แคเทอรีน จอนสัน: หญิงสาวผู้อยู่เบื้องหลังการแข่งขันทางอวกาศ - NGThai.com

แคเทอรีน จอนสัน: หญิงสาวผู้อยู่เบื้องหลังการแข่งขันทางอวกาศ

แคเทอรีน จอนสัน: หญิงสาวผู้อยู่เบื้องหลังการแข่งขันทางอวกาศ

เด็กหญิงผู้เติบโตขึ้นในชนบทของเวสเวอร์จิเนีย แคเทอรีน  จอนสัน [Katherine Johnson] รักการนับเลข เธอนับทุกอย่าง ไม่ว่าจะแต่ละก้าวที่เดินจากบ้านไปยังถนน หรือจำนวนจานที่เธอล้าง เธอเริ่มเรียนมัธยมปลาย ตอนอายุเพียง 10 ขวบ โดยเลือกเรียนทุกวิชาที่เกี่ยวกับปริมาณ และเรียนจบมหาวิทยาลัย สาขาคณิตศาสตร์ ตอนอายุ18 ปี

ความสามารถของเธอนั้นถูกบันทึกลงในภาพยนตร์เรื่องล่าสุดที่ชื่อว่า Hidden Figures ซึ่งได้ช่วยให้สหรัฐชนะการแข่งขันทางอวกาศ โดยการส่งมนุษย์ขึ้นไปยังดวงจันทร์ได้สำเร็จ

แต่ในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20 จอนสันถูกกักกั้นไว้ด้วยเชื้อชาติและเพศของเธอ ด้วยกฎหมายที่กีดกันชาวแอฟริกัน-อเมริกันในขณะนั้น ด้วยทางเลือกที่จำกัด จอนสันทำงานเป็นครูสอนคณิตศาสตร์ ภาษาฝรั่งเศส และดนตรีในโรงเรียนเปิดเวอร์จิเนียร์ เธอกล่าวว่านั่นเป็นสิ่งที่ชัดเจนที่สุดสำหรับความสามารถของเธอ

จากนั้น ในปี 1953 ศูนย์วิจัยแลงเลย์ในเวอร์จิเนีย มีกลุ่มคนเล็ก ๆ ที่เรียกตัวเองว่า “มนุษย์คอมพิวเตอร์” เรียกตัว จอนสัน เข้าทำงาน อาชีพนักคอมพิวเตอร์เชิงกลศาสตร์ในห้องวิจัยเพิ่งเป็นที่รู้จัก เพื่อที่จะทำงานในการคำนวณอันซับซ้อน  ศูนย์วิจัยต้องการคนหัวไวและเชี่ยวชาญในตัวเลข  ตามห้องวิจัยการบินทั่วประเทศ

จอนสันเข้ารับตำแหน่งงานในฐานะนักคอมพิวเตอร์ที่แลงเลย์ และอยู่ภายใต้การกำกับของ โดโรธี โวกัน ผู้หญิงอเมริกันผิวสีคนแรกที่ควบคุมศูนย์ the center’s cadre of human calculators  ซึ่งในนั้นรวมทั้ง แมรี่ แจ๊คสัน ผู้ซึ่งเป็นวิศวกรหญิงแอฟริกัน-อเมริกันคนแรก ของนาซา

เพียงสองอาทิตย์หลังจากนั้น จอนสันถูกย้ายไปอยู่ในแผนกวิจัยการบิน ซึ่งเธอและเพื่อนร่วมงานได้รับมอบหมายงานที่จะช่วยนาซาในการแข่งขันกับสหภาพโซเวียต ซึ่งได้ส่งสปุตนิกหนึ่งไปในปี 1957  และต่อมาในปี 1961 โซเวียตได้ส่งยูริ กาการิน มนุษย์คนแรกไปสู่อวกาศ

ในปี 1961 จอนสันได้คำนวนและร่างวิถีวงโคจรของแคปซูลอวกาศที่จะส่งออกไปนอกโลก ในปีต่อมา จอนสันคำนวนและร่างเส้นทางนักบินอวกาศ จอน เกลน หลังจากวนอยู่ในวงโคจรสามครั้ง ตัวเซฟตี้ของเกลนหลุดออก ตามรายงานเขาไม่ประสงค์ที่จะเดินทางกลับจนกระทั่ง จอนสันตรวจสอบผลการคำนวนของหุ่นยนตร์คำนวนตัวใหม่

