การทดลองว่าด้วยความอิจฉา - National Geographic Thailand

การทดลองว่าด้วยความอิจฉา

การทดลองว่าด้วยความอิจฉา

มาชมการทดลองน่ารักๆ เกี่ยวกับความอิจฉาริษยากันว่าความรู้สึกดังกล่าวจะแตกต่างกันหรือไม่ในสมองของมนุษย์และสุนัข โดยมีผู้เข้าร่วมการทดลองคือเด็กวัยหัดเดิน, ผู้ปกครองของพวกเขา, ลูกสุนัข และเจ้าของของพวกมัน

กระบวนการทดลองเริ่มต้นด้วยการให้เด็กๆ เล่นกับแม่ของพวกเขาในห้อง จากนั้นให้แม่ของพวกเขาเริ่มละความสนใจจากหนูน้อยไปยังกิจกรรมอย่างอื่นแทนเช่น การคุยโทรศัพท์ หรือการอ่านหนังสือ ผลปรากฏเด็กๆ ดูไม่ใส่ใจเท่าไหร่นักว่าแม่ของพวกเขากำลังเพ่งความสนใจไปกับอะไร ทีนี้ลองเปลี่ยนเป็นตุ๊กตาที่มีหน้าตาคล้ายคลึงกับเด็กทารกดูบ้างเห็นได้ชัดว่าเด็กๆ แสดงออกซึ่งความอิจฉาชัดเจน และหนึ่งในนั้นเข้าทำร้ายตุ๊กตาเสียด้วยซ้ำ

มาที่ลูกสุนัขกันบ้าง พวกมันไม่สนใจเช่นกันเมื่อเจ้าของให้ความสนใจกับสิ่งไม่มีชีวิต แต่เมื่อเจ้าของอุ้มตุ๊กตาสุนัขตัวใหม่เข้ามา เจ้าสุนัขก็เริ่มเห่า และกัดไปที่ตุ๊กตา

เหตุใดทั้งเด็กๆ และลูกสุนัขจึงเป็นกังวลมากขนาดนี้ว่าตนจะไม่ได้รับความสนใจ นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า “ความอิจฉาริษยา” เป็นส่วนหนึ่งของวิวัฒนาการที่ติดตัวมากับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่จำต้องพึ่งพาการดูแลของพ่อแม่ในวัยเด็ก ดังนั้นแล้วหากคุณได้รับความใส่ใจอย่างเต็มที่ก็เป็นหลักประกันได้อย่างแน่นอนว่าคุณจะรอดชีวิตและมีโอกาสได้เติบโต

 

อ่านเพิ่มเติม

ทดลองให้ปลาไหลไฟฟ้าช็อต เพื่อวิทยาศาสตร์

เรื่องแนะนำ

‘ตลาดสด อู่ฮั่น ‘ คือจุดเริ่มต้นแพร่ระบาดของเชื้อ โควิด-19 จริงหรือไม่

มีผู้เชี่ยวชาญหลายคนที่ถกเถียงกันว่าต้นเหตุของโควิด-19 มิได้มาจากตลาดสด อู่ฮั่น เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงปัญหาที่ใหญ่กว่าอย่างการทำฟาร์มสัตว์ป่าที่มีการควบคุมอย่างย่ำแย่ อู่ฮั่น , จีน – “ผมขนลุกทุกครั้งที่ผมขับรถผ่านที่นี่เลยครับ” คนขับแท็กซี่พูดขึ้นขณะเขาจอดรถใกล้กับตลาดขายส่งอาหารทะเลหัวหนานในอู่ฮั่น ตลาดสดซึ่งเป็นทั้งแหล่งขายและเชือดสัตว์ปีกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมแห่งนี้คือสถานที่ที่ผู้ป่วยโควิด-19 คนแรกๆ ทำงานหรือมาเยือนก่อนจะเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเมื่อเดือนธันวาคม 2019 “หัวหนานกลายเป็นเหมือนภาพจำของโรคนี้ไปแล้วครับ” เขากล่าว ตลาดสดแห่งนี้ถูกกำหนดเป็นเขตหวงห้ามตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2020 และถูกแช่แข็งใต้กาลเวลาเบื้องหลังกำแพงสีน้ำเงินขนาดยักษ์ ด้านใน แผงร้านค้าและสิ่งของต่างๆ ถูกปล่อยทิ้งร้าง ข้อความว่า “สดๆ เป็นๆ” ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นคำจำกัดความของสินค้าในตลาดแห่งนี้ ถูกเขียนอยู่บนป้ายโฆษณาป้ายหนึ่ง ขณะที่โลกกำลังเข้าสู่ปีที่สามของการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ต้นกำเนิดที่แน่ชัดของไวรัส SARS-CoV-2 ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคและบทบาทของตลาดหัวหนานในการจุดประกายการแพร่ระบาดยังคงเป็นที่ถกเถียงอย่างเผ็ดร้อน แม้เหล่าผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่มีความเห็นตรงกันว่าการอุบัติของโควิด-19 เกิดจากการแพร่เชื้อจากสัตว์สู่คน (zoonotic spillover) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อมนุษย์ได้รับเชื้อโรคซึ่งแพร่มาจากสัตว์ป่า แต่ปริศนาว่าเป็นเวลาใดและที่ใดกันแน่ที่ตัวเชื้อเริ่มการแพร่ระบาดดังกล่าวนั้นยังไม่เป็นที่แน่ชัด การระบุอย่างเจาะจงว่าการแพร่เชื้อเกิดขึ้นที่ใดนั้นจะเป็นประโยชน์ไม่เพียงแค่สำหรับแวดวงวิชาการ แต่ “มันส่งผลสำคัญสำหรับการจัดวางนโยบาย” ที่จะช่วยหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงและหวังว่าจะป้องการการระบาดใหญ่ทั่วโลกครั้งต่อไปได้ Roger Frutos นักวิทยาไวรัสประจำมหาวิทยาลัย Montpellier ในฟรั่งเศส กล่าว เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทีมนักวิจัยนานาชาติได้ตีพิมพ์งานวิจัยสองชิ้นซึ่งมีข้อสรุปตรงกันว่าตลาดหัวหนานคือจุดศูนย์กลางของการระบาดใหญ่ทั่วโลกครั้งนี้ลงในวารสาร Science โดยบ่งชี้ว่า SARS-CoV-2 […]

เสียงน้ำหยดมาจากไหน?

เสียงน้ำหยดมาจากไหน? หนึ่งในเสียงที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ ในขณะเดียวกันก็สร้างความน่ารำคาญใจไม่น้อยให้แก่ใครหลายคนคือ “เสียงน้ำหยด” และขณะนี้นักวิทยาศาสตร์สามารถอธิบายได้แล้วว่าเสียงหยดติ๋ง ติ๋ง นั้นมีที่มาจากอะไร? ทีมนักฟิสิกส์และวิศวกรจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ของสหราชอาณาจักรใช้กล้องถ่ายวิดีโอความเร็วสูง และไมโครโฟนที่มีความไวมากเป็นพิเศษเพื่อบันทึกภาพสโลว์โมชั่นและเสียงขณะที่น้ำกำลังหยด ผลการวิจัยพบว่าแท้จริงแล้วเสียงติ๋งของน้ำนั้นเกิดขึ้นเมื่อหยดน้ำกระทบกับผิวของน้ำและเด้งกลับขึ้นมาเนื่องจากแรงตึงผิว และในเวลานั้นเองเกิดการสั่นสะเทือนของฟองอากาศส่งผลให้มีเสียง “ติ๋ง” เกิดขึ้น ผลการค้นพบครั้งนี้ช่วยชี้ให้เห็นว่าเสียงน้ำหยดไม่ได้เกิดขึ้นเมื่อหยดน้ำกระทบกับผิวน้ำดังที่เคยเข้าใจกันมา…   อ่านเพิ่มเติม 9 เทคโนโลยีเปลี่ยนโลกของอีลอน มัสก์ เศรษฐีนักประดิษฐ์

แรงเสียดทาน และการประยุกต์ใช้

แรงเสียดทาน ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญในการประดิษฐ์และสร้างสรรค์สิ่งของมากมายโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ หรือยานพาหนะต่างๆ ในอดีต แรงเสียดทาน (Friction) คือแรงต้านการเคลื่อนที่บนผิวสัมผัสที่เกิดขึ้นระหว่างวัตถุ หรือแรงที่ต้านทานการเคลื่อนที่ของวัตถุไปบนพื้นผิวสัมผัส ซึ่งส่งผลให้วัตถุดังกล่าวเคลื่อนที่ช้าลงหรือหยุดนิ่งไปในท้ายที่สุด ดังนั้น แรงเสียดทานจึงมีทิศทางตรงกันข้ามกับการเคลื่อนที่ของวัตถุ และมีขนาดขึ้นอยู่กับ ลักษณะของพื้นผิวสัมผัส และ แรงหรือน้ำหนัก ที่กระทำในลักษณะตั้งฉากต่อพื้นผิวดังกล่าว หากแรงกดตั้งฉากกับผิวสัมผัสมีขนาดมากเท่าใดย่อมส่งผลให้เกิดแรงเสียดทานมากขึ้นเท่านั้น ประเภทของ แรงเสียดทาน แรงเสียดทานจำแนกออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ แรงเสียดทานชนิดแห้ง (Dry Friction) คือแรงเสียดทานที่เกิดขึ้นจากการสัมผัสกันของวัตถุที่มีสถานะเป็นของแข็ง โดยแรงเสียดทานชนิดแห้งสามารถจำแนกออกเป็น 2 ชนิดย่อย คือ แรงเสียดทานสถิต (Static Friction) คือแรงเสียดทานที่เกิดขึ้นระหว่างผิวสัมผัสของวัตถุ ในสภาวะที่วัตถุได้รับแรงกระทำแล้วหยุดนิ่งอยู่กับที่ แรงเสียดทานจลน์ (Kinetic Friction) คือแรงเสียดทานที่เกิดขึ้นระหว่างผิวสัมผัสของวัตถุ ในสภาวะที่วัตถุได้รับแรงกระทำแล้วเกิดการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่ แรงเสียดทานในของไหล (Fluid Friction) คือแรงเสียดทานที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนที่ของวัตถุในของไหล (Fluid) หรือการเคลื่อนที่ของวัตถุในสสารที่มีสถานะเป็นของเหลวและก๊าซ เช่น ความต้านทานของอากาศที่กระทำต่อเครื่องบินหรือการต้านทานของน้ำที่กระทำต่อเรือ เป็นต้น แรงเสียดทานจากการหมุน (Rolling Friction) คือแรงเสียดทานที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนที่ของวัตถุทรงกลมหรือมีพื้นผิวกลมมนบนพื้นผิวสัมผัส เช่น […]

กินไข่ไก่เท่าใดต่อวันถึงจะพอดี

เราไม่ควรกินไข่มากกว่า 1½ ฟองต่อวัน ขอบคุณภาพจาก https://www.webmd.com/food-recipes/ss/slideshow-eggs-6-ways ผู้เข้าร่วมวิจัยที่รับประทาน ไข่ไก่ 1½ ฟองทุกวันมีโอกาสเป็นโรคหัวใจเพิ่มขึ้นร้อยละ 17 เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่ได้ทานเลย นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าตัวการสำคัญใน ไข่ไก่ คือคอเลสเตอรอลที่พบในไข่แดง ซึ่งคอเลสเตอรอลนี้สามารถพบเจอได้ในอาหารชนิดอื่นๆ เช่น หอย ผลิตภัณฑ์นม และเนื้อแดง คนวัยผู้ใหญ่ที่รับประทานไข่ไก่ 1½ ฟองต่อวันจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจมากกว่าคนที่ไม่ได้ทานไข่ไก่ งานวิจัยชี้ว่า ยิ่งรับประทานไข่ไก่มากเท่าไหร่ ความเสี่ยงก็ยิ่งเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น โดยงานวิจัยนี้มุ่งเน้นไปที่ไข่ไก่ ซึ่งเป็นอาหารที่เต็มไปด้วยคอเลสเตอรอลที่พวกเราคุ้นเคยกันมากที่สุด แน่นอนว่าไข่ไก่ก็ยังคงเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่ควรจะรับประทานให้น้อยกว่าจำนวนไข่ไก่ที่ชาวอเมริกันรับประทานโดยเฉลี่ยจะดีกว่า อย่างไรก็ตาม การศึกษานี้ยังคงมีทั้งข้อจำกัดและข้อขัดแย้งกับงานวิจัยที่ก่อนหน้านี้ ซึ่งก่อให้เกิดข้อถกเถียงเกี่ยวกับไข่ไก่มาอย่างยาวนาน โดยผลวิจัยใหม่นี้ได้เผยแพร่ทางออนไลน์ในวารสารสมาคมแพทย์อเมริกัน นักวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ไฟน์เบิร์ก มหาวิทยาลัยนอร์ธเวสต์เทิร์น และจากที่อื่นๆ ได้รวบรวมผลการวิจัยจากงานศึกษาก่อนหน้า และวิเคราะห์ข้อมูลการรับประทานอาหารรายวันของผู้ใหญ่ชาวอเมริกันราวสามหมื่นคนโดยคร่าวๆ โดยนักวิจัยได้คำนวณว่าผู้ที่รับประทานคอเลสเตอรอล 300 มิลลิกรัมต่อวัน หรือไข่ไก่จำนวน 1½ ฟอง มีโอกาสเป็นโรคหัวใจเพิ่มขึ้น ร้อยละ 17 มากกว่าผู้ที่ไม่ได้ทานเลย โดยไข่ไก่ 1 ฟองจะมีปริมาณคอเลสเตอรอลราว 186 มิลลิกรัม นอกจากนี้ มีคำแนะนำว่าการทานคอเลสเตอรอลจำนวนเล็กน้อยยังเป็นเรื่องที่ดี […]