การทดลองว่าด้วยความอิจฉา - National Geographic Thailand

การทดลองว่าด้วยความอิจฉา

การทดลองว่าด้วยความอิจฉา

มาชมการทดลองน่ารักๆ เกี่ยวกับความอิจฉาริษยากันว่าความรู้สึกดังกล่าวจะแตกต่างกันหรือไม่ในสมองของมนุษย์และสุนัข โดยมีผู้เข้าร่วมการทดลองคือเด็กวัยหัดเดิน, ผู้ปกครองของพวกเขา, ลูกสุนัข และเจ้าของของพวกมัน

กระบวนการทดลองเริ่มต้นด้วยการให้เด็กๆ เล่นกับแม่ของพวกเขาในห้อง จากนั้นให้แม่ของพวกเขาเริ่มละความสนใจจากหนูน้อยไปยังกิจกรรมอย่างอื่นแทนเช่น การคุยโทรศัพท์ หรือการอ่านหนังสือ ผลปรากฏเด็กๆ ดูไม่ใส่ใจเท่าไหร่นักว่าแม่ของพวกเขากำลังเพ่งความสนใจไปกับอะไร ทีนี้ลองเปลี่ยนเป็นตุ๊กตาที่มีหน้าตาคล้ายคลึงกับเด็กทารกดูบ้างเห็นได้ชัดว่าเด็กๆ แสดงออกซึ่งความอิจฉาชัดเจน และหนึ่งในนั้นเข้าทำร้ายตุ๊กตาเสียด้วยซ้ำ

มาที่ลูกสุนัขกันบ้าง พวกมันไม่สนใจเช่นกันเมื่อเจ้าของให้ความสนใจกับสิ่งไม่มีชีวิต แต่เมื่อเจ้าของอุ้มตุ๊กตาสุนัขตัวใหม่เข้ามา เจ้าสุนัขก็เริ่มเห่า และกัดไปที่ตุ๊กตา

เหตุใดทั้งเด็กๆ และลูกสุนัขจึงเป็นกังวลมากขนาดนี้ว่าตนจะไม่ได้รับความสนใจ นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า “ความอิจฉาริษยา” เป็นส่วนหนึ่งของวิวัฒนาการที่ติดตัวมากับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่จำต้องพึ่งพาการดูแลของพ่อแม่ในวัยเด็ก ดังนั้นแล้วหากคุณได้รับความใส่ใจอย่างเต็มที่ก็เป็นหลักประกันได้อย่างแน่นอนว่าคุณจะรอดชีวิตและมีโอกาสได้เติบโต

 

อ่านเพิ่มเติม

ทดลองให้ปลาไหลไฟฟ้าช็อต เพื่อวิทยาศาสตร์

เรื่องแนะนำ

หน้าที่ของระบบนิเวศ (Ecosystem Function)

หน้าที่ของระบบนิเวศ (Ecosystem function) มีส่วนสนับสนุนความสมดุลของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในระบบนิเวศ ในระบบนิเวศ (Ecosystem) การอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิตที่หลากหลาย ทั้งกลุ่มผู้ผลิต ผู้บริโภคและผู้ย่อยสลาย ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่สลับซับซ้อนระหว่างสิ่งมีชีวิตด้วยกันเอง และปฏิสัมพันธ์ต่อสภาพแวดล้อม ซึ่งส่งผลให้เกิด หน้าที่ของระบบนิเวศ ที่สำคัญยิ่ง 2 ประการ ได้แก่ การถ่ายทอดพลังงาน (Energy Flows) คือ การถ่ายทอดพลังงานผ่านความสัมพันธ์ตามลำดับขั้นของสิ่งมีชีวิตในรูปของห่วงโซ่อาหาร (Food Chain) และสายใยอาหาร (Food Web) ที่ซับซ้อน จากกระบวนการสังเคราะห์แสง (Photosynthesis) ของพืชสีเขียวหรือกลุ่มผู้ผลิตภายในระบบนิเวศ ซึ่งนำแสงสว่างและพลังงานจากดวงอาทิตย์มาใช้สร้างพลังงานเคมีในรูปของอาหาร เช่น แป้ง และน้ำตาล โดยพลังงานดังกล่าวจะถูกถ่ายทอดไปยังผู้บริโภคลำดับต่อไป จนถึงผู้ย่อยสลายในท้ายที่สุด ในทุกขั้นของการถ่ายทอดพลังงานผ่านห่วงโซ่อาหารจะเกิดการสูญเสียพลังงานส่วนใหญ่ (ร้อยละ 90) จากระบบนิเวศไปในรูปของพลังงานความร้อน จากการนำไปใช้ในกระบวนการเมแทบอลิซึม (Metabolism) ของสิ่งมีชีวิต มีพลังงานเพียงร้อยละ 10 ที่เก็บสะสมไว้ในพืชสีเขียวถูกนำมาแปรเปลี่ยนเป็นมวลชีวภาพของสัตว์กินพืช ดังนั้น ผู้บริโภคในลำดับขั้นถัดไปในห่วงโซ่อาหารจะได้รับพลังงานสะสมที่ถูกเปลี่ยนเป็นมวลชีวภาพเพียงร้อยละ 10 เท่านั้น ตามกฎ ร้อยละ 10 (Ten Percent […]

แหล่งน้ำ การเกิดลำน้ำ และธรณีพิบัติ

น้ำ เป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ก่อกำเนิดชีวิตและสร้างสมดุลของสสารบนโลก เป็นองค์ประกอบหลักของสิ่งมีชีวิต และ แหล่งน้ำ เป็นอีกหนึ่งทรัพยากรทางธรรมชาติที่สำคัญต่อการดำรงอาศัยอยู่ของทั้งมนุษย์ สัตว์และพืช ดาวเคราะห์ดวงนี้ ถูกปกคลุมด้วย แหล่งน้ำ มากถึงร้อยละ 71 หรือราว 2 ใน 3 ของพื้นที่ผิวทั้งหมด โดยมี “วัฏจักรน้ำ” (Water Cycle) ทำหน้าที่เชื่อมต่อการเปลี่ยนแปลงสถานะทางธรรมชาติและการหมุนเวียนของน้ำบนโลก ตั้งแต่เมื่อ 3.8 พันล้านปีก่อน จากการเย็นตัวลงของโลกที่ก่อให้เกิดน้ำฝนและหยาดน้ำฟ้าที่ตกลงมาสู่พื้นแผ่นดิน เกิดเป็นแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ทั้งมหาสมุทรซึ่งรวบรวมปริมาณของน้ำบนโลกมากถึงร้อยละ 97 ธารน้ำแข็งและน้ำแข็งขั้วโลก (ร้อยละ 2) แม่น้ำ ทะเลสาบ รวมถึงน้ำในดิน (ร้อยละ 1) และน้ำ (ความชื้น) ในชั้นบรรยากาศโลก ประเภทของแหล่งน้ำธรรมชาติ   แหล่งน้ำผิวดิน (Surface Water) คือ แหล่งน้ำกว่าร้อยละ 99 บนโลก ซึ่งสะสมน้ำฝนที่ตกลงมายังพื้นดิน ไหลตามความลาดชันของสภาพภูมิประเทศ ก่อนมาขังอยู่รวมกันจนก่อให้เกิดมหาสมุทร ทะเลสาบ แม่น้ำ ลำคลอง […]

นวัตกรรมใหม่ช่วยสัตว์ใต้ทะเลลึกขึ้นสู่ผิวน้ำอย่างปลอดภัย

นวัตกรรมใหม่ช่วยสัตว์ใต้ทะเลลึกขึ้นสู่ผิวน้ำอย่างปลอดภัย อุปกรณ์ชิ้นนี้เป็นผลงานการประดิษฐ์ของสถาบันวิทยาศาสตร์แคลิฟอร์เนียร่วมกับพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำมอนเทอเรย์เบย์ ซึ่งจะช่วยในการเก็บตัวอย่างสัตว์ใต้ทะเลลึกให้พวกมันขึ้นสู่ผิวน้ำได้อย่างปลอดภัย นวัตกรรมใหม่นี้เป็นท่อแรงดันที่มีชื่อสั้นๆ ว่า SubCAS เนื่องจากการที่บรรดาสัตว์น้ำใต้ทะเลลึกเหล่านี้อาศัยอยู่ที่ระดับความลึกมากกว่า 30 เมตร การเปลี่ยนแปลงความดันขณะขึ้นสู่ผิวน้ำเมื่อนักวิทยาศาสตร์เก็บพวกมันไปยังห้องปฏิบัติการอาจกลายเป็นเรื่องอันตรายต่ออวัยวะภายในได้ ดังนั้นหลักการทำงานของ SubCAS คือช่วยลดการเปลี่ยนแปลงความดันอย่างรวดเร็ว ด้วยฟองอากาศที่ล้อมรอบกระบอกบรรจุตัวอย่าง เมื่อนักดำน้ำดำลงไปยังความลึกราว 55 เมตร พวกเขาจะนำกระบอกบรรจุตัวอย่างสอดเข้าไปในกระบอกที่ใหญ่กว่า และใส่ฟองอากาศเข้าไปให้อยู่ในช่องงว่างระหว่างสองกระบอก เพื่อสร้างห้องปรับความดันขึ้นมา ตัวอย่างสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลลึกจะถูกบรรจุเข้าไปในกระบอกขนาดเล็ก เมื่อนักดำน้ำขึ้นสู่ผิวน้ำ ฟองอากาศจะขยายและรักษาความดันภายในกระบอกไว้ และเมื่อนักดำน้ำดำถึงระดับความลึก 30 เมตรจากผิวน้ำ พวกเขาจะค่อยๆ ปล่อยฟองอากาศออกมา กระบวนการนี้ใช้เวลาราว 2 – 3 วัน ตัวอย่างที่ถูกจับมาได้จึงจะสามารถปรับตัวเข้ากับความดันใหม่ใกล้ผิวน้ำ   อ่านเพิ่มเติม ทำไมสัตว์น้ำใต้ทะเลลึกจึงมักมีสีดำ?

ฟอสซิลเก่าแก่เผยต้นกำเนิดของซอโรพอด

ผลการค้นพบฟอสซิลนี้สั่นสะเทือนทฤษฎีวิวัฒนาการของไดโนเสาร์ เมื่อหลักฐานใหม่บ่งชี้ว่าไดโนเสาร์ยักษ์อย่างซอโรพอดถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกเร็วกว่าที่เคยคิดกันไว้