“สัปดาห์ที่ผ่านมา National Geographic ฉบับภาษาไทย
ได้ไปสำรวจร่องสวน 230 ปี ที่ซ่อนอยู่กลางกรุง (ย่านบางกอกใหญ่)
เพื่อดูว่าในพื้นที่สีเขียวผืนนี้มีสิ่งมีชีวิตอะไรอาศัยอยู่บ้าง”
การสำรวจครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม Eco Patrol ที่ชวนคนเมืองออกมาทำความรู้จักธรรมชาติใกล้ตัว ผ่านกระบวนการแบบวิทยาศาสตร์พลเมือง (Citizen Science) ที่นำโดย รุจิระ มหาพรหม นักวิชาการด้านความหลากหลายทางชีวภาพจาก เพจบ้าธรรมชาติ ร่วมกับ CROSSs กลุ่มสถาปิกชุมชนคนรุ่นใหม่ ที่มารวมตัวกันเพื่อหาแนวทางการอนุรักษ์พื้นที่สีเขียวให้สามารถอยู่ร่วมกับการใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจของคนเมืองได้อย่างสมดุล
โดยพื้นที่ที่เราลงไปสำรวจในครั้งนี้ก็คือสวนลุงสรณ์ สวนเกษตรพอเพียงของปราชญ์ชาวบ้าน ย่านจรัญสนิทวงศ์ 13 ที่มีความสำคัญอย่างมากในฐานะ “พื้นที่ต้นแบบการเกษตรเมืองและแหล่งเรียนรู้วิถีชุมชนดั้งเดิม” ท่ามกลางการขยายตัวของสังคมเมืองในเขตฝั่งธนบุรี



ในการสำรวจครั้งนี้ นอกจากเราจะได้เรียนรู้เรื่องความสำคัญของพื้นฐานของร่องสวนและความหลากหลายทางชีวภาพในกรุงเทพฯแล้ว เรายังได้เรียนรู้วิธีเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การวางแปลงสำรวจ การจําแนกพันธุ์พืชและสัตว์ การเก็บตัวอย่างดิน นํ้า สภาพอากาศ การใช้แอปพลิเคชันสําหรับบันทึกข้อมูล
ซึ่งสิ่งมีชีวิตที่เราเก็บข้อมูลได้ในวันนี้ก็มีทั้ง นกกางเขนบ้าน นกอีแพรดคอขาว แมลงปอบ้านปีกกว้าง ตั๊กแตน รวมไปถึงสัตว์ผู้ล่าสูงสุดของระบบนิเวศในเมืองอย่างตัวเหี้ย ที่โผล่มาให้เห็นเพียงครู่เดียวก็จากไป แต่ถ้านับความหลากของชนิดพันธุ์พืชและสัตว์ที่ทีมสำรวจได้เก็บข้อมูลไว้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ก็มีมากถึง 54 ชนิดพันธุ์ (species)
ในจำนวนนี้มีทั้งสิ่งมีชีวิตที่หลายคนอาจคุ้นชื่อ เช่น ปลากริมควาย ปลากระดี่หม้อ นกกวัก และนกตีทอง รวมถึงสิ่งมีชีวิตที่อาจต้องอาศัยสายตาของนักสำรวจจึงจะสังเกตเห็น เช่น แมลงปอเข็มเล็กจุดเขียว แมลงปอสีตะกั่วทุ่งนา ชันโรงหลังลาย หิ่งห้อย ต้นทองหลาง ต้นสาเก และต้นมะเดื่อ ซึ่งเป็นพืชที่อยู่กับวิถีวัฒนธรรมเดิม




ซึ่งข้อมูลที่ได้จากกิจกรรม Eco Patrol ในทุก ๆ ครั้ง ทีมงานจะนำไปสะสมเป็นฐานข้อมูลเชิงพื้นที่รายฤดูกาล หรือ Seasonal Baseline Data ซึ่งพวกเขาตั้งเป้าว่าจะเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยหนึ่งปี เพื่อเปรียบเทียบว่าเมื่อฤดูกาลเปลี่ยน ชนิดและความชุกชุมของสิ่งมีชีวิตในพื้นที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
และในระยะยาว Eco Patrol ก็มีเป้าหมายที่จะผลักดันฐานข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ทั้งสําหรับเจ้าของพื้นที่เองและในระดับนโยบาย โดยเป็นการเตรียมความพร้อมให้พื้นที่สําหรับกลไกการอนุรักษ์และการเงินด้านความหลากหลายทางชีวภาพ เช่น Biodiversity Credit และ OECM (Other Effective Area-based Conservation Measures) หรือ Nature-based Solutions (NbS) ซึ่งอาจช่วยสร้างแรงจูงใจให้แก่เจ้าของที่ดินที่รักษาพื้นที่สีเขียวไว้


“แน่นอนว่ากรุงเทพฯ ในวันนี้อาจถูกจดจำด้วยถนน อาคาร และการขยายตัวของเมือง แต่อย่าลืมว่า ก่อนที่ภูมิทัศน์เหล่านี้จะเกิดขึ้น พื้นที่ฝั่งธนบุรีล้วนเคยเป็นพื้นที่สวนและเกษตรกรรมที่มีระบบคลองและร่องสวนเชื่อมโยงกันมาก่อน และปัจจุบันก็ยังมีพื้นที่มากมายที่เป็นเช่นนี้ และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก”
นี่คือสิ่งที่ Eco Patrol พยายามสื่อสาร เพราะเป้าหมายของกิจกรรมไม่ได้หยุดอยู่ที่การพาคนเมืองมา “สัมผัส” และ “รู้จัก” สิ่งมีชีวิต แต่ต้องการสร้างข้อมูลที่ช่วยอธิบายคุณค่าของพื้นที่เหล่านี้อย่างเป็นระบบ และนำข้อมูลนั้นกลับมาเชื่อมโยงกับคำถามที่สำคัญกว่า นั่นคือ เราจะรักษาพื้นที่สีเขียวเหล่านี้ไว้ได้อย่างไร ในขณะที่เจ้าของพื้นที่ยังสามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินและดำรงชีวิตอยู่ได้
เรื่อง อรณิชา เปลี่ยนภักดี
ภาพ ณัฐวุฒิ เพ็งคำภู
อ่านเพิ่มเติม : ปฏิบัติการสำรวจธรรมชาติในเมือง
City Nature Challenge 2025
