โลกอนาคต : หรือนี่คือโฉมหน้าของเมืองในอีกร้อยปีข้างหน้า - National Geographic Thailand

โลกอนาคต : หรือนี่คือโฉมหน้าของเมืองในอีกร้อยปีข้างหน้า

โลกอนาคต : หรือนี่คือโฉมหน้าของเมืองในอีกร้อยปีข้างหน้า

ลองนึกภาพโลกอนาคต เวลาเดินหน้าไปสู่ปี ค.ศ. 2121  บ้านบนเสาสูงในกรุงพนมเปญอยู่เหนือแปลงพืชผักในเขตเมืองที่อาศัยน้ำจากแม่น้ำโขง นครเอเธนส์ปลอดจากหมอกควันหลังห้ามใช้รถยนต์ และครอบครัวในกรุงโตเกียวอาศัยอยู่บ้านที่สามารถป้องกันรังสีจากนิวเคลียร์ ส่วนที่เมืองกรีนวิลล์ รัฐเซาท์แคโรนา บ้านเรือนที่อยู่นอกสายส่งไฟฟ้าใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ และอาศัยแหล่งน้ำจากน้ำฝน

ภาพเมืองแห่งโลกอนาคตเหล่านี้มาจากแนวคิดของอแลน มาร์แชลล์ อาจารย์คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ด้วยความช่วยเหลือจากนักศึกษาทั่วโลก มาร์แชลล์นึกภาพว่าเมืองที่สามารถปรับตัวและรับมือภัยคุกคามด้านสิ่งแวดล้อมในศตวรรษหน้าได้จะมีหน้าตาอย่างไร เขารวบรวมภาพในจินตนาการเหล่านั้นไว้ในหนังสือ Ecotopica 2121 ซึ่งตีพิมพ์ในโอกาสครบรอบ 500 ปีที่โทมัส มอร์ นักเขียนชาวอังกฤษ เขียนถึงดินแดนอุดมคติในหนังสือ Utopia ของเขา มาร์แชลล์บอกว่า “แรงกระตุ้นจากแนวคิดยูโทเปียมีอยู่ว่า สิ่งต่างๆสามารถเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นได้ครับ”

โลกอนาคต
ภาพโลกอนาคตของกรุงอักกรา เมืองหลวงของกานา อุทกภัยทำลายล้างเขตเมืองทิ้งร่องรอยให้เห็น ในป่าที่อยู่ใกล้ๆ ผู้คนพากันสร้างบ้านต้นไม้เพื่อให้สูงเหนือน้ำ

โครงการ Ecotopia เกิดจากความกังวลที่มาร์แชลล์มีต่อบ้านเกิดในเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งเผชิญเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงหลายครั้ง  การออกแบบที่คำนึงถึงภัยพิบัติในโลกอนาคตอาจเป็นทางรอดของเมือง เขานึกสงสัยว่าจะเป็นอย่างไรหากผู้คนที่นั่นเลือกอาศัยอยู่ในอาคารบ้านเรือนเตี้ยๆ แบบที่เห็นในภาพยนตร์ ฮอบบิต แทนที่จะเป็นอพาร์ตเมนต์บนตึกระฟ้า “เราใช้แฟนตาซีกระตุ้นให้คนฉุกคิดต่างออกไปครับ” มาร์แชลล์บอก

หลังทำงานโดยมุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาอยู่หลายปี มาร์แชลล์ก็รู้สึกมั่นใจมากขึ้นว่า สังคมในโลกอนาคตน่าจะสามารถหลีกเลี่ยงหายนะได้  อย่างไรก็ตาม  เขาจะสำรวจความเป็นไปได้บนสมมุติฐานเลวร้ายที่สุด (Worst-case scenario) ที่อาจเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน นั่นคือสิ่งที่เขาจะทำในโครงการ “Frankencities”  ซึ่งเป็นโครงการต่อไปของเขา

เรื่อง นีนา สตรอคลิก

รูปประกอบ อแลน มาร์แชลล์ และจูเซ็ปเป ปารีซี

โลกอนาคต
บอลลูนไฮโดรเจนช่วยพยุงบ้านเรือนชาวชาวสิงคโปร์ให้อยู่เหนือระดับทะเลที่สูงขึ้น เมืองที่สร้างขึ้นตามแนวคิดสถานีอวกาศนี้มีระบบนิเวศเป็นเอกเทศที่สามารถรีไซเคิลอากาศกับน้ำ และปลูกพืชอาหารเลี้ยงตนเอง

 

