วิวัฒนาการมนุษย์ เป็นมาอย่างไร - National Geographic Thailand

12 ทฤษฎี เราวิวัฒนาการมาเป็นมนุษย์ได้อย่างไร?

12 ทฤษฎี วิวัฒนาการมนุษย์

มันดีแค่ไหนที่ได้เกิดเป็นมนุษย์! ทุกคนคงเห็นด้วยกับประโยคนี้ ว่าแต่คุณสมบัติข้อใดกันที่ทำให้มนุษย์สายพันธุ์โฮโมเซเปียนส์เป็นเพียงมนุษย์สายพันธุ์เดียวที่ยังคงเหลือรอดมาจนถึงปัจจุบัน บรรพบรุษของพวกเราทำอะไร เหตุใดเราจึงโดดเด่นเหนือเอปและไพรเมตทั้งหมดบนโลกนี้ นี่คือทฤษฎี วิวัฒนาการมนุษย์ ที่เกิดขึ้นตลอดศตวรรษที่ผ่านมาว่าเรามีทุกวันนี้ได้เพราะปัจจัยใดกัน?

 

เราประดิษฐ์เครื่องมือ

“การสร้างเครื่องมือทำให้เรากลายเป็นมนุษย์” ข้อเขียนจาก Kenneth Oakley นักมานุษยวิทยา ซึ่งเขียนไว้เมื่อปี 1944 เอปรู้จักการประดิษฐ์เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ และการสร้างเครื่องมือจากก้อนหินและไม้นับเป็นภูมิปัญญาแรกที่เรารู้จัก

ในช่วงต้นทศวรรษ 1960 Louis Leakey เชื่อว่าการประดิษฐ์เครื่องไม้เครื่องมือเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในภูมิภาคตะวันออกของแอฟริกา เมื่อ 2.8 ล้านปีก่อน โดยมนุษย์โฮโม แฮบิลิส แต่งานวิจัยจากเจน กูดดอลล์และทีมงานของเธอแสดงให้เห็นว่าลิงชิมแปนซีเองก็รู้จักการประดิษฐ์เครื่องไม้เครื่องมือเช่นกัน พวกมันรู้จักนำใบไม้มาใช้ในการจับแมลงใต้ดิน หรือแม้กระทั่งกาเองที่ไม่มีมือเช่นไพรเมตก็รู้จักการประดิษฐ์สิ่งของ

วิวัฒนาการมนุษย์
ขวานแบบยุคหิน ถูกพบในพื้นที่ทางโบราณคดี ประเทศอิสราเอล จากการตรวจสอบขวานเล่มนี้มีอายุเก่าแก่ราว 790,000 ปีก่อน และน่าจะทำขึ้นโดยมนุษย์โฮโมอิเรคตัส สำหรับเครื่องมือที่ทำจากหินที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยพบมามีอายุ 3.3 ล้านปี
ภาพถ่ายโดย Kenneth Garrett

 

เราเป็นนักฆ่า

ตามทฤษฎีของนักมานุษยวิทยานาม Raymond Dart บรรพบรุษของเราโดดเด่นขึ้นมาจากเอปอื่นๆ ก็เพราะพวกเขาเป็นนักฆ่า ในฐานะสัตว์กินเนื้อที่ “ยึดครองพื้นที่อยู่อาศัยด้วยความรุนแรง, ต่อสู้กับสัตว์จนตายไปข้างหนึ่ง, โยนร่างของสัตว์ที่ตายแล้วไปมา, หักแขนขา, กลั้วคอของพวกเขาด้วยเลือดอุ่นๆ จากเหยื่อที่ล่ามาได้และแทะกินเนื้ออย่างหิวกระหาย” ทั้งหมดนี้ฟังดูราวกับเป็นนิยาย แต่โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าทฤษฎี “เอปจอมฆ่า” ของ Dart ในปี 1953 นี้ ไม่ได้พูดเกินจริง

วิวัฒนาการมนุษย์ Raymond Dart เจ้าของทฤษฎี “เอปจอมสังหาร” หนึ่%B

เรื่องแนะนำ

ระบบต่างๆ ในร่างกาย: ระบบขับถ่ายของเสีย

เมื่อร่างกายเกิดกระบวนการเผาผลาญพลังงาน ร่างกายมีเกิดของเสียส่วนเกินขึ้น กลไลของร่างกายจะขับของเสียเหล่านั้น ผ่านระบบ การขับถ่ายของเสีย ในรูปต่างๆ ระบบขับถ่ายของเสีย เป็นระบบที่ร่างกายขับถ่ายของเสียออกจากระบบต่างๆ ในร่างกาย โดยขับของเสียออกในหลายรูปแบบ ได้แก่ ของเสียในรูปแก๊ส คือ ลมหายใจออก ของเหลว คือ เหงื่อและปัสสาวะ ของเสียในรูปของแข็ง คือ อุจจาระ การขับถ่ายของเสียทางลำไส้ใหญ่ การย่อยอาหารจะสิ้นสุดลงบริเวณรอยต่อระหว่างลำไส้เล็กกับลำไส้ใหญ่ เนื่องจากอาหารที่ลำไส้เล็กย่อยแล้วจะเป็นของเหลว หน้าที่ของลำไส้ใหญ่ส่วนต้น (Cecum) คือดูดซึมของเหลว น้ำ เกลือแร่ และน้ำตาลกลูโคส ที่ตกค้างอยู่ในกากอาหาร ส่วนลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย (Colon) จะเป็นที่พักกากอาหารซึ่งมีลักษณะกึ่งของแข็ง ลำไส้ใหญ่จะขับเมือกออกมาหล่อลื่นเพื่อให้อุจจาระเคลื่อนไปตามลำไส้ใหญ่ได้ง่ายขึ้น ถ้าลำไส้ใหญ่ดูดน้ำมากเกินไป เนื่องจากกากอาหารตกค้างอยู่ในลำไส้ใหญ่หลายวัน จะทำให้กากอาหารแข็งจนนำไปสู่อาการท้องผูก (อ่านเพิ่มเติม: ระบบทางเดินอาหาร) การขับถ่ายของเสียทางปอด ปอดคืออวัยวะที่ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนก๊าซ น้ำ และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นของเสียจากการเผาผลาญพลังงานระดับเซลล์ โดยอาศัยหลักการแพร่เข้าสู่ในเส้นเลือดฝอย แล้วลำเลียงด้วยระบบหมุนเวียนโลหิตไปยังปอด เกิดการแพร่ของน้ำและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าสู่ถุงลมปอด แล้วเคลื่อนผ่านหลอดลมออกจากร่างกายทางจมูก อ่านเพิ่มเติม: ระบบทางเดินหายใจ  การขับถ่ายของเสียทางผิวหนัง เหงื่อเป็นของเสียที่ถูกขับออกทางผิวหนังของมนุษย์ผ่านทางรูขุมขน เหงื่อที่ถูกขับออกมาทางต่อมเหงื่อประกอบด้วยน้ำประมาณร้อยละ 99 สารประกอบอื่นๆ […]

ยานร้างกลางทะเลทราย

ย้อนกลับไปในยุคสงครามเย็น ศูนย์ปล่อยอากาศยานแห่งนี้คือความภาคภูมิใจ ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งในความพยายามของสหภาพโซเวียตที่จะเอาชนะสหรัฐอเมริกา แต่ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้กลับถูกทิ้งร้าง

เชื้อเพลิงฟอสซิล (Fossil Fuel)

เชื้อเพลิงฟอสซิล (Fossil fuel) คืออินทรีย์สารใต้พื้นโลกที่เกิดจากการทับถมกันของซากพืชซากสัตว์ใต้ทะเลลึกเมื่อหลายพันล้านปีก่อนพร้อมกับได้รับความร้อนจากใต้พื้นพิภพ ทำให้ซากพืชซากสัตว์ที่ทับถมกันหนาแน่นใต้ชั้นหินตะกอนเกิดการย่อยสลายกลายเป็นแหล่งสะสมของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน (Hydrocarbon) ขนาดใหญ่ ที่มนุษย์นำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงและแหล่งกำเนิดพลังงานต่างๆ เชื้อเพลิงฟอสซิลจำแนกออกเป็น 3 ประเภทตามสถานะของสาร ได้แก่ ของแข็ง: ถ่านหิน (Coal) หินตะกอนสีน้ำตาลดำ หรือถ่านหิน เกิดจากซากพืชในพื้นที่ชื้นแฉะทับถมกันเป็นเวลานาน (ราว 300 ถึง 360 ล้านปี) ภายใต้แรงดันและความร้อนสูงที่อยู่ลึกลงไปจากพื้นผิวโลก ส่งผลให้เกิดการย่อยสลายและเกิดเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนในสถานะของแข็ง ถ่านหินแบ่งออกเป็น 5 ประเภทตามองค์ประกอบทางเคมี ได้แก่ พีต (Peat) ลิกไนต์ (Lignite) ซับบิทูมินัส (Sub-Bituminous) บิทูมินัส (Bituminous) และแอนทราไซต์ (Anthracite) การนำมาใช้ประโยชน์: เป็นแหล่งเชื้อเพลิงที่สำคัญในการผลิตพลังงานไฟฟ้า พลังงานความร้อน และการผลิตข้าวของเครื่องใช้มากมาย ผู้ผลิตหลัก: จีน อินเดีย และสหรัฐอเมริกา ของเหลว: น้ำมันดิบ (Crude oil) น้ำมันดิบประกอบด้วยคาร์บอน (Carbon) และไฮโดรเจน (Hydrogen) […]