ฤดูกาลต่างๆ บนโลก เกิดขึ้นได้อย่างไร และเกิดขึ้นในช่วงใดของปี

ฤดูกาล ที่เกิดขึ้นบนโลก

ฤดูกาล ที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปในทุกปี ได้สร้างปรากฏการณ์ทางธรรมชาติต่างๆ มากมาย นอกจากนี้ การเกิดฤดูกาลทำให้แต่ละช่วงเวลามีทัศนียภาพที่แตกต่างกันไป การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์ในแต่ละฤดูกาล

ฤดูกาล (Seasons) คือ ช่วงเวลาของการเกิดสภาพภูมิอากาศลักษณะพิเศษในแต่ช่วงเวลาของปี ที่ส่งผลให้พื้นที่แต่ละส่วนของโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ทั้งอุณหภูมิ ความชื้น ปริมาณน้ำฝน และปริมาณแสงแดดต่อวัน เกิดเป็นฤดูกาลต่างๆ ในเขตอบอุ่น ได้แก่ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว รวมถึงฤดูฝนที่เกิดขึ้นในภูมิภาคเขตร้อนอีกด้วย

ฤดูกาล, เกิดขึ้นได้อย่างไร, การเกิดฤดูกาล. ฤดูกาล, มีอะไรบ้าง
ฤดูหนาวในประเทศเขตอบอุ่น / ภาพถ่าย Ian Schneider

การเกิดฤดูกาล

ฤดูกาลเกิดขึ้นเนื่องจาก พื้นผิวส่วนต่าง ๆ ของโลกได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์ไม่เท่ากัน เพราะโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ไปพร้อมกับการหมุนรอบตัวเอง ประกอบกับแกนโลกที่เอียง 23.5 องศา รวมไปถึงวงโคจรของโลกเคลื่อนที่ไปในลักษณะที่ไม่ใช่วงกลมสมบูรณ์ ทำให้มีพื้นที่บางส่วนของโลกเอียงเข้าหาดวงอาทิตย์มากขึ้น ในขณะที่บางส่วนได้รับแสงอาทิตย์น้อยกว่าบริเวณอื่น ๆ ดังนั้น ในแต่ละฝั่งและภูมิภาคของโลกจึงเกิดเป็นฤดูกาลต่าง ๆ ตามปริมาณ และระยะเวลา ที่ได้รับแสงอาทิตย์

ฤดูกาล, เกิดขึ้นได้อย่างไร, การเกิดฤดูกาล. ฤดูกาล, มีอะไรบ้าง
การโคจรรอบดวงอาทิตย์ของโลก / ภาพประกอบ : National Geographic Kids

การเกิดฤดูกาลและวันเริ่มต้นของฤดูกาลทั้ง 4

ตำแหน่งที่ตั้งบนโลก และสภาพภูมิประเทศ เป็นปัจจัยสำคัญต่อการเกิด และเปลี่ยนแปลงฤดูกาลต่าง ๆ โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ในเขตหนาวเย็นและเขตอบอุ่น (Temperate Regions) จะเกิดฤดูกาลครบทั้ง 4 ฤดูกาลใน 1 ปี ได้แก่ ฤดูใบไม้ผลิ (Spring) ฤดูร้อน (Summer) ฤดูใบไม้ร่วง (Fall) และฤดูหนาว (Winter)

ฤดูกาล, เกิดขึ้นได้อย่างไร, การเกิดฤดูกาล. ฤดูกาล, มีอะไรบ้าง
ฤดูใบไม้ผลิ / ภาพถ่าย Lucy Doran

ในขณะเดียวกัน บริเวณเส้นศูนย์สูตรหรือเขตร้อน (Tropical Regions) จะประสบกับความผันแปรของฤดูกาลไม่มากนัก อากาศส่วนใหญ่จะอบอุ่นตลอดทั้งปี โดยมีปริมาณของน้ำฝนเข้ามาเป็นตัวแปรที่ทำให้เกิดเป็นฤดูฝน (Rainy Season) ซึ่งเข้ามาแทนที่ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง

ส่วนพื้นที่บริเวณขั้วโลก (Polar Regions) ที่มีอุณหภูมิหนาวเย็นกว่าพื้นที่บริเวณอื่นของโลก แต่ปริมาณแสงแดดที่ได้รับจะแตกต่างกันอย่างมากในช่วงฤดูร้อนและฤดูหนาว เช่น ที่เมืองเมืองแบร์โรว์ รัฐอะแลสกา สหรัฐอเมริกา จะได้รับแสงแดดตลอดทั้งวันในช่วงฤดูร้อน ก่อนจะกลายเป็นเมืองที่มืดสนิทในช่วงฤดูหนาวยาวนาน 2 ถึง 3 เดือน

ฤดูกาล, เกิดขึ้นได้อย่างไร, การเกิดฤดูกาล. ฤดูกาล, มีอะไรบ้าง
ฤดูใบไม้ร่วง / ภาพถ่าย Ivan Bandura

นอกจากฤดูกาลทั้ง 4 แล้ว ในช่วงเวลา 1 ปี โลกยังมีช่วงเวลาที่เคลื่อนที่ไปอยู่ในตำแหน่งซึ่งห่างไกลจากดวงอาทิตย์มากที่สุด 2 ครั้ง เช่นเดียวกับช่วงเวลาที่เข้าใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด 2 ครั้ง ทำให้เกิดเป็นวันของการเปลี่ยนถ่ายฤดูกาลและปรากฏการณ์พิเศษทั้ง 4 ดังนี้

วันครีษมายัน (Summer Solstice) : วันที่ 20 – 21 มิถุนายนของทุกปี คือ จุดเริ่มต้นของฤดูร้อนหรือ วันที่ยาวนานที่สุดในรอบปีของฝั่งซีกโลกเหนือ จากการที่โลกโคจรโดยเอียงซีกโลกเหนือเข้าหาดวงอาทิตย์มากที่สุดในช่วงเวลานี้

เกิดขึ้นได้อย่างไร, การเกิดฤดูกาล. ฤดูกาล, มีอะไรบ้าง
ฤดูร้อน / ภาพถ่าย Porter Raab

วันศารทวิษุวัต (Autumnal Equinox) : วันที่ 22 – 23 กันยายนของทุกปี คือ การเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงอย่างเป็นทางการของฝั่งซีกโลกเหนือ จากการที่ซีกโลกเหนือได้รับแสงจากดวงอาทิตย์ลดลง เมื่อเทียบกับฤดูร้อน กลายเป็นช่วงเวลาของการผลัดใบของพืชพรรณต่าง ๆ ก่อนเข้าฤดูหนาว

วันเหมายัน (Winter Solstice) : วันที่ 20 – 21 ธันวาคมของทุกปี คือ การเริ่มต้นเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการของฝั่งซีกโลกเหนือ จากการที่โลกหันทางซีกโลกใต้เข้าหาดวงอาทิตย์มากที่สุดในช่วงเวลานี้ ดังนั้น ซีกโลกเหนือจึงกลายเป็นช่วงฤดูหนาว ในขณะที่ฝั่งซีกโลกใต้กลายเป็นช่วงฤดูร้อน

วันวสันตวิษุวัต (Vernal Equinox) : วันที่ 20 – 21 มีนาคมของทุกปี คือ การเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิอย่างเป็นทางการของฝั่งซีกโลกเหนือ ทำให้กลางวันและกลางคืนยาวนานเท่ากัน จากการที่ซีกโลกเหนือได้รับแสงจากดวงอาทิตย์มากขึ้น ต้นไม้จึงเริ่มผลิใบและเจริญเติบโตออกมาเพื่อสังเคราะห์แสงและผลิตอาหาร

สืบค้นและเรียบเรียง
คัดคณัฐ ชื่นวงศ์อรุณ และณภัทรดนัย

ข้อมูลอ้างอิง
https://www.nationalgeographic.org/encyclopedia/season/
http://www.lesa.biz/astronomy/astro-events/seasons
http://astro.phys.sc.chula.ac.th/IHY/Earth/Earth_seasons.htm


อ่านเพิ่มเติม 6 เรื่องที่ผู้คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ เอลนีโญและลานีญา

เรื่องแนะนำ

ประเทศไทยเดินหน้าด้วยเทคโนโลยีจากอวกาศ

กว่า 20 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเกิดภัยพิบัติในด้านต่างๆ หลายครั้ง ทั้งน้ำท่วม ไฟป่า ฝุ่นละออง PM2.5 รวมไปถึงภัยพิบัติทางทะเล เราบันทึกทุกเหตุการณ์เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาด้วย “ภาพถ่ายดาวเทียม” ชื่อของ “GISTDA” หรือ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จึงเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ข้อมูลจากดาวเทียมในการติดตามสถานการณ์ต่างๆ และบูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เมื่อโลกเปลี่ยนไป เทคโนโลยีก็เปลี่ยนตาม องค์กรและหน่วยงานต่างๆ จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกระบวนทัพใหม่ เพื่อก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านนโยบายประเทศ การเข้าถึง การแข่งขัน การตลาด และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ทำให้ทุกองค์กรไม่สามารถหยุดนิ่งอยู่กับที่ได้ GISTDA ก็เช่นเดียวกันจะต้องปรับบทบาทเข้าสู่การพัฒนาวิธีการแก้ปัญหาให้กับประเทศ แม้ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนแบบก้าวกระโดด แต่ด้วยองค์ประกอบสำคัญ 3 สิ่งที่เรามี คือข้อมูล เทคโนโลยี และกำลังคน ถือเป็นกลไกที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยให้เดินหน้าด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศอย่างเต็มที่ ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวว่า จากวันนี้เราต้องมองไปอีก 20 ปีข้างหน้าว่า โลกกำลังจะไปในทิศทางไหน […]

ชนิดของดอกไม้ และหลักเกณฑ์การจำแนก

ดอกไม้มีความหลากหลายทั้งเรื่องสี กลิ่น รูปร่าง และ ชนิดของดอกไม้ ที่มีเกณฑ์จำแนกแตกต่างกันออกไป ดอกไม้สามารถจำแนกออกเป็นชนิดต่าง ๆ ตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้ ชนิดของดอกไม้ 1. จำแนกตามโครงสร้างชั้นเกสรเพศในดอกไม้ แบ่งได้ 2 ชนิด คือ ดอกสมบูรณ์เพศ (Perfect Flower) คือ ดอกไม้ที่มีเกสรเพศผู้และเกสรเพศเมียอยู่ในดอกเดียวกัน เช่น ชบา พู่ระหง ถั่ว พริก พุทธรักษา ข้าว บัว เฟื่องฟ้า และมะเขือ เป็นต้น ดอกไม่สมบูรณ์เพศ (Imperfect Flower) คือ ดอกที่มีเกสรเพียงเพศเดียว โดยที่ภายในดอกไม้หนึ่งดอกจะมีเพียงแค่เกสรเพศใดเพศหนึ่งเท่านั้น ทำให้พืชเหล่านี้มีดอกไม้ที่แบ่งเป็นดอกเพศผู้ (Staminate Flower) และดอกเพศเมีย (Pistillate Flower) เช่น ตำลึง ข้าวโพด ฟักทอง และแตงกวา เป็นต้น 2. จำแนกตามส่วนประกอบโครงสร้างของดอกไม้ แบ่งได้ 2 ชนิด […]

ซ่อมแซมโพรงรังหวังเพิ่มประชากรนกเงือก

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) หนุนซ่อมโพรงรังหวังเพิ่มประชากร นกเงือก ในเดือนมีนาคมถึงเมษายนของทุกปี ถือเป็นช่วงเวลาที่ นกเงือก เข้าสู่ฤดูผสมพันธุ์ โดยนกเงือกเริ่มจับคู่และเสาะหาโพรงรังที่เหมาะสมเพื่อให้ตัวเมียวางไข่และฟักไข่ แม้ในป่าฮาลา–บาลา ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์มาก สัตว์โบราณอย่างนกเงือกยังต้องเผชิญภาวะ ‘การขาดแคลนโพรงรัง’ ซึ่งหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้จำนวนประชากรนกเงือกลดลง สุเนตร การพันธ์ หัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าป่าพรุ–ป่าฮาลา บาลา กล่าวว่า นกเงือกมีพฤติกรรมโดดเด่นเฉพาะตัวอย่างมากในเรื่องการสร้างโพรงรัง เมื่อนกเงือกหาโพรงรังที่เหมาะสมได้แล้ว นกเงือกตัวเมียจะปิดปากโพรงให้แคบลง โดยใช้มูล เศษไม้ และเศษดิน ค่อยๆ ปิดจนเหลือเพียงช่องแคบๆ เพื่อให้ตัวผู้ส่งอาหารให้เท่านั้น ตลอดช่วงระยะเวลาที่นกเงือกตัวเมียทำรัง นกเงือกตัวผู้มีหน้าที่หาอาหารมาป้อนให้ตัวเมีย เมื่อถึงช่วงลูกนกฟักออกจากไข่ นกเงือกตัวผู้ยังคอยหาอาหารมาให้ทั้งนกเงือกตัวเมียและลูกนก โดยช่วงเวลาการอยู่ในโพรงของแม่นกและลูกนกของนกเงือกแต่ละชนิดไม่เท่ากัน แต่เฉลี่ยแล้วประมาณ 4 – 6 เดือน ซึ่งเมื่อลูกนกออกจากรัง พ่อและแม่นกจะคอยเลี้ยงลูกนกต่อไปอีกระยะหนึ่ง โพรงรังที่มีสภาพเหมาะสมคือปัจจัยสำคัญต่อการขยายพันธุ์ของนกเงือกตามธรรมชาติ แต่ปัจจุบันโพรงรังของนกเงือกเริ่มขาดแคลน ปัญหาคือนกเงือกไม่สามารถเจาะโพรงสร้างรังเองได้เช่นเดียวกับนกทั่วไป ต้องหาโพรงรังที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น โพรงไม้ที่เกิดจากการเจาะของนกหัวขวาน รอยแผลบนต้นไม้ที่เกิดจากหมีล้วงเอาน้ำผึ้ง หรือรอยจากการที่กิ่งไม้หักจนทำให้เกิดแผลและมีขนาดกว้างพอที่นกเงือกจะเข้าไปอยู่อาศัยได้ อีกทั้งโพรงที่จะใช้ทำรังได้ต้องมีสภาพที่เหมาะสม คือไม่ใหญ่และไม่เล็กจนเกินไป ถ้ามีขนาดใหญ่จนเกินไป เวลาปิดปากโพรงจะปิดได้ยาก หรือปิดไม่ได้ แต่ถ้าแคบเกินไปนกเงือกก็อยู่อาศัยไม่ได้ ที่สำคัญคือระดับพื้นในโพรงยังต้องมีความสูงพอดีที่นกเงือกนั่งแล้วจะสามารถยื่นปากออกมาจากโพรงเพื่อรับลูกไม้จากตัวผู้ได้ […]