อ่านเพิ่มเติม

โลกไซเบอร์ : เมื่อเราถูกจับตามองมากขึ้นเรื่อยๆ

เรื่องแนะนำ

13 สิ่งที่ทำให้กำเนิดชีวิตขึ้นบนโลก

13 สิ่งที่ทำให้กำเนิดชีวิตขึ้นบนโลก โลกเป็นดาวเคราะห์ซึ่งมีความพร้อมและอยู่ในที่อันเหมาะสมในระบบสุริยะและดาราจักรสำหรับรองรับชีวิตชนิดที่เรารู้จัก โลกของเราเป็นผลผลิตของการก่อสร้างระดับจักรวาลยาวนานราว 4,600 ล้านปี และเต็มไปด้วยชีวิตเพราะสภาพหลายอย่างเป็นใจ จากองค์ประกอบทางเคมีในแก่นโลกที่เหมาะสมที่สุดไปจนถึงระยะที่ปลอดภัยจากหลุมดำซึ่งซ่อนอยู่ ณ ใจกลางดาราจักรของเรา จุดเริ่มต้นจากหินประหลาดก้อนหนึ่ง 1.ดาวเคราะห์ของเรานำคาร์บอนหมุนเวียนกลับมาใหม่ตลอดเวลา คาร์บอนไดออกไซด์เป็นหนึ่งในบรรดาแก๊สเรือนกระจกที่กักความร้อนและรักษาพื้นผิวโลกให้อบอุ่นพอต่อการเอื้อแก่ชีวิต ต่างจากพื้นผิวที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงของดาวศุกร์และดาวอังคารที่เพียงแค่เก็บคาร์บอนไว้ในอากาศและหิน แต่สำหรับโลกเป็นเวลาหลายล้านปีมาแล้วที่โลกหมุนเวียนธาตุสำคัญธาตุนี้อย่างมีพลวัตสู่อากาศ พื้นดินและทะเล ด้วยความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นตลอดเวลาจากการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก 2.เรามีชั้นโอโซนคอยกั้นรังสีมรณะ สิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์คล้ายพืชในมหาสมุทรช่วยเติมออกซิเจนในบรรยากาศ และสร้างชั้นโอโซนในระดับสูงที่ปกป้องชนิดพันธุ์สัตว์บกรุ่นแรกๆ จากรังสีมรณะ 3.เรามีดวงจันทร์ขนาดใหญ่ช่วยบังคับแกนโลกให้ไม่ส่ายมาก แกนโลกมีความเอียงเมื่อเทียบกับดวงอาทิตย์ และหมุนด้วยอาการส่ายไปส่ายมาเล็กน้อย ซึ่งทำให้ภูมิอากาศเปลี่ยนจากร้อนเป็นเย็นเยือกทุก 41,000 ปี และอาจแปรปรวนมากขึ้น ถ้าไม่มีดวงจันทร์คอยกำกับให้เสถียรได้ขนาดนี้ 4.พื้นผิวหลากหลายของโลกรองรับรูปแบบชีวิตได้มากมาย ผลกระทบรุนแรงจากการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกก่อเกิดถิ่นอาศัยบนพื้นผิว และลักษณะภูมิประเทศที่แตกต่างกันมากมาย ซึ่งกระตุ้นให้ต้องปรับตัว ชีวิตจึงเกิดความหลากหลายและรอดพ้นจากการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่หลายครั้ง 5.สนามแม่เหล็กของเราหักเหพายุสุริยะ แสงเหนือใต้อันเรืองรองด้วยอนุภาคมีประจุจากดวงอาทิตย์ คือภาพมหัศจรรย์ที่เตือนว่าเรามีสนามแม่เหล็กซึ่งสามารถหักเหรังสีอันตรายและการปะทุจากดวงอาทิตย์ได้เกือบทั้งหมด ไม่ร้อนเกินไปหรือเย็นเกินไป ไม่ใช่ว่าดาวเคราะห์ทุกดวงจะเอื้อต่อชีวิตชนิดที่เรารู้จัก แม้ระบบสุริยะจะมีดาวเคราะห์ก่อตัวขึ้นถึงแปดดวง แต่โลกเป็นเพียงดวงเดียวที่เรารู้ว่าชีวิตเกิดขึ้นและรุ่งเรืองได้ การมีส่วนผสมถูกต้องมารวมกันในบริเวณถูกต้องรอบดาวที่สงบและอบอุ่นดูเหมือนเป็นเรื่องสำคัญในการสร้างพิภพที่เอื้อต่อการดำรงอยู่ของชีวิต 6.เราอยู่ในระยะห่างที่ถูกต้องจากดวงอาทิตย์พอดี โลกโคจรอยู่ในเขตที่เอื้อต่อชีวิต คือไม่ใกล้เกินไปและไม่ไกลเกินไปจากดวงอาทิตย์ น้ำจึงยังคงสถานะของเหลวอยู่บนพื้นผิวได้ เปรียบเทียบกับดาวพุธ ดาวเคราะห์ดวงนี้เล็กเกินกว่าจะมีชั้นบรรยากาศไว้ปกป้อง และใกล้ดวงอาทิตย์เกินกว่าน้ำในสถานะของเหลวจะคงอยู่บนพื้นผิว 7.เราอยู่ในระยะปลอดภัยจากดาวเคราะห์แก๊สยักษ์ ถ้าวงโคจรของดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ที่สุดของระบบสุริยะอยู่ใกล้กว่านี้ แรงดึงดูดจากความโน้มถ่วงมหาศาลของดาวเหล่านั้นอาจทำให้ระยะห่างจากโลกถึงดวงอาทิตย์เกิดความผันผวนจนถึงขั้นหายนะ 8.ดวงอาทิตย์เป็นดาวเสถียรอายุยืน ดาวที่มีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์เผาไหม้ได้ร้อนกว่า และมักอยู่ไม่นานพอให้ดาวเคราะห์พัฒนาชีวิตขึ้นทัน […]

“ถ้ำ” สถานที่ฝึกทีมเวิร์คของนักบินอวกาศ

เครือข่ายถ้ำที่ยาวเหยียดและสลับซับซ้อนในอิตาลี คือสถานที่ที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการฝึกฝนให้นักบินอวกาศเรียนรู้ถึงวิธีการทำงานร่วมกันก่อนภารกิจสำรวจโลกใหม่จะเกิดขึ้นจริงในอนาคต

เหยื่อจ๋าระวังให้ดี!! ปลาแลมป์เพรย์ แวมไพร์กระหายเลือดแห่งโลกใต้น้ำ

คำเตือน!! โปรดระวังปลาแลมป์เพรย์ให้ดี ในขณะที่คุณไปเที่ยวลำธาร หรือแหล่งน้ำต่างๆ ถ้าคุณไม่อยากเป็นเหยื่อผู้โชคร้ายของแวมไพร์กระหายเลือดแห่งโลกใต้น้ำชนิดนี้