ระบบนิเวศดาวเทียม ประกอบด้วยกี่ส่วน แต่ละส่วนมีบทบาทอย่างไร

ระบบนิเวศดาวเทียม รากฐานของการพัฒนาเทคโนโลยีดาวเทียมอย่างยั่งยืน

ในโครงการระบบดาวเทียมสำรวจเพื่อการพัฒนา หรือ THEOS-2 นอกจากจะมีความโดดเด่นเรื่องดาวเทียมหลัก และดาวเทียมเล็กแล้ว ยังมีองค์ประกอบอื่นๆ ที่เกิดขึ้นภายใต้โครงการ THEOS-2 เพื่อสนับสนุนการทำงานของระบบดาวเทียม และขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีดาวเทียมและอวกาศของประเทศไทย ระบบนิเวศดาวเทียม

ในบทความนี้ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย มีโอกาสได้พูดคุยกับ ดร.พรเทพ นวกิจกนก ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ THEOS-2 เกี่ยวกับระบบนิเวศต่างๆ ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับพัฒนาระบบดาวเทียมในประเทศไทย โดย ดร.พรเทพ ได้ให้ข้อมูลว่า ระบบนิเวศดาวเทียมประกอบด้วย 4 ระบบนิเวศหลัก ดังนี้ ระบบนิเวศดาวเทียม

ระบบนิเวศดาวเทียม
อาคารศูนย์ทดสอบและประกอบดาวเทียม หรือ AIT ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

ระบบนิเวศที่หนึ่ง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

หนึ่งในพันธกิจหลักของ GISTDA คือการพัฒนาดาวเทียมเล็ก ดังนั้นในแง่ของความพร้อมเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นห้องปฏิบัติการดาวเทียมชื่อ GALAXI อุปกรณ์ที่จะช่วยสนับสนุนการทำงานของดาวเทียม บุคลากรที่มีความสามารถและมีศักยภาพการออกแบบ มีองค์ความรู้ในกระบวนการสร้างดาวเทียม ศูนย์ทดสอบและประกอบดาวเทียม หรือ AIT ที่ใช้สำหรับการทดสอบดาวเทียม เหล่านี้ล้วนเป็นองค์ประกอบในระบบนิเวศของการพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐานในการพัฒนาดาวเทียมของประเทศไทย

ระบบนิเวศดาวเทียม
ภายในอาคารปฏิบัติการประกอบดาวเทียม ที่พร้อมรองรับการประกอบดาวเทียมเล็ก ในช่วงต้นปี 2565

ระบบนิเวศดาวเทียม

นอกจากนี้ยังมีการสร้างฐานเครือข่ายเศรษฐกิจอวกาศ (space economy) ของผู้ประกอบการ โดยเปิดโอกาสในเรื่องพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ปัจจุบัน เทคโนโลยีดาวเทียมในประเทศไทยยังมีอยู่น้อยมาก ประกอบกับการลงทุนในธุรกิจนี้ต้องใช้ต้นุทนมหาศาล ดังนั้น บทบาทของ GISTDA คือ การสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน สร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาเทคโนโลยี และสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการได้เข้ามามีบทบาทในวัฏจักรของการพัฒนาดาวเทียม เป็นการยกระดับมาตรฐานผู้ประกอบการ

ยกตัวอย่างเช่น ที่ผ่านมา GISTDA ได้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการในธุรกิจยานยนต์ ได้เข้าร่วมโครงการ THEOS-2 โดยยกระกับการผลิตร่วมกับหน่วยงานชื่อดังจากต่างประเทศ จนสามารถผลิตชิ้นส่วนดาวเทียมเล็กได้ เป็นต้น นี่เป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างที่ GISTDA ได้วางรากฐานเพื่อยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการในประเทศไทย

ข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติ สนันสนุนการแก้ปัญหาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ระบบนิเวศที่สอง ข้อมูลภูมิสารสนเทศ (Geographic Information: GI)

นอกเหนือจากความพร้อมในด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีดาวเทียมแล้ว GISTDAยังเตรียมความพร้อมในเรื่องของเครื่องมือ อุปกรณ์ ซอฟต์แวร์ และฐานข้อมูลภูมิสารสนเทศ รวมไปถึงความพร้อมเรื่องการพัฒนานวัตกรรมด้านการจัดการข้อมูลภูมิสารสนเทศ ทั้งระบบการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big data system) และ GI intelligent ที่กำลังจะถูกผลักดันให้เป็นนโยบายที่สำคัญของ GISTDA ในอนาคต

