ก่อนจะถึงพื้นโลก...สถานีอวกาศเทียนกง 1 - National Geographic Thailand

ก่อนจะถึงพื้นโลก…สถานีอวกาศเทียนกง 1

ก่อนจะถึงพื้นโลก…สถานีอวกาศเทียนกง 1

ถึงแม้ว่า “เทียนกง” ในภาษาจีนจะมีความหมายถึง “พระราชวังบนสรวงสวรรค์” แต่สถานีอวกาศเทียนกง 1 กำลังจะตกจากฟากฟ้าในเวลาอันใกล้นี้

สถานีอวกาศเทียนกง 1 พัฒนาและสร้างขึ้นโดยสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อพัฒนาสถานีอวกาศรุ่นที่สาม ถัดจากสถานีอวกาศเมียร์ของสหภาพโซเวียต ภายในสถานีอวกาศเทียนกง 1 ประกอบด้วยห้องวิจัย และระบบเทียบท่าอัตโนมัติ สามารถรองรับลูกเรือได้ 3 คน และใช้สำหรับปฏิบัติงานและอยู่อาศัยในระยะสั้นเท่านั้น

สถานีอวกาศเทียนกง 1 ถูกส่งด้วยจรวด ณ ฐานยิงจรวดจิ่วเฉวียน ในทะเลทรายโกบี มองโกเลีย เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2554 และปฏิบัติการอยู่ในห้วงอวกาศนาน 6 ปี 142 วัน โดยเมื่อเดือนกันยายน 2558 ที่ผ่านมา สถานีอวกาศเทียนกง 1 สูญเสียการควบคุมจากสถานีภาคพื้น และกำลังลดระดับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลก

หน้าตาของสถานีอวกาศเทียนกง 1 จากเว็บไซต์ express.co.uk

อย่างไรก็ตาม มีหลายหน่วยงานออกมาทำนายการตกของสถานีอวกาศเทียนกง 1 ในครั้งนี้ ทางกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา (JSpOC) เปิดเผยว่า สถานีอวกาศเทียนกง 1 จะตกถึงพื้นโลกประมาณวันที่ 8 เมษายน 2561 ด้านองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) คาดการณ์ว่า จะตกลงสู่พื้นโลกในวันที่ 31 มีนาคม 2561 การที่ไม่สามารถระบุวันเวลาที่แน่นอนได้ เนื่องจาก มีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราการร่วงหล่นของวัตถุจากชั้นบรรยากาศ การระบุตำแหน่งที่แน่นอนอาจะทำได้เพียง 6 – 7 ชั่วโมงก่อนการตกถึงพื้นเท่านั้น

สำหรับประเทศไทย “ได้เฝ้าสังเกตการณ์สถานีอวกาศเทียนกง 1 มาอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะตกลงสู่พื้นโลกช่วงต้นเดือนเมษายน 2561”  นาวาอากาศเอก ฐากูร เกิดแก้ว ผู้อำนวยการกองกิจการอวกาศ ศูนย์วิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีการบินและอวกาศ กล่าวและเสริมต่อว่า “เนื่องจากสถานีอวกาศเทียนกง 1 เคลื่อนที่รอบโลกหนึ่งรอบใช้เวลา 90 นาที และมีเส้นทางการเคลื่อนที่ผ่านประเทศไทย (ground track) จึงมีความเป็นไปได้ที่สถานีอวกาศเทียนกง 1 จะตกลงในอาณาเขตประเทศไทย แต่มีความเป็นไปได้เพียงร้อยละ 0.1 เท่านั้น”

นอกจากนี้ การนำข้อมูลจากหลายๆ หน่วยงานมาคำนวน โดยไม่นำค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศมาคำนวน พบว่า สถานีอวกาศเทียนกง 1 จะเคลื่อนที่ผ่านประเทศไทยครั้งสุดท้ายในวันที่ 24 มีนาคม 2561 ก่อนจะตกลงสู่พื้นโลกในที่สุด นาวาอากาศเอก ฐากูร กล่าว

ด้าน ดร.สิทธิพร ชาญนำสิน ผู้เชี่ยวชาญด้านกลศาสตร์วงโคจร สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า กล่าวว่า “จากการติดตามการเคลื่อนที่ของสถานีอวกาศเทียนกง 1 คาดว่าจะตกลงสู่พื้นโลกไม่เกินวันที่ 10 เมษายน 2561 ซึ่งความแม่นยำจะมากขึ้นเมื่อความสูงอยู่ใกล้พื้นโลกมากกว่านี้” จิสด้าได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และแต่งตั้งคณะทำงานติดตามสถานการณ์ของสถานีอวกาศเทียนกง 1 ซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และมีความเชี่ยวชาญทางด้านกายภาพและการจัดการวัตถุอันตรายเข้ามาร่วมเป็นคณะทำงาน  เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ มีความเข้าใจและมีแนวทางในการจัดการกับชิ้นส่วนที่อาจจะตกลงมาในประเทศไทย ถึงแม้จะมีโอกาศน้อยก็ตาม

ติดตามความเคลื่อนไหวของสถานีอวกาศเทียนกง 1 ได้ที่ เฟสบุ๊กแฟนเพจ “จับตาเทียนกง 1

เรื่อง น.อ.ฐากูร เกิดแก้ว

อ่านข้อมูล “จับตาสถานการณ์เทียนกง1” แบบชัดๆ ได้ ที่นี่

 

อ่านเพิ่มเติม

มองโลกเปลี่ยนไปเมื่อได้ท่องอวกาศ

เรื่องแนะนำ

หากไม่มีเหตุการณ์อุกกาบาตพุ่งชนโลกครั้งนั้น ไดโนเสาร์จะมีชีวิตรอดมาถึงทุกวันนี้หรือเปล่า

จากหายนะ การสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์ เมื่อ 66 ล้านปีก่อน ทำให้นักบรรพชีวินวิทยามานั่งจับเข่าคุยกันในหัวข้อ จะเกิดอะไรขึ้นหากเหตุการณ์เมื่อวันนั้นไม่เคยเกิดขึ้น

เมื่อพายุมาทุกคนวิ่งหนี แต่พวกเขาพุ่งเข้าใส่เพื่อการวิจัย

หากต้องการตรวจสอบการทำงานของพายุ อย่างเฮอริเคนเออร์มาหรือเฮอริเคนฮาร์วีย์ บรรดานักล่าพายุเหล่านี้จำเป็นต้องพุ่งเข้าใส่ยังตาพายุ พวกเขาขับเครื่องบินฝ่าลมฝนอันเกรี้ยวกราด ซึ่งในบางครั้งมาพร้อมกับสายฟ้ารุนแรงและลูกเห็บ คลิปวิดีโอที่จะได้ชมนี้เป็นการทำงานของทีมนักล่าพายุโดย National Oceanic และ Atmospheric Administration ที่ทำการเก็บข้อมูลของพายุเฮอริเคนเออมาร์ พายุระดับ 5 หรือระดับที่มีความรุนแรงที่สุด ด้วยเกณฑ์ในการจำแนกกำลังลมที่มากกว่า 252 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งความรุนแรงของพายุเออร์มานั้นมีกำลังลมสูงถึง 297 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว กัปตันผู้ขับเครื่องบินตัดสินใจมุ่งหน้าสู่ใจกลางพายุ เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา พวกเขาเสี่ยงชีวิตเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลของความกดอากาศ, อุณหภูมิ, ความเร็วลม และทิศทาง ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนี้ถูกเก็บโดยอุปกรณ์ที่เรียกว่า “Dropsondes” ตัวอุปกรณ์จะถูกปล่อยลงมาจากเครื่องบิน ซึ่งในการสำรวจเฮอริเคนเออร์มาล่าสุด พวกเขาปล่อย Dropsondes ไปจำนวนรวม 30 อัน ทั้งนี้เฮอริเคนเออร์มาจะมุ่งหน้าต่อไปยังทะเลแคริบเบียน โดยพายุเฮอริเคนลูกนี้นับได้ว่าเป็นเฮอริเคนลูกใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในมหาสมุทรแอตแลนติก   อ่านเพิ่มเติม :  ระบบสุริยะจักรวาลกว้างใหญ่แค่ไหน? ชายคนนี้จะมาจำลองให้ดู, ชมแผ่นน้ำแข็งทรงกลมค่อยๆ หมุนอยู่บนผิวน้ำ

ยานร้างกลางทะเลทราย

ย้อนกลับไปในยุคสงครามเย็น ศูนย์ปล่อยอากาศยานแห่งนี้คือความภาคภูมิใจ ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งในความพยายามของสหภาพโซเวียตที่จะเอาชนะสหรัฐอเมริกา แต่ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้กลับถูกทิ้งร้าง

วัฏจักรสุริยะ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบนดวงอาทิตย์

วัฏจักรสุริยะ คืออะไร ทำไมมนุษย์ถึงอยากศึกษาเรื่องราวของดวงอาทิตย์ วัฏจักรสุริยะ (Solar Cycle) คือ รอบของการเปลี่ยนแปลงจำนวน “จุดดับหรือจุดมืดบนดวงอาทิตย์” (Sunspot) ที่เป็นสาเหตุของแปรปรวนบนชั้นบรรยากาศด้านล่างของดวงอาทิตย์ ซึ่ง 1 รอบของวัฏจักรสุริยะมีคาบหรือระยะเวลาเฉลี่ยอยู่ที่ 11 ปี โดยครอบคลุมทั้งช่วงของการเพิ่มจำนวนขึ้นของจุดดับเรื่อยไปจนถึงจุดสูงสุดและการลดลงของจุดดับถึงจำนวนต่ำสุด และในทุก ๆ ครั้งของการขึ้นวัฏจักรใหม่ ขั้วแม่เหล็กของดวงอาทิตย์จะมีการกลับขั้วหรือสลับขั้วเหนือ-ใต้ระหว่างกัน ทำให้เกิดปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์มากมายที่ส่งผลต่อสภาพอวกาศ (Space Weather) และสภาพอากาศของโลก วัฏจักรสุริยะและจำนวนจุดดับบนดวงอาทิตย์ ในหนึ่งรอบของวัฏจักรสุริยะ จุดดับหรือจุดมืดบนดวงอาทิตย์มักเริ่มปรากฏให้เห็นบริเวณละติจูดที่ 30 ถึง 35 องศาเหนือและใต้ ก่อนจะมีตำแหน่งเลื่อนไหลลงมาที่ละติจูดต่ำกว่าตามการหมุนรอบตัวเองของดวงอาทิตย์ จนกระทั่งเข้าใกล้เส้นศูนย์สูตรของดวงดาว ซึ่งในช่วงต่ำสุด จุดดับจะอยู่ในตำแหน่งบริเวณละติจูดที่ 7 องศาเหนือและใต้ อีกทั้ง ขนาดและจำนวนของจุดดับจะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทุก ๆ วัน บางจุดที่มีขนาดใหญ่อาจคงอยู่ได้นานเป็นสัปดาห์ ขณะที่บางจุดที่มีขนาดเล็กอาจปรากฏขึ้นให้เห็นเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น วัฏจักรสุริยะสามารถแบ่งออกเป็น 2 ช่วงหลัก คือ • ช่วงต่ำสุด (Solar Minimum) คือ ช่วงที่อาจไม่มีจุดดับปรากฏขึ้นนานหลายวันบนดวงอาทิตย์ • […]