Mutrack Dispatcher แพลตฟอร์มเพิ่มประสิทธิภาพงาน เวรเปล ในโรงพยาบาล

Mutrack Dispatcher แพลตฟอร์มเพิ่มประสิทธิภาพงาน เวรเปล ในโรงพยาบาล

Mutrack Dispatcher แพลตฟอร์มเพิ่มประสิทธิภาพงาน เวรเปล ในโรงพยาบาล ฝีมือสตาร์ตอัปคนไทยภายใต้การสนับสนุนจาก สวทช. ช่วยบ่มเพาะธุรกิจต่อยอดสู่สากล

บริษัทสตาร์ตอัปไทยประสบความสำเร็จพัฒนาแพลตฟอร์มบริหารจัดการ เวรเปล ในโรงพยาบาล Mutrack Dispatcher รับส่งผู้ป่วยทันใจ ปลอดภัยต่อบุคลาการทางการแพทย์ในยุคโควิด-19 ได้รับการสนับสนุนจาก สวทช. ผ่านโครงการบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี โดยศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) ช่วยต่อยอดธุรกิจจนนำไปสู่การใช้งานจริงในโรงพยาบาล ล่าสุด บริษัทเครือข่ายไร้สายระดับโลกดึงร่วมเป็นพันธมิตรเตรียมพัฒนาธุรกิจสู่นานาชาติ

ปิโยรส ปิยจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท มิวแทรค

นายปิโยรส ปิยจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท มิวแทรค จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทพัฒนา “ระบบบริหารจัดการเวรเปล” ในรูปแบบของแพลตฟอร์มชื่อ Mutrack Dispatcher ที่จะช่วยลดขั้นตอนการกระจายงานเวรเปลในโรงพยาบาล โดยใช้เทคโนโลยีบลูทูธพลังงานต่ำ (Bluetooth Low Energy : BLE) เป็นการติดตั้งอุปกรณ์ Bluetooth Gateway หรือเรียกว่า Locator ตามจุดหรือแผนกต่างๆ ในอาคาร ลักษณะคล้ายการปักหมุดในแผนที่เพื่อบอกตำแหน่งของแต่ละชั้นและแผนก

ในส่วนการใช้งานจะมี 2 ส่วน คือ พยาบาลและเจ้าหน้าที่เวรเปล โดยพยาบาลจะใช้แพลตฟอร์มที่อยู่บนเว็บไซต์เพื่อสร้างคำขอในระบบสำหรับเรียกเจ้าหน้าที่เวรเปลให้มารับผู้ป่วย ซึ่งจะมองเห็นตำแหน่งของเจ้าหน้าที่เวรเปลทั้งหมดในอาคาร โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่เวรเปลที่อยู่ใกล้ที่สุด ทำให้สามารถประเมินระยะเวลาในการรับส่งผู้ป่วยได้

เวรเปล

ในส่วนของเจ้าหน้าที่เวรเปลจะมีการติดตั้งแอปพลิเคชัน Mutrack Dispatcher ลงในโทรศัพท์มือถือใช้งานผ่านสัญญาณบลูทูธที่ตรวจจับกับสัญญาณ Locator ที่อยู่ใกล้ เมื่อมีคำขอเข้ามาในระบบก็จะรู้ตำแหน่งของผู้ป่วยที่ต้องการให้ไปรับ เจ้าหน้าที่เวรเปลที่อยู่ใกล้ที่สุดสามารถกดปุ่มเพื่อรับงานไปรับตัวผู้ป่วยได้ทันที ลักษณะการใช้งานจะคล้ายกับบริการรถขนส่ง Grab หรือ Uber

เมื่อเสร็จงานแล้วยังมีระบบบันทึกการทำงานของเจ้าหน้าที่เวรเปลแต่ละคน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับเจ้าหน้าที่เวรเปล รวมถึงผู้ป่วยก็ได้รับความสะดวกมากขึ้นจากบริการของโรงพยาบาลด้วย

