นักบินอวกาศมองโลกเปลี่ยนไปอย่างไรหลังได้ออกไปนอกโลก

มองโลกเปลี่ยนไปเมื่อได้ท่องอวกาศ

มองโลกเปลี่ยนไปเมื่อได้ท่องอวกาศ

ตลอดประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่ของมนุษยชาติ การมองโลกจากมุมมองของจักรวาลนอกโลก เป็นเรื่องยากจนเข้าขั้นเป็นไปไม่ได้

ข้อจำกัดที่เกิดจากความโน้มถ่วงและชีววิทยา ทำให้เราออกไปท่องอวกาศนอกโลก เหนือโลก หรือห่างโลกไม่ได้ แม้จนบัดนี้ หลังจากเกือบหกทศวรรษแห่งการบินอวกาศของมนุษย์ คนที่ได้ขึ้นจรวดทะยานสู่วงโคจรและเห็นดวงอาทิตย์โผล่พ้นโค้งขอบฟ้ายังมีน้อยมาก นับตั้งแต่ปี 1961 มีคนเพียง 556 คนได้สัมผัสประสบการณ์หายากนี้ และยิ่งน้อยกว่านั้น คือแค่ 24 คน ที่เคยมองโลกจากระยะไกลเล็กลงไปเรื่อยๆ และมีเพียงหกคนที่เคยอยู่ตามลำพังที่ด้านไกลของดวงจันทร์ ตัดขาดจากภาพโลกของเรา ขณะกำลังท่องไปในทะเลดาวอันลึกล้ำไม่สิ้นสุด

ไมก์ มัสซีมีโน : เมื่อปี 2009 มนุษย์อวกาศขององค์การนาซาผู้นี้ได้ไปเยือนกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล ที่ระดับความสูงราว 560 กิโลเมตรเหนือพื้นโลก ในภารกิจซ่อมดวงตาสวรรค์อันเป็นที่รักครั้งสุดท้าย ขณะตัวผูกโยงอยู่กับกล้องขนาดใหญ่กล้องนั้น มัสซีมีโนกลับหลงเสน่ห์โลกเบื้องล่าง ภาพป่าดิบชื้นเขียวขจีในอเมริกาใต้ ทะเลทรายกันดารในแอฟริกา และแสงไฟเรืองรองในเมืองต่างๆ โลกดูดั่งสรวงสวรรค์

การบินอวกาศ (spaceflight) เป็นสิ่งผิดธรรมชาติโดยแท้ เพราะที่จริงร่างกายของเราวิวัฒน์มาเพื่ออยู่บนดาวเคราะห์ดวงนี้โดยเฉพาะ ไม่ใช่นอกดาว บางทีนี่อาจเป็นสาเหตุที่มนุษย์อวกาศรู้สึกว่าประสบการณ์การเห็นโลกจากอวกาศเป็นเรื่องยากที่จะพรรณนา

นักเดินทางอวกาศชาวอิตาลี ลูกา ปาร์มีตาโน บอกว่า เรายังไม่ได้พัฒนาคำสำหรับสื่อถึงความจริงของการบินอวกาศได้อย่างถ่องแท้ ถ้อยคำนั้นจำกัดอยู่กับความหมายโดยตรงและความหมายโดยนัย ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้ภาษาไหน (ปาร์มีตาโนพูดได้ห้าภาษา) และจนถึงกระทั่งกลางศตวรรษที่ยี่สิบ ก็ยังไม่มีความจำเป็นจะต้องบอกว่าการมองเห็นดาวเคราะห์ของเราในอวกาศดึกดำบรรพ์อันแสนดิบนั้นมีความหมายอย่างไร “เราแค่ไม่คิดในบริบทของการบินอวกาศครับ” เขากล่าว

(อยากรู้ไหมบรรดานักบินอวกาศหญิงจัดการกับประจำเดือนอย่างไร?)

