อาณาจักรพืช ประกอบด้วยสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะอย่างไร และจำแนกได้กี่กลุ่ม

อาณาจักรพืช (Plantae Kingdom)

อาณาจักรพืช (Plant Kingdom) คือ 1 ใน 5 อาณาจักรหลักของสิ่งมีชีวิตบนโลกตามการจัดจำแนกทางอนุกรมวิธานวิทยา (Taxonomy) เป็นกลุ่มของสิ่งมีชีวิตที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดกลุ่มหนึ่งบนโลก

สิ่งมีชีวิตใน อาณาจักรพืช ผ่านกระบวนการการวิวัฒนาการ  และปรับเปลี่ยนโครงสร้างมามากมาย ทั้งการพัฒนาเนื้อเยื่อลำเลียงน้ำและอาหาร (Xylem & Phloem) และปากใบ (Stomata) ที่ใช้แลกเปลี่ยนก๊าซ รวมไปถึงการผลิตสารเคมีบางชนิด  เช่น ลิกนิน (Liqnin) และคิวทิน (Cutin) ที่ทำให้พืชทนทานต่อสภาพแวดล้อม จนกระทั่งสามารถย้ายถิ่นฐานจากมหาสมุทรขึ้นมาอาศัยอยู่บนพื้นแผ่นดิน

อาณาจักรพืช, การจำแนกพืช, กลุ่มผู้ผลิต, พืชดอก, พืชโบราณ, ตระกูลของพืช, พืชประกอบด้วย
ภาพถ่าย Luca Bravo

ลักษณะสำคัญของสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรพืช

– เป็นสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ (Multicellular) ที่รวมกลุ่มกันเป็นเนื้อเยื่อ (Tissue)

– มีเซลล์แบบยูคาลิโอต (Eucaryote) ที่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียสเช่นเดียวกับเซลล์ของสัตว์

– มีผนังเซลล์ที่ประกอบด้วยเซลลูโลส (Cellulose) ซึ่งทำให้เซลล์แข็งแรงทนทานและมีรูปร่างแน่นอน

– มีรงควัตถุภายในเซลล์ เช่น คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) ในคลอโรพลาสต์ (Chloroplast) ที่ทำให้พืชสามารถสร้างอาหารเองได้จากกระบวนการสังเคราะห์แสง (Photosynthesis)

– มีวัฏจักรชีวิตแบบสลับ (Alternation of Generation) หรือระยะของการเจริญเติบโตและการสืบพันธุ์แบบสลับระหว่างระยะแกมีโทไฟต์ (Gametophyte) ที่เป็นการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศผ่านการผสมของสเปิร์มและไข่ ซึ่งก่อให้เกิดการสร้างเอมบริโอ (Embryo) หรือต้นอ่อน และระยะสปอโรไฟต์ (Sporophyte) ที่เป็นการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศผ่านการสร้างสปอร์

อาณาจักรพืชสามารถจำแนกพืชออกเป็น 4 กลุ่มหลัก 10 ไฟลัม (Phylum) ดังนี้

กลุ่มที่ 1 พืชไม่มีท่อลำเลียงหรือ “ไบรโอไฟต์” (Bryophyte)

กลุ่มพืชบกขนาดเล็กที่มีระยะแกมีโทไฟต์ยาวนานและเด่นชัดกว่าระยะสปอโรไฟต์ในวัฏจักรชีวิต ไม่มีลำต้น ราก และใบที่แท้จริง แต่อาศัยโครงสร้างที่เรียกว่า “ไรซอยด์” (Rhizoid) ทำหน้าที่ยึดเกาะ รวมถึงดูดน้ำและสารอาหาร

มีส่วนของโครงสร้างเป็นแผ่นคล้ายใบที่เรียกว่า “ทัลลัส” (Thallus) ซึ่งมีชั้นคิวทิเคิล (Cuticle) บาง ๆ ปกคลุมอยู่ อีกทั้ง ยังสามารถอาศัยน้ำเป็นตัวกลางในการปฏิสนธิ จึงมักพบพืชกลุ่มนี้ในพื้นที่ชื้นแฉะ ปัจจุบันพืชไม่มีท่อลำเลียงแบ่งออกเป็น 3 ไฟลัม ดังนี้