โรงพยาบาลส่วนใหญ่ยังใช้วิทยุสื่อสาร หรือโทรศัพท์ภายใน เพื่อเรียกเจ้าหน้าที่เวรเปล และเมื่อส่งผู้ป่วยไปยังแผนกปลายทางแล้ว เจ้าหน้าที่ต้องเดินกลับไปยังเซ็นเตอร์หรือส่วนกลางของเวรเปลเพื่อรองาน ทำให้เกิดความล่าช้าในการรับส่งผู้ป่วยที่มักจะอยู่ตามชั้นหรือแผนกที่ไกลออกไป ซึ่งแพลตฟอร์มดังกล่าวจะเข้ามาแก้ปัญหาตรงนี้

ปัจจุบัน Mutrack Dispatcher ถูกนำไปใช้จริงแล้วที่โรงพยาบาลขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากพยาบาลและเจ้าหน้าที่เวรเปลผู้ใช้งาน รวมถึงผู้ป่วยต่างได้รับความพึงพอใจการบริการเวรเปลที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ซึ่งมีผู้ป่วยเข้ามารับการรักษาในโรงพยาบาลเพิ่มมากขึ้น ทำให้แพลตฟอร์มนี้มีส่วนช่วยแบ่งเบาภาระงานเวรเปลได้อย่างมาก

ในช่วงการระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ความปลอดภัยของบุคลาการทางการแพทย์สำคัญมาก ระบบที่เราทำก็มีส่วนช่วยในเรื่องนี้ เนื่องจากการสร้างคำขอในระบบ เจ้าหน้าที่สามารถระบุได้ว่าผู้ป่วยที่จะให้เวรเปลไปรับเป็นผู้ป่วยประเภทไหน หากเป็นผู้ป่วยที่ต้องสงสัยติดเชื้อไม่ว่าจะเป็นเชื้อโควิด-19 หรือโรคติดเชื้ออื่นๆ เจ้าหน้าที่เวรเปลสามารถรู้ข้อมูลผู้ป่วยเบื้องต้น เพื่อเตรียมพร้อมอุปกรณ์สำหรับป้องกันการติดเชื้อระหว่างเคลื่อนย้ายผู้ป่วย เช่น การสวมชุด PPE หรือเตรียมเตียงสำหรับผู้ป่วยติดเชื้อโดยเฉพาะ ปลอดภัยทั้งเจ้าหน้าที่และตัวผู้ป่วย

เวรเปล

นอกจากนำไปใช้จัดการงานเวรเปลแล้ว Mutrack Dispatcher เมื่อมีการติดตั้งอุปกรณ์หรือวางระบบแล้ว ในอนาคตยังสามารถประยุกต์ใช้ในงานหลังบ้านอื่น ๆ ของโรงพยาบาลได้หลากหลาย เช่น งานล่ามแปลภาษา งานเมสเซนเจอร์ส่งพัสดุและเอกสารในโรงพยาบาล เป็นต้น สำหรับโรงพยาบาลที่สนใจระบบดังกล่าว บ.มิวแทรค พร้อมเข้าไปให้คำแนะนำโดยขณะนี้เปิดให้ลงทะเบียนทดลองใช้ฟรีที่ https://mutrack.co/th/dispatcherth/

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทมิวแทรค เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างพัฒนาเทคโนโลยีและทำแผนธุรกิจร่วมกับ Aruba บริษัทผู้พัฒนาเครือข่ายไร้สายชั้นนำของโลก ในการนำระบบดังกล่าวไปใช้ในโรงพยาบาลต่างประเทศที่ใช้เครือข่ายของ Aruba โดยจะพัฒนาให้สามารถนำแพลตฟอร์มไปใช้งานได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม

เวรเปล

เวรเปล

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของ Mutrack Dispatcher ส่วนหนึ่งมาจากการได้รับการสนับสนุนที่ดีจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ที่เปิดโอกาสให้บริษัทเข้าร่วม “โครงการบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี หรือ SUCCESS” ที่ให้ผู้ประกอบการและเจ้าของธุรกิจ Startup ด้านไอทีและเทคโนโลยีเข้าไปบ่มเพาะเรียนรู้การทำธุรกิจและการลงทุน รวมถึงเป็นโอกาสที่ได้พบปะกับผู้ประกอบการรายอื่นๆ ที่มีความสนใจธุรกิจเทคโนโลยีมาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และข้อเสนอแนะจนสามารถนำไปต่อยอดธุรกิจของตนเองได้

สำหรับโครงการบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี หรือ SUCCESS จัดโดยศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) ภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) สวทช. ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนสมัครเข้าร่วมโครงการบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี ปี 2564 หรือ SUCCESS 2021 (รุ่นที่ 19) ได้ที่ http://bit.ly/SUCCESS2021byBIC รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ – 31 พฤษภาคม 2564 หรือติดตามข่าวสารการเปิดรับสมัครโครงการหรือกิจกรรมต่างๆ ของศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) ได้ที่เว็บไซต์  www.nstda.or.th/bic/ หรือเฟซบุ๊กเพจ www.facebook.com/NstdaBIC

ขอขอบคุณข้อมูลจาก สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) 


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ: เปลความดันลบ สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์สู้โควิด-19 ระลอกใหม่

เรื่องแนะนำ

การเกิดผลและเมล็ด : โครงสร้างของผลและเมล็ด

การเกิด ผลและเมล็ด เป็นกระบวนการของพืชสำหรับขยายพันธุ์เป็นต้นใหม่ต่อไป เมื่อสิ้นสุดกระบวนการปฏิสนธิของพืช กระบวนการต่อไปคือ การเกิด ผลและเมล็ด รังไข่ภายในเกสรตัวเมียจะเจริญกลายเป็นผล (fruit) ส่วนผนังรังไข่จะเปลี่ยนเป็นเพริคาร์ป (pericarp) ซึ่งมีลักษณะหรือรูปร่างแตกต่างกันไป เพอริคาร์ปประกอบด้วยเนื้อเยื่อ 3 ชั้น ได้แก่ เอ็กโซคาร์ป (Exocarp) มีโซคาร์ป (Mesocarp) และเอนโดคาร์ป (Endocarp) เอ็กโซคาร์ป (exocarp) เป็นชั้นนอกสุดของผลที่มักเรียกว่าเปลือก โดยทั่วไปประกอบด้วยเนื้อเยื่อเอพิเดอร์มิส (Epidermis) เพียงชั้นเดียว แต่มีผลไม้บางชนิดที่เอกโซคาร์ประกอบด้วยเนื้อเยื่อหลายชั้นและอาจมีปากใบด้วย เอกโซคาร์ปของพืชแต่ละชนิดอาจมีพื้นผิวที่มีความเฉพาะ เช่น เรียบเหนียวเป็นมัน ขรุขระ หรืออาจมีหนาม มีขน หรือต่อมน้ำมัน มีโซคาร์ป (mesocarp) เป็นชั้นกลางถัดจากเอกโซคาร์ปเข้ามา ผลบางชนิดนั้นมีโซคาร์ปหนา บางชนิดบางมาก มีโซคาร์ปของผลบางชนิดเป็นเนื้ออ่อนนุ่มใช้รับประทานได้ เอนโดคาร์ป (endocarp) เป็นชั้นในสุดของเพอริคาร์ป ประกอบด้วยเนื้อเยื่อที่มีความหนาชั้นเดียวหรือหลายชั้นจนมีลักษณะหนามาก บางชนิดเป็นเนื้อนุ่มใช้รับประทานได้ ผลของพืชบางชนิดมีเพอริคาร์ปเชื่อมติดกันจนแยกไม่ออก เช่น ข้าวโพด ถั่วเขียว ถั่วเหลือง บางชนิด ส่วนเอกโซคาร์ปและมีโซคาร์ปเชื่อมติดกันหรือแยกกันไม่เด่นชัด เช่น […]

