วัคซีน แอสตร้าเซนเนก้า ดีหรือไม่ – ทำงานอย่างไร และข้อสงสัยในผลข้างเคียง

วัคซีน แอสตร้าเซนเนก้า ดีหรือไม่ – ทำงานอย่างไร และข้อสงสัยในผลข้างเคียง

วัคซีน แอสตร้าเซนเนก้า แม้จะมีข้อสงสัยในผลข้างเคียงที่ปรากฏออกมา แต่ก็ได้รับการยืนยันว่าเป็นวัคซีนที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และสามารถเป็นวัคซีนที่ช่วยชีวิตประเทศยากจนหรือกำลังพัฒนาได้

ในช่วงเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา ผู้ผลิตวัคซีน แอสตร้าเซนเนก้า ได้เปิดเผยผลการวิเคราะห์วัคซีนระยะที่สามในสหรัฐอเมริกาว่า วัคซีนชนิดนี้มีประสิทธิภาพป้องกันอาการของโรคติดเชื้อโควิด-19 ร้อยละ 76

การป้องกันของวัคซีนจะได้ผลดีมากขึ้นสำหรับผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ซึ่งจะมีประสิทธิผลร้อยละ 85 และที่สำคัญที่สุด วัคซีนนี้สามารถป้องกันอาการร้ายแรงจากโรคโควิด-19 ได้มากถึงร้อยละ 100 และไม่มีรายงานผลข้างเคียงร้ายแรง แม้ว่าจะมีข้อกังขาในที่หลายประเทศในยุโรปได้สั่งหยุดการใช้วัคซีนชนิดนี้หลังจากมีผู้เสียชีวิตจากภาวะอาการลิ่มเลือด

แม้ว่าผลดังกล่าวจะแสดงให้เห็นว่าวัคซีนชนิดนี้อาจมีประสิทธิภาพที่ไม่เท่ากับวัคซีนชนิด mRNA อย่างไฟเซอร์/ไบโอเอนเทค และโมเดอร์นา แต่ก็ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพที่เพียงพอ

ผลการทดสอบขั้นต้นที่ออกมาถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่ควบคุมดูแลการใช้วัคซีนในสหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป และองค์การอนามัยโลกที่พยายามฟื้นคืนความเชื่อมั่นที่มีต่อวัคซีนโควิด-19 ของแอสตราเซนกา

โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขสามารถใช้ผลการวิเคราะห์นี้เพื่อยืนยันต่อสาธารณชนได้ว่า วัคซีนนี้ปลอดภัย และยังไม่มีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนว่า การฉีดวัคซีนชนิดนี้ก่อให้เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน

อเมริกา
ผู้มีอาชีพทางการแพทย์รอนักเศึกษาที่จะเข้ามาฉีดวัคซีนในพื้นที่มหาวิทยาลัยชาร์ลส์ตัน รัฐเวสท์เวอร์จิเนีย ภาพถ่ายโดย STEPHEN ZENNER, GETTY IMAGES

“หากวัคซีนนี้มีส่วนเกี่ยวข้อง (กับภาวะลิ่มเลือด) จริง จะต้องมีสัญญาณที่ปรากฏออกมาอย่างรวดเร็วและชัดเจนกว่านี้” เอ็ดเวิร์ด โจนส์-โลเปซ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อ คณะแพทยศาสตร์เค็ก มหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย หนึ่งในคณะทำงานด้านการทดสอบทางคลินิกวิทยาของวัคซีนแอสตราเซเนกาในสหรัฐฯ กล่าวและเสริมว่า “แต่เมื่อคุณใช้กับคนนับล้านคน ซึ่งเป็นปริมาณที่มากกว่าการทดสอบทางคลินิก ผลข้างเคียงซึ่งปรากฏได้ยากก็จะชัดเจนขึ้นครับ”