การประยุกต์ใช้ข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อวางแผนแก้ปัญหาเชิงพื้นที่

โดยระบบนิเวศที่สองนี้ เป็นระบบนิเวศที่จะส่งเสริมการพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ที่หลากหลาย ทั้งในเชิงพื้นที่ และนโยบายของภาครัฐ นอกจากนี้ รูปแบบของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อจากนี้ไปจะเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานจริงเป็นหลัก

ระบบนิเวศที่สาม การพัฒนาบุคลากร

บุคลากรที่มีศักยภาพที่สูงขึ้นเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีความสำคัญที่จะทำให้การพัฒนาเทคโนโลยีดาวเทียมภายในประเทศเกิดความยั่งยืน กล่าวคือ การพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ทั้งในแง่ของความรู้พื้นฐาน และความรู้ใหม่ที่รับจากภายนอก จะช่วยส่งเสริมให้การพัฒนาเทคโนโลยีดาวเทียมในประเทศเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และช่วยลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ

ระบบนิเวศดาวเทียม
(บนและล่าง) วิศวกรชาวไทยร่วมเรียนรู้และผลิตดาวเทียมเล็ก ร่วมกับบริษัทชั้นนำของโลก ที่ประเทศอังกฤษ

ระบบนิเวศดาวเทียม

นอกจากนี้ยังมีการถ่ายทอดองค์ความรู้จากรุ่นสู่รู่น เพื่อเป็นการพัฒนาทักษะในการประมวลความคิด การถ่ายทอด และแสดงถึงความเข้าใจในองค์ความรู้นั้น ๆ อย่างลึกซึ้ง ทั้งยังเป็นการสร้างบุคลลากรในรุ่นถัดไปให้มีคุณภาพ

ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา การพัฒนาความพร้อมของเทคโนโลยีอวกาศของประเทศไทย มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ไม่ว่าจะเป็น ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูลภูมิสารสนเทศ และองค์ความรู้ของบุคลากรที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดรับกับเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศในรูปแบบใหม่ที่มีการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ในศาสตร์อื่นๆ เช่น การจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big data) ที่จะยกระดับการใช้ข้อมูลดาวเทียมในรูปแบบใหม่ รวมไปถึงการพัฒนาเทคโนโลยีในปัจจุบันที่ผู้คนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างกว้างขวาง เกิดประโยชน์ และสะดวกต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น

ระบบนิเวศดาวเทียม
ภายในอาคาร AIT ของประเทศไทย วิศวกรชาวไทยศึกษาคู่มือและการใช้เครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการประกอบดาวเทียม

ระบบนิเวศที่สี่ การพัฒนาหลักสูตร non-degree

ในส่วนนี้เป็นพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจสามารถมาเรียนเฉพาะรายวิชาที่สนใจได้ โดยหลักสูตรประกอบด้วย เนื้อหาในระดับพื้นฐาน (fundamental module) และระดับสูง (Advance module)

หลักสูตรเหล่านี้จะช่วยให้องค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีอวกาศถูกนำไปใช้ในระยะยาว โดยมีการพัฒนาปรับปรุงหลักสูตรให้มีความทันสมัยสอดรับกับการพัฒนาของเทคโนโลยี และความต้องการของผู้เรียน ทั้งการถ่ายทอดองค์ความรู้แบบรายวิชา เอื้อประโยชน์ต่อผู้เรียนให้สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีอวกาศได้ทั่วถึง

นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาเครือข่ายมหาวิทยาลัย และองค์กรด้านอวกาศทั้งในและต่างประเทศเพื่อพัฒนาและยกระดับองค์ความรู้ให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น

จากโครงการTHEOS-2 ที่เกิดขึ้น ไม่เพียงแต่ประเทศไทยจะได้ผลผลิตเป็นดาวเทียมเพื่อการสำรวจเท่านั้น แต่โครงการ THEOS-2 ยังได้สร้างบุคลากรที่มีศักยภาพด้านดาวเทียมที่สูงขึ้น และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ในระบบภาคพื้นที่จะเป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดการพัฒนาในเรื่องเทคโนโนโลยีอวกาศอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