ในปี 1969 จอนสันช่วยส่ง อะพอลโล 11 ไปยังดวงจันทร์ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดของเธอ จอนสันปลดเกษียณจากนาซาในปี 1986 และมากกว่าทศวรรษ ของการทำงาน เธอมีส่วนร่วมในทุกโครงการอวกาศ รวมทั้งโปรแกรมกระสวยอวกาศ ในปี 2015 ประธานาธิปดีโอบามา ได้มอบเหรียญเกียรติยศให้แก่จอนสัน วัย 97 ปี

แต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ง่ายเช่นนั้น

ในขณะที่จอนสันเริ่มคำนวณวิถีโคจรของท้องฟ้า การเคลื่อนไหวในสิทธิพลเมืองยังคงมีแรงเหวี่ยง และกลุ่มของนักคอมพิวเตอร์หญิงซึ่งมี โวกัน เป็นผู้นำ ถูกทิ้งให้โดดเดี่ยวภายในห้องซึ่งมีป้ายติดเอาไว้ว่า นักคอมพิวเตอร์ผิวสี  แต่ทว่าแลงเลย์ไม่ได้เพียงแค่ตระหนักได้ถึงความสามารถซึ่งขึ้นอยู่กับทักษะเฉพาะตัวของของผู้หญิงเหล่านี้ แต่ยังไว้วางใจพวกเขาด้วยชีวิตของนักบินอวกาศ

“แลงเลย์ไม่ใช่ที่ปกติ”  บิล  บารีย์ หัวหน้าฝ่ายประวัติศาสตร์ของนาซากล่าว ที่นี่เต็มไปด้วยนักวิทยาศาสตร์และวิศวกร จากทั่วประเทศซึ่งสนใจในข้อมูลมากกว่าโครงสร้างทางสังคม แม้กระทั่งตอนนี้ จอนสัน โวกัน และ แจ๊คสัน ยังคงเป็นผู้หญิงต้นแบบที่ไต่ขึ้นจุดสูงสุดด้วยตัวของพวกเธอเองในการเป็นวิศวกรที่หาจับตัวได้ยากของนาซา

ผู้หญิงทุกวันนี้ โดยเฉพาะผู้หญิงที่เป็นชนกลุ่มน้อย ยังคงต่อสู้กับอคติในสนามของคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และวิศกรรมศาสตร์ และดิ้นรนที่จะพิสูจน์ว่าสติปัญญาของพวกเธอนั้นดีเท่ากับพวกผู้ชาย ซึ่งเป็นความจริงที่น่าท้อแท้ แต่ต้องมีใครสักคนที่จะเปลี่ยนมัน

เรื่อง นาเดีย  เดร็ก

 