เฮพาโทไฟตา (Hepatophyta) : พืชในกลุ่มลิเวอร์เวิร์ท (Liverwort) มีลักษณะโครงสร้างเป็นแผ่นขนาดใหญ่ที่มีรอยแฉกอยู่ตามบริเวณขอบโดยรอบ ภายในเซลล์มีหยดน้ำมัน มีโครงสร้างของเซลล์สืบพันธุ์รูปร่างคล้ายล่มที่เรียกว่า “อาร์คีโกเนียม” (Archegonium) ทำหน้าที่สร้างไข่และ “แอนเทอริเดียม” (Antheridium) ทำหน้าที่สร้างสเปิร์ม สามารถสืบพันธุ์โดยไม่อาศัยเพศผ่านการสร้างเจมมาคัพ (Gemma Cup) ซึ่งสามารถเจริญขึ้นเป็นพืชต้นใหม่

อาณาจักรพืช, การจำแนกพืช, กลุ่มผู้ผลิต, พืชดอก, พืชโบราณ, ตระกูลของพืช, พืชประกอบด้วย
ลิเวอร์เวิร์ท
ภาพถ่าย : Robert Niese

แอนโทเซอโรไฟตา (Anthocerophyta) : พืชในกลุ่มฮอร์นเวิร์ท (Hornwort) มีลักษณะโครงสร้างเป็นแผ่นและมีรอยหยักตามบริเวณขอบ มีคลอโรพลาสต์ 1 หน่วยในเซลล์แต่ละเซลล์ทำหน้าที่สังเคราะห์แสง มีต้นสปอโรไฟต์ที่เรียวยาวคล้ายเขาสัตว์ซึ่งเจริญขึ้นมาจากต้นแกมีโทไฟต์

อาณาจักรพืช, การจำแนกพืช, กลุ่มผู้ผลิต, พืชดอก, พืชโบราณ, ตระกูลของพืช, พืชประกอบด้วย
ฮอร์นเวิร์ท
ภาพถ่าย : Bob Klips

ไบรโอไฟตา (Bryophyta) : พืชในกลุ่มมอสส์ (Moss) มีโครงสร้างคล้ายลำต้น รากและใบซึ่งเรียงตัวรอบแกนกลางของโครงสร้าง ไม่มีท่อลำเลียง มีส่วนคล้ายรากยึดติดกับพื้นดินหรือซอกหินชื้นแฉะ ต้นสปอโรไฟต์มีก้านชูอับสปอร์ (Seta) และอับสปอร์ที่เรียกว่า “แคปซูล” (Capsule) อยู่ด้านบน โดยที่สปอร์สามารถปลิวไปตามกระแสลม ก่อนงอกเป็นต้นแกมีโทไฟต์ต้นใหม่ เมื่อตกถึงพื้นที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะสม

อาณาจักรพืช, การจำแนกพืช, กลุ่มผู้ผลิต, พืชดอก, พืชโบราณ, ตระกูลของพืช, พืชประกอบด้วย
มอสส์
ภาพถ่าย : Tobias Stonjeck

กลุ่มที่ 2 พืชมีท่อลำเลียงไร้เมล็ดหรือ “เทอริโดไฟต์” (Pteridophyte)

กลุ่มพืชมีท่อลำเลียงกลุ่มแรกที่เริ่มมีวิวัฒนาการมาตั้งแต่ 400 ล้านปีก่อน เป็นกลุ่มพืชที่มีราก ลำต้น และใบที่แท้จริง มีท่อลำเลียงน้ำและแร่ธาตุ ในวัฏจักรชีวิตแบบสลับ ต้นแกมีโทไฟต์และต้นสปอโรไฟต์มีการเจริญแยกต้นกันหรืออาจอยู่รวมกันเป็นช่วงระยะเวลาสั้น ๆ โดยที่ต้นแกมีโทไฟต์จะมีช่วงชีวิตที่สั้นกว่าต้นสปอโรไฟต์ ปัจจุบันกลุ่มพืชมีท่อลำเลียงไร้เมล็ดแบ่งออกเป็น 2 ไฟลัม ดังนี้

ไลโคไฟตา (Lycophyta) : พืชในกลุ่มนี้บางชนิดสูญพันธุ์ไปแล้ว ขณะที่ชนิดพันธุ์ที่เหลืออยู่ในปัจจุบันเป็นพืชขนาดเล็ก มีลำต้น ราก และใบที่แท้จริง โดยที่ใบมีขนาดเล็กเรียกว่า “ไมโครฟิลล์” (Microphyll) มีเส้นใบ 1 เส้นที่ไม่แตกแขนง บริเวณปลายกิ่งมีกลุ่มของใบทำหน้าที่สร้างอับสปอร์ มีลำต้นใต้ดินที่เรียกว่า “ไรโซม” (Rhizome)