สัมภาษณ์และบรรณาธิการ ณภัทรดนัย
เรียบเรียงบทสัมภาษณ์ ปุญญาวีร์ ศรีสันเทียะ

ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) : GISTDA


เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ดาวเทียมเล็ก ในโครงการ THEOS 2 : เทคโนโลยีดาวเทียมโดยคนไทย

เรื่องแนะนำ

โครงสร้างของโลก (Structure of the Earth)

โครงสร้างของโลก ที่เราอาศัยอยู่ประกอบไปด้วยชั้นต่างๆ ที่อยู่ลึกลงไปจนถึงแกนกลาง เป็นเรื่องที่มนุษย์พยายามศึกษาต้นกำเนิดที่ความเป็นไปของดาวเคราะห์สีฟ้าดวงนี้ โครงสร้างของโลก หลังการถือกำเนิดเมื่อกว่า 4,500 ล้านปีที่แล้ว โลก (Earth) ผ่านการปะทะและหลอมรวมกันของสสาร กลุ่มก๊าซ และธาตุต่างๆ มากมาย จากเศษซากการกำเนิดของดวงอาทิตย์ในระบบสุริยะ จนมีมวล ขนาดและรูปร่างอย่างที่เราเห็นอยู่ในปัจจุบัน แต่ความเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนแปลงภายในดาวเคราะห์หินดวงนี้ไม่เคยหยุดนิ่ง การเปลี่ยนแปลงที่ก่อให้เกิดทั้งประโยชน์และอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต ดังนั้น โครงสร้างของโลก และองค์ประกอบภายใน จึงยังคงเป็นหัวข้อสำคัญ สำหรับนักวิทยาศาสตร์ในการศึกษาและทำความเข้าใจต่อดาวเคราะห์ดวงเดียวในจักรวาล ณ ขณะนี้ ที่มีปัจจัยสมบูรณ์ต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต การศึกษาโครงสร้างโลก มนุษย์ทำการศึกษาโครงสร้างภายในของโลกผ่านการสังเกต การเก็บหลักฐาน และการทดลองทางวิทยาศาสตร์มากมาย เช่น  การศึกษาผ่านหินแปลกปลอม (Xenolith) ซึ่งถูกนำพาขึ้นมาบนผิวโลกพร้อมกับลาวา จากการปะทุ หรือการระเบิดของภูเขาไฟ การขุดเจาะและการสำรวจใต้พิภพ และภายใต้พื้นดินที่ลึกลงไปนี้ องค์ประกอบบางส่วนของโลกยังคงเป็นหินหลอมเหลวอยู่ รวมถึงการศึกษาหินอุกกาบาต (Meteorite) ซึ่งเป็นวัตถุที่เหลือจากการกำเนิดของระบบสุริยะ ทำให้นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่าส่วนหนึ่งของวัตถุก่อกำเนิดนี้ ทำให้โลกของเรามีเหล็ก (Fe) และนิกเกิล (Ni) เป็นองค์ประกอบหลัก อ่านเพิ่มเติมเรื่อง ดาวฤกษ์ นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์ยังได้นำคลื่นไหวสะท้อน (Seismic waves) […]

