World Update: รายงานเผย วัคซีนเข็ม 4 ต้านโควิด-เพิ่มภูมิ แนะฉีดเพิ่ม

World Update: รายงานเผย วัคซีนเข็ม 4 ต้านโควิด-เพิ่มภูมิ แนะฉีดเพิ่ม

โควิด-19: รายงานใหม่ระบุ วัคซีนเข็ม 4 ห่าง เข็ม 3 หกเดือนในผู้สูงอายุเพิ่มการป้องกันและปลอดภัย – เน้นถึงประโยชน์การฉีดเพิ่ม

วัคซีนเข็ม 4 – งานวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัยเซาแทมป์ตัน สหราชอาณาจักร ที่ได้ศึกษาผู้สูงอายุ 75 ปีขึ้นไปจำนวน 166 คนซึ่งได้รับการฉีควัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 กระตุ้นเป็นเข็มที่ 4 ประเภท mRNA พบว่าร่างกายยังคงมีระดับแอนติบอดีเพิ่มขึ้นและยังไม่พบอาการผิดปกติรุนแรงใดๆ หลังจากผ่านไปแล้วสองสัปดาห์ให้หลัง

ทีมวิจัยได้ฉีดเข็มกระตุ้นที่ 4 นี้หลังจากผู้เข้าร่วมการศึกษาฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 แล้วนาน 6 เดือน โดยภูมิคุ้มกันมีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และสูงกว่าระดับภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นเมื่อฉีดเข็ม 3 กว่า 12 ถึง 16 เท่าทั้งวัคซีนของไฟเซอร์ (Pfizer) และโมเดอร์นา (Moderna)

“เราได้แสดงให้เห็นแล้วว่า วัคซีนโควิด-19 เข็มที่ 4 สามารถกระตุ้นทั้งแอนติบอดีและภูมิคุ้มกันของเซลล์ได้อย่างมาก เมื่อคุณฉีดหลังจากได้รับวัคซีนเข็มที่ 3 นานกว่า 6 เดือน” ศาสตราจารย์ ซาอูล เฟาสท์ (Prof. Saul Faust) ผู้นำการศึกษาและผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทางคลินิกของมหาวิทยาลัยเซาแทมป์ตันกล่าว

อีกทั้งทีมงานยังได้ตรวจสอบผลข้างเคียงจากการฉีดเข็มกระตุ้นที่ 4 นี้ซึ่งไม่พบว่ามีอาการรุนแรงใด ๆ ในหมู่กลุ่มศึกษา แต่ยังคงพบว่าบางคนยังคงมีอาการปวดหรือเหนื่อยล้าอยู่

“ผลลัพธ์เหล่านี้เน้นย้ำถึงประโยชน์ของการฉีดเข็มกระตุ้นในกลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยงและให้ความมั่นใจต่อโครงการฉีดวัคซีนต่อไป ซึ่งถือว่ามีความจำเป็น” ศาสตราจารย์เฟาสท์กล่าว ในขณะที่รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขและการดูแลสังคม ซาจิด จาวิด(Sajid Javid)เสริมว่า “นี่เป็นหลักฐานเพิ่มเติมที่เน้นย้ำถึงความสำคัญของผู้คนสูงอายุ และเราพร้อมที่จะให้ารสนับสนุนพวกเขาทันที”

“เราสามารถอยู่กับโควิดได้ ต้องขอบคุณการป้องกันจากโปรแกรมวัคซีนที่ยอดเยี่ยมของเรา และการให้วัคซีนจะเพิ่มภูมิคุ้มกันของคุณ เพื่อให้คุณและคนที่คุณรักปลอดภัยต่อไป” รัฐมนตรีจาวิดกล่าว อย่างไรก็ตามทีมวิจัยระบุว่าจำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมในกรอบเวลาและจำนวนผู้คนที่สูงขึ้นเพื่อติดตามว่าการตอบสนองของภูมิคุ้มกันนี้จะคงอยู่ได้นานเพียงใด

สำหรับประเทศไทยนั้น กระทรวงสาธารณสุขยังคงแนะนำให้มีการฉีดวัคซีนเข็มที่ 4 อยู่โดยฉีดหลังจากได้รับเข็มที่ 3 นาน 4 เดือนซึ่งเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้ารับการฉีดได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย “นับตั้งแต่มีเชื้อโอมิครอนเพิ่มขึ้นมา คำแนะนำของกระทรวงจึงยังคงให้มีการฉีดเข็มกระตุ้นสำหรับผู้ที่ครบกำหนด” นายแพทย์วิชาญ ปาวัน ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไปจากกรมควบคุมโรคกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับทางสื่อ The MATTER

สืบค้นและเรียบเรียง วิทิต บรมพิชัยชาติกุล
.

