ตรวจพบคลื่นวิทยุลึกลับที่มีจังหวะเหมือนกับการเต้นของหัวใจจากอวกาศห้วงลึก - National Geographic Thailand

ตรวจพบคลื่นวิทยุลึกลับที่มีจังหวะเหมือนกับการเต้นของหัวใจจากอวกาศห้วงลึก

ตรวจพบคลื่นวิทยุลึกลับที่มีจังหวะเหมือนกับการเต้นของหัวใจจากอวกาศห้วงลึก

ทีมนักดาราศาสตร์จากหอดูดาวในประเทศแคนาดาได้ใช้กล้องโทรทรรศน์วิทยุที่เรียกว่า Canadian Hydrogen Intensity Mapping Experiment หรือ CHIME ตรวจพบคลื่นวิทยุที่ระเบิดอย่างรวดเร็ว (Fast radio bursts; FRB) ออกมาจากกาแล็กซีที่อยู่ห่างไกลไปราวหนึ่งพันล้านปีแสงและมีจังหวะคล้ายกับการเต้นของหัวใจมนุษย์

โดยปกติแล้ว FBR จะปลดปล่อยคลื่นที่มีความรุนแรงยาวนานเพียงไม่กี่มิลลิวินาที (millisecond) และหายไปทันทีหลังจากนั้น แต่คลื่นนี้มีระยะเวลายาวนานกว่า 3 วินาที ทำให้มันกลายเป็นคลื่นที่ยาวนานกว่าปกติถึง 1,000 เท่า อีกทั้งยังมีรูปแบบที่ชัดเจนและเกิดซ้ำ สร้างความประหลาดใจอย่างมากแก่นักดาราศาสตร์ฟิสิกส์ที่ค้นพบ

“มันผิดปกติ” เดเนียล มิฮิลลิ (Daniele Mihilli) จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาซูเซตส์ (MIT) หนึ่งในทีมวิจัยกล่าว “ไม่เพียงแต่ยาวนานมากที่ประมาณ 3 วินาทีเท่านั้น แต่ยังมียอดคลื่นที่เว้นระยะอย่างแม่นยำซ้ำทุกเสี้ยววินาที เป็นจังหวะ -บูม บูม บูม- เหมือนการเต้นของหัวใจ นี่เป็นครั้งแรกที่สัญญาณมีช่วงซ้ำอย่างชัดเจน” 

ทีมงานตั้งชื่อมันว่า “FRB 20191221A” อย่างไรก็ตาม พวกเขายังไม่แน่ใจว่ามาจากกาแล็กซีจุดไหนของจักรวาลจริง ๆ แม้แต่การคาดคะเนระยะทางซึ่งก็ยัง ‘ไม่แน่นอนอย่างยิ่ง’ มิฮิลลิกล่าว แต่คิดว่าต้นกำเนิดนั้นน่าจะมาจากดาวนิวตรอนประเภท ‘พัลซาร์วิทยุ (Radio pulsars)’ และ ‘แมกนีทาร์ (Magnetars)’ 

“ในจักรวาลนั้นมีไม่กี่อย่างเท่านั้นที่ส่งสัญญาณเป็นระยะอย่างเคร่งครัด ตัวอย่างที่เรารู้จักในกาแลกซีของเราเองคือ พัลซาร์วิทยุและแมกนีทาร์ซึ่งหมุนและปล่อยลำแสงคล้ายกับประภาคาร เราคิดว่าสัญญาณใหม่นี้อาจมาจากสิ่งเหล่านั้น” มิฮิลลิกล่าว

ดาวนิวตรอนคือดาวฤกษ์ที่เดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดของชีวิต เมื่อเชื้อเพลิงสำหรับนิวเคลียร์ฟิวชันหมดไป มันจึงไม่สามารถต้านทางการยุบตัวของแรงโน้มถ่วงได้อีกต่อไป ส่งผลให้เกิดการระเบิดที่เรียกว่า ‘ซูเปอร์โนวา’ และทิ้งเศษซากของดวงดาวที่มีหนาแน่นมากไว้ นั่นคือดาวนิวตรอน หากมันหมุนอย่างรวดเร็วและแผ่รังสีที่รุนแรงออกมา นักดาราศาสตร์จะเรียกมันว่าพัลซาร์ ขณะที่แมกนีทาร์นั้นมีสนามแม่เหล็กที่เข้มข้นอย่างมาก

การศึกษา ‘FRB 20191221A’ จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจวัตถุเหล่านี้ได้ดียิ่งขึ้น “การตรวจจับนี้ทำให้เกิดคำถามถึงสิ่งที่อาจเป็นสาเหตุของสัญญาณสุดขั้วที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน และเราจะใช้สัญญาณนี้เพื่อศึกษาจักรวาล” มิฮิลลิกล่าวและเสริมว่า “กล้องโทรทรรศน์ในอนาคตสัญญาว่าจะค้นพบ FRB เพิ่มขึ้นหลายพันตัวต่อเดือน และเมื่อถึงจุดนั้นเราอาจพบสัญญาณที่เป็นช่วงแบบนี้อีกมากมาย”

ที่มา

https://www.nature.com/articles/s41586-022-04841-8

https://edition.cnn.com/2022/07/13/world/heartbeat-fast-radio-burst-scn/index.html#:~:text=A%20mysterious%20radio%20burst%20with,Wednesday%20in%20the%20journal%20Nature.

https://www.space.com/fast-radio-burst-cosmic-heartbeat-chime

เรื่องแนะนำ

การเกิดไฟป่า (Wildfire) และประเภทของไฟป่า

จากสถานการณ์ ไฟป่า รุนแรงที่เกิดขึ้น ณ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2020 ส่งผลให้เกิดความเสียหายในป่าสนเขาเป็นพื้นที่กว้าง ในการสำรวจไฟป่าครั้งนี้ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ใช้ดาวเทียม LANDSAT-8 และ Sentinal-2B ติดตามสถานการณ์ดังกล่าว โดยการเปรียบเทียบภาพถ่ายดาวเทียม Landsat-8 ก่อนเกิด ไฟป่า (18 มกราคม) และภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-2 ระหว่างเกิดไฟป่า (16 กุมภาพันธ์) จากนั้นเปรียบเทียบกับข้อมูลจุดความร้อน หรือ HOT SPOT จากระบบ VIIRS พบพื้นที่ที่ถูกเผาไหม้ (กรอบเส้นสีเหลือง) ประมาณ 3,700 ไร่ในป่าสนเขา กระจายทั้งทางด้านทิศตะวันตก ทิศเหนือ และ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ของอุทยานฯ (ทางตอนใต้ของผาเมษาและผาหมากดูก) ซึ่งเป็นรอยต่อกับพื้นที่การเกษตร ข้อมูลดังกล่าวจะใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเข้าตรวจสอบในพื้นที่จริงร่วมกับจังหวัด เพื่อนำไปสู่การวางแผนฟื้นฟู ป้องกัน และสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนในพื้นที่ […]

World Update: วิจัยพบการกินปลาทะเลเชื่อมโยงกับ มะเร็งผิวหนัง

วิจัยพบการกินปลาทะเลเชื่อมโยงกับ มะเร็งผิวหนัง คาดสาเหตุจากมลพิษในแหล่งน้ำ – ยังไม่แนะให้หยุดกินปลา นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยบราวน์และสถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐได้ศึกษาข้อมูลชาวอเมริกันกว่า 491,367 คน อายุระหว่าง 50-71 ปี โดยติดตามเป็นระยะเวลากว่า 15 ปี เพื่อเปรียบเทียบอัตราการเกิด มะเร็งผิวหนัง แบบเมลาโนมา (Melanoma) กับพฤติกรรมการบริโภคปลาทะเลหรืออาหารทะเลอื่นๆ ทีมวิจัยพบว่าคนที่กินปลาโดยเฉลี่ยประมาณ 2 ครั้งต่อสัปดาห์มีความเสี่ยงที่จะเกิด มะเร็งผิวหนัง เพิ่มขึ้น ร้อยละ 22 และมีความเสี่ยงที่จะเกิดการพัฒนาผิวหนังผิดปกติที่อาจกลายเป็นมะเร็งได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 28  โดยเฉพาะกับปลาทูน่า อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยและผู้เชี่ยวชาญเห็นตรงกันว่าปลานั้นไม่ใช่สาเหตุที่แท้จริง แต่ตัวการที่แท้จริงคือมลพิษที่ปนเปื้อนในแหล่งน้ำ “เราคาดการณ์ว่าการค้นพบของเราอาจมีสาเหตุมาจากสารปนเปื้อนในปลาเช่น โพลีคลอริเนตเต็ดไบฟีนิล (Polychlorinated biphenyls หรือ PCB มักใช้การผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าและตัวเก็บประจุไฟฟ้า) สารไดออกซิน (Dioxins) สารหนู และปรอท” อึนยอง โช (Eunyoung Cho) แพทย์ผิวหนังจากมหาวิทยาลัยบราวน์กล่าว สารพิษเหล่านี้สามารถหลุดลอดจากโรงงานไปยังธรรมชาติได้อย่างง่ายดาย เธอเสริมว่า “การวิจัยก่อนหน้านี้พบว่าการที่มีระดับสารปนเปื้อนเหล่านี้สูงขึ้นมีเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนังสูงขึ้น” และ “การบริโภคสารปรอทในสหรัฐอเมริกาส่วนใหญ่มาจากปลา” โดยเฉพาะปลาที่มีไขมันเช่นปลาทูน่าจะมีแนวโน้มในการปนเปื้อนสารพิษเหล่านี้มากกว่าและจะสะสมอยู่นานหลายปี นักวิจัยได้เรียกร้องให้ต้องทำการตรวจสอบแหล่งเพาะเลี้ยงอย่างละเอียดอีกครั้ง […]

หรือนี่คือโฉมหน้า “มนุษย์แห่งโลกอนาคต”

พูดคุยกับ นีล ฮาร์บีสสัน เขาเกิดมาพร้อมกับภาวะตาบอดสีทุกสี แต่เสาอากาศซึ่งมีส่วนปลายเป็นตัวรับของเส้นใยนำแสงที่อยู่เหนือดวงตาของเขาพอดีช่วยให้ฮาร์บิสสันสามารถรับรู้สีได้