เตือนภัยพายุสายฟ้า - National Geographic Thailand

เตือนภัยพายุสายฟ้า

เตือนภัยพายุสายฟ้า

พายุสายฟ้าอันเกิดจากเถ้าถ่านที่พวยพุ่งจากภูเขาไฟเอยาฟยาตลาเยอคูตส์ของไอซ์แลนด์ เมื่อเดือนเมษายน ปี 2010 ทำให้บรรดาเจ้าหน้าที่สายการบินยกเลิกเที่ยวบินมากเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้สูญเสียรายได้ไปกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ครั้นเถ้าถ่านสงบลง จึงเกิดคำถามว่าเราจะหลีกเลี่ยงความโกลาหลเช่นนี้ในอนาคตได้อย่างไร

นักวิทยาภูเขาไฟ โคร์ราโด ซิมาเรลลี ตั้งใจหาคำตอบเรื่องนี้ด้วยการสร้างปรากฏการณ์พายุสายฟ้าภูเขาไฟ (volcanic lightning) ในห้องแล็บ ปรากฏการณ์พายุสายฟ้าภูเขาไฟต่างจากพายุฝนฟ้าคะนองตรงที่มันเกิดจากปฏิกิริยาของอนุภาคขนาดเล็กของเถ้าภูเขาไฟที่พุ่งชนกันทำให้เกิดไฟฟ้าสถิต และเกิดเป็นฟ้าผ่าขึ้น ผลการจำลองแสดงความถี่ของการเกิดไฟฟ้าสถิต ซึ่งหากเกิดขึ้นในขณะภูเขาไฟระเบิดจริง จะเปิดเผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ
กลุ่มเถ้าถ่าน

“การศึกษากลุ่มเถ้าถ่านที่พวยพุ่งของภูเขาไฟเป็นเรื่องยากอย่างไม่น่าเชื่อครับ เพราะเราเข้าถึงปากปล่องภูเขาไฟไม่ได้และมันอันตราย” ซิมาเรลลีอธิบาย “เพราะอย่างนี้ สัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้าที่ปล่อยออกมาระหว่างเกิดไฟฟ้าสถิตจึงสำคัญมาก” เสาอากาศพิเศษช่วยตรวจจับสัญญาณความถี่สูงได้จากตำแหน่งที่ปลอดภัยที่ห่างออกมา เพื่อเตือนล่วงหน้าตั้งแต่ตอนที่กลุ่มเถ้าถ่านอันตรายเริ่มก่อตัวขึ้น และก่อนที่ไฟฟ้าสถิตจะมองเห็นเป็นสายฟ้า ซิมาเรลลีหวังว่าจะปรับใช้เสาอากาศดังกล่าวรอบ ๆ ภูเขาไฟที่ยังไม่สงบ ซึ่งอยู่ใกล้กับระเบียงการจราจรการบิน เช่นในไอซ์แลนด์

เรื่อง บีตา โคแว็กส์ นาส

 

อ่านเพิ่มเติม

ความงามอันพรั่นพรึงแห่งอสุนีบาต

เรื่องแนะนำ

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้โลกทั้งใบเข้าสู่จุดพลิกผันอันตราย

ภาพจากภารกิจ “ผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศที่มีต่อระบบนิเวศและทางเคมีในสภาพแวดล้อมของทวีปอาร์กติกด้านแปซิฟิก” ของนาซา เมื่อปี 2011 ภาพถ่ายโดย KATHRYN HANSEN, NASA นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า “ผู้คนคงไม่ตระหนักว่าเราเหลือเวลาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น” ในการหยุดการเปลี่ยนแปลงที่ทำลายล้างและไม่อาจหวนคืนของระบบภูมิอากาศโลก แต่ก็ยังพอมีความหวังอยู่ โลกของเราได้ปรากฏหลักฐานของการเปลี่ยนแปลงระบบภูมิอากาศโลกที่กำลังดำเนินอยู่ซึ่งไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิม สถานการณ์นี้หมายความว่าเรากำลังอยู่ในสภาวะฉุกเฉิน ซึ่งอาจนำไปสู่จุดพลิกผัน (tipping point) ในระดับที่โลกทั้งระบบจะเปลี่ยนไปอย่างไม่อาจหวนคืน สิ่งนี้อาจนำไปสู่ความเป็นไปได้ของ “ภัยคุกคามอารยธรรมโลก” ทิม เลนตัน และทีมงานผู้เขียนงานวิจัยในนิตยสาร Nature กล่าว การล่มสลายของโลกทั้งระบบนี้อาจนำไปสู่สภาวะ “Hothouse Earth” ซึ่งเปรียบได้ว่าโลกทั้งใบเป็นเตาอบ อันเป็นสภาวะที่อุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้นถึง 5 องศาเซลเซียส ระดับทะเลเพิ่มขึ้นราว 6-9 เมตร ปะการังและป่าแอมะซอนหายไปอย่างสิ้นเชิง และพื้นที่ส่วนใหญ่ของโลกไม่สามารถอยู่อาศัยได้ นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลกยังเตือนอีกว่า วิธีการตอบสนองสภาวะฉุกเฉินของโลกนี้คือต้องลดอุณหภูมิโลกให้ได้ 1.5 องศาเซลเซียส “ทั้งเสถียรภาพและความสามารถในการฟื้นฟูของโลกเราจะอยู่ในภาวะถูกคุกคาม” พวกเขากล่าว (เชิญชมวิดีโออธิบายความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ที่นี่) จากการคาดการณ์ทางทฤษฎีสู่ความเป็นจริง แนวคิดเรื่องจุดพลิกผันของโลกเริ่มต้นเมื่อ 20 ปีที่แล้วโดยคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (The Intergovernmental Panel on Climate Change: […]

น้ำ: วิกฤตที่กำลังมาเยือน

มองอนาคตของ แม่น้ำสินธุ สายเลือดที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คน 270 ล้านคน แต่เมื่อภาวะธารน้ำแข็งถอยร่น กระแสน้ำเริ่มอ่อนแรง ส่งผลให้ผู้คนหลายล้านตกอยู่ในความเสี่ยง ใกล้กับยอดเขากังหรินโปเฉหรือเขาไกรลาสในทิเบต คือต้นกำเนิดของแม่น้ำสำคัญสี่สายที่ทอดแผ่ไปทางตะวันออกและตะวันตกผ่านเทือกเขาหิมาลัย และไหลลงสู่ทะเลดุจดั่งพระกรของพระแม่คงคาผู้ศักดิ์สิทธิ์ ตลอดทางที่สายน้ำเหล่านี้ไหลผ่าน อารยธรรมและรัฐชาติต่างๆ ถือกำเนิดขึ้น ตั้งแต่ทิเบต ปากีสถาน อินเดียตอนเหนือ เนปาล และบังกลาเทศ น้ำจากแม่น้ำจะถูกใช้อย่างไรขึ้นอยู่กับผู้คนที่อาศัยอยู่ตามลำน้ำมาเนิ่นนาน ส่วนแม่น้ำจะมีน้ำมาเติมอย่างไรขึ้นอยู่กับสองปัจจัย ได้แก่ ฝนในฤดูมรสุมและน้ำที่ละลายจากธารน้ำแข็ง ปรากฏการณ์ทั้งสองซึ่งอยู่ใต้ การปกปักรักษาของทวยเทพมานับพันปี บัดนี้อยู่ในมือของมนุษย์ด้วย แม่น้ำสายต่างๆ ที่มีต้นน้ำอยู่ในแถบตะวันออกของเทือกเขาหิมาลัยอย่างแม่น้ำพรหมบุตรได้รับน้ำส่วนใหญ่จากมรสุมฤดูร้อน แม่น้ำเหล่านี้อาจได้รับน้ำมากขึ้นเมื่ออากาศที่ร้อนขึ้นเติมความชื้นให้บรรยากาศมากขึ้น แต่น้ำส่วนใหญ่ในแม่น้ำสินธุซึ่งไหลไปทางตะวันตกจากยอดเขากังหรินโปเฉ ได้รับน้ำจากหิมะและธารน้ำแข็งของเทือกเขาหิมาลัย การาโกรัม และฮินดูกูช โดยเฉพาะธารน้ำแข็งซึ่งเป็น “หอเก็บน้ำ” ที่กักเก็บหิมะในฤดูหนาวไว้ในรูปน้ำแข็ง บนเขาสูง แล้วปล่อยลงมาในรูปน้ำที่ละลายจากน้ำแข็งในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน กระบวนการนี้ทำให้มีน้ำไหลมาหล่อเลี้ยงทั้งมนุษย์และระบบนิเวศอย่างต่อเนื่อง ระหว่างเส้นทางในเขตที่ราบของปากีสถานและภาคเหนือของอินเดีย มีระบบเกษตรชลประทานอันกว้างใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกพึ่งพาแม่น้ำสินธุอยู่ บรรดาธารน้ำแข็งที่ส่งน้ำลงสู่แม่น้ำสินธุเปรียบได้กับเส้นเลือดหล่อเลี้ยงชีวิตของผู้คนราว 270 ล้านคน ธารน้ำแข็งเหล่านี้ส่วนใหญ่กำลังหดเล็กลง ปรากฏการณ์นี้จะทำให้แม่น้ำสินธุมีน้ำหลากมากขึ้นในระยะแรก แต่หากอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นดังที่คาดการณ์ และธารน้ำแข็งยังละลายถอยร่นต่อไปอีก แม่น้ำสินธุจะไปถึงจุดที่มี “ระดับน้ำสูงสุด” ภายในปี 2050 แล้วกระแสน้ำจะเริ่มลดลงหลังจากนั้น มนุษย์ใช้น้ำมากกว่าร้อยละ 60 […]

รถยนต์ไฟฟ้าจะครองถนนในปี 2040 นี้

ภายในปี 2040 นี้รถยนต์ส่วนตัวกว่า 90% ในสหรัฐอเมริกา, แคนาดา, ยุโรปและในประเทศที่ร่ำรวยอื่นๆ จะกลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้าหมด รถยนต์พลังงานเชื้อเพลิงจากน้ำมันจะหมดความนิยมลง ดังปรากฏการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับรถม้ามาแล้วเมื่อร้อยปีก่อน

ศิลปะจากธรรมชาติ : สร้างสรรค์แมลงจากมวลบุปผา

รากุ อิโนะอุเอะ ศิลปินและช่างภาพผู้พำนักอยู่ในเมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา อาศัยสีสันและรูปทรงของกลีบดอกไม้ ใบไม้ และวัสดุธรรมชาติอื่นๆ รังสรรค์ประติมากรรมรูปแมลงที่ดูสมจริงและมีชีวิตชีวาอย่างน่าทึ่ง นี่คืองานศิลปะที่คุณต้องร้อง ว้าว!