ส่วนที่เจริญเหนือพื้นดินมีทั้งชนิดที่ตั้งตรงและชนิดที่เลื้อยไปตามผิวหน้าดินหรือเกาะไปตามพืชชนิดอื่น (Epiphyte) ในการสร้างสปอร์สามารถจำแนกออกเป็น 2 ลักษณะ

– กลุ่มของไลโคโพเดียม (Lycopodium) เช่น สามร้อยยอดและหางสิงห์ที่สร้างสปอร์ซึ่งมีขนาดเดียวกันทั้งหมด (Homosporous)

– กลุ่มของซีแลกจิเนลลา (Selagenella) เช่น ตีนตุ๊กแกและกระเทียมน้ำ (Isoetes) มีการสร้างสปอร์ที่มีขนาดที่แตกต่างกันออกไป (Heterosporous)

อาณาจักรพืช, การจำแนกพืช, กลุ่มผู้ผลิต, พืชดอก, พืชโบราณ, ตระกูลของพืช, พืชประกอบด้วย
ไลโคโพเดียม
ภาพถ่าย Markéta Machová

เทอโรไฟตา (Pterophyta) : กลุ่มของพืชที่มีลำต้นขนาดเล็ก ไม่มีรากที่แท้จริง มีส่วนของทั้งลำต้นใต้ดินและเหนือพื้นดิน โดยที่ลำต้นเหนือดินสามารถทำหน้าที่สังเคราะห์แสง ลำต้นมีการแตกกิ่งเป็นคู่ (Dichotomous) มีอับสปอร์อยู่ที่บริเวณกิ่ง โดยมีลักษณะเป็นพูจำนวน 3-5 พู ต้นแกมีโทไฟต์มีขนาดเล็กและมีอายุสั้น

พืชในกลุ่มนี้ ได้แก่ หญ้าถอดปล้องและหวายทะนอย รวมไปถึงกลุ่มของเฟิร์น (Fern) ที่มีราก ลำต้น และใบที่แท้จริง มีเส้นใบที่แตกแขนง สามารถสร้างอับสปอร์รวมกันเป็นกลุ่มเรียกว่า “ซอรัส” (Sorus) อยู่บริเวณด้านล่างของแผ่นใบ

อาณาจักรพืช, การจำแนกพืช, กลุ่มผู้ผลิต, พืชดอก, พืชโบราณ, ตระกูลของพืช, พืชประกอบด้วย
เฟิร์น
ภาพถ่าย Nao Takabayashi

กลุ่มที่ 3 พืชมีท่อลำเลียงที่มีเมล็ดเปลือย (Gymnosperm)

กลุ่มของพืชที่ไม่มีดอกและไม่มีรังไข่ แต่มีส่วนที่เรียกว่า “ออวูล” (Ovule) และละอองเรณูติดอยู่บริเวณแผ่นใบและปลายกิ่งที่สามารถผสมและพัฒนาไปเป็นเมล็ดหรือ “โคน” (Cone) ซึ่งมีลักษณะเป็นเมล็ดเปลือย คือ การมีเปลือกหุ้มเมล็ด (Seed Coat) แต่ปราศจากเนื้อผล (ไม้) ห่อหุ้ม มีระยะสปอโรไฟต์เด่นชัดและยาวนาน ปัจจุบันกลุ่มพืชมีท่อลำเลียงที่มีเมล็ดเปลือยแบ่งออกเป็น 4 ไฟลัม ดังนี้

ไซแคโดไฟตา (Cycadophyta) : กลุ่มของพืชที่มีการกระจายพันธุ์อยู่ในพื้นที่แห้งแล้งได้ดี เช่น กลุ่มของปรง (Cycad) เป็นพืชที่มีลำต้นขนาดใหญ่ เจริญเติบโตช้า ไม่มีกิ่งก้าน แต่มีใบขนาดใหญ่แตกออกบริเวณยอด โดยเป็นใบประกอบแบบขนนกชั้นเดียว ใบอ่อนมีการม้วนจากปลายใบไปสู่โคนใบ มีการสร้างโคนเพศผู้และโคนเพศเมียแยกต้นกัน (Dioecious)

อาณาจักรพืช, การจำแนกพืช, กลุ่มผู้ผลิต, พืชดอก, พืชโบราณ, ตระกูลของพืช, พืชประกอบด้วย
ปรง
ภาพถ่าย : David Clode

