ทำไมเราควรฉีดวัคซีนโควิด-19

กระแสเรื่อง การฉีดวัคซีน กำลังเป็นประเด็นที่ทั่วโลกต่างให้ความสนใจ และรัฐบบาลในหลายๆ ประเทศต่างออกมารณรงค์ให้ประชาชนออกมารับวัคซีน

เมื่อการระบาดโรคติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทยระลอกที่สามทวีความรุนแรงมากขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน ที่ผ่านมา การจัดหาวัคซีนเพื่อนำมาฉีดให้กับประชาชนจึงกลายมาเป็นมาตรการเร่งด่วนที่จะสามารถกอบกู้สถานการณ์ครั้งนี้ไว้ได้ การฉีดวัคซีน

อย่างไรก็ตาม กระแสความกังวลต่อผลข้างเคียงของวัคซีนยังคงพบเห็นได้ตามสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีทั้งข่าวจริงและเท็จ ในจุดนี้ รัฐบาลโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พยายามออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง เรื่องประสิทธิภาพวัคซีน อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เพื่อหวังจะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนชาวไทยได้

ฉีดวัคซีน, การฉีดวัคซีน, วัคซีนโควิด-19

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ (CDC) หน่วยงานภายใต้องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้อธิบายถึงประเด็นเรื่องการฉีดวัคซีนโควิด – 19 ในปัจจุบัน เนื่องจาก ไม่เฉพาะประชาชนชาวไทยเท่านั้นที่กำลังวิตกกังวลเรื่องการฉีดวัคซีน แต่ประชาชนในประเทศอื่นๆ แสดงความกังวลต่อประเด้นนี้เช่นกัน โดยทาง CDC รายงาน ประโยชน์ของการได้รับวัคซีนโควิด-19 สรุปได้ดังนี้

1. การฉีดวัคซีนจะช่วยลดอัตราการติดเชื้อโควิด-19

วัคซีนทั้งหมดที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน กำลังได้รับการประเมินอย่างรอบคอบในการทดลองทางคลินิก และจะได้รับอนุญาตหรือได้รับการอนุมัติ ก็ต่อเมื่อมีความปลอดภัยต่อมนุษย์ในระดับที่กำหนดไว้ จากข้อมูลที่เราทราบเกี่ยวกับวัคซีนสำหรับโรคอื่น ๆ และข้อมูลเบื้องต้นจากการทดลองทางคลินิก ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า การได้รับวัคซีนโควิด-19 นอกจากช่วยลดอัตราการติดเชื้อแล้ว ยังช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอาการเจ็บป่วยรุนแรง หากติดเชื้อโควิด-19 และคุณมีภูมิคุ้มกันในร่างกาย นั่นอาจช่วยปกป้องคนรอบข้างของคุณจากการติดเชื้อได้เช่นกัน

2. ช่วยลดผลกระทบการระบาดโรคติดเชื้อโควิด-19 ต่อสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจ

เมื่อคุณได้รับวัคซีนครบแล้วคุณสามารถเริ่มทำอะไรได้มากขึ้น หลังจากที่คุณได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบทั้งสองโดสแล้ว คุณอาจเริ่มทำกิจกรรมบางอย่างที่หยุดทำไป เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรค เช่น สามารถรวมตัวกับคนที่ได้รับวัคซีนครบแล้วเช่นกัน การออกไปดำเนินการกิจการที่ต้องให้บริการผู้อื่น และออกไปใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงกับช่วงก่อนการระบาดใหญ่

อย่างไรก็ตาม ทั่วโลกอยู่ระหว่างการศึกษาว่า วัคซีนจะส่งผลต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 อย่างไร จนกว่าเราจะทราบข้อมูลเพิ่มเติม ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด -19 อย่างครบถ้วนควรระมัดระวังการออกไปในที่สาธารณะเช่น สวมหน้ากากอนามัย รักษาระยะห่างทางสังคม หลีกเลี่ยงฝูงชนและพื้นที่ที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก และล้างมือบ่อยๆ