เอนไซม์ ผู้ช่วยในระบบต่างๆ ของร่างกายเรา

เอนไซม์ นับว่าเป็นสารชีวโมเลกุลภายในเซลล์ที่สำคัญต่อการมีชีวิต ของทุกชีวิต เอนไซม์ (Enzyme) คือ สารชีวโมเลกุล (Biomolecule) ที่ประกอบขึ้นจากกลุ่มของโปรตีนชนิดต่าง ๆ มีคุณสมบัติในการเร่งปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นภายในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต ส่งเสริมให้กระบวนการต่าง ๆ ภายในร่างกายไม่ว่าจะเป็นกระบวนการสันดาป (Metabolism) กระบวนย่อยสลายสสารและโมเลกุลเพื่อพลังงาน (Catabolism) หรือกระบวนการสังเคราะห์สารต่าง ๆ (Anabolism) ของสิ่งมีชีวิตดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เอนไซม์เปรียบเสมือนกุญแจสำคัญที่ส่งเสริมการมีชีวิตของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ตั้งแต่ไซนาโนแบคทีเรีย จนถึงสัตว์เลี้ยงลูกกด้วยนม อีกความหมายหนึ่งคือ ถ้าหากสิ่งมีชีวิตขาดเอนไซม์ ร่างกายของจะอ่อนแอลงเรื่อยๆ และตายในที่สุด ดังนั้น เอนไซม์จึงเปรียบเหมือนผู้ช่วยในระบบต่างๆ ของร่างกาย ทำหน้าที่ ช่วยเร่งปฏิกิริยาเคมีที่จำเพาะ (Specific catalyst) ซึ่งจะทำงานร่วมกับสารชีวเคมีอื่น ได้แก่ โคเอนไซม์ (Co-enzymes) ซึ่งร่างกายได้รับจากสารอาหารจำพวกพวก วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่ถ้ามีเฉพาะวิตามิน และแร่ธาตุนั้น จะไม่สามารถกระตุ้นการทำงานภายในเซลล์ได้ หากไม่ได้ทำงานร่วมกับเอนไซม์ บทบาทหน้าที่และหลักการทำงานของเอนไซม์ เอนไซม์เปรียบเสมือนกุญแจสำคัญที่ส่งเสริมการมีชีวิตของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ทำหน้าที่ย่อยสลายและช่วยดูดซึมสารอาหาร ส่งเสริมให้ปฏิกิริยาเคมีต่าง ๆ ดำเนินไปอย่างสมดุล เพื่อร่างกายดำรงอยู่ได้อย่างไม่เสื่อมถอยหรือเกิดโรคภัยไข้เจ็บที่ส่งผลถึงชีวิต ดังนั้น เอนไซม์จึงทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยของระบบภายในต่าง […]

ไขมันทรานส์ วายร้ายที่แฝงอยู่ในอาหาร

เมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงสาธารณสุขได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงเรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย อาหารที่มีส่วนผสมของไขมันทรานส์ มาทำความรู้จักกับกรดไขมันขนิดนี้กันว่ามันคืออะไร และส่งผลต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง

ธาตุและสารประกอบ (Elements and Compounds)

ธาตุและสารประกอบ เป็นโครงสร้างพื้นฐานของสารต่างๆ บนโลกใบนี้ รวมถึงเป็นองค์ประกอบในทุกสรรพชีวิต ธาตุและสารประกอบ สสารทุกชนิดบนโลกของเรามีหน่วยที่เล็กที่สุดเป็น “อะตอมของธาตุ” การทำปฏิกิริยารวมตัวของธาตุเป็นผลให้เกิด “สารประกอบ” และจากปฏิกิริยาระหว่างสารประกอบจึงก่อกำเนิดสสารที่มีความหลากหลายในทุกวันนี้ การแบ่งสารตามองค์ประกอบทางเคมี แบ่งได้ดังนี้ ธาตุ (Elements) หมายถึง สารบริสุทธิ์เนื้อเดียวที่มีองค์ประกอบอย่างเดียว ธาตุไม่สามารถแยกสลายให้กลายเป็นสารอื่นโดยวิธีการทางเคมี ธาตุมีคุณสมบัติทั้ง 3 สถานะ ได้แก่ ของแข็ง เช่น ธาตุสังกะสี ตะกั่ว เงิน ของเหลว เช่น ปรอท และก๊าซ เช่น ออกซิเจน ไฮโดรเจน เป็นต้น ธาตุยังสามารถจำแนกคุณสมบัติออกเป็น ธาตุโลหะ ธาตุอโลหะ และธาตุกึ่งโลหะ ธาตุโลหะ (metal) เป็นธาตุที่มีสถานะเป็นของแข็ง (ยกเว้นปรอท ที่เป็นของเหลว ) มีผิวที่มันวาว นำความร้อน และไฟฟ้าได้ดี มีจุดเดือดและจุดหลอมเหลวสูง (ช่วงอุณหภูมิระหว่างจุดหลอมเหลวกับจุดเดือดต่างกันมาก) เช่น โซเดียม เหล็ก แคลเซียม ปรอท อะลูมิเนียม เป็นต้น ธาตุอโลหะ […]