การทดลองว่าด้วยความอิจฉา - National Geographic Thailand

การทดลองว่าด้วยความอิจฉา

การทดลองว่าด้วยความอิจฉา

มาชมการทดลองน่ารักๆ เกี่ยวกับความอิจฉาริษยากันว่าความรู้สึกดังกล่าวจะแตกต่างกันหรือไม่ในสมองของมนุษย์และสุนัข โดยมีผู้เข้าร่วมการทดลองคือเด็กวัยหัดเดิน, ผู้ปกครองของพวกเขา, ลูกสุนัข และเจ้าของของพวกมัน

กระบวนการทดลองเริ่มต้นด้วยการให้เด็กๆ เล่นกับแม่ของพวกเขาในห้อง จากนั้นให้แม่ของพวกเขาเริ่มละความสนใจจากหนูน้อยไปยังกิจกรรมอย่างอื่นแทนเช่น การคุยโทรศัพท์ หรือการอ่านหนังสือ ผลปรากฏเด็กๆ ดูไม่ใส่ใจเท่าไหร่นักว่าแม่ของพวกเขากำลังเพ่งความสนใจไปกับอะไร ทีนี้ลองเปลี่ยนเป็นตุ๊กตาที่มีหน้าตาคล้ายคลึงกับเด็กทารกดูบ้างเห็นได้ชัดว่าเด็กๆ แสดงออกซึ่งความอิจฉาชัดเจน และหนึ่งในนั้นเข้าทำร้ายตุ๊กตาเสียด้วยซ้ำ

มาที่ลูกสุนัขกันบ้าง พวกมันไม่สนใจเช่นกันเมื่อเจ้าของให้ความสนใจกับสิ่งไม่มีชีวิต แต่เมื่อเจ้าของอุ้มตุ๊กตาสุนัขตัวใหม่เข้ามา เจ้าสุนัขก็เริ่มเห่า และกัดไปที่ตุ๊กตา

เหตุใดทั้งเด็กๆ และลูกสุนัขจึงเป็นกังวลมากขนาดนี้ว่าตนจะไม่ได้รับความสนใจ นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า “ความอิจฉาริษยา” เป็นส่วนหนึ่งของวิวัฒนาการที่ติดตัวมากับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่จำต้องพึ่งพาการดูแลของพ่อแม่ในวัยเด็ก ดังนั้นแล้วหากคุณได้รับความใส่ใจอย่างเต็มที่ก็เป็นหลักประกันได้อย่างแน่นอนว่าคุณจะรอดชีวิตและมีโอกาสได้เติบโต

 

อ่านเพิ่มเติม

ทดลองให้ปลาไหลไฟฟ้าช็อต เพื่อวิทยาศาสตร์

เรื่องแนะนำ

โครงกระดูกหนูนับพันชิ้น พลิกประวัติเรื่องราวมนุษย์ฮอบบิท

ชิ้นส่วนกระดูกหนูจำนวนมากช่วยเผยเบาะแสใหม่ๆ เกี่ยวกับชะตากรรมของมนุษย์ขนาดเล็ก อย่างโฮโม ฟลอเรเซียนซิส บนเกาะฟลอเรส ประเทศอินโดนีเซียได้

ไขปริศนาเลือดข้นคนจาง “ยาจีน” ลึกลับในถ้วยคือ?

ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ผู้คนในหลายวัฒนธรรมรู้จักนำประโยชน์ของสมุนไพรที่มีฤทธิ์ขับเลือด หรือฤทธิ์ระบาย มาใช้เพื่อกำจัดเด็กที่พวกเขาไม่ต้องการให้เกิดมา

โคอาลากินใบยูคาลิปตัสได้อย่างไร? โดยไม่ได้รับสารพิษ

ทีมนักวิจัยชั้นนำจากทั่วโลกร่วมกันวิเคราะห์ลำดับจีโนมของโคอาลา เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาสุขภาพ และอนุรักษ์ประชากรของพวกมันไว้

พบนกในยุคไดโนเสาร์พันธุ์ใหม่ รอยต่อวิวัฒนาการการบิน

เจ้านกประหลาดที่ถูกค้นพบในจีนนี้เคยมีชีวิตอยู่เมื่อ 127 ล้านปีก่อน ผลการวิเคราะห์โครงกระดูกของมันเผยให้เห็นความแตกต่างจากนกในปัจจุบัน