ในสหราชอาณาจักร ซึ่งมีผู้คนกว่า 10 ล้านคนได้รับวัคซีนแอสตราเซเนกา ยังไม่มีรายงานของภาวะลิ่มเลือดอุดตันอย่างรุนแรง โดยรวมแล้ว มีรายงานว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนแอสตราเซเนกามีภาวะลิ่มเลือดอยู่ 37 กรณีจาก 17 ล้านคนในสหราชอาณาจักรและยุโรป ในวันที่ 8 มีนาคม ที่ผ่านมา แอนน์ เทย์เลอร์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ของบริษัทกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “จำนวนของรายงานภาวะลิ่มเลือดจากกลุ่มประชากร ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ในการใช้กับกลุ่มประชากรทั่วไป”

อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าวัคซีนเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดอาการดังกล่าวหรือไม่ “การเกิด (ลิ่มเลือด) ทั้งหมดก็ยังเป็นปัญหาอยู่” วิลเลียม ชัฟฟ์เนอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อ และอาจารย์ด้านเวชศาสตร์ป้องกันแห่งศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแวนเดอร์บิลต์ กล่าวและเสริมว่า “เราจะเรียกสิ่งนี้ว่าเป็นสัญญาณ ไม่ใช่ข้อสรุป แต่ต้องมีการตรวจสอบสัญญาณนี้ต่อไป ถ้าเกิดควัน ก็หมายความว่าอาจจะมีไฟ เราต้องแยกให้ออกระหว่างความเกี่ยวข้องจริงๆ กับสิ่งที่เป็นแค่เรื่องบังเอิญ”

พยาบาลคนหนึ่งฉีดวัคซีนโควิด-19 ในแขนผู้หญิงคนหนึ่งในโรงยิมของโรงเรียนมัธยมปลายโคโรนาในเขตแคลิฟอร์เนียตอนใต้ ในเมืองโคโรนา เมื่อเดือนมกราคม 2021 ภาพถ่ายโดย FREDERIC J. BROWN, AFP VIA GETTY IMAGESA

ด้านนักวิทยาศาสตร์ชาวนอร์เวย์ที่ศึกษาสุขภาพของคนงานชาวนอร์เวย์ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะนี้กล่าวว่า ปฏิกิริยานี้เกิดจากวัคซีน คำอธิบายของเขาคือวัคซีนได้ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองมากเกินไป นำมาสู่การก่อตัวของแอนติบอดีที่ก่อให้เกิดภาวะที่เกล็ดเลือดก่อตัวจนเป็นลิ่ม และในเวลาเดียวกัน แอนติบอดีเหล่านี้ก็ได้เกิดผลกระทบตรงกันข้าม ซึ่งการลดจำนวนลงของเกล็ดเลือด อันเป็นกระบวนการจำเป็นที่ก่อให้เกิดการเกิดลิ่มเลือด (for coagulating the blood) ก็จะก่อให้เกิดภาวะเลือดออกภายในได้

อย่างไรก็ตาม เอเมอร์ คุก ประธานขององค์การยาแห่งสหภาพยุโรป หรือ European Medicines Agency (EMA) กล่าวว่า “นี่เป็นวัคซีนที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ” แม้ว่าจะมีการพิสูจน์ได้ว่ากรณีผลข้างเคียงอันเลวร้ายนั้นเป็นเรื่องจริง ก็จะส่งผลในจำนวนน้อยคนที่มีภาวะลิ่มเลือดอุดตันในระดับที่อันตรายและภาวะเลือดออกในร่างกาย ดังนั้นสำหรับคนส่วนใหญ่ วัคซีนชนิดนี้ยังปลอดภัยและได้ผล ซึ่งทางองค์กรจะทำการตรวจสอบต่อไป แต่ก็ได้ให้ไฟเขียวกับการใช้วัคซีนชนิดนี้ ด้านประเทศในยุโรปหลายประเทศก็มีแผนการนำเอาวัคซีนชนิดนี้กลับมาใช้แล้ว

