เตือนภัยพายุสายฟ้า - National Geographic Thailand

เตือนภัยพายุสายฟ้า

เตือนภัยพายุสายฟ้า

พายุสายฟ้าอันเกิดจากเถ้าถ่านที่พวยพุ่งจากภูเขาไฟเอยาฟยาตลาเยอคูตส์ของไอซ์แลนด์ เมื่อเดือนเมษายน ปี 2010 ทำให้บรรดาเจ้าหน้าที่สายการบินยกเลิกเที่ยวบินมากเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้สูญเสียรายได้ไปกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ครั้นเถ้าถ่านสงบลง จึงเกิดคำถามว่าเราจะหลีกเลี่ยงความโกลาหลเช่นนี้ในอนาคตได้อย่างไร

นักวิทยาภูเขาไฟ โคร์ราโด ซิมาเรลลี ตั้งใจหาคำตอบเรื่องนี้ด้วยการสร้างปรากฏการณ์พายุสายฟ้าภูเขาไฟ (volcanic lightning) ในห้องแล็บ ปรากฏการณ์พายุสายฟ้าภูเขาไฟต่างจากพายุฝนฟ้าคะนองตรงที่มันเกิดจากปฏิกิริยาของอนุภาคขนาดเล็กของเถ้าภูเขาไฟที่พุ่งชนกันทำให้เกิดไฟฟ้าสถิต และเกิดเป็นฟ้าผ่าขึ้น ผลการจำลองแสดงความถี่ของการเกิดไฟฟ้าสถิต ซึ่งหากเกิดขึ้นในขณะภูเขาไฟระเบิดจริง จะเปิดเผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ
กลุ่มเถ้าถ่าน

“การศึกษากลุ่มเถ้าถ่านที่พวยพุ่งของภูเขาไฟเป็นเรื่องยากอย่างไม่น่าเชื่อครับ เพราะเราเข้าถึงปากปล่องภูเขาไฟไม่ได้และมันอันตราย” ซิมาเรลลีอธิบาย “เพราะอย่างนี้ สัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้าที่ปล่อยออกมาระหว่างเกิดไฟฟ้าสถิตจึงสำคัญมาก” เสาอากาศพิเศษช่วยตรวจจับสัญญาณความถี่สูงได้จากตำแหน่งที่ปลอดภัยที่ห่างออกมา เพื่อเตือนล่วงหน้าตั้งแต่ตอนที่กลุ่มเถ้าถ่านอันตรายเริ่มก่อตัวขึ้น และก่อนที่ไฟฟ้าสถิตจะมองเห็นเป็นสายฟ้า ซิมาเรลลีหวังว่าจะปรับใช้เสาอากาศดังกล่าวรอบ ๆ ภูเขาไฟที่ยังไม่สงบ ซึ่งอยู่ใกล้กับระเบียงการจราจรการบิน เช่นในไอซ์แลนด์

เรื่อง บีตา โคแว็กส์ นาส

 

อ่านเพิ่มเติม

ความงามอันพรั่นพรึงแห่งอสุนีบาต

เรื่องแนะนำ

ไฟป่าออสเตรเลีย ทะเลเพลิงที่พรากชีวิต

ไฟป่าเป็นสาเหตุของพายุฝนฟ้าคะนองที่ทำให้เกิดสายฟ้าและลมกรรโชก นำพาเถ้าถ่านที่ติดไฟลอยไปไกลหลายกิโลเมตร ควันไฟที่พวยพุ่งขึ้นจากไฟป่าสู่ชั้นบรรยากาศ เป็นตัวตั้งต้นก่อให้เกิดกลุ่มก้อนเมฆภายในเวลาไม่ถึง 30 นาที ต่อมากลุ่มก้อนเมฆเล็กๆ ดังกล่าวก็กลายเป็นพายุฝนฟ้าคะนองที่รุนแรง “ภาพที่เห็นบรรยายได้ยากมากว่ากลุ่มเมฆนั้นดำมืดขึ้นขนาดไหน” นิโคลัส แม็กคาร์ธี นักวิทยาศาสตร์ด้านไฟป่า มหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ในประเทศออสเตรเลีย กล่าว โดยเมฆที่เขากล่าวถึงคือ เมฆไพโรคิวมูโลนิมบัส (pyrocumulonimbus) ที่ก่อตัวขึ้นจากไฟป่าที่รุนแรงอย่างเหตุการณ์ ไฟป่าออสเตรเลีย ที่พึ่งจบลง โดยเมฆไพโรคิวมูโลนิมบัสสามารถเรียกด้วยชื่อย่อว่า “pyroCbs” หรือนิยมเรียกว่า พายุไฟ (fire storms) ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ในชั้นบรรยากาศที่อันตราย ก่อให้เกิดลมแรงที่พัดพาเถ้าถ่านที่ติดไฟ และนำเชื้อไฟ รวมถึงการเกิดฟ้าผ่าลงในบริเวณที่ไม่ได้เกิดเพลิงไหม้ ในปี 2018 เกิดไฟป่า Carr fire ในแคลิฟอร์เนีย เมฆ pyroCbs ได้ก่อตัวใหญ่ขึ้น จาก 4.8 กิโลเมตรเป็น 11.2  กิโลเมตร ภายในเวลาเพียง 15 นาที และเกิดทอร์นาโดไฟ โดยพายุไฟเหล่านี้สามารถพบได้ในหลาย ๆ พื้นที่ที่มีไฟป่า เช่น โปรตุเกส เทกซัส และแอริโซนา ในขณะที่โลกร้อนขึ้น ไฟป่าขนาดใหญ่ก็เกิดถี่มากขึ้น […]

พวกลักลอบล่าสัตว์ในแอฟริกาใต้ถูกสิงโตกิน

ขนมปัง, อาวุธ และชิ้นส่วนมนุษย์ที่หลงเหลืออยู่อย่างกระจัดกระจายรอบๆ เป็นหลักฐานบ่งชี้ถึงชะตากรรมสุดท้ายของกลุ่มคนที่ตั้งใจมาล่านอแรดผิดกฎหมาย

แผนที่เก่าของเฮอร์ริเคน โดยเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

แผนที่เก่าของเฮอร์ริเคน โดยเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เรื่องราวการเขียนแผนที่ของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เริ่มต้นจากพายุ มันคือพายุที่มีชื่อว่า “the Great White Hurricane” ที่ส่งผลกระทบให้ผู้คนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายฝั่งแอตแลนติกต้องปราศจากไฟฟ้าใช้ไป 4 วันเต็ม ในฤดูใบไม้ผลิ ของปี 1888 และในปีนั้นเองที่นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกเผยแพร่ภาพ แผนที่เก่าการเดินทางของพายุตั้งแต่มหานครนิวยอร์ก ไปยังเบอร์มิวดา ก่อนที่จะขึ้นเหนือไปยังแคนาดา จัดทำโดย Edward Everett Hayden นักอุตุนิยมวิทยา ทั้งยังเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก สองปีต่อมา Hayden เขียนนิตยสาร “The Law of Storms” บอกเล่าเรื่องราววิทยาศาสตร์ของพายุ และแนวทางการเดินเรือที่ปลอดภัยให้แก่บรรดาลูกเรือในมหาสมุทร แผนที่พายุแรกของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกถูกรวมอยู่ในเส้นทางของพายุที่เกิดขึ้นในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ตลอดสองปีที่ผ่านมาด้วย เส้นสายโค้งเข้าสู่จุดศูนย์กลางดูเผินๆ ช่างคล้ายกับรอยนิ้วมือ ทว่าทุกเส้นถูกเขียนด้วยความตั้งใจและมาจากประสบการณ์สังเกตพายุนานหลายปี ต่อมาการทำแผนที่พายุได้ให้ข้อมูลที่ซับซ้อนและน่าเชื่อถือมากขึ้น เมื่อเทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมมีส่วนเข้ามาช่วยในเรื่องนี้ ทุกวันนี้นักอุตุนิยมวิทยาใช้ข้อมูลจากดาวเทียมในการพยากรณ์อากาศ และคำนวณเส้นทางการเคลื่อนตัวของพายุ ข้อมูลเหล่านี้อัพเดทได้ในรายชั่วโมง ในขณะที่แผนที่เหล่านี้กลายเป็นประวัติศาสตร์เก่าไป มาชมลวดลายของพายุเฮอร์ริเคนในสมัยที่ยังคงถูกเขียนด้วยมือจากคลังภาพเก่าของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกกัน เรื่อง Nina Strochlic […]