การทดลองว่าด้วยความอิจฉา - National Geographic Thailand

การทดลองว่าด้วยความอิจฉา

การทดลองว่าด้วยความอิจฉา

มาชมการทดลองน่ารักๆ เกี่ยวกับความอิจฉาริษยากันว่าความรู้สึกดังกล่าวจะแตกต่างกันหรือไม่ในสมองของมนุษย์และสุนัข โดยมีผู้เข้าร่วมการทดลองคือเด็กวัยหัดเดิน, ผู้ปกครองของพวกเขา, ลูกสุนัข และเจ้าของของพวกมัน

กระบวนการทดลองเริ่มต้นด้วยการให้เด็กๆ เล่นกับแม่ของพวกเขาในห้อง จากนั้นให้แม่ของพวกเขาเริ่มละความสนใจจากหนูน้อยไปยังกิจกรรมอย่างอื่นแทนเช่น การคุยโทรศัพท์ หรือการอ่านหนังสือ ผลปรากฏเด็กๆ ดูไม่ใส่ใจเท่าไหร่นักว่าแม่ของพวกเขากำลังเพ่งความสนใจไปกับอะไร ทีนี้ลองเปลี่ยนเป็นตุ๊กตาที่มีหน้าตาคล้ายคลึงกับเด็กทารกดูบ้างเห็นได้ชัดว่าเด็กๆ แสดงออกซึ่งความอิจฉาชัดเจน และหนึ่งในนั้นเข้าทำร้ายตุ๊กตาเสียด้วยซ้ำ

มาที่ลูกสุนัขกันบ้าง พวกมันไม่สนใจเช่นกันเมื่อเจ้าของให้ความสนใจกับสิ่งไม่มีชีวิต แต่เมื่อเจ้าของอุ้มตุ๊กตาสุนัขตัวใหม่เข้ามา เจ้าสุนัขก็เริ่มเห่า และกัดไปที่ตุ๊กตา

เหตุใดทั้งเด็กๆ และลูกสุนัขจึงเป็นกังวลมากขนาดนี้ว่าตนจะไม่ได้รับความสนใจ นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า “ความอิจฉาริษยา” เป็นส่วนหนึ่งของวิวัฒนาการที่ติดตัวมากับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่จำต้องพึ่งพาการดูแลของพ่อแม่ในวัยเด็ก ดังนั้นแล้วหากคุณได้รับความใส่ใจอย่างเต็มที่ก็เป็นหลักประกันได้อย่างแน่นอนว่าคุณจะรอดชีวิตและมีโอกาสได้เติบโต

 

อ่านเพิ่มเติม

ทดลองให้ปลาไหลไฟฟ้าช็อต เพื่อวิทยาศาสตร์

เรื่องแนะนำ

เฮอร์ริเคนมีผลต่อการคัดเลือกทางธรรมชาติในกิ้งก่า

เฮอร์ริเคนมีผลต่อการคัดเลือกทางธรรมชาติในกิ้งก่า เหตุใดเจ้ากิ้งก่าเหล่านี้จึงถูกนำมาเกาะอยู่บนเสา แล้วถูกเป่าด้วยลมแรงจากเครื่องเป่าใบไม้? นี่อาจดูเหมือนการรังแกสัตว์ แต่แท้จริงแล้วทีมนักวิทยาศาสตร์กำลังทดลองอะไรบางอย่าง… ก่อนที่เฮอร์ริเคนเออร์มา กับเฮอร์ริเคนมารีอาจะเข้าพัดถล่มหมู่เกาะแคริบเบียนในปี 2017 นักวิทยาศาสตร์เดินทางไปที่หมู่เกาะ Turks และหมู่เกาะ Caicos เพื่อศึกษาเกี่ยวกับกิ้งก่าโดยเฉพาะ พวกเขารวบรวมกิ้งก่าอาโนล์จำนวนหนึ่ง และจับพวกมันเข้าร่วมการทดลอง โดยใช้เครื่องเป่าใบไม้จำลองสถานการณ์ว่ากำลังเกิดเฮอร์ริเคนขึ้น เพื่อสังเกตปฏิกิริยาของกิ้งก่า จากการทดลองทีมนักวิทยาศาสตร์พบว่า กิ้งก่าที่มีอุ้งตีน และขาหน้าที่ยาวกว่า มีโอกาสที่จะรอดชีวิตจากเฮอร์ริเคนได้มากกว่า เนื่องจากพวกมันมีความสามารถในการเกาะเกี่ยวเสาได้ดีกว่ากิ้งก่าทั่วไป สิ่งที่เกิดขึ้นนี้บ่งชี้ว่าภัยพิบัติทางธรรมชาติกลายมาเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันให้เกิด “การคัดเลือกทางธรรมชาติ” ของกิ้งก่าเหล่านี้เข้า (กิ้งก่าที่มีอุ้งตีนเล็ก ขาหน้าสั้นไม่สามารถรอดชีวิตจากพายุได้จึงล้มตายไปในที่สุด) ทั้งนี้ในการศึกษาครั้งต่อๆ ไป ทีมนักวิทยาศาสตร์ตั้งใจหาคำตอบเพิ่มเติมว่าภัยพิบัติอื่นๆ เช่น น้ำท่วม ดินถล่ม จะมีผลต่อวิวัฒนาการของสัตว์อย่างไรบ้าง   อ่านเพิ่มเติม ฟอสซิลรอยเท้าเก่าแก่ที่สุดของการวิ่งสองขาในกิ้งก่า

ความรู้ประจำวัน: มหาสมุทรบนดาวอังคารหายไปไหน?

ความรู้ประจำวัน: มหาสมุทรบนดาวอังคารหายไปไหน? ภาพความแห้งแล้งของดาวเคราะห์สีแดงคือภาพที่คุ้นตาของดาวอังคาร แต่ย้อนกลับไปราว 3,500 ล้านปีก่อนดาวอังคารปกคลุมด้วยมหาสมุทร และมีชั้นบรรยากาศที่อบอุ่นไม่ต่างจากโลกของเรา เมื่อ 4,500 ล้านปีก่อน ในช่วงเวลาที่ระบบสุริยะจักรวาลของเราถือกำเนิดขึ้น โลกและดาวอังคารก่อตัวขึ้นพร้อมๆ กันด้วยสารประกอบเดียวกันอย่าง คาร์บอน ไนโตรเจน ออกซิเจน แต่สิ่งหนึ่งที่ต่างกันก็คือขนาด หากเทียบกันแล้วดาวอังคารมีขนาดเพียงลูกซอฟต์บอลเท่านั้น ในขณะที่โลกมีขนาดเท่าลูกโบว์ลิ่ง นั่นทำให้กว่าที่ดาวเคราะห์ทั้งสองดวงจะเย็นตัวลงนั้นต้องใช้เวลาที่ต่างกันมาก และเมื่อดาวอังคารเย็นตัวลงแล้ว โลกของเรายังเต็มไปด้วยหินร้อนหลอมละลายอยู่เลย อีกหนึ่งความแตกต่างก็คือดาวอังคารไม่มีสนามแม่เหล็กที่คอยปกป้องตัวมันเช่นโลก นั่นทำให้ลมสุริยะจากดวงอาทิตย์ปะทะเข้ากับดาวอังคารตลอดเวลาและพัดพาเอาโมเลกุลขนาดเล็กออกไป จึงทำให้ดาวอังคารค่อยๆ สูญเสียมหาสมุทรไปเรื่อยๆ จนเวลาผ่านไปหลายล้านปี ในที่สุดดาวอังคารก็มีสภาพดังที่เราเห็นในปัจจุบัน   อ่านเพิ่มเติม จำลองการใช้ชีวิตบนดาวอังคาร

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2018 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.