ปริศนา สาเหตุของไวรัสโควิด-19 ที่ไร้ซึ่งคำตอบ

ข้อมูลจากรายงานฉบับใหม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับต้นกำเนิด สาเหตุของไวรัสโควิด-19 ซึ่งผู้เชี่ยวชาญยังคงเรียกร้องให้ตรวจสอบต่อไป หลายเดือนหลังการสอบสวนโดยองค์การอนามัยโลกลงความเห็นว่า “มีความเป็นไปได้อย่างยิ่ง” ที่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อาจหลุดออกมาจากห้องทดลองในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน แนวคิดที่เผยแพร่ออกไปตามสื่อต่างๆ นี้สร้างแนวโน้มการตั้งสมมติฐานใหม่ที่นักวิทยาศาสตร์หลายคน ทั้งเชื่อว่าแนวคิดดังกล่าวเป็นไปได้ และบางคนก็ถือว่าเป็นเพียงทฤษฎีสมคบคิดเท่านั้น ความสนใจต่อต้นกำเนิดการแพร่ระบาดของไวรัสชนิดใหม่เกิดขึ้นอีกครั้งในวันที่ 26 พฤษภาคม เมื่อ โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้สั่งให้หน่วยงานข่าวกรองต่างๆ ของสหรัฐได้ “เพิ่มความพยายามเป็นสองเท่า” เพื่อสอบสวนต้นกำเนิดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โดยในวันที่ 11 พฤษภาคม ที่ผ่านมา แอนโธนี เฟาซี หัวหน้าที่ปรึกษาทางการแพทย์ของไบเดน ยอมรับว่าขณะนี้เขา “ไม่เชื่อ” ว่าการแพร่ระบาดนั้นเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และเมื่อเดือนที่ผ่านมา กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่ประกอบไปด้วยนักระบาดวิทยาที่มีความเชี่ยวชาญระดับสูง นักภูมิคุ้มกันวิทยา และนักชีววิทยา ได้เขียนจดหมายเปิดผนึกเผยแพร่ในวารสาร Science เรียกร้องให้มีการสอบสวนโดยละเอียดถึงสาเหตุของการแพร่ระบาดที่เป็นไปได้ในสองทาง นั่นคือการแพร่ระบาดตามธรรมชาติจากสัตว์สู่มนุษย์ หรืออุบัติเหตุที่ เกิดขึ้นจากห้องทดลอง พวกเขาเร่งให้มีการตรวจสอบดังกล่าวให้จริงจังมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้จนกว่าจะได้รับข้อมูลที่เพียงพอ และการสอบสวนจะต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส ไร้อคติ ใช้พื้นฐานข้อมูล ผ่านผู้เชี่ยวชาญกว้างขวางหลายแขนง มีการกำกับดูแลที่เป็นอิสระ คำถามที่ไร้ซึ่งคำตอบ จุดกำเนิดของเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ไวรัสที่เป็นเกิดกำเนิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ โควิด-19 ที่ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อ 171 […]

ความหมายและความสำคัญของ พื้นที่ชุ่มน้ำ

พื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetlands) คือ พื้นที่ซึ่งมีน้ำเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดหรือควบคุมสภาพแวดล้อมและลักษณะการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต โดยทั่วไปแล้ว พื้นที่ชุ่มน้ำ เกิดจากการที่ระดับน้ำใต้ดิน (Water Table) อยู่ใกล้กับผิวดินมาก ส่งผลให้พื้นที่ดังกล่าวมีน้ำเอ่อล้นขึ้นมาหรืออาจถูกน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้าง ดังนั้น ความหมายของพื้นที่ชุ่มน้ำจึงครอบคลุมถึงทุกพื้นที่ซึ่งมีลักษณะทางภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่ม พื้นที่ชื้นแฉะ หรือเป็นแหล่งน้ำที่มีระดับน้ำเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา มีการไหลเวียนของน้ำตามฤดูกาล หรืออาจมีระดับน้ำขังคงที่ถาวร รวมไปถึงบริเวณริมชายฝั่งทะเลและพื้นที่ในทะเลบางส่วนที่มีความลึกหรือระดับน้ำไม่เกิน 6 เมตร เมื่อกระแสน้ำลดลงถึงจุดต่ำสุด จากลักษณะทางกายภาพที่กล่าวมา ส่งผลให้พื้นที่ชุ่มน้ำมีองค์ประกอบของพืชพรรณและสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ที่หลากหลาย เนื่องจากมีระบบนิเวศที่อยู่ทั้งในเขตน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม รวมถึงพื้นที่ชุ่มน้ำที่เกิดขึ้นจากการสร้างสรรค์ของมนุษย์ เช่น  นาข้าว นากุ้ง และอ่างเก็บน้ำ เป็นต้น พื้นที่ชุ่มน้ำสามารถจำแนกออกเป็น 6 ประเภท ดังนี้   พื้นที่ชุ่มน้ำทางทะเลและชายฝั่ง (Marine and Coastal Wetlands) หมายถึง บริเวณในทะเลและริมชายฝั่งทะเล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่อยู่ภายใต้อิทธิพลของกระแสน้ำจากแม่น้ำ เช่น ทะเลสาบน้ำเค็ม (Lagoon) หาดทราย (Beach) และแนวปะการัง (Coral Reef) […]