การเห็นโลกจากอวกาศเปลี่ยนโลกทัศน์ของคนได้ มนุษย์อวกาศของสหรัฐฯ นิโคล สกอตต์ บินไปกับกระสวยอวกาศดิสคัฟเวอรีสองครั้งและกลับมาพร้อมกับแรงผลักดันใหม่ๆในการสร้างงานศิลปะจากภาพที่เธอเห็น นักเดินทางอวกาศชาวแคนาดา คริส แฮดฟีลด์ บอกว่า ขณะโคจรรอบโลก เขารู้สึกถึงความเชื่อมโยงกับผู้คนบนโลกมากกว่าที่เคยเป็นมาก่อน

เอ็ด ลู : ลูผ่านเที่ยวบินอวกาศขององค์การนาซามาแล้วสามเที่ยวในช่วงปี 1997 ถึง 2003 เขามองกลับมายังโลกและสะดุดใจกับหลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่มากมายที่การถล่มในอดีตประทับไว้บนเปลือกโลก เมื่อปี 2002 เขาร่วมก่อตั้งมูลนิธิบี612 องค์กรไม่แสวงกำไรที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันการชนโลกอย่างทำลายล้างโดยดาวเคราะห์น้อย

แคที ซัลลิแวน สตรีชาวอเมริกันคนแรกที่ได้ออกไปเดินท่องอวกาศเมื่อปี 1984 กลับมาพร้อมกับความตรึงใจในระบบอันซับซ้อนที่รวมตัวกันจนทำให้โลกกลายเป็นโอเอซิสที่ไม่น่าเกิดขึ้นได้ เธอบอกว่า “สิ่งที่งอกงามในตัวฉันขณะอยู่ในเที่ยวบินเหล่านี้ คือแรงจูงใจและความปรารถนา…ที่ไม่เพียงเพื่อรื่นรมย์กับทิวทัศน์ต่างๆและการถ่ายภาพ แต่เพื่อทำให้ภาพเหล่านั้นมีความหมายด้วยค่ะ”

หลังเกษียณอายุจากองค์การนาซา ซัลลิแวนคุมบังเหียนสำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือโนอา ต่ออีกสามปี โดยใช้ตาของดาวเทียมในวงโคจรทำในสิ่งที่เธอหลงใหล

แม้เมื่อถ้อยคำไม่อาจบรรยาย ภาพดาวเคราะห์ “บ้าน” จากเบื้องบนเพียงหนึ่งภาพก็อาจเปลี่ยนความคิดของคนนับล้าน

แคเรน ไนเบิร์ก : เมื่อเดือนกันยายน ปี 2013 ระหว่างไปเยือนสถานีอวกาศนานาชาติครั้งที่สอง ไนเบิร์กทำตุ๊กตาไดโนเสาร์ยัดนุ่นให้ลูกชายวัยสามขวบของเธอ โดยใช้วัสดุเหลือใช้ที่วิศวกรเครื่องกลหาได้บนสถานีอวกาศนั่นเอง การทำตุ๊กตาช่วยให้เธอรู้สึกสัมผัสได้ถึงคนที่เธอรักในโลกเบื้องล่างอันห่างไกล

ย้อนหลังไปเมื่อปี 1968 ลูกเรืออะพอลโล 8 เป็นมนุษย์กลุ่มแรกที่ขึ้นจรวดออกไปไกลจากโลกและได้วนรอบดวงจันทร์ หนึ่งวันก่อนวันคริสต์มาส มนุษย์อวกาศ วิลเลียม แอนเดอส์ ถ่ายภาพที่จะติดอยู่ในความทรงจำของผู้คน คือภาพโลกสีเขียวลอยขึ้นเหนือขอบฟ้าไร้ชีวิตและขรุขระของดวงจันทร์ ภาพถ่ายซึ่งปัจจุบันเรียกว่า “โลกอุทัย” (Earthrise) นี้ปลุกชาวโลกให้สำนึกถึงความงดงามและความเปราะบางของโลก

(พบกับหญิงสาวผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จด้านการบินอวกาศของสหรัฐฯ)