ที่มา
.
https://www.theguardian.com/society/2022/may/09/fourth-covid-jab-can-give-higher-immunity-than-initial-booster-study-finds
.
https://www.bbc.com/news/health-61384269
.
https://news.sky.com/story/covid-19-fourth-jab-gives-higher-antibody-levels-than-those-seen-after-a-third-research-suggests-12609671
.
https://thematter.co/science-tech/covid-booster-fourth-vaccine-dose/174274


อ่านเพิ่มเติม ประสิทธิภาพของวัคซีน ประเมินจากอะไร 

เรื่องแนะนำ

ระบบผิวหนัง ทำความรู้จักระบบที่ทำหน้าที่ปกคลุมห่อหุ้มร่างกาย

ระบบผิวหนังมีการทำงานกันอย่างไร และส่วนประกอบของระบบผิวหนังมีอะไรบ้าง รวมถึงเกล็ดเล็กน่ารู้ของการทำงานของเหงื่อและเหตุผลว่าทำไมมนุษย์ถึงขนลุก

การแลกเปลี่ยนก๊าซ (Gas Exchange)

สิ่งมีชีวิตทุกชนิดต่างต้องการพลังงาน เพื่อนำมาใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ ของการดำรงชีวิต โดยพลังงานส่วนใหญ่ได้มาจากการย่อยสลายโมเลกุลสารอาหารหรือกระบวนการที่เรียกว่า “การแลกเปลี่ยนก๊าซ” (Gas Exchange) และ “ระบบหายใจ” (Respiratory Systems) ซึ่งจำเป็นต้องใช้ก๊าซออกซิเจน (Oxygen: O2) เพื่อก่อให้เกิดปฏิกิริยาเคมีต่าง ๆ โดยสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดมีกลไกและอวัยวะที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนก๊าซแตกต่างกันออกไปตามความซับซ้อนทางโครงสร้างร่างกาย และสภาพแวดล้อมหรือถิ่นที่อยู่อาศัย ขั้นตอนของกระบวนการหายใจ สามารถแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอน คือ การหายใจภายนอกเซลล์ (External Respiration หรือ Breathing) คือ การนำอากาศเข้าสู่เซลล์หรือร่างกาย ก่อนเกิดการแลกเปลี่ยนก๊าซระหว่างสิ่งแวดล้อมกับอวัยวะที่ใช้หายใจ เช่น ปอด เหงือก ผิวหนัง ท่อลม และปากใบของพืช เป็นต้น การหายใจภายในเซลล์ (Internal Respiration หรือ Cellular Respiration) คือ ขั้นตอนของการย่อยสลายสารอาหาร เพื่อให้ได้มาซึ่งพลังงาน เป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยออกซิเจนและปฏิกิริยาทางเคมีที่สลับซับซ้อน ซึ่งสิ่งมีชีวิตบางชนิดไม่จำเป็นต้องมีกระบวนการหายใจครบทั้ง 2 ขั้นตอน ในสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว เช่น โพรโทซัว […]

ฝนกรด (Acid Rain) เกิดขึ้นได้อย่างไร

ปรากฏการณ์ ฝนกรด (Acid Rain) คือการลดลงของค่าความเป็นกรด-ด่าง หรือค่า pH ของน้ำฝนในธรรมชาติ ซึ่งโดยปกติแล้ว น้ำฝนมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ โดยมีค่า pH อยู่ที่ราว 5.6 แต่เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของมลพิษทางอากาศในช่วงหลายร้อยปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ค่า pH ของน้ำฝนลดต่ำลงกว่าปกติ และในบางพื้นที่ที่มีมลพิษทางอากาศสูง น้ำฝนอาจมีค่า pH อยู่ในช่วง 4.2 ถึง 4.4 เลยทีเดียว ปรากฏการณ์ ฝนกรด ไม่ใช่การที่มีน้ำกรดบริสุทธิ์ตกลงมาจากท้องฟ้า แต่กล่าวรวมไปถึงการลดลงของค่าความเป็นกรด-ด่างของหยาดน้ำฟ้า (Precipitation) ชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฝน หิมะ ลูกเห็บ และหมอกในธรรมชาติ จากการปนเปื้อนสสารหรือก๊าซชนิดต่างๆ ซึ่งส่งผลให้สภาวะความชื้นและองค์ประกอบของอากาศมีความเป็นกรดเพิ่มมากขึ้น สาเหตุของการเกิดปรากฏการณ์ฝนกรด ปรากฏการณ์ฝนกรดเกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของน้ำฝนและก๊าซออกไซด์ของโลหะบางชนิดในอากาศ ซึ่งในธรรมชาติ เมื่อเกิดการระเบิดของภูเขาไฟ หรือ เกิดไฟป่า หรือการเน่าเปื่อยของซากพืช มักเป็นสาเหตุของการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Sulfur Dioxide: SO2) ปริมาณมากเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก ทำให้ฝนที่ตกลงมาในช่วงเวลานั้นมีฤทธิ์เป็นกรดมากกว่าน้ำฝนปกติ แต่ปรากฏการณ์ฝนกรดในธรรมชาติเกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งนัก ปรากฏการณ์ฝนกรดที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบันมีสาเหตุสำคัญมาจากกิจกรรมของมนุษย์โดยตรง เช่น การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลปริมาณมหาศาล […]