ลดพลาสติกแบบ เอเดรียน เกรเนียร์ ที่คุณเองก็ทำได้ - National Geographic

ลดพลาสติกแบบเอเดรียน เกรเนียร์ ที่คุณเองก็ทำได้

ลดพลาสติกแบบเอเดรียน เกรเนียร์ ที่คุณเองก็ทำได้

เอเดรียน เกรเนียร์ (Adrian Grenier) คือนักแสดงที่เป็นที่รู้จักจากบทนำในซีรี่ส์ Entourage ของ HBO แต่นอกเหนือจากบทบาทในวงการบันเทิงแล้ว ชายหนุ่มรูปงามผู้นี้ยังเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ในฐานะนักรณรงค์แนวหน้าให้ผู้คนหยุดใช้พลาสติกประเภทครั้งเดียวทิ้ง เพื่อลดปริมาณขยะที่กำลังทับถมลงในมหาสมุทร, ท้องของสัตว์ป่า ตลอดจนคุกคามสุขภาพของมนุษย์เราเอง

เกรเนียร์เผยแพร่ความรู้ถึงอันตรายของพลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้งอย่างหลอดดูดน้ำ ผ่านมูลนิธิ Lonely Whale ที่เขาก่อตั้งขึ้น นอกจากนั้นตัวเขายังเป็นทูตให้แก่สหประชาชาติ เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมสากลที่ผ่านมา ด้วยการกระจายข่าวถึงพิษภัยของการใช้พลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง ซึ่งเป็นหัวข้อสำคัญของวันสิ่งแวดล้อมสากลปี 2018

เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก พูดคุยกับเอเดรียน เกรเนียร์ ถึงความสำคัญของการลดใช้พลาสติก ตลอดจนแนวทางการใช้ชีวิตที่ไม่เบียดเบียนสิ่งแวดล้อม ซึ่งตัวคุณเองก็สามารถนำไปปรับใช้ได้

 

คุณมาเริ่มต้นกังวลเกี่ยวกับวิกฤติพลาสติกได้อย่างไร?

ปกติแล้วผมทำงานเพื่อสิ่งแวดล้อมมาบ้าง แต่เพิ่งมาใส่ใจมากขึ้นก็เมื่อตระหนักได้ว่ามหาสมุทรของเรากำลังเผชิญกับวิกฤติมากขนาดไหน มันเป็นอะไรที่เรามักหลงลืมกันไป ทั้งๆ ที่โลกของเราประกอบด้วยมหาสมุทรถึง 70%

 

เรามีช่างภาพมากมายที่ทำงานใต้น้ำ และพวกเขามักพูดเหมือนๆ กัน ว่ามีความจริงบางอย่างที่ผู้คนมองไม่เห็น มันเกิดอะไรขึ้น?

ความจริงก็คือ เราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจัดการสาเหตุของปัญหา นั่นคือวงจรของการทิ้งขยะ ในความรู้สึกของมนุษย์เราทิ้งแล้วก็คือจบ แต่ในความเป็นจริงมันไม่ใช่แบบนั้น

 

มีอะไรที่ผู้คนทั่วไปสามารถทำได้บ้าง?

ที่ Lonely Whale เราเริ่มต้นจากอะไรที่ง่ายที่สุด นั่นคือหลอดพลาสติก เราจูงใจให้ผู้คนลองละทิ้งมันออกจากชีวิตประจำวันดู แค่เพียงอย่างเดียว ลองดูว่าเรารู้สึกอย่างไร และพบว่ามันง่ายแค่ไหนที่จะทำมัน มันเป็นประตูแรกที่ดีถ้าจะลองลดการใช้พลาสติกในชีวิต อาจดูไม่ยิ่งใหญ่อะไร แต่พลาสติกชิ้นเล็กๆ เหล่านี้คือสิ่งที่เราจำเป็นต้องหลีกเลี่ยง

 

นอกเหนือจากหลอดพลาสติกแล้วยังมีอะไรอีก?

ผมไม่ใช้ขวดน้ำพลาสติก เว้นแต่ว่าเมื่อเราอยู่ในสถานการณ์ที่เข้าตาจนจริงๆ ซึ่งแน่นอนว่าการเดินอยู่ในเมืองไม่ใช่สถานการณ์ที่เข้าตาจน หากผมกระหายน้ำ ผมจะรอจนกว่าจะหาวิธีที่เหมาะสมในการดื่มน้ำได้

เอเดรียน เกรเนียร์
เอเดรียน เกรเนียร์ นักแสดง และนักเคลื่อนไหวผู้พยายามลดการใช้พลาสติกในชีวิตประจำวันให้น้อยที่สุด
ภาพถ่ายโดย Bryan Derballa

 

ในสหรัฐอเมมริกา เมื่อคุณทิ้งขวดน้ำหรือถุงพลาสติก หรือแม้แต่คุณรีไซเคิลมันก็ตาม คุณจะไม่เห็นมันอีก แต่ถ้าคุณอาศัยอยู่ในฟิลิปปินส์, จีน หรือบังกลาเทศ มันไม่ใช่แบบนั้น ในสายตาคนอเมริกันเราทิ้งขยะให้พ้นจากสายตา แต่ผู้คน ณ มุมอื่นๆ ในโลกยังคงทิ้งขยะกันเกลื่อนกลาด

ใช่ คุณพูดถูก แต่อันที่จริงในสหรัฐฯ เองก็มีคนที่ไม่สนใจเกี่ยวกับประเด็นนี้เลยเช่นกัน ตามท้องถนน หรือตามชายหาดคุณอาจจะพูดว่า “ฉันไม่ได้ทิ้งขยะชิ้นนั้นเสียหน่อย” แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันคือความรับผิดชอบของเราทุกคน

 

ว่ากันว่าคุณสร้างบ้านโดยไม่ใช่พลาสติกเลย จริงหรือไม่?

ผมไม่ค่อยได้อยู่กับแม่เท่าไหร่ เนื่องจากเธออาศัยอยู่ไกล ดังนั้นผมจึงชวนเธอให้มาอยู่ด้วยกันในบรูคลิน ผมปลูกบ้านให้เธออยู่ และแน่นอนว่าบ้านหลังนั้นต้องสะท้อนถึงคุณค่าที่แม่ของผมสอนผมมาตลอดด้วยเช่นกัน

 

มีอะไรที่เราพอจะทำได้ในชีวิตประจำวันเพื่อโลก?

หาแนวร่วมสักคน จะเป็นใครก็ได้ที่ช่วยให้คุณเปลี่ยนวิถีชีวิตประจำวันไป ทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจใหม่ๆ ถ้าทำได้แล้วพวกคุณจะพบว่ามีไอเดียมากมายที่สามารถทำได้ร่วมกันเพื่อสิ่งแวดล้อม หรือจะเแข่งขันกันก็ได้นะ มันสนุกไปอีกแบบ

ผมว่าผู้คนทั่วไปมองว่าบรรดานักสิ่งแวดล้อมเป็นพวกทะนงตัว ที่คิดว่าตนเองจะสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ ผมเชื่อว่าผมทำได้ แต่ในขณะเดียวกัน บางครั้งเราก็รู้สึกว่าเรากำลังต่อสู้อยู่คนเดียวด้วย เช่นกัน

 

มันยากที่จะไม่ใช้พลาสติกเลย เมื่อคุณต้องซื้ออะไรบางอย่าง คุณพิจารณามันอย่างไร?

การเปลี่ยนแปลงในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ คือวิธีที่ดี ผมไม่กดดันตัวเองมากเกินไป อีกอย่างคือเราต้องการให้การลดการใช้พลาสติกเป็นอะไรที่ทุกคนสามารถทำตามได้ง่าย และตลอดเวลา

ความจริงก็คือ พลาสติกเป็นวัสดุที่มีคุณนานัปการ มันช่วยให้ชีวิตมนุษย์ดีขึ้นในทุกทาง ปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่พลาสติก และแน่นอนว่าเมื่อทุกคนเข้าใจว่าพลาสติกมีคุณค่ามากแค่ไหน เราจะไม่ปล่อยให้พวกมันไปลงเอยในหลุมฝังกลบ หรือจมอยู่ก้นมหาสมุทรเป็นแน่

 

คุณคิดว่าอะไรคือจุดสมดุลระหว่างการลดพลาสติกด้วยตัวบุคคล กับนโยบายทางธุรกิจ?

ผมไม่คิดว่าเราควรแบ่งแยกแบบนั้น คุณค่าที่ใครคนใดคนหนึ่งทำเพื่อลดการใช้พลาสติกควรเทียบเท่ากับนโยบายของบริษัท ที่ Lonely Whale เราร่วมมือกับบริษัทมากมายเพื่อหาแนวทางใหม่ในการลดการใช้พลาสติกประเภทครั้งเดียวทิ้ง ตอนนี้เรามีโครงการ NextWave ที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในบรรดาประเทศที่กำลังพัฒนา ช่วยให้พวกเขาจัดการกับขยะพลาสติก รวมไปถึงขยะที่อยู่ในทะเล เพื่อนำมันกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง

(ทางออกเรื่องขยะพลาสติก: เราจะหยุดยั้งคลื่นขยะได้อย่างไร?)

 

คุณช่วยอธิบายเพิ่มเติมได้ไหมว่าแม่สอนคุณว่าอย่างไร?

แม่ของผมสอนตลอดว่าให้ผมเคารพตัวเองและสุขภาพของตนเอง บอกผมให้ทำความสะอาดห้องนอน และเคารพในสิ่งอื่นๆ รอบตัว พอเติบโตขึ้นมันขยายมากกว่าแค่ห้องนอน แต่คือสังคมที่เราอยู่ และเพื่อนบ้านของผมทุกคนคือประชากรโลก

เรื่อง ซูซาน โกลเดนเบิร์ก

 

อ่านเพิ่มเติม

5 คำถามสำคัญเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก

เรื่องแนะนำ

เราจะหยุดยั้งคลื่นขยะได้อย่างไร

พลาสติกชีวภาพ คือพลาสติกที่สามารถผลิตให้ย่อยสลายทางชีวภาพได้ แต่ยังไม่ใช่ทางออก คำตอบคือเรายังคงต้องรีไซเคิลให้มากขึ้นและลดการใช้พลาสติกลงให้มากต่างหาก เรียบเรียงจากข้อเขียนของ ลอรา ปาร์กเกอร์   เป็นเรื่องน่ายินดีหลังจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ของประเทศไทยได้ออกมาเปิดเผยว่า การใช้พลาสติกของคนไทยลดลงไปมากในรอบ 8 เดือนที่ผ่านมา (ณ เดือนเมษายน 2019) ซึ่งอยู่ที่จำนวนราว 1,300-1,500 ล้านใบ  ซึ่งเป็นผลมาจากการรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติกในประเทศไทยที่ประสบความสำเร็จ โดยการ “ลดการใช้” และ “นำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle)” คือทางออกที่ดีที่สุด ดีมากกว่าเทคโนโลยีใดๆ ซึ่งมุ่งแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ พลาสติกชีวภาพ คืออีกหนึ่งทางออกหรือไม่?  ในโลกซึ่งอาจดูเหมือนท่วมท้นไปด้วยขยะพลาสติกที่ราวกับอยู่ไปชั่วนิรันดร์ พลาสติกที่ย่อยสลายทางชีวภาพได้คือทางออกใช่หรือไม่ อาจจะไม่ใช่ แม้แต่อุตสาหกรรมพลาสติกเองยังถกเถียงกันว่าคำว่า “เสื่อมทางชีวภาพ” (biodegradable)  หรือย่อยสลายทางชีวภาพ แปลว่าอะไรกันแน่ และพลาสติกบางชนิดที่ผลิตจากเชื้อเพลิงฟอสซิลสามารถย่อยสลายทางชีวภาพ  แต่พลาสติกที่ทำ จากพืช หรือ “พลาสติกชีวภาพ” (bioplastic) บางชนิดกลับไม่สามารถย่อยสลายทางชีวภาพได้ พลาสติกย่อยสลายทางชีวภาพมีใช้มาตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1980  และมีการทำตลาดในช่วงแรกโดยบอกเป็นนัยว่า ขยะเหล่านี้จะหายไปได้เองเมื่อนำไปทิ้ง ไม่ต่างจากใบไม้บนพื้นป่าที่ถูกเห็ดราและจุลชีพในดินย่อยสลาย ทว่า ในความเป็นจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น พลาสติกย่อยสลายทางชีวภาพไม่อาจทำ ได้ตามคำสัญญา เช่น ภายใต้สภาพแวดล้อมไร้ออกซิเจนและมืดมิดของบ่อขยะ หรือในน่านนํ้าเย็นเฉียบของมหาสมุทร […]

Energy Observer เรือไฮโดรเจน ไม่ง้อน้ำมัน แล่นรอบโลก 7 ปี มาไทยแล้ว

เรือ Energy Observer ขับเคลื่อนด้วยไฮโดรเจน ไม่ง้อน้ำมัน แล่นรอบโลก 7 ปี มาไทยแล้ว มุ่งพิสูจน์พลังงานทดแทนแห่งอนาคตเป็นไปได้ เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2565 เรือ Energy Observer เรือยอชต์เดินสมุทรสัญชาติฝรั่งเศสซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเรือต้นแบบแห่งอนาคตที่มุ่งใช้พลังงานทดแทน โดยไม่ใช้พลังงานฟอสซิล เช่นน้ำมัน ได้มาเทียบท่าที่เมืองพัทยา ประเทศไทย แล้ว หลังจากออกเดินทางครั้งแรกจากประเทศฝรั่งเศส เมื่อปี 2560 (2017) เป็นต้นมา หลังจากนั้น เรือ Energy Observer ได้เริ่มต้นภารกิจเดินทางรอบมาแล้วกว่า 48,000 ไมล์ทะเล และแวะพักตามท่าเรือมาแล้วกว่า 71 แห่งในกว่า 40 ประเทศ รวมถึงที่ประเทศไทยในครั้งนี้ ในฐานะห้องทดลองทางสิ่งแวดล้อมที่สร้างขึ้นเพื่อผลักดันเทคโนโลยีเกี่ยวกับการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ได้รับการสนับสนุนจากนายเอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐฝรั่งเศส เรือ Energy Observer พัฒนามาจากเรือคาตามารันซึ่งในอดีต ต่อขึ้นครั้งแรกในปี 1983 เพื่อใช้ในการแข่งขันเรือ เคยได้รับการยกย่องว่าเป็นเรือที่แล่นได้เร็วที่สุดในโลก และได้รับปลุกให้คืนชีพขึ้นมาใหม่ในฐานะเรือพลังงานสะอาดที่จะเป็นต้นแบบให้กับการออกแบบและสร้างยานพาหนะเพื่อการสัญจรทางน้ำได้อีกหลายลำในอนาคต เรือ […]

บ้านแม่เหาะ เสน่ห์การท่องเที่ยวชุมชนปกาเกอะญอ

ชาวปกาเกอะญอใน บ้านแม่เหาะ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดการท่องเที่ยวด้วยการชูเอกลักษณ์ของชุมชน 08.00 น. บ้านแม่เหาะ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน แสงแดดยามเช้าในเดือนพฤศจิกายนแทงทะลุผ่านทุ่งดอกบัวตอง นำความอบอุ่นและสดชื่นมาในคราวเดียวกัน สำนึกที่เคยร่ำเรียนวิชานิเวศวิทยาก็พลันแล่นเข้ามาในความคิดว่า บัวตองเป็นพืชต่างถิ่นและเป็นผู้รุกราน แต่ถ้าในแง่ของความอภิรมย์ ภาพตรงหน้านับได้ว่าเป็นความงดงามอย่างหนึ่งในชีวิต จากการระบาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวโดยตรง หลายฝ่ายจึงกลับมามองย้อนถึงสิ่งที่เกิดขึ้น รายได้จากการท่องเที่ยวที่เคยเบ่งบาน กลับหายวับไปในชั่วพริบตาเดียว หลายคนพูดถึงคำว่า “ยั่งยืน” เช่น รายได้ที่ยั่งยืน การประกอบธุรกิจอย่างยั่งยืน และอีกมากมายที่ลงท้ายด้วยคำว่ายั่งยืน แต่พวกเราเข้าใจคำว่า “ยั่งยืน” อย่างไร หลังจากสถานการณ์การระบาดโรคโควิด-19 ในประเทศไทยมีความผ่อนคลายมากขึ้น ประชาชนในประเทศต่างถวิลหาการเดินทางอีกครั้ง ทั้งด้วยนโยบายสนับสนุนการท่องเที่ยวจากภาครัฐ ยิ่งผลักให้ผู้คนในประเทศมองว่า เป็นช่วงเวลาอันดีที่จะออกไปปลดปล่อยอารมณ์ที่ตึงเครียดมาตลอดทั้งปี อย่างไรก็ตาม มาตรการล็อกดาวน์ได้ทิ้งร่องรอยบางอย่างไว้ให้เราได้เรียนรู้ นั่นคือการฟื้นตัวของสถานที่ทางธรรมชาติ ทุกคนเห็นตรงกันว่า “เราควรเริ่มหันมามองการท่องเที่ยวอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อม” ซึ่งหมายความรวมไปถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชุมชน เราจึงมองหาสถานที่ที่สามารถบอกเล่าเรื่องราว “ความยั่งยืน” และ “การท่องเที่ยว” ให้กับเราได้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันที่บริษัท Local Alike บริษัทนำเที่ยวชุมชน ติดต่อเราเข้ามาเพื่อไปเยี่ยมชมชุมชนแม่เหาะ ชุมชนที่บริหารจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน และสามารถสร้างความยั่งยืนได้จากการร่วมมือกันของคนในพื้นที่ เดินขึ้นดอยตามเส้นทางชุมชน บ้านแม่เหาะ […]