ฉีดวัคซีน, การฉีดวัคซีน, วัคซีนโควิด-19

3. การฉีดวัคซีนเป็นวิธีสร้างภูมิคุ้มกันอย่างปลอดภัย

ในเรื่องของการสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย การฉีดวัคซีนโควิด-19 เป็นวิธีที่ปลอดภัยกว่า การติดเชื้อโควิด-19 อาจสร้างภูมิคุ้มกันได้ตามธรรมชาติ แต่มีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยรุนแรงและเสียชีวิต การฉีดวัคซีนจะช่วยสร้างแอนติบอดี (ระบบภูมิคุ้มกัน) โดยร่างกายไม่แสดงอาการเจ็บป่วยรุนแรง

4. การฉีดวัคซีนโควิด-19 จะเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับหยุดยั้งการแพร่ระบาดใหญ่

วัคซีนที่ฉีดเข้าร่างกายจะทำงานร่วมกับระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ดังนั้นร่างกายจึงพร้อมที่จะต่อสู่กับไวรัส หากเราเผลอไปสัมผัสและรับเชื้อโรคอย่างไม่ตั้งใจ หลักฐานที่เพิ่มมากขึ้นแสดงให้เห็นว่า ผู้ที่ได้รับวัคซีนอย่างครบถ้วนมีโอกาสน้อยที่จะติดเชื้อโดยไม่แสดงอาการ (เรียกว่า การติดเชื้อที่ไม่มีอาการ) และมีโอกาสน้อยที่จะแพร่เชื้อไวรัสที่ไปยังผู้อื่น อย่างไรก็ตาม เรื่องอัตราการแพร่เชื้อของผู้ที่ได้รับวัคซีนอย่างครบถ้วนแล้ว กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาเพิ่มเติม

5. วัคซีนโควิด-19 ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

เราเข้าใจว่า บางคนอาจกังวลเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนในขณะนี้ เนื่องจากวัคซีนโควิด-19 พัฒนาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และมีกระแสข่าวถึงผลข้างเคียงหลังได้รับวัคซีน แต่แพทย์และผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ยังคงมีกระบวนการและขั้นตอนการผลิตวัคซีนตามมตราฐานสากลที่กำหนดไว้ เพื่อให้มั่นใจถึงความปลอดภัยของวัคซีน ที่ได้รับอนุญาตหรือได้รับการรับรอง และความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด

ฉีดวัคซีน, การฉีดวัคซีน, วัคซีนโควิด-19

อัตราการฉีดวัคซีนที่สูงขึ้นทำโอกาสแพร่ระบาดน้อยลงมาก นอกจากนี้ ยังช่วยลดความจำเป็นในการใช้มาตรการป้องกัน เช่น การปิดพรมแดน และการจำกัดการเดินทาง ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบด้านสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของโควิด -19 ในเวลานี้ การฉีดวัคซีนจะช่วยรักษาชีวิต และทำให้เรากลับมาดำรงได้ชีวิตได้อีกครั้ง

เรื่อง ณภัทรดนัย

ข้อมูลอ้างอิง

Center for Disease Control and Prevention – https://www.cdc.gov/coronavirus/2019-ncov/vaccines/vaccine-benefits.html
Department of Health, Australian Government – https://www.health.gov.au/initiatives-and-programs/covid-19-vaccines/getting-vaccinated-for-covid-19/why-should-i-get-vaccinated-for-covid-19
National Foundation for Infectious Diseases – https://www.nfid.org/immunization/10-reasons-to-get-vaccinated/


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : การท่องเที่ยวหลังจากโลกมีวัคซีนโควิด-19

เรื่องแนะนำ

แบ่งเวลา 2 นาทีมาชมความงามของโลก

แบ่งเวลา 2 นาทีมาชมความงามของโลก ชวนชมความงดงามและความมหัศจรรย์ของธรรมชาติบนโลกใบนี้ผ่านโปรเจค Symphony for Our World ที่จะพาคุณผู้อ่านเดินทางดำดิ่งไปยังใต้ทะเลลึกพร้อมกับฝูงสัตว์น้ำ จากนั้นชมวิถีชีวิตของสรรพสัตว์บนบก และบินทะยานขึ้นไปยังหุบเขาและท้องฟ้า พร้อมด้วยบทเพลงอันทรงพลัง แล้ว 2 นาทีที่เสียไป จะทำให้คุณรักโลกใบนี้มากยิ่งขึ้น…   อ่านเพิ่มเติม 13 สิ่งที่ทำให้กำเนิดชีวิตขึ้นบนโลก