“ปี 2018 จะครบรอบ 50 ปีของภาพประวัติศาสตร์ที่ช่วยก่อกำเนิดขบวนการสิ่งแวดล้อมภาพนั้น การปรับแก้แนวทางซึ่งเราจำเป็นต้องทำในตอนนี้เพื่อช่วยให้เราไปถึงวาระครบรอบ 100 ปีให้ได้ควรเป็นอย่างไร” มนุษย์อวกาศของสหรัฐฯ ลีแลนด์ เมลวิน ตั้งคำถาม เขากำลังทำงานร่วมกับเพื่อนนักเดินทางอวกาศในการใช้ประสบการณ์ของมนุษย์อวกาศเพื่อช่วยให้คนอื่นรู้จักใช้ชีวิตแบบยั่งยืนมากขึ้น

เป็นที่ชัดเจนว่า ความปรารถนาจะปกป้องโลกเป็นลักษณะร่วมของคนที่เคยออกไปนอกโลก มนุษย์อวกาศชาวรัสเซีย เกนนาดี ปาดัลคา ใช้เวลาอยู่ในอวกาศรวมแล้วมากกว่าใครทั้งหมด ความเย้ายวนของการบินอวกาศทำให้เขายึดอาชีพเดิมอยู่นานถึง 28 ปี แต่บางสิ่งที่ทรงพลังยิ่งกว่าความโน้มถ่วงนำพาเขากลับบ้านได้เสมอ

“เราเชื่อมโยงกับดาวเคราะห์ดวงนี้ในระดับพันธุกรรมครับ” เขากล่าว และเท่าที่เรารู้ โลกก็โดดเด่นในการโอบอุ้มชีวิตอย่างที่เรารู้จัก ดาราศาสตร์ในทศวรรษที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นว่า เราเป็นหนึ่งในหลายพันล้านพิภพในดาราจักรทางช้างเผือก แต่โยงใยอันยุ่งเหยิงของธรณีวิทยา นิเวศวิทยา และชีววิทยาของเรา ทำให้หินประหลาดก้อนนี้เป็นก้อนใกล้ตัวที่สุดเพียงหนึ่งเดียวซึ่งมีสภาพเหมาะสมกับมนุษย์พอดี

ไม่มีที่ไหนเหมือนบ้านจริงๆอีกแล้ว

เรื่อง นาเดีย เดรก

ภาพถ่าย มาร์ติน โชลเลอร์

เกนนาดี ปาดัลคา : มนุษย์อวกาศชาวรัสเซียผู้นี้ครองสถิติการใช้เวลาอยู่ในอวกาศรวมกันมากที่สุด ด้วยจำนวนวันที่นับรวมได้ 878 วันจากปี 1998 ถึง 2015 สำหรับเขาแล้ว ประสบการณ์นี้เป็นบทเรียนที่สอนคุณค่าของการทำงานเป็นทีมและมิตรภาพ ซึ่งยิ่งเด่นชัดขึ้นในสภาพแวดล้อมที่อันตรายถึงชีวิตของการบินอวกาศ
ลีแลนด์ เมลวิน : เมลวินได้รับคัดเลือกเป็นผู้เล่นอเมริกันฟุตบอลระดับอาชีพเมื่อปี 1986 และได้ลงเล่นอยู่ระยะหนึ่ง แต่เมื่อการบาดเจ็บทำให้เขาต้องยุติอาชีพนักกีฬา ชีวิตของเขาก็พลิกผันเข้าสู่วงโคจร ในระหว่างสองเที่ยวบินของเขาในฐานะมนุษย์อวกาศขององค์การนาซาเมื่อปี 2008 และ 2009 เมลวินตกตะลึงกับภาพมหาสมุทรของโลกเมื่อมองจากเบื้องบน สีสันอันหลากหลายและเข้มข้นทำให้เขาต้องค้นหาแนวทางใหม่ในการพรรณนาถึงสีน้ำเงินมากมายหลายเฉด

 

อ่านเพิ่มเติม

โลกอนาคต : หรือนี่คือโฉมหน้าของเมืองในอีกร้อยปีข้างหน้า

เรื่องแนะนำ

หมึกสายวงฟ้า ตัวเล็กจิ๋วแต่พิษร้ายแรง

ตั้งแต่กบลูกดอกสีเขียวนีออนไปจนถึงผีเสื้อจักรพรรดิ สิ่งมีชีวิตสีสันฉูดฉาดที่สุดในธรรมชาติบางชนิด วิวัฒนาการสีสันขึ้นมาเพื่อเป็นคำเตือนกับผู้ล่าว่า “อย่ายุ่งกับฉันนะ” เช่นเดียวกับ หมึกสายวงฟ้า หรือหมึกบลูริง ซึ่งมีสีสันสดใส และพบได้บ่อยที่นอกชายฝั่งเคียมา รัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อ หมึกสายวงฟ้า ถูกคุกคามจากผู้ล่า วงแหวนสีน้ำเงินจะกะพริบวาววามไปทั่วร่างกายของพวกมัน เพื่อเป็นคำเตือนที่แสดงออกตามวิวัฒนาการ สำหรับผู้ล่าที่อาจจะกำลังคิดว่า หมึกบลูริงจะเป็นมื้ออาหารมื้อถัดไป หรือในกรณีของมนุษย์ สีน้ำเงินโดดเด่นฉูดฉาดดึงดูดความอยากรู้อยากเห็นของเราได้เสมอ ตั้งแต่ทะเลญี่ปุ่นจนถึงออสเตรเลีย มีหมึกสายวงฟ้ากระจายพันธุ์อยู่อย่างน้อย 10 ชนิดพันธุ์ บางชนิดพบได้ตามชายฝั่งน้ำตื้น ซึ่งเป็นสถานที่เดียวกันกับมนุษย์มักลงไปใช้ประโยชน์จากบริเวณนั้น ในประเทศไทย สามารถพบหมึกสายวงฟ้าได้ทั่วทะเลไทย ส่วนใหญ่อยู่ตามพื้นท้องทะเล หรือบางครั้งพวกมันติดมากับเรืออวนลาก สำหรับหมึกสายวงฟ้าที่พบในแนวปะการัง เป็นชนิดที่ไม่พบหรือมีน้อยมากในเมืองไทย https://pmdvod.nationalgeographic.com/NG_Video/331/259/00000159-651a-d262-a5d9-659fda590000-161222-specials-tos-blue-ring-octopus-841742__971967.mp4 แม้จะมีรูปร่างขนาดเล็กและลำตัวนุ่มนิ่ม แต่หมึกสายวงฟ้า (Hapalochlaena fasciata) เป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในมหาสมุทร มันสามารถฆ่ามนุษย์ได้ด้วยการกัดเพียงครั้งเดียว ในน้ำลายของหมึกชนิดนี้มีส่วนผสมของพิษ เทโตรโดท็อกซิน (tetrodotoxin) เช่นเดียวกับที่พบในปลาปักเป้า ซึ่งออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทอย่างรุนแรง ส่งผลให้ระบบหายใจล้มเหลว จากรายงานที่ผ่านมาพบว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยสามรายในออสเตรเลียเนื่องจากปลาหมึกบลูริง แต่ในประเทศไทยยังไม่พบผู้เสียชีวิตจากหมึกสายวงฟ้า (ชมวิดีโอเพิ่มเติมได้ที่ https://video.nationalgeographic.com/video/news/00000161-e2c1-dcda-a37f-f3d792a70000) อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า มนุษย์ควรกลัวพวกมัน “เช่นเดียวกับสัตว์ส่วนใหญ่ พวกมันจะโจมตีมนุษย์ก็ต่อเมื่อรู้สึกว่าตกอยู่ในอันตรายหรือถูกคุกคาม […]

พบเครื่องมือหินเก่าแก่ที่สุดนอกทวีปแอฟริกา

จากหลักฐานที่พบใหม่ในจีนนี้บ่งชี้ว่าบรรพบุรุษญาติห่างๆ ของมนุษย์เดินเท้าอพยพออกจากทวีปแอฟริกาเร็วกว่าที่คาดคิดกันไว้มาก ทว่าพวกเขาคือใครยังคงไม่มีคำตอบที่ชัดเจน

แผ่นน้ำแข็งที่นอร์เวย์ละลาย เผยให้เห็นลูกธนูอายุ 6,000 ปี

นักโบราณคดี ค้นพบอาวุธจำนวน 68 ชิ้นจากยุคหินใหม่ถึงยุคไวกิ้ง ช่วยเสริมแนวคิดเกี่ยวกับ วิธีที่น้ำแข็งทั้งรักษาและทำลายหลักฐานทางโบราณคดี นักโบราณคดี ในนอร์เวย์ค้นพบลูกศรหลายสิบดอกซึ่งมีอายุย้อนไปถึง 6,000 ปี การค้นพบครั้งนี้เป็นผลมาจากการละลายของแผ่นน้ำแข็งขนาด 242,811 ตารางเมตร บนภูเขาสูงของภูมิภาค การเดินทางออกสำรวจพืดน้ำแข็ง Langfonne ในปี 2014 และ 2016 โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อนที่อากาศอบอุ่นเป็นพิเศษ เผยให้เห็นกระดูกกวางเรนเดียร์และเขากวางจำนวนมาก ซึ่งบ่งชี้ว่านักล่าสัตว์ใช้ประโยชน์ในพื้นที่แห่งนี้ช่วงหนึ่งพันปีที่ผ่านมา กลยุทธ์การล่าสัตว์ของพวกเขายังคงเดิม แม้กระทั่งอาวุธที่เลือกใช้ ซึ่งประดิษฐ์มาจากหินแม่น้ำ และเหล็กแหลม ขณะนี้ ทีมวิจัยรายงานการค้นพบในวารสาร Holocene ในเนื้อหารายงานว่า ค้นพบลูกศรทั้งที่สมบูรณ์และเสียหายบางส่วนทั้งหมด 68 ดอก (และหัวลูกศรห้าดอก) ที่กระจัดกระจายอยู่ทั้งในบริเวณและรอบ ๆ แผ่นน้ำแข็งที่กำลังละลาย ซึ่งมีจำนวนมากกว่าแหล่งโบราณคดีที่อยู่ในพืดน้ำแข็งแหล่งอื่นๆ ของโลก ชิ้นส่วนของอาวุธบางชิ้นมีอายุย้อนไปถึงยุคหินใหม่ ในขณะที่การค้นพบ “ล่าสุด” อาวุธส่วนใหญ่ถูกประดิษฐ์ขึ้นในศตวรรษที่สิบสี่ ในขณะที่จำนวนของอาวุธโบราณเหล่านี้สร้างความประหลาดใจต่อนักโบราณคดี การสำรวจพบโบราณวัตถุในพืดน้ำแข็ง Langfonne ยังได้เพิ่มน้ำหนักให้กับแนวคิดที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปเกี่ยวกับวัตถุทางประวัติศาสตร์ที่ถูกฝังอยู่ใต้น้ำแข็ง และเป็นหลักฐานชิ้นใหม่เกี่ยวกับประสิทธิภาพของน้ำแข็งในเรื่องการรักษาและทำลายโบราณวัตถุตลอดหลายพันปีที่ผ่านมา น้ำแข็งคือเครื่องย้อนเวลา นับตั้งแต่นักโบราณคดีเริ่มสำรวจอย่างเป็นระบบในแหล่งโบราณคดีที่อยู่ในพื้นที่น้ำแข็งเมื่อ 15 ปีที่ผ่านมา พืดน้ำแข็งจากนอร์เวย์ที่ยาวไปถึงอเมริกาเหนือ เป็นแหล่งเก็บรักษาซากสิ่งประดิษฐ์โบราณที่เกือบสมบูรณ์ […]