กิงโกไฟตา (Ginkgophyta) : กลุ่มของแปะก๊วย (Ginkgo Biloba) หรือพืชโบราณที่มีวิวัฒนาการไม่มากนัก มีลำต้นขนาดใหญ่คล้ายพืชดอกและมีลักษณะใบเป็นแผ่นกว้างคล้ายพัด มีการผลัดใบ มีต้นเพศผู้และเพศเมียแยกจากกัน โดยที่ต้นเพศเมียจะสร้างโคนเพศเมียที่มีออวุลบนก้านปลายกิ่ง ก้านละ 2 ออวุล ซึ่งจะมีเพียง 1 ออวุลที่สามารถเจริญไปเป็นเมล็ด

อาณาจักรพืช, การจำแนกพืช, กลุ่มผู้ผลิต, พืชดอก, พืชโบราณ, ตระกูลของพืช, พืชประกอบด้วย
แปะก๊วย
ภาพถ่าย Erin Wallace

โคนิเฟอโรไฟตา (Coniferophyta) : กลุ่มของสน (Pine) ที่มีความหลากหลายมากที่สุดในกลุ่มนี้ เช่น สนสองใบและสนสามใบ มักพบอยู่ตามบริเวณที่มีอากาศค่อนข้างเย็น เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ใบมีขนาดเล็กคล้ายเข็มอยู่เป็นกลุ่มบนกิ่ง มีการแตกกิ่งก้านจำนวนมาก ไม่ผลัดใบ มีโคน (Cone) ที่แยกออกเป็นโคนตัวผู้ ซึ่งต่อไปจะเจริญเป็นละอองเรณู (Pollen Grain) ที่รอการผสมกับโคนเพศเมีย ซึ่งโคนทั้ง 2 เพศสามารถเกิดอยู่บนต้นเดียวกันหรือแยกอยู่คนละต้น

การจำแนกพืช, กลุ่มผู้ผลิต, พืชดอก, พืชโบราณ, ตระกูลของพืช, พืชประกอบด้วย
เมล็ดสน
ภาพถ่าย : Dušan veverkolog

นีโทไฟตา (Gnetophyta) : กลุ่มของพืชที่มีการพัฒนากว่าพืชเมล็ดเปลือยกลุ่มอื่น ๆ คือ มีเซลล์ลำเลียงน้ำ (Vessel Element) อยู่ในไซเล็ม (Xylem) มีกลีบดอกและมีใบเลี้ยง 2 ใบ นอกจากนี้ยังมีการปฏิสนธิคล้ายคลึงกับของพืชดอก มีทั้งไม้ยืนต้นและไม้เถาขนาดใหญ่ที่มีเนื้อไม้ ในปัจจุบัน พืชในไฟลัมนี้เหลือเพียง 3 สกุล (Genus) คือ มะเมื่อย (Gnetum) ในป่าเขตร้อน มั่วอึ่ง (Ephedra) ซึ่งเป็นไม้พุ่มในทะเลทรายของอเมริกา และปีศาจทะเลทราย (Welwitschia) ที่เป็นพืชโบราณไร้ดอกในทะเลทรายของแอฟริกา

การจำแนกพืช, กลุ่มผู้ผลิต, พืชดอก, พืชโบราณ, ตระกูลของพืช, พืชประกอบด้วย
ปีศาจทะเลทราย
ภาพถ่าย : Nhelia

กลุ่มที่ 4 พืชดอก (Angiosperm)

กลุ่มของพืชมีดอกที่มีรังไข่ เมื่อออวุลกลายเป็นเมล็ดจึงมีผลห่อหุ้มเมล็ด พืชดอกสามารถเจริญเติบโตและแพร่กระจายในระบบนิเวศที่หลากหลาย จึงมีจำนวนชนิดพันธุ์มากที่สุดในอาณาจักรพืช เช่น กลุ่มของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว (Monocotyledon) ที่ปัจจุบันพบแล้วกว่า 65,000 ชนิด และกลุ่มของพืชใบเลี้ยงคู่ (Dicotyledon) ที่พบแล้วอีกกว่า 180,000 ชนิด ซึ่งพืชดอกทั้ง 2 กลุ่มมีโครงสร้างที่แตกต่างกันมากมาย ทั้งจำนวนใบเลี้ยง ระบบลำเลียง โครงสร้างของราก ลำต้น และจำนวนกลีบดอก ปัจจุบันกลุ่มพืชดอกมีด้วยกัน 1 ไฟลัมเท่านั้น คือ