เราจะสามารถเดินทางข้ามเวลาได้อย่างไร

ในทางทฤษฎีวิทยาศาสตร์แนะว่ามีความเป็นไปได้ที่เราจะเดินทาง ข้ามเวลา หากแต่ในความเป็นจริงยังไม่มีความชัดเจน ในขณะนี้ เราต่างต้องติดอยู่ในบ้าน การเดินทางไปยังสถานที่จุดหมายต่างๆ ที่น่าสนุกอย่างเราเคยทำอาจจะต้องหยุดพักไปก่อน แต่ถ้าหากเป็นเรื่องของการเดินทางท่องเที่ยว ข้ามเวลา ล่ะ ซึ่งแน่นอนว่าเราต่างรอที่จะทำเช่นนั้นได้ในอนาคต การเดินทางข้ามเวลาถือเป็นเรื่องแฟนตาซีมาอย่างน้อยตั้งแต่ 125 ปีก่อน เมื่อ H.G. Wells ได้เขียนนวนิยายที่มีเนื้อหาแหวกแนวในยุคนั้นที่ชื่อว่า ‘The Time Machine’ ในปี 1895 และนั่นคือสิ่งที่ทั้งนักวิทยาศาสตร์และนักปรัชญาต่างเขียนงานวิจัยที่จริงจังในเรื่องนี้มานานนับศตวรรษแล้ว สิ่งที่เป็นจุดเริ่มต้นการค้นคว้าวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในเรื่องของการเดินทางข้ามเวลาเมื่อปลายศตวรรษที่ 19 ซึ่งเชื่อว่าเวลาสามารถถูกนึกภาพได้ในฐานะของมิติ (dimension) เช่นเดียวกับพื้นที่ (space) แล้วถ้าเราสามารถเดินทางไปในพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ทำไมจะทำเช่นนั้นกับเวลาบ้างไม่ได้ “ในเรื่องของพื้นที่ คุณสามารถไปยังสถานที่ใดก็ได้ที่คุณต้องการ ซึ่งอาจจะคล้ายกับเวลา ที่คุณสามารถไปยังจุดใดก็ได้ที่คุณต้องการ” Nikk Effingham นักปรัชญาแห่งมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม ในสหราชอาณาจักร กล่าวและเสริมว่า “จากจุดนั้น จะถือเป็นก้าวที่สั้นสู่การผลิตเครื่องย้อนเวลา” ทฤษฎีคู่ขนาน (Dueling theories) Wells เป็นนักเขียนนวนิยาย ไม่ใช่นักฟิสิกส์ แต่ฟิสิกส์ก็สามารถตามความคิดของเขาได้ทันในปี 1905 เมื่ออัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ได้เผยแพร่ส่วนแรกของทฤษฎีสัมพัทธภาพ […]