ธนาคารปู กับความยั่งยืนทางอาหาร

เธอก่อตั้ง ธนาคารปู ขึ้นมา เพราะเธอเห็นว่าทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งกำลังเสื่อมโทรม เสียงเรือดังอื้ออึงไปทั่วลำคลองส่งคลื่นน้ำกระทบฝั่งดังโครมครามมาจากใต้ถุนบ้าน บ้านเรือนแต่ละหลังสร้างขึ้นมาง่ายๆ บ้างจากไม้ บ้างจากปูนรูปทรงทันสมัย ฉันอยู่ที่บ้านหัวถนน ตำบลท่ายาง อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ที่นี่ ชาวประมงรวมตัวกันตั้ง ธนาคารปู หรือชมรมอนุรักษ์พันธุ์ปูปากน้ำชุมพร เพื่อรักษาและอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลอันมีค่าของพวกเขาให้มีความยั่งยืน ถังพลาสติกตั้งเรียงรายอยู่บนนชานไม้ นับได้เกือบห้าสิบใบ แต่ละใบมีแม่ปูที่กำลังรอวางไข่ และบางถังก็เป็นกลุ่มพวงไข่หมึกที่รอฟักเป็นตัว สมาชิกในบ้านต้อนรับเราและเชิญให้เราไปนั่งบริเวณริมน้ำ น้องอุ้ม แกนนำชมรมอนุรักษ์พันธุ์ปู ปากน้ำชุมพร และสมาชิกในบ้าน ใช้พื้นที่บ้านของตัวเองในการเป็นแหล่งอนุบาลปูไข่ที่ติดมากับลอบวางปูของชาวประมง “เมื่อก่อนเราไม่เคยทำแบบนี้หรอกค่ะ เราทั้งจับกิน และเอาไปขายทั้งหมด ทั้งปูไข่ ปูเล็ก เราจับหมด” เธอเล่าด้วยน้ำเสียงทองแดงอย่างน่ารัก “จนมาถึงช่วงสองปีก่อน เราจับปูไม่ได้เลย หรือได้น้อยมาก” น้องอุ้มเล่าถึงสถานการณ์ที่เธอและชาวประมงในละแวกนี้พบเจอ ครอบครัวของเธอและชาวบ้านตระหนักดีว่า ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันเป็นปากท้องของพวกเขากำลังเสื่อมโทรม เธอจึงเสนอเรื่องนี้กับที่บ้านว่าต้องการทำธนาคารปู เพื่อเป็นแหล่งอนุบาลปูไข่และปูขนาดเล็ก ก่อนจะนำแม่ปูและไข่ปูกลับไปปล่อยคืนสู่ทะเล พ่อของเธอถามความสมัครใจของเพื่อร่วมอาชีพในละแวกนั้น หลายคนเห็นพ้องต้องกันว่า เราต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ก่อนจะไม่มีอาหารเหลือให้เรามีกิน “ทางครอบครัวเราเป็นคนออกค่าใช้จ่ายในการดูแลปูทั้งหมด” เธอเล่าและเสริมว่า “สมาชิกในชมรมให้แม่ปูที่มาฝากเราไว้เป็นค่าตอบแทน” ฉันเห็นกระบวนการใส่ใจของเธอในการเรียนรู้ ดูแล และจัดการกับปูเหล่านี้ ฉันรู้สึกประหลาดใจในเยาวชนหญิงผู้ไม่ได้ศึกษามาทางวิทยาศาสตร์ และอายุเพียงยี่สิบต้นๆ […]