แอนโทไฟตา (Anthophyta) : กลุ่มของพืชดอกที่มีลำต้น ราก และใบที่เจริญดี มีดอกที่เปลี่ยนแปลงจากกิ่งมาเป็นโครงสร้างในการสืบพันธุ์ มีเมล็ดอยู่ภายในผลหรือเมล็ดมีรังไข่ห่อหุ้ม มีการปฏิสนธิซ้อน ซึ่งทำให้เกิดตัวอ่อนและอาหารเลี้ยงตัวอ่อน (Endosperm)

การจำแนกพืช, กลุ่มผู้ผลิต, พืชดอก, พืชโบราณ, ตระกูลของพืช, พืชประกอบด้วย
ดอกซากูระ
ภาพถ่าย Frame Harirak

สืบค้นและเรียบเรียง

คัดคณัฐ ชื่นวงศ์อรุณ และณภัทรดนัย

ข้อมูลอ้างอิง

https://www.scimath.org/lesson-biology/item/11307-2020-02-17-07-09-18

http://old-book.ru.ac.th/e-book/b/BI115/bi115-13.pdf

http://www.satriwit3.ac.th/files/111006099215982_11111718183235.pdf

อ่านเพิ่มเติม การสร้าง เซลล์สืบพันธุ์ของพืชดอก

เรื่องแนะนำ

สัปดาห์ผีเสื้อกลางคืน คืนนี้มีแมลง

สัปดาห์ผีเสื้อกลางคืน ค่ำคืนที่ชักชวนผู้คนออกค้นหาความหมายของกีฏราตรี ระหว่างวันที่ 23 ถึง 31 กรกฎาคมนี้ เป็นช่วงเวลาของ สัปดาห์ผีเสื้อกลางคืน หรือ National Moth Week สัปดาห์ที่ชุมชนนักวิทยาศาสตร์พลเมืองร่วมใจกันจัดกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียงทั่วโลก เพื่อให้พวกเราได้ตระหนักถึงความสำคัญของแมลงกลางคืนและภัยคุกคามที่สัตว์ร่วมโลกตัวน้อยนี้ต้องเผชิญในศตวรรษที่ 21   ทำความรู้จักกับแมลงกลางคืน ในทางอนุกรมวิธาน แมลงถูกจัดอยู่ในไฟลัมอาร์โทรโพดา (Arthropoda) ของอาณาจักรสัตว์ ร่วมกับสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่ขาเยอะข้อแยะทั้งหลาย เช่น แมงมุม ปู กุ้ง ตะขาบ แมงดาทะเล ฯลฯ ซึ่งสัตว์ในไฟลัมอาร์โทรโพดานี้มีลักษณะภายนอกที่โดดเด่นร่วมกันคือ มีเปลือกหุ้มแข็งที่ทำจากองค์ประกอบของไคติน (Chitin) ทำให้ระหว่างการเจริญเติบโต จำเป็นต้องมีการลอกคราบ (Molting) หรือเปลี่ยนแปลงรูปร่าง (Metamorphosis) ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากบันไดอนุกรมวิธานลงมาอีกขั้นหนึ่ง เราจะพบกับขั้น Insecta ของแมลง กลุ่มแมลงนั้นมีความแตกต่างจากสัตว์อื่นๆ ในไฟลัมอาร์โทรโพดาตรงที่ลำตัวของพวกมันแบ่งออกเป็นสามส่วนคือ ส่วนหัว อก และท้อง พร้อมกับขาที่เป็นข้อปล้องสามคู่ ตารวม (Compound Eyes) ที่ประกอบจากตาหน่วยเล็ก ๆ จำนวนมาก […]

