Thailand Sustainability Expo 2020 “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” - National Geographic Thailand

Thailand Sustainability Expo 2020 “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก”

ครั้งแรกของการผนึกพลังองค์กรต้นแบบด้านความยั่งยืนของประเทศไทย
ในงาน “Thailand Sustainability Expo 2020”
“พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก”

นับเป็นปรากฏการณ์ความร่วมมือครั้งสำคัญและยิ่งใหญ่ขององค์กรต้นแบบด้านความยั่งยืนของประเทศไทย ที่จะมาร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในงาน Thailand Sustainability Expo 2020 (TSX) ภายใต้แนวคิด “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” (Sufficiency for Sustainability)

โดยการนำของ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (มหาชน) (TU) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTGC) รวมถึงเครือข่าย TSCN (Thailand Supply Chain Network) หรือเครือข่ายธุรกิจห่วงโซ่อุปทานแห่งประเทศไทย และองค์กรอื่นๆ

โดยน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “สืบสาน รักษา และต่อยอด” มาเป็นแนวทางในการจัดงานตามศาสตร์พระราชาและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมเปิดโอกาสและสร้างเครือข่ายสังคมของการมีส่วนร่วม สู่การนำไปปฏิบัติที่ใช้ได้ผลเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง โดยมีกำหนดจัดงานนี้ขึ้นระหว่างวันที่ 1-4 ตุลาคม 2563 นี้ ณ ห้างสรรพสินค้า สามย่านมิตรทาวน์ ชั้น G ชั้น 3 และ ชั้น 5

เกี่ยวกับรายละเอียดเรื่องนี้ คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า

“แนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของไทยเบฟได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy Philosophy – SEP) มาเป็นหลักปฏิบัติ อันจะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 17 ประการขององค์การสหประชาชาติ จะเห็นได้ว่าไทยเบฟเป็นบริษัทแรกในภูมิภาคอาเซียนที่ได้รับคัดเลือกเป็นผู้นำในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องดื่มระดับโลกในดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices หรือ DJSI) ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 เป็นสมาชิกในดัชนีความยั่งยืน DJSI ระดับโลกติดต่อกันเป็นปีที่ 3 และเป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืน DJSI กลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ติดต่อกันเป็นปีที่ 4

นอกจากนี้ในปี 2562 ไทยเบฟยังได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (UN Global Compact) เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์โลกให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น ไทยเบฟจึงยึดมั่นและทุ่มเทเพื่อ “สร้างสรรค์และแบ่งปันคุณค่าจากการเติบโตที่ยั่งยืน” ร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า ไทยเบฟมุ่งมั่นที่จะปกป้องสิ่งแวดล้อมเพราะเชื่อว่า สิ่งแวดล้อมถือเป็นรากฐานของชุมชนและสังคมที่แข็งแกร่ง และส่งผลให้การวางรากฐานทางธุรกิจมั่นคงเช่นกัน ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตทางธุรกิจของไทยเบฟที่เป็นไปตามเป้าหมายการ ก้าวขึ้นเป็นผู้นำธุรกิจเครื่องดื่มครบวงจรในภูมิภาคอาเซียนอย่างมั่นคงและยั่งยืน”

คุณธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า

“ไทยยูเนี่ยนให้ความสำคัญด้านความยั่งยืนมาโดยตลอด และดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี นอกเหนือจากการปฏิบัติตามกฎระเบียบสากลแล้ว เรายังมุ่งมั่นในพันธกิจที่จะเป็นบริษัทแห่งนวัตกรรมและดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบทั่วโลก โดยเรามีนโยบายความยั่งยืนตามกลยุทธ์ SeaChange® ที่เราดำเนินควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในปี 2561 และ 2562 ไทยยูเนี่ยนได้เป็นผู้นำอันดับ 1 กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารของโลกจากดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ ปัจจุบัน ไทยยูเนี่ยนได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิกของดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ เป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน ไทยยูเนี่ยนยังมีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นหนึ่งในภาคีข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact) และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิเพื่อความยั่งยืนของอาหารทะเลสากล (International Seafood Sustainability Foundation: ISSF) ในวันนี้ ไทยยูเนี่ยนมีความยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการจัดงาน Thailand Sustainability Expo 2020 (TSX) ในครั้งนี้”

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เปิดเผยว่า

“GC ต้นแบบด้านความยั่งยืนของโลก ภายใต้แนวคิด Circular for Better Living ด้วย 3 นโยบายตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ได้แก่ Smart Operating คือการนำเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิต เพื่อช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและนำมาหมุนเวียนอย่างคุ้มค่า Responsible Caring คือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตลอดทั้งวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์นั้นๆ และ Loop Connecting คือการเชื่อมโยงทุกภาคส่วนตลอดห่วงโซ่อุปทาน สร้างความร่วมมือกับพันธมิตรต่างๆ เพื่อเชื่อมต่อธุรกิจแบบครบวงจร นอกจากนี้ GC ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก อาทิ United Nations Global Compact หรือ UNGC ประเมินให้ GC เป็น GLOBAL COMPACT LEAD หนึ่งเดียวในประเทศไทย จาก 37 องค์กรทั่วโลก และ ในปี 2019 ดัชนีด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ DJSI ได้จัดอันