ยานสำรวจนาซา เพอร์เซเวียแรนซ์ ลงจอดบนดาวอังคารสำเร็จ-พร้อมค้นหาสิ่งมีชีวิต

ยานสำรวจนาซาลงจอดบนดาวอังคารสำเร็จ-พร้อมค้นหาร่องรอยสิ่งมีชีวิต

หลังจากมีช่วงเวลาอันน่าตื่นเต้นจากการลงจอดผ่านชั้นบรรยากาศอันเบาบางของดาวอังคาร หุ่นยนต์ เพอร์เซเวียแรนซ์ หรือ ‘เพอร์ซี่’ พร้อมเริ่มภารกิจค้นหาสัญญาณสิ่งมีชีวิตโบราณในที่แห่งนี้แล้ว

นี่เป็นการแตะล้อลงจอดของหุ่นยนต์สำรวจตัวใหม่บนดาวอังคาร เมื่อเวลาราว 16:00 น. ของวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ตามเวลาท้องถิ่น (หรือราว 04:00 น. วันที่ 19 กุมภาพันธ์ ตามเวลาในประเทศไทย) หุ่นยนต์ตระเวนสำรวจขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าการสร้างกว่า 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.1 หมื่นล้านบาท) ของนาซา อย่าง เพอร์เซเวียแรนซ์ (Perseverance) ได้ลงจอดอย่างปลอดภัยบนดาวเคราะห์สีแดงหลังจากผ่านการเดินทางมาเป็นระยะทางเกือบ 500 ล้านกิโลเมตรจากบนพื้นโลก

หุ่นยนต์เพอร์เซเวียแรนซ์เริ่มออกเดินทางเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ปี 2020 เป็นเวลากว่า 7 เดือนที่มันล่องในอวกาศผ่านยานอากาศที่ห่อหุ้มมันไว้ราวราวกับแมลงที่มีเปลือกแข็งห่อหุ้มมันไว้

“ยืนยันการลงจอด เพอร์เซเวียแรนซ์อยู่บนพื้นผิวดาวอังคารได้อย่างปลอดภัย” Swati Mohan วิศวกรในทีมพัฒนาหุ่นยนต์เพอร์เซเวียแรนซ์ กล่าว

หุ่นยนต์ที่มีน้ำหนัก 1 ตันและใช้พลังงานนิวเคลียร์ในการขับเคลื่อนอย่างเพอร์เซเวียแรนซ์เคลื่อนตัวลงสู่ชั้นบรรยากาศบางๆ ของดาวอังคาร ลงสู่แอ่งหลุมอุกกาบาตเยเซโร (Jezero Crater) ซึ่งคาดว่าครั้งหนึ่งมันเป็นทะเลสาบที่มีมาอย่างยาวนานในดาวอังคารแห่งนี้

เพอร์เซเวียแรนซ์, หุ่นยนต์สำรวจ, ดาวอังคาร
หุ่นยนต์สำรวจเพอร์เซเวียแรนซ์ถ่ายภาพแรกบนดาวอังคารหลังจากแตะล้อลงจอดในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2021
ภาพถ่ายจาก NASA TV

เพอร์เซเวียแรนซ์ได้รับการยืนยันว่าลงจอดอย่างปลอดภัยหลังจากได้ถ่ายทอดสัญญาณมายังโลกผ่านยานอวกาศ MRO (Mars Reconnaissance Orbiter) และส่งรูปภาพพื้นผิวบนดาวอังคารรูปแรกกลับมา

ภารกิจอันทะเยอทะยานของหุ่นยนต์สำรวจนี้คือการหาสัญญาณของสิ่งมีชีวิตโบราณบนดาวเคราะห์สีแดงแห่งนี้ โดยมันจะเป็นหุ่นยนต์ตัวแรกจากหุ่นยนต์ 5 ตัวของนาซาที่มีภารกิจสำรวจร่องรอยของสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคารที่เคยอยู่อาศัยและจบชีวิตไปเมื่อราวหนึ่งพันล้านปีแรกของมัน อันเป็นช่วงเวลาที่ดาวดวงนี้อบอุ่นและชุ่มชื้นกว่าภาพบรรยากาศของฝุ่นและความแห้งแล้งดังที่เราเห็นในทุกวันนี้

เพื่อที่จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ค้นพบร่องรอยว่าดาวอังคารอาจเคยเป็นถิ่นที่อยู่ของสิ่งมีชีวิต เพอร์เซเวียแรนซ์จะเก็บตัวอย่างหินจากที่นั่นส่งกลับมายังโลกเพื่อตรวจสอบถึงรายละเอียดในเรื่องดังกล่าว คำตอบที่ว่าดาวดวงนี้เคยมีสิ่งมีชีวิตปรากฎอยู่หรือไม่นั้นอาจล็อกติดอยู่บนของฝากจากดาวอังคารเหล่านี้ หรือถ้าทีมนักวิทยาศาสตร์มีโชค หุ่นยนต์นี้อาจจะได้เจอหลักฐานที่ปรากฏอยู่บนแอ่งหลุมอุกกาบาตเยเซโร ซึ่งเคยเป็นแหล่งน้ำของพื้นดินแห่งนี้เลยก็เป็นได้

“การเดินทางของเราจะไปตามทางร่องรอยน้ำเพื่อที่จะดูว่าดวงดาวแห่งนี้สามารถอาศัยอยู่ได้หรือไม่ รวมไปถึงการค้นหาหลักฐานทางเคมีอันซับซ้อน” Thomas Zurbuchen รองผู้อำนวยการของนาซา ได้กล่าวไว้เมื่อช่วงสัปดาห์ที่แล้ว และเสริมว่า “และขณะนี้ เราอยู่ในจุดที่ก้าวหน้าของระยะเวลาการสำรวจครั้งใหม่ทั้งหมด”

(เชิญชมวิดีโอถ่ายทอดสดการลงจอดของหุ่นยนต์สำรวจเพอร์เซเวียแรนซ์ ได้ที่นี่)

ขณะนี้ที่แอ่งหลุมอุกกาบาตเยเซโร หุ่นยนต์เริ่มทำงานอย่างกระตือรือร้น โดยภารกิจในช่วงแรก เพอร์เซเวียแรนซ์จะอ่านประวัติธรณี (Geologic history) ของเยเซโรและมองหาร่องรอยเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตต่างดาวที่เคยอยู่อาศัย และจะทำการเลือกตัวอย่างหินเก็บเอาไว้ เพื่อที่หุ่นยนต์ตัวใหม่ในอนาคตจะเก็บและส่งกลับมายังโลกในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของทศวรรษหน้า

หลังจากนักวิทยาศาสตร์ทำการคัดเลือกอย่างเข้มข้นว่าจะลงจอด ณ จุดใดบนดาวอังคาร พวกเขาก็ได้คัดเลือกเยเซโรจากพื้นที่ 4 แห่งที่เข้าสู่การคัดเลือกรอบสุดท้ายเนื่องจากมันมีหลักฐานที่ขัดเจนว่าครั้งหนึ่งพื้นที่แห่งนี้เต็มไปด้วยน้ำ และในบริเวณทิศตะวันตกของแอ่งหลุมอุกกาบาต มีสามเหลี่ยมปากแม่น้ำขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยตะกอนซึ่งอาจเก็บรักษาวัสดุชีวภาพ (biological material) เอาไว้

อย่างไรก็ตาม พื้นที่เป็นผาสูงและกับดักที่เกิดจากทรายของเยเซโร ทำให้ดูเป็นที่ที่ไม่ปลอดภัยสำหรับการส่งหุ่นยนต์สำรวจ และอาจทำให้ภารกิจของเพอร์เซเวียแรนซ์ไม่ประสบความสำเร็จ หากไม่มีการอัปเดตเทคโนโลยีการลงจอดแบบใหม่ๆ ที่เคยใช้ก่อนหน้านี้

เพอร์เซเวียแรนซ์, สำรวจดาวอังคาร
ภาพกราฟฟิกจำลองการทำงานของหุ่นยนต์สำรวจเพอร์เซเวียแรนซ์ บนดาวอังคาร ขอบคุณภาพถ่ายจาก https://theconversation.com/perseverance-mars-rover-how-to-prove-whether-theres-life-on-the-red-planet-154982

“ในประวัติศาสตร์การสำรวจดาวอังคาร นักวิทยาศาสตร์ได้ประนีประนอมกันเพื่อตกลงกันว่าจะให้หุ่นยนต์สำรวจลงจอดที่ไหน ซึ่งถามนั้นสามารถตอบได้การเทคโนโลยีการลงจอดที่เรามีอยู่ในมือ” Robin Fergason จาก กรมสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (United States Geological Survey : USGS) ซึ่งทีมของเขาช่วยนำทางเพอร์เซเวียแรนซ์ไปยังเยเซโร กล่าว

ในอีก 2-3 วันดาวอังคารข้างหน้า เพอร์เซเวียแรนซ์จะกางเสาอากาศและพยายามค้นหาตำแหน่งโลก เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีการชาร์จแบตเตอรี่และอุปกรณ์ที่อยู่ในพื้นที่ยังทำงานได้ และเมื่อทีมงานมีความพึงพอใจว่าหุ่นยนต์สำรวจอยู่บนพื้นที่ที่มีความเสถียรแล้ว จะใช้งานเสาส่งสัญญาณระยะไกล (Remote Sensing Mast) ซึ่งมีกล้องมากมายติดอยู่และจะทำการถ่ายภาพพาโนรามา 360 องศา และหุ่นยนต์สำรวจนี้จะทำการเปลี่ยนผ่านระบบจากซอฟต์แวร์ลงจอดมาเป็นซอฟต์แวร์สำรวจพื้นผิวอย่างช้าๆ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาราว 1 สัปดาห์

หลังจากนั้น เพอร์เซเวียแรนซ์จะเริ่มภารกิจเพื่อพยายามหาคำตอบที่มนุษยชาติมีมาอย่างยาวนานว่า: เราอยู่บนอวกาศนี้แต่เพียงผู้เดียวหรือ ซึ่งเป็นเวลามานานนับศตวรรษที่เราเชื่อว่า คำตอบของคำถามนี้อาจรอเราอยู่ที่ดาวอังคาร ดาวเคราะห์ที่ทำให้เราเชื่อมาตลอดว่า อาจมีสัญญาณชีวิตอยู่ที่นั่น ไม่ว่าเป็นสัตว์เซลล์เดียวหรือสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญามากมายก็ตาม

เรื่อง NADIA DRAKE 


อ่านเพิ่มเติม จำลองการใช้ชีวิตบนดาวอังคาร

ชีวิตบนดาวอังคาร
Martha Lenio ผู้บัญชาการของกลุ่ม ทดสอบชุดอวกาศด้วยการเดินไปเดินมาในภูมิประเทศดาวอังคารจำลอง

เรื่องแนะนำ

ระบบต่างๆ ในร่างกาย: ระบบขับถ่ายของเสีย

เมื่อร่างกายเกิดกระบวนการเผาผลาญพลังงาน ร่างกายมีเกิดของเสียส่วนเกินขึ้น กลไลของร่างกายจะขับของเสียเหล่านั้น ผ่านระบบ การขับถ่ายของเสีย ในรูปต่างๆ ระบบขับถ่ายของเสีย เป็นระบบที่ร่างกายขับถ่ายของเสียออกจากระบบต่างๆ ในร่างกาย โดยขับของเสียออกในหลายรูปแบบ ได้แก่ ของเสียในรูปแก๊ส คือ ลมหายใจออก ของเหลว คือ เหงื่อและปัสสาวะ ของเสียในรูปของแข็ง คือ อุจจาระ การขับถ่ายของเสียทางลำไส้ใหญ่ การย่อยอาหารจะสิ้นสุดลงบริเวณรอยต่อระหว่างลำไส้เล็กกับลำไส้ใหญ่ เนื่องจากอาหารที่ลำไส้เล็กย่อยแล้วจะเป็นของเหลว หน้าที่ของลำไส้ใหญ่ส่วนต้น (Cecum) คือดูดซึมของเหลว น้ำ เกลือแร่ และน้ำตาลกลูโคส ที่ตกค้างอยู่ในกากอาหาร ส่วนลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย (Colon) จะเป็นที่พักกากอาหารซึ่งมีลักษณะกึ่งของแข็ง ลำไส้ใหญ่จะขับเมือกออกมาหล่อลื่นเพื่อให้อุจจาระเคลื่อนไปตามลำไส้ใหญ่ได้ง่ายขึ้น ถ้าลำไส้ใหญ่ดูดน้ำมากเกินไป เนื่องจากกากอาหารตกค้างอยู่ในลำไส้ใหญ่หลายวัน จะทำให้กากอาหารแข็งจนนำไปสู่อาการท้องผูก (อ่านเพิ่มเติม: ระบบทางเดินอาหาร) การขับถ่ายของเสียทางปอด ปอดคืออวัยวะที่ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนก๊าซ น้ำ และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นของเสียจากการเผาผลาญพลังงานระดับเซลล์ โดยอาศัยหลักการแพร่เข้าสู่ในเส้นเลือดฝอย แล้วลำเลียงด้วยระบบหมุนเวียนโลหิตไปยังปอด เกิดการแพร่ของน้ำและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าสู่ถุงลมปอด แล้วเคลื่อนผ่านหลอดลมออกจากร่างกายทางจมูก อ่านเพิ่มเติม: ระบบทางเดินหายใจ  การขับถ่ายของเสียทางผิวหนัง เหงื่อเป็นของเสียที่ถูกขับออกทางผิวหนังของมนุษย์ผ่านทางรูขุมขน เหงื่อที่ถูกขับออกมาทางต่อมเหงื่อประกอบด้วยน้ำประมาณร้อยละ 99 สารประกอบอื่นๆ […]

ชมคลิปวิดีโอที่ช่วยไขปริศนาว่า นาร์วาฬใช้งาของมันทำอะไร

เรื่อง    ซาราห์ กิบเบนส์ ในคลิปวิดีโอที่ถ่ายจากโดรนเหนือน่านน้ำนอกชายฝั่งดินแดนนูนาวุตของแคนาดา นาร์วาฬตัวหนึ่งใช้งาของมันฟาดปลาค้อดอาร์กติกก่อนจับกินเป็นอาหาร แรงกระแทกอาจทำให้ปลามึนงงและกลายเป็นเหยื่อที่จับได้ง่ายของนาร์วาฬ แท้จริงแล้ว งาของนาร์วาฬคือฟันที่บิดเกลียวยื่นออกมาจากส่วนหัว และสามารถยาวได้เกือบถึงสามเมตร นอกจากนั้นงาของนาร์วาฬยังปกคลุมไปด้วยปลายประสาทนับพันๆ ที่ช่วยให้พวกมันรับรู้เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมรอบตัว นาร์วาฬอาศัยอยู่ในน่านน้ำห่างไกล และเรายังรู้จักพฤติกรรมของพวกมันน้อยมาก ที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ได้แต่คาดเดาว่า นาร์วาฬใช้งาของมันทำอะไร  พฤติกรรมที่ได้รับการบันทึกไว้เป็นครั้งแรกนี้จึงช่วยไขปริศนาที่มีมาช้านานได้ แบรนดอน ลาฟอเรสต์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านชนิดพันธุ์และระบบนิเวศแถบอาร์กติกจากกองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF) ประจำแคนาดา อธิบายว่า เพราะเหตุใดนาร์วาฬจึงเป็นชนิดพันธุ์ที่เรารู้จักน้อยมาก “พวกมันไม่กระโดดทิ้งตัวเหมือนวาฬชนิดอื่นๆ และค่อนข้างขี้อายครับ คลิปวิดีโอนี้จึงให้ข้อมูลใหม่เกี่ยวกับการใช้งาของมัน” ลาฟอเรสต์บอก ที่ผ่านมา ลาฟอเรสต์ซึ่งทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลแคนาดา ใช้เวลาศึกษานาร์วาฬในถิ่นอาศัยฤดูหนาวของพวกมัน แต่ความที่ถิ่นอาศัยของพวกมันอยู่ห่างไกล การสังเกตพฤติกรรมด้วยสายตาจึงทำได้ค่อนข้างยาก มารีอาน มาร์กู นักวิจัยจากกรมประมงและมหาสมุทรของแคนาดา บอกว่า การใช้โดรนเป็นวิธีใหม่ที่ช่วยให้เราศึกษาสัตว์ผู้ลึกลับเหล่านี้ได้ เธอบอกว่า “โดรนเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นมาก เราสามารถเห็นอะไรที่ไม่เคยเห็นมาก่อน” ที่ผ่านมา การใช้เครื่องบินเล็กให้ภาพได้ไม่ชัดเจน และบ่อยครั้งทำให้สัตว์ที่เป็นเป้าหมายตื่นตกใจ ขณะที่คลิปวิดีโอนี้ช่วยยืนยันทฤษฎีหนึ่งเกี่ยวกับการใช้งาของนาร์วาฬ  พวกมันยังอาจใช้งาเพื่อการอื่นด้วย เช่น เจาะน้ำแข็ง ใช้เป็นอาวุธต่อสู่กัน ช่วยเรื่องการคัดเลือกทางเพศ (sexual selection) หรือเป็นเครื่องมือเกี่ยวข้องกับการใช้เสียงสะท้อน เพื่อนำทางหรือระบุตำแหน่ง (echolocation) คล้ายโซนาร์  […]

ไฟปริศนาจากใต้ดิน ไหม้มาแล้ว 59 ปียังไม่ดับ

ที่เขตเทศบาลของนครฉงชิ่ง ในจีน มีไฟปริศนาที่ลุกโชนมาแล้วนานถึง 59 ปี และยังไม่มีทีท่าว่าจะดับ ชาวบ้านในละแวกนี้รู้จักสถานที่ดังกล่าวดีและใช้พลังงานฟรีเหล่านี้ในการหุงต้มน้ำ ไฟเหล่านี้เกิดขึ้นจากทีมสำรวจน้ำมันที่เคยปฏิบัติภารกิจขุดค้นยังพื้นที่ดังกล่าว หลังภารกิจมีก๊าซธรรมชาติหลงเหลืออยู่จำนวนหนึ่ง ส่งผลให้ไฟยังคงลุกไหม้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากเทน้ำลงไปยังผิวดินในบริเวณนี้ น้ำจะเดือดทันทีในเวลาเพียง 3 นาที   อ่านเพิ่มเติม : วิทยาศาสตร์ว่าด้วยการจูบ, วิทยาศาสตร์ว่าด้วยการร้องไห้

งานวิจัยชิ้นใหม่เปิดเผยว่า ดวงจันทร์อาจมีน้ำมากกว่าที่เคยคิดกันมาก

ดวงจันทร์อาจมีน้ำมากกว่าที่เคยคิดกัน เป็นข้อสรุปที่ได้จากการวิเคราะห์ผลึกแก้วภูเขาไฟขนาดเล็กจิ๋วที่หลงเหลือจากการปะทุของภูเขาไฟครั้งบรรพกาล ผลึกแก้วที่เกิดขึ้นตามธรรมชาตินี้ถูกรวบรวมไว้ตั้งแต่ภารกิจของยานอะพอลโล 15 และ 17 ในช่วงทศวรรษ 1970 ซึ่งยานทั้งสองลงจอดใกล้เขตที่มีกิจกรรมภูเขาไฟบนดวงจันทร์ ผลึกแก้วนี้ก่อตัวขึ้นเมื่อแมกมาหรือหินหนืดปะทุขึ้นสู่พื้นผิวและเย็นตัวลงอย่างรวดเร็วจนน้ำถูกกักไว้ภายใน อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์ยังไม่มั่นใจว่า ตัวอย่างที่ได้จากภารกิจอะพอลโลมีลักษณะเฉพาะ หรือพบได้จากธารลาวาแห่งอื่นๆ บนพื้นดวงจันทร์ด้วย ในผลการศึกษาชิ้นใหม่ที่เพิ่งตีพิมพ์ในวารสาร Nature Geoscience นักวิทยาศาสตร์ทำการวิเคราะห์ตัวอย่างที่ได้จากภารกิจอะพอลโลซ้ำอีกครั้ง  ร่วมกับการใช้ข้อมูลล่าสุดจากดาวเทียมเพื่อมองหาร่องรอยของแก้วภูเขาไฟที่มีน้ำอยู่ภายในจากบริเวณอื่นๆ ของดวงจันทร์  พวกเขาพบว่า แท้จริงแล้วตะกอนภูเขาไฟกระจายตัวเป็นบริเวณกว้างซึ่งบ่งชี้ว่า ใต้พื้นผิวดวงจันทร์อาจ ชุ่มชื้นมากกว่าที่เคยเชื่อกัน แอนโทนี โคลาพรีต นักวิทยาศาสตร์จากนาซา ผู้วิเคราะห์รายงานชิ้นนี้บอกว่า “ข้อเท็จจริงที่พวกเขาพบลักษณะภูมิประเทศที่มีความเกี่ยวข้องกับแก้วภูเขาไฟบอกเราว่า พื้นผิวชั้นในของดวงจันทร์มีน้ำอยู่พอสมควร ตอนที่เกิดการปะทุของภูเขาไฟเหล่านี้” คำถามหนึ่งที่หลายคนสงสัยคือ เราเคยพบน้ำบนดวงจันทร์ก่อนหน้านี้ไหม? คำตอบคือ ใช่ แต่ก็เพิ่งเมื่อไม่นานมานี้เอง นักวิทยาศาสตร์เคยเชื่อว่า ดวงจันทร์ทั้งดวงนั้นแห้งผาก แต่เมื่อปี 2008 นักวิทยาศาสตร์ทำการวิเคราะห์ตัวอย่างผลึกแก้วภูเขาไฟจากภารกิจอะพอลโล และค้นพบร่องรอยแรกของน้ำ จากจุดนั้นเป็นต้นมา การค้นพบน้ำบนดวงจันทร์ก็พรั่งพรู ในปี 2009 องค์การนาซาส่งจรวดและดาวเทียมขึ้นไปตกกระทบหุบอุกกาบาตแห่งหนึ่งบนขั้วใต้ของดวงจันทร์ โดยหวังจะพบหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับน้ำ การตกกระทบในครั้งนั้นเผยร่องรอยบางอย่างเกี่ยวกับน้ำแข็งและไฮดรอกซิล ซึ่งเป็นโมเลกุลไวต่อปฏิกิริยาและมีความเกี่ยวข้องกับน้ำ และในปี 2010 นักวิทยาศาสตร์ทำการวิเคราะห์ตัวอย่างหินอื่นๆ ที่ได้จากดวงจันทร์ […]