สิ่งมีชีวิตบนดาวศุกร์ มีจริงหรือ

สัญญาณความเป็นไปได้ที่จะพบ สิ่งมีชีวิตบนดาวศุกร์ ทำให้เกิดการถกเถียงกันอย่างดุเดือด “บางอย่างแปลกๆ กำลังเกิดขึ้น” ในดาวเคราะห์เพื่อนบ้านของเรา แต่ผู้เชี่ยวชาญบางท่านก็กังขาในคุณภาพของข้อมูลเกี่ยวกับ สิ่งมีชีวิตบนดาวศุกร์ เรื่อง NADIA DRAKE อาจมีบางอย่างลอยผ่านกลุ่มเมฆที่ปกคลุมดาวศุกร์ เป็นกลุ่มก๊าซที่มีกลิ่นและติดไฟได้ เรียกว่าฟอสฟีน ซึ่งสามารถทำลายสิ่งมีชีวิตที่อาศัยออกซิเจนเพื่อความอยู่รอด แต่นักวิทยาศาสตร์ที่ประกาศการค้นพบนี้ในชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์กล่าวว่า มันอาจเป็นหลักฐานของสิ่งมีชีวิตบนโลกใบถัดไป เท่าที่มนุษย์ได้ศึกษาเรื่องดาวเคราะห์ อย่างดาวศุกร์และโลก ฟอสฟีนสามารถสร้างได้ด้วยสิ่งมีชีวิตเท่านั้น ทั้งสัตว์ที่มีวิวัฒนาการสูงและจุลินทรีย์ ฟอสฟีนถูกใช้เป็นอาวุธเคมีในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เป็นสารรมยาทางการเกษตร ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตสารกึ่งตัวนำ และเป็นผลพลอยได้จากห้องทดลองทางเคมี แต่ฟอสฟีนยังสามารถเกิดขึ้นตามธรรมชาติโดยแบคทีเรียที่ไม่ใช้ออกซิเจนบางชนิด ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ขาดออกซิเจน เช่นหลุมขยะแบบฝังกลบ ที่ลุ่มแม่น้ำที่มีตะกอนทับถม และในทางเดินอาหารของสัตว์ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ Jane Greaves จาก Cardiff University สหราชอาณาจักร คาดการณ์ว่า การค้นพบสารเคมีบนดาวเคราะห์ดวงอื่นอาจบ่งบอกถึงกิจกรรมการเผาผลาญพลังงานของสิ่งมีชีวิตนอกโลก และพวกเขาแนะนำให้เล็งกล้องโทรทรรศน์ที่คมชัดที่สุดในอนาคตไปยังดาวเคราะห์นอกระบบที่อยู่ไกลออกไป เพื่อหาสัญญาณของก๊าซ ตอนนี้ เราอาจจะพบสัญญาณของก๊าซฟอสฟีนบนดาวเคราะห์ใกล้เคียง และเธอได้เผยแพร่ผลงานการค้นพบในวารสาร Nature Astronomy “แน่นอนว่าฉันรู้สึกประหลาดใจทันที ฉันคิดว่ามันเป็นความผิดพลาด แต่ฉันอยากให้มันไม่ใช่เรื่องผิดพลาดเป็นอย่างมาก” Clara Sousa-Silva ผู้ร่วมเขียนงานวิจัย และนักศึกษาหลังปริญญาเอก สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ […]

การผุพัง การกร่อน และการกัดเซาะ

การผุพัง (Weathering) คือ กระบวนการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางกายภาพของหินบนพื้นผิวโลก ไม่ว่าจะเป็นการแตกหัก ผุพัง หรือยุบสลายของหินจากปัจจัยต่าง ๆ ในธรรมชาติหรือจากการกระทำของมนุษย์ ซึ่งนับเป็นกระบวนการแรกเริ่มของการก่อกำเนิดดินและการเจริญงอกงามของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ  การผุพังสามารถจำแนกออกเป็น 2 ประเภท คือ 1. การผุพังทางกายภาพ (Mechanical Weathering) เป็นกระบวนการผุพังของหินที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของขนาดและรูปร่างภายนอก โดยไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในเนื้อหิน โดยมีสาเหตุจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น  การกระทำของคลื่น ลม และการเคลื่อนที่ของธารน้ำแข็งตามแรงโน้มถ่วงของโลก ซึ่งทำให้เกิดการเสียดสีระหว่างกันจนเกิดการผุพังและแตกสลาย การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอากาศ ในช่วงกลางวันและกลางคืน ความแตกต่างของอุณหภูมิที่ส่งผลต่อการขยายตัวและการหดตัวของหิน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสถานะของน้ำตามธรรมชาติ เมื่ออุณหภูมิลดต่ำลง ซึ่งก่อให้เกิดน้ำแข็งตามรอยแตกหรือรอยแยกของก้อนหิน สามารถสร้างแรงดันที่ส่งผลให้เกิดการขยายตัวของรอยแตกร้าวและการผุพังได้ง่าย การกระทำของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ทั้งจากพืช สัตว์ และมนุษย์ เช่น การเจริญเติบโตของพืชบนรอยแตกของหิน การขุดเจาะของสัตว์หรือกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์   2. การผุพังทางเคมี (Chemical Weathering) เป็นกระบวนการผุพังของหิน จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายใน โดยอาศัยการทำปฏิกิริยาทางเคมีระหว่างแร่ธาตุภายในหินและปัจจัยต่าง ๆ ในธรรมชาติ […]