วาฬเพชฌฆาตปะทะวาฬสีน้ำเงิน

ฝูงวาฬออร์การ่วมมือกันโจมตีสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก พวกมันคงไม่ได้กำลังล่าเหยื่อ เรื่อง ซาราห์ กิบเบ็นส์ เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ที่เมืองมอนเตเรย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย อากาศยานไร้คนขับหรือโดรน (drone) บันทึกภาพฝูงวาฬออร์การ่วมมือกันเข้าโจมตีวาฬสีน้ำเงิน วาฬออร์กาเป็นที่รู้จักอีกชื่อหนึ่งคือ วาฬเพชฌฆาต อาหารของพวกมันคือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อยู่ในทะเล เช่น โลมา และแมวน้ำ แต่ในกรณีนี้ ผู้ล่าที่น่าเกรงขามคงไม่ได้ตั้งใจที่จะต่อกรกับวาฬสีน้ำเงินตัวเต็มวัย ซึ่งถือว่าเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดบนโลก จากข้อมูลที่เคยบันทึกไว้ วาฬสีน้ำเงินมีความยาวลำตัวได้ถึงหนึ่งร้อยฟุต และหนักกว่า 200 ตัน จากภาพที่บันทึกได้ วาฬสีน้ำเงินสบัดตัวไปทางด้านข้างอย่างแรง คล้ายกับเป็นการสร้างกำแพงน้ำ และว่ายออกไปอย่างรวดเร็วให้พ้นวิถีของวาฬออร์กา แนนซี แบล็ก นักชีววิทยาทางทะเล กล่าว เธอบันทึกภาพเหตุการณ์นี้ได้จากดาดฟ้าเรือชมวาฬ เหตุผลที่แท้จริงเบื้องหลังการโจมตี “พวกมันอาจจะกำลังหยอกเล่นเฉยๆ ค่ะ” แบล็กกล่าว “วาฬออร์กาแหย่วาฬสีน้ำเงิน เหมือนอย่างที่แมวเล่นกับเหยื่อของมัน วาฬชนิดนี้มีนิสัยขี้เล่นและชอบเข้าสังคม” แบล็กดำเนินธุรกิจนำชมวาฬในชื่อ Monterey Bay Whale Watch ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา เธอเฝ้าสังเกตวาฬออร์กาและสัตว์ชนิดอื่นๆ ในกลุ่มคีตาเชียน (สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อยู่ในทะเล) แม้ว่าจะมีขนาดใหญ่กว่าวาฬออร์กา […]

ไบโอเทคพัฒนาวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 แบบพ่นจมูก

ไบโอเทค สวทช. พัฒนา วัคซีนโควิด-19 แบบพ่นจมูก เพิ่มประสิทธิภาพป้องกันการติดเชื้อ ลดความเสี่ยงของการเกิดผลข้างเคียง สู้เชื้อกลายพันธุ์ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) เป็นโรคอุบัติใหม่ที่กำลังเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทยและของโลก สาเหตุของโรคเกิดจากเชื้อไวรัสโคโรนา ชนิด SARS-CoV-2 ที่สามารถติดเชื้อจากคนสู่คนและแพร่กระจายเป็นวงกว้าง อีกทั้งยังประสบปัญหาการกลายพันธุ์ของเชื้ออีกหลายรูปแบบซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการกลับมาติดเชื้อซ้ำได้อีก ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต สังคม และเศรษฐกิจทั่วทั้งโลกอย่างมหาศาล วัคซีนโควิด-19 แบบพ่นจมูก กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ได้พัฒนาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) แบบพ่นจมูก ชนิด Adenovirus-based และ Influenza-based ซึ่งผ่านการทดสอบการกระตุ้นภูมิคุ้มกันในหนูทดลองเรียบร้อยแล้ว พบว่ามีประสิทธิภาพต่อการคุ้มโรคที่เกิดขึ้น ซึ่งข้อมูลที่ได้จะผลักดันให้เป็นวัคซีนต้นแบบป้องกันโรคติดเชื้อโควิด-19 สามารถนำไปทดสอบทางคลินิกในอาสาสมัครต่อไป ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ไบโอเทค สวทช. ให้ข้อมูลว่า ทีมวิจัยไวรัสวิทยาและเซลล์เทคโนโลยี ไบโอเทค ได้ดำเนินงานวิจัยและพัฒนาวัคซีนต้านโรคติดเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่มีการเริ่มระบาดในประเทศจีนในเดือนมกราคม 2563 เป็นต้นมา ทางทีมวิจัย เริ่มงานวิจัยโดยการสังเคราะห์ยีนสไปค์ของไวรัสขึ้นเองโดยอาศัยข้อมูลรหัสพันธุกรรมของไวรัสที่เผยแพร่หลังจากที่มีการถอดรหัสสำเร็จ […]

นักวิทยาศาสตร์หญิง : เวลานี้คือยุคทอง

อนาคตของแวดวงงานวิจัยกำลังมีผู้หญิงเพิ่มมากขึ้น  โครงการต่างๆ ซึ่งบ่มเพาะเยาวชนหญิงที่สนใจอาชีพทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์  ไม่เพียงท้าทายอุปสรรคที่เคยบั่นทอนกำลังใจผู้หญิงรุ่นก่อน แต่ยังผลักดันให้เกิดนักวิทยาศาสตร์หญิงรุ่นใหม่เพิ่มมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน