างอิง 

กรมการแพทย์แผนไทยและการแพพทย์ทางเลือก


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : มาชิมกัญ เมนูใหม่จากใบกัญชา

เรื่องแนะนำ

พันธะเคมี (Chemical Bonding)

พันธะเคมี (Chemical Bonding) คือ แรงยึดเหนี่ยวที่เกิดขึ้นระหว่างอนุภาคมูลฐานหรืออะตอม (Atom) ซึ่งเป็นการดึงดูดเข้าหากัน เพื่อสร้างเสถียรภาพในระดับโมเลกุล จนเกิดเป็นสสารหรือสารประกอบที่มีโครงสร้างขนาดใหญ่และมีความซับซ้อนมากขึ้นในธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นน้ำ อากาศ พื้นดิน ก้อนหิน ต้นไม้ รวมไปถึงเนื้อเยื่อและร่างกายของสิ่งมีชีวิต ซึ่งทุกสสารในจักรวาลล้วนถูกสร้างขึ้นจากการรวมตัวกันของอนุภาคพื้นฐานขนาดเล็กเหล่านี้ พันธะเคมี เป็นแรงดึงดูดที่เกิดขึ้นจากความไม่เสถียรของอะตอมหรือธาตุต่าง ๆ ในธรรมชาติ ซึ่งกว่า 90 ธาตุที่พบในธรรมชาติ มีเพียงธาตุในหมู่ VIIIA หรือก๊าซเฉื่อย (Inert Gas) เท่านั้นที่สามารถคงอยู่ในรูปของอะตอมอิสระ  จากการมีอิเล็กตรอนวงนอกสุดเต็มตามจำนวนในแต่ละระดับชั้นของพลังงาน หรือ มีเวเลนซ์อิเล็กตรอน (Valence Electron) ครบ 8 ตัว ทำให้โครงสร้างของอะตอมมีความเสถียรในตัวเองสูง อ่านเพิ่มเติม เรื่องตารางธาตุ ดังนั้น อะตอมของธาตุอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นคาร์บอน (C) ไนโตรเจน (N) หรือออกซิเจน (O) ต่างต้องการจับกลุ่มรวมตัวกัน เพื่อทำให้โครงสร้างของตนมีเวเลนต์อิเล็กตรอนครบ 8 ตัว ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เรียกกฎของการรวมตัวนี้ว่า “กฎออกเตต” […]

การตอบสนองของพืช (Plant Responses)

การตอบสนองของพืช กลไกทางชีวภาพเพื่อความอยู่รอดของสายพันธุ์ ลักษณะที่สำคัญประการหนึ่งของสิ่งมีชีวิต คือ การตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่ง การตอบสนองของพืช ทุกชนิดบนโลก ต่างตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและสิ่งเร้าภายนอก ไม่ว่าจะเป็นแสงสว่าง อุณหภูมิ ความชื้น หรือการสัมผัสจากภัยอันตราย เช่นเดียวกับสัตว์หรือสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น ๆ ถึงแม้พืชส่วนใหญ่ที่หยั่งรากลึกลงดินเหล่านี้จะไม่สามารถเคลื่อนที่ไปมาได้อย่างอิสระก็ตาม การตอบสนองของพืช (Plant Response) คือ การเปลี่ยนแปลงวิธีการเติบโตทางธรรมชาติ เนื่องจากพืชไม่มีระบบประสาทที่ทำหน้าที่ควบคุมการตอบสนองโดยตรง ดังนั้น โดยทั่วไปแล้ว การตอบสนองของพืชจึงถูกควบคุมโดยฮอร์โมน (Hormone) ซึ่งเป็นโมเลกุลของสารเคมีภายในร่างกายหรือกลไกต่าง ๆ ของเซลล์ที่ทำการตอบสนองต่อสิ่งเร้าเหล่านั้น (Stimulus) โดยมีระยะเวลาของการถูกกระตุ้น ปริมาณหรือความเข้มข้นของสิ่งเร้า และชนิดเซลล์ที่ทำหน้าที่รับความรู้สึก (Receptor) เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้พืชเกิดการตอบสนองในลักษณะต่าง ๆ ทั้งเพื่อการปรับตัวให้เหมาะสมกับสิ่งแวดล้อมและเพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ให้อยู่รอดต่อไป การตอบสนองของพืชต่อสิ่งแวดล้อม สามารถจำแนกออกเป็น 2 ประเภทหลัก จากลักษณะการเคลื่อนไหวเมื่อถูกกระตุ้น ได้แก่ การเคลื่อนไหวตอบโต้อย่างมีทิศทาง (Tropism) หมายถึง การเคลื่อนไหวที่เกิดจากการเจริญเติบโตของพืช โดยมีทิศทางการตอบสนอง ดังนี้ มีทิศทางสัมพันธ์หรือเข้าหาสิ่งเร้า (Positive Tropism) มีทิศทางตรงข้ามหรือหลีกหนีจากสิ่งเร้า (Negative Tropism) […]

ค้นพบ กะท่าง ชนิดใหม่ล่าสุดของโลก ที่จังหวัดน่าน

ในอาณาจักรสัตว์ (Kingdom Animalia) ตั้งแต่ฟองน้ำจนถึงสัตว์มีกระดูกสันหลัง มีสัตว์อยู่จำนวนมากกว่าหนึ่งล้านชนิดที่มีการค้นพบแล้วในโลกนี้ สมาชิกของสัตว์ในแต่ละกลุ่มมีความแตกต่าง และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เหมาะสมกับพื้นที่อาศัยนั้นๆ สัตว์กลุ่มหนึ่งที่น่าสนใจ คือสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก (Amphibians) เป็นสัตว์ที่มีวงจรชีวิตเปลี่ยนแปลงไปตามระยะการเจริญเติบโต หรือมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างก่อนกลายเป็นตัวเต็มวัย หรือ Metamorphosis เช่น ตัวอ่อนของกบและคางคกที่เรียกว่า ลูกอ๊อด อาศัยอยู่ในน้ำ และหายใจด้วยเหงือก ก่อนจะเปลี่ยนรูปร่าง และกลายมาเป็นกบหรือคางคกตัวเต็มวัย ที่อาศัยอยู่บนบก และหายใจด้วยปอดและผิวหนัง ปัจจุบัน ในประเทศไทยมีรายงานการค้นพบสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 3 อันดับ (order) คืออันดับเขียดงู อันดับกบและคางคก และอันดับซาลาแมนเดอร์และนิวท์ สัตว์ในอันดับซาลาแมนเดอร์และนิวท์นั้นแบ่งรูปร่างได้ 2 แบบคือ ซาลาแมนเดอร์ (salamander) มีผิวหนังเรียบลื่นและมีร่องอยู่ระหว่างขาหน้าและขาหลัง และนิวท์ (newt) มีผิวหนังขรุขระและไม่มีร่องอยู่ระหว่างขาหน้าและขาหลัง เช่น กะท่างน้ำที่พบในประเทศไทย กะท่างน้ำมีรูปร่างคล้ายกับสัตว์เลื้อยคลานอย่างจิ้งจกหรือกิ้งก่า ทำให้มักถูกเข้าใจผิดคิดว่าเป็นพวกสัตว์เลื้อยคลาน ซึ่งความเข้าใจผิดนี้เองนำไปสู่การมีชื่อที่หลากหลายตามแต่ละท้องถิ่น เช่น กะท่างน้ำ (กะท่าง ภาษาอีสานแปลว่ากิ้งก่า) จระเข้น้ำ จิ้งจกน้ำ และจั๊กกิ้มน้ำ (จั๊กกิ้มภาษาเหนือแปลว่าจิ้งจก) เป็นต้น ลักษณะของกะท่างโดยทั่วไปมีขา […]

มดรู้จักการต่อกันเป็นสะพาน

มดรู้จักการต่อกันเป็นสะพาน ว่ากันว่าบนโลกใบนี้มีประชากรมดทั้งหมดรวมกันราวหมื่นล้านล้านตัว จำนวนมากมหาศาลเช่นนี้เทียบได้กับวลีที่ว่ามนุษย์ครองโลก เพราะหากเทียบด้วยจำนวนแล้ว มดเองก็กำลังครองโลกอยู่เช่นกัน มดเป็นสัตว์สังคมที่มีความซับซ้อนและความสำเร็จของพวกมันนั้นจำเป้นต้องอาศัยการพึ่งพากัน จากฟุตเทจที่ทำการทดลองกับมดนี้จะแสดงให้เห็นว่าพวกมันแก้ไขปัญหาช่องว่างด้วยการต่อตัวเป็นสะพานเพื่อเดินต่อไปยังจุดหมาย มดที่ต่อตัวอยู่ริมสุดจะชะลอตัวเองลงเมื่อเจอกับช่องว่าง และมดงานตัวอื่นๆ จะเข้ามาเติมเต็มจนในที่สุดสะพานมดก็เสร็จสมบูรณ์ ด้วยมันสมองที่มีน้ำหนักเพียง 1 ในล้านของมันสมองมนุษย์ น่าแปลกใจที่มดเหล่านี้สามารถสื่อสารกันได้ด้วยการส่งสัญญาณเท่านั้น แตกต่างจากเราพวกมันไม่มีภาษาแต่ใช้สัญชาตญาณในการสื่อสาร การทดลองศึกษาความร่วมมือกันของมดเหล่านี้จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ไขคำตอบว่ามดมีรูปแบบการสื่อสารในสังคมอย่างไร ตลอดจนอะไรคือเคล็ดลับที่ช่วยให้มันอยู่รอดมาจนทุกวันนี้ได้ (ชมคลิปการต่อกันของสะพานหมดได้ที่นี่) อ่านเพิ่มเติม ทำไมราชินีมดและแมลงอื่นๆ จึงฝังศพพวกที่ตายแล้ว