อ่านเพิ่มเติม

ใครคือผู้หญิงที่มีอำนาจมากที่สุดในประวัติศาสตร์

เรื่องแนะนำ

ฟ้าผ่าเกิดจากอะไร เหตุใดนภาจึงกัมปนาท

หลายครั้งที่ได้ยินคำถาม ฟ้าผ่าเกิดจากอะไร เสียงเปรี้ยงปร้างดังสนั่น มีคำอธิบายอย่างไร “ ฟ้าผ่าเกิดจากอะไร ครับ ” หลานชายวัยกำลังหัดเจรจาของฉันไถ่ถามขึ้นมาระหว่างคืนฝนพรำและแสงแปลบปลาบวิ่งพล่านไปทั่วฟ้า ฉันนึกหาคำอธิบายอย่างง่ายที่สุดเพื่อให้เหมาะสมกับวัยของผู้ฟัง แต่ก็เป็นเรื่องยากเกินกว่าที่ตั้งใจไว้ ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า (Thunder) เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติซึ่งเกิดจากการเคลื่อนที่ของประจุอิเล็กตรอนภายในก้อนเมฆ หรือระหว่างก้อนเมฆกับก้อนเมฆ หรือเกิดขึ้นระหว่างก้อนเมฆกับพื้นดิน การเคลื่อนที่ขึ้นลงของกระแสอากาศ (updraft/downdraft) ภายในเมฆคิวมูโลนิมบัส ทำให้เกิดความต่างศักย์ไฟฟ้าในแต่ละบริเวณของก้อนเมฆและพื้นดินด้านล่าง เมื่อความต่างศักย์ไฟฟ้าระหว่างตำแหน่งทั้งสองที่มีค่าระดับหนึ่ง จะก่อให้เกิดสนามไฟฟ้าขนาดใหญ่ โดยมีประจุบวกอยู่ทางด้านบนของก้อนเมฆ ประจุลบอยู่ทางตอนล่างของก้อนเมฆ พื้นดินบางแห่งมีประจุบวก พื้นดินบางแห่งมีประจุลบ ซึ่งจะเหนี่ยวนำให้เกิดการเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้า ทำความรู้จักกับ “เมฆ” แต่ละประเภท การเกิดประจุไฟฟ้าในอากาศ เมื่อท้องฟ้าเต็มไปด้วยก้อนเมฆอันเกิดจากการควบแน่นของละอองน้ำในอากาศ และกระแสลมพัดให้เคลื่อนที่ไปบนท้องฟ้า โมเลกุลน้ำและโมเลกุลอากาศเกิดการเสียดสีกันขณะที่เมฆเคลื่อนตัวไปในอากาศ จึงเกิดประจุไฟฟ้าขึ้นในก้อนเมฆและทวีปริมาณมากขึ้น จนกระทั่งเกิดความต่างศักย์ระหว่างก้อนเมฆ ทำให้เกิดการถ่ายเทประจุระหว่างหรือภายในก้อนเมฆ หรือระหว่างก้อนเมฆและพื้นดิน หลักการเกิดฟ้าแลบ ฟ้าผ่า และฟ้าร้อง อธิบายได้ดังนี้ เมื่อประจุลบบริเวณฐานเมฆถูกเหนี่ยวนำเข้าหาประจุบวกที่อยู่ด้านบนของก้อนเมฆ ทำให้เกิดแสงสว่างในก้อนเมฆ หรือประจุไฟฟ้าลบบริเวณฐานเมฆก้อนหนึ่งถูกเหนี่ยวนำไปหาประจุบวกในเมฆอีกก้อนหนึ่ง จะมองเห็นสายฟ้าวิ่งข้ามระหว่างก้อนเมฆเรียกว่า “ฟ้าแลบ” เมื่อประจุลบบริเวณฐานเมฆถูกเหนี่ยวนำเข้าหาประจุบวกที่อยู่บนพื้นดิน ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าจากก้อนเมฆพุ่งลงสู่พื้นดินเรียกว่า “ฟ้าผ่า” ในทางกลับกัน ประจุลบที่อยู่บนพื้นดินถูกเหนี่ยวนำเข้าหาประจุบวกในก้อนเมฆ มองเห็นเป็นฟ้าแลบจากพื้นดินขึ้นสู่ท้องฟ้า เมื่อเกิดฟ้าแลบหรือฟ้าผ่า […]

NGT x SaySci Ep.16 “หลักการของเข็มทิศ”

เข็มทิศที่ใช้เพื่อการนำทางกลายเป็นของสะสมในยุคปัจจุบัน เนื่องจากการเข้ามาแทนที่ของเทคโนโลยีนำทางที่ล้ำสมัย ว่าแต่เคยสงสัยกันไหม เหตุใดเข็มบนหน้าปัดเข็มทิศจึงชี้ไปทางทิศเหนือตลอดเวลา? มาร่วมหาคำตอบไปพร้อมกัน

เชื้อก่อโรค (Infectious Agents)