วัคซีนแอสตราเซนเนกาทำงานอย่างไร

วัคซีนแอสตราเซนเนกาต่างจากวัคซีนไฟเซอร์และโมเดอร์นาตรงที่การใช้เชื้อไวรัสที่ทำการตัดต่อเพื่อการนำพาชิ้นส่วนพันธุกรรมที่ถูกถอดออกมาจากเชื้อไวรัสโควิด-19 เข้าไปภายในเซลล์ของมนุษย์เพื่อกระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกัน ในส่วนของวัคซีนไฟเซอร์หรือโมเดอร์นาจะใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า mRNA เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน แอสตราเซเนกาเป็นวัคซีนที่ต้องฉีด 2 เข็มในช่วงเวลาที่ห่างกัน 4-12 สัปดาห์

วัคซีนโควิด-19, ทดสอบโควิด, สนามบิน
ชายคนหนึ่งรับการทดสอบโควิด-19 ที่สนามบินลอสแอนเจลิส ท่ามกลางการเพิ่มขึ้นของไวรัสโควิด-19 ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2020 ภาพถ่ายโดย MARIO TAMA, GETTY IMAGES

พื้นผิวของไวรัสโควิด-19 มีลักษณะเป็นหนาม หรือที่เรียกว่าสไปก์โปรตีน ไว้สำหรับใช้ยึดเกาะในเซลล์ของมนุษย์ ซึ่งส่วนของสไปก์โปรตีนนี้เองกลายเป็นส่วนที่ผู้ผลิตวัคซีนให้ความสนใจ สำหรับวัคซีนแอสตราเซนเนกา นักวิทยาศาสตร์ผู้ผลิตใช้วัคซีนเพื่อประกบยีนของไวรัสที่ใช้สร้างสไปก์โปรตีนไปยังพันธุกรรมของไวรัสที่ก่อให้เกิดไข้หวัด (cold virus) ที่ถูกตัดต่อซึ่งส่งผลกับสัตว์ประเภทชิมแปนซี ไวรัสที่ก่อให้เกิดไข้หวัดเหล่านี้จะนำพายีนที่ก่อให้เกิดสไปก์โปรตีนเข้าไปติดในเซลล์ของมนุษย์ แต่จะไม่ก่อให้เกิดโรคที่มาจากไวรัสแต่อย่างใด

เมื่อวัคซีนแอสตราเซนเนกาถูกฉีดเข้าไปในร่างกายของมนุษย์ ไวรัสที่ก่อให้เกิดไข้หวัดนี้จะเข้าไปจับกับพื้นผิวของเซลล์และส่งดีเอ็นเอเข้าไป กลไกเซลล์ของมนุษย์จะใช้ดีเอ็นเอนี้ผลิตสไปก์โปรตีนที่เตือนไปยังระบบภูมิคุ้มกันว่ามีสิ่งแปลกปลอมบุกรุกเข้ามาภายในเซลล์

เมื่อภูมิคุ้มกันของมนุษย์ตรวจจับสไปก์โปรตีนได้ จะมีปฏิกิริยาราวกับว่าร่างกายกำลังถูกจู่โจมจากไวรัสโคโรนาของจริง เซลล์ภูมิคุ้มกันของมนุษย์ที่ต่อสู้กับการติดเชื้อและสร้างแอนติบอดีจะเริ่มปฏิบัติการ โดยวิธีการประกบสไปก์โปรตีนของไวรัสโคโรนา แอนติบอดีจะป้องกันการติดเชื้อโดยการขัดขวางสไปก์โปรตีนไม่ให้จับกับเซลล์มนุษย์ กระบวนการนี้จะป้องกันไวรัสไม่ให้เข้าไปในเซลล์ของมนุษย์ได้

วัคซีนโควิด-19, หน้ากากอนามัย
เด็กๆ กำลังเล่นมวยปล้ำใต้ต้นซากุระญี่ปุ่นที่สวนเซ็นทรัลพาร์กท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาในนครนิวยอร์ก หลังจากคำสั่งปิดเมืองในหลายๆ สถานที่ตลอดระยะเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา เมืองแห่งนี้ได้ผ่อนปรนการทำกิจกรรมกลางแจ้งที่เสี่ยงติดเชื้อต่ำแล้ว ภาพถ่ายโดย ALEXI ROSENFELD, GETTY IMAGES

วัคซีนช่วยชีวิตของบรรดาประเทศยากจน?

วัคซีนแอสตราเซนเนกาซึ่งเป็นวัคซีนที่ไม่ได้มีเป้าหมายการผลิตเพื่อแสวงหาผลกำไรนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นสิ่งที่ช่วยชีวิตให้กับบรรดาประเทศที่กำลังพัฒนา และองค์การอนามัยโลกใช้วัคซีนนี้ในโครงการฉีดวัคซีนให้กับประเทศที่ยากจนหรือมีรายได้ปานกลาง เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่ราคาไม่แพง ผลิตได้เร็วในปริมาณที่มาก และสามารถเก็บรักษาได้ในอุณหภูมิของตู้เย็นปกติได้นานสุดถึง 6 เดือน โดยไม่จำเป็นต้องเก็บในอุณหภูมิแช่แข็งเหมือนไฟเซอร์หรือโมเดอร์นาที่เก็บรักษาได้ยากกว่า

ในปัจจุบัน มีการอนุมัติใช้วัคซีนแอสตราเซเนกามากกว่า 70 ประเทศใน 6 ทวีป นอกจากนี้ วัคซีนชนิดนี้ก็ได้รับการยอมรับจากองค์กรอนามัยโลก และได้มีการเร่งให้มีการเข้าถึงวัคซีนชนิดนี้ใน 142 ประเทศผ่านโครงการโคแวกซ์ ซึ่งเป็นโครงการเพื่อการรับประกันว่าประเทศที่ยากจะมีสิทธิ์ในการเข้าถึงวัคซีนได้

“สิ่งที่น่ากังวลคือจะมีประเทศที่รู้สึกผิดหวังในเรื่องนี้” ชัฟฟ์เนอร์กล่าวและเสริมว่า “ในประเทศกำลังพัฒนา พวกเขาจะพูดว่า โธ่ คุณให้วัคซีนคุณภาพชั้นสองให้เรา”

การถูกขัดจังหวะในกระบวนการกระจายวัคซีนอาจทำให้ความพยายามในการลดผู้ติดเชื้อในระดับโลกอาจลดลงไป เนื่องจากบริษัทผู้ผลิตตั้งใจว่าจะผลิตวัคซีนจำนวนมากให้ประเทศที่มีวัคซีนไม่เพียงพอ

ด้าน พอล ออฟฟิต แพทย์และผู้อำนวยการของศูนย์ศึกษาวัคซีนในโรงพยาบาลเด็กแห่งฟิลาเดลเฟีย และดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านวัคซีนวิทยาในคณะแพทยศาสตร์เพเรลแมน มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย กล่าวว่า “นี่จะเป็นวัคซีนที่ราคาไม่แพง จัดเก็บได้ง่าย ซึ่งจะถูกส่งมอบให้คนทั้งโลก ผมเกรงว่าผู้คนจะไม่ต้องการให้มันถูกใช้ในเหตุผลที่ผิด ถ้ามันยังมีประเด็นข้อสงสัยในแง่ของความปลอดภัย เราจะต้องหาคำตอบให้ได้เนื่องจากความสำเร็จที่แท้จริง (ของวัคซีน) ขึ้นอยู่กับสิ่งนี้”

เรื่อง ลินดา มาร์ซา


อ่านเพิ่มเติม การฉีดวัคซีนโควิด-19 (อาจ) ส่งให้ผลเกิด ผลข้างเคียง อย่างไรบ้าง

ผลข้างเคียงวัคซีน

เรื่องแนะนำ

มีการค้นพบภาพวาดทางวิทยาศาสตร์ที่วิจิตรงดงามที่หายสาบสูญไปกว่า 190 ปี

หางนกยูงไทย (Caesalpinia pulcherrima) เป็นชนิดพันธุ์หนึ่งของไม้ดอกที่เป็นไม้พุ่ม (Flowering Shrub) ซึ่งหาได้ในป่าเขตร้อนหรือกึ่งเขตร้อนในทวีปอเมริกา ภาพวาดที่เห็นได้ในหอจดหมายเหตุหนังสือหายากและหนังสือเขียนด้วยมือ ของห้องสมุดมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ (Rare and Manuscript Collections of Cornell University Library) เป็นงานของแอนน์ โวลล์สโตนคราฟต์ ผู้วาดภาพด้าน พฤกษศาสตร์ ในประเทศคิวบาในช่วงศตวรรษที่ 19 อย่างละเอียดลงในหนังสือหลายเล่ม งานเขียนที่ค้นพบขึ้นใหม่หลังเวลาผ่านไปเกือบ 200 ปีเหล่านี้บันทึกข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ ประโยชน์ทางธรรมชาติ บทกวี และการสังเกตุพืชกว่าร้อยชนิดของเธอเอง ภาพถ่ายโดย ROBERT CLARK หนังสือภาพวาดอันสวยงามของ พฤกษศาสตร์ พร้อมคำอธิบายอย่างละเอียดของผู้หญิงอเมริกันคนหนึ่งที่เคยอยู่ในคิวบาถูกค้นพบหลังการค้นหานานหลายทศวรรษ มีการค้นพบชุดหนังสือด้าน พฤกษศาสตร์ ที่เขียนด้วยลายมือจำนวน 3 เล่ม หลังจากพวกมันหายสาบสูญไป 190 ปี  โดย Emilio Cueto ผู้เป็นนักประวัติศาสตร์ได้ค้นพบชุดหนังสือชื่อ Specimens of the Plants & Fruits of […]

อนาคตคือยนตกรรมไฟฟ้า

การปฏิวัติเขียวด้านการสัญจรเริ่มขึ้นแล้ว  รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่รุ่นใหม่ๆขายดิบขายดี และเครื่องบินที่ปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ก็กำลังมา ที่โรงงานประกอบรถยนต์โฟล์คสวาเกนในเมืองแชตทานูกา รัฐเทนเนสซี ตัวถังรถที่ยึดติดกับสายพานลอยสูงเหนือพื้นคอนกรีตจะถูกหย่อนลงมาทุก 73 วินาที เพื่อนำมาวางบนชุดส่งกำลังรถยนต์ และไม่ช้าทั้งตัวถังกับแชสซี จะประกอบเข้าด้วยกัน   ขณะที่ผมยืนดู คนงานบนเก้าอี้ล้อเลื่อนซึ่งถือสว่านไฟฟ้ารูปร่างคล้ายปืนพก ก็ไถเก้าอี้เข้าไปใต้รถยนต์รุ่นพาสสาตที่ยกสูงระดับอก ไขน็อตตรึงซุ้มล้อบังโคลนและแผ่นกันกระแทกให้แน่น ก่อนเก็บอุปกรณ์ใส่ซอง รอรถคันต่อไปเคลื่อนเข้ามา บนพื้นที่ 320,000 ตารางเมตร คนงานประมาณ 3,800 คนและหุ่นยนต์ 1,500 ตัวขยับตัวเป็นจังหวะตลอดวันเพื่อผลิตรถยนต์ใช้น้ำมันบางรุ่นที่คนรู้จักดีที่สุดบนท้องถนน  ในอัตรา 45 คันต่อชั่วโมง 337 คันต่อกะ และกว่า 1.1 ล้านคัน นับตั้งแต่โฟล์คสวาเกนสร้างโรงงานแห่งนี้เสร็จเมื่อปี 2011  ทุกวันนี้ บริษัทรถยนต์ที่มีประวัติอื้อฉาว เรื่องเลี่ยงกฎหมายควบคุมการปล่อยมลพิษมายาวนานถึงเจ็ดปี กำลังพยายามทำให้ระบบคมนาคมขนส่งของสหรัฐฯ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในไม่ช้า โรงงานแห่งนี้จะประกอบยานยนต์ไฟฟ้าคันแรกของโฟล์คสวาเกนที่ผลิตในสหรัฐฯ โดยในปี 2022 จะเริ่มสายการผลิตรถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดรุ่นไอดี.4 จากสายพานการผลิตที่มีอยู่ ควบคู่กับรถใช้น้ำมัน เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ยานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบมีโครงสร้างเรียบง่ายกว่ารถยนต์ใช้น้ำมัน ในทางกลับกัน รถยนต์ไฟฟ้ามีแบตเตอรี่ขนาดมหึมา ที่โฟล์คสวาเกน ชุดแบตเตอรี่ที่มีน้ำหนักเกือบ 500 กิโลกรัม การที่โฟลก์สวาเกนและบริษัทอื่นๆ อีกหลายแห่งกำลังพยายามปรับเปลี่ยนมาสู่กระบวนการอันซับซ้อนเหล่านี้บ่งชี้ว่า เรามาถึงช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อแล้ว    บริษัทรถยนต์รายนี้และอุตสาหกรรมยานยนต์กำลังหันเหจากเครื่องยนต์สันดาปภายในที่พ่นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา […]

การแพร่ของสาร (Diffusion)

วิทยาศาสตร์น่ารู้ เรื่อง การแพร่ของสาร (Diffusion) การแพร่ของสาร (Diffusion) คือการเคลื่อนที่ของโมเลกุลหรือการกระจายตัวของอนุภาคภายในสสาร จากบริเวณที่มีความเข้มข้นสูงไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นต่ำ โดยอาศัยพลังงานจลน์ (Kinetic Energy) ของโมเลกุลหรือไอออนของสาร ให้เกิดการกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างสมดุลให้ทั้งสองบริเวณมีความเข้มข้นของสารเท่ากันหรือที่เรียกว่า “สมดุลของการแพร่” (Diffusion Equilibrium) โดยการแพร่นั้นเกิดขึ้นได้ในทุกสถานะของสสาร ทั้งของแข็ง ของเหลว และก๊าซ ในชีวิตประจำวันของเรามีตัวอย่างของกระบวน การแพร่ของสาร เกิดขึ้นมากมาย เช่น การเติมน้ำตาลลงในกาแฟ การแพร่กระจายของกลิ่นน้ำหอม การฉีดพ่นยากันยุง การแช่อิ่มผลไม้ หรือแม้แต่การจุดธูปบูชาพระ เป็นต้น  ประเภทของการแพร่ 1. การแพร่ธรรมดา (Simple Diffusion) คือการเคลื่อนที่ของสาร โดยไม่อาศัยตัวพาหรือตัวช่วยขนส่ง (Carrier) ใดๆ เช่น การแพร่ของผงด่างทับทิมในน้ำ จนทำให้น้ำมีสีม่วงแดงทั่วทั้งภาชนะ การได้กลิ่นผงแป้ง หรือการได้กลิ่นน้ำหอม เป็นต้น 2.การแพร่โดยอาศัยตัวพา (Facilitated Diffusion) ซึ่งเกิดขึ้นเฉพาะในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตเท่านั้น คือการเคลื่อนที่ของสารบางชนิดที่ไม่สามารถแพร่ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ได้โดยตรง จึงต้องอาศัยโปรตีนตัวพา (Protein Carrier) ที่ฝังอยู่บริเวณเยื่อหุ้มเซลล์ทำหน้าที่รับส่งโมเลกุลของสารเข้า-ออก […]