เชื้อโรค หรือ เชื้อก่อโรค เป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรคในสิ่งมีชีวิต เชื้อก่อโรค (Infectious Agents) คือ ชื่อเรียกจุลินทรีย์ (Microorganisms) หรือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อาศัยร่างกายของสิ่งมีชีวิตอื่น เพื่อการเจริญเติบโตและการสืบเผ่าพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นพืช สัตว์ หรือมนุษย์ จุลินทรีย์เหล่านี้สามารถรุกรานเข้าไปภายในร่างกายของผู้ถูกอาศัยที่เรียกกันว่า “โฮสต์” (Host) ทำให้เกิดการติดเชื้อและก่อให้เกิดโรคที่อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต จุลินทรีย์บางชนิดยังสามารถอาศัยร่างกายของโฮสต์ส่งต่อหรือถ่ายทอดเชื้อโรค (Pathogens) ไปยังสิ่งมีชีวิตอื่นได้อีกด้วย ทั้งจากการสัมผัสกันโดยตรง ผ่านการหายใจร่วมกัน การปนเปื้อนไปในอาหารหรือน้ำดื่ม หรือแม้แต่การส่งเชื้อผ่านตัวกลางที่เรียกว่า “พาหะ” (Vector) ซึ่งนำไปสู่การแพร่ระบาดและการติดเชื้อเป็นบริเวณกว้าง นอกจากนี้ เชื้อโรคบางชนิดยังสามารถพัฒนาและวิวัฒนาการตนเองที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดข้ามสายพันธุ์ จากสัตว์ชนิดหนึ่งไปสู่สิ่งมีชีวิตชนิดอื่นได้โดยไม่ถูกจำกัดตามกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ เพราะการขาดภูมิคุ้มกัน เชื้อก่อโรคเหล่านี้ สามารถจำแนกออกเป็น 5 ประเภท คือ   ไวรัส (Virus) คือ สิ่งอนุภาคขนาดเล็กที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางราว 20 ถึง 400 นาโนเมตร ประกอบขึ้นจากองค์ประกอบที่สำคัญ 3 ส่วน คือ สารพันธุกรรม (Genetic Materials) หรือกรดนิวคลิอิก […]

ความอุดมสมบูรณ์ของดิน และการปรับปรุงดิน

ความอุดมสมบูรณ์ของดิน และการปรับปรุงดิน จำเป็นสำหรับการเพาะปลูกพืชของมนุษย์ ดิน (Soil) คือหนึ่งในทรัพยากรทางธรรมชาติที่สำคัญต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตทั้งหลายบนโลก เนื่องจากดินนับเป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตของพืช ซึ่งเป็นผู้ผลิตอาหารและแหล่งอาหารลำดับที่หนึ่ง ในระบบนิเวศ รวมถึงการเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย แหล่งกักเก็บน้ำ และยังเป็นรากฐานของการเพาะปลูกและการทำเกษตรกรรมของมนุษย์อีกด้วย มนุษย์จึงใช้ประโยชน์จาก ความอุดมสมบูรณ์ของดิน และเรียนรู้วิธีการปรับปรุงดินให้เหมาะสมกับพืชที่เพาะปลูก ดังนั้น ความอุดมสมบูรณ์ของดิน (Soil Fertility) ทั้งในด้านขององค์ประกอบ ชนิดและปริมาณของแร่ธาตุ รวมถึงสถานะของสารอาหารต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในดิน จึงนับเป็นตัวชี้วัดถึงผลิตภาพ (Soil Productivity) หรือความสามารถในการให้ผลผลิตของพืชอีกด้วย เมื่อธาตุอาหารในดินอยู่ในรูปที่พืชสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้โดยตรงมีปริมาณที่เหมาะสม พืชจึงสามารถเจริญเติบโตและให้ผลผลิตได้ดี ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของสมดุลภายในระบบนิเวศที่จำเป็นต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น ๆ แต่ในปัจจุบัน การเพาะปลูกและการทำเกษตรกรรมในรูปแบบอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เพื่อผลิตทั้งอาหารคนและอาหารสัตว์ รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อการพัฒนาในด้านต่าง ๆ ได้ส่งผลให้ความอุดมสมบูรณ์ของดินลดลง ดินในธรรมชาติเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านคุณสมบัติทางเคมี กายภาพ และชีวภาพ เช่น ปริมาณอินทรียวัตถุ (Organic Matter) ลดลง ส่งผลให้ความสามารถในการกักเก็บธาตุอาหารพืชของดินลดลง ดินมีความสามารถในการอุ้มน้ำลดลง ดินมีความเป็นกรด-ด่างเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการดูดซับธาตุอาหารของพืช เป็นต้น ในธรรมชาติ ดินนับเป็นแหล่งสะสมธาตุอาหารหลักของพืช มีแร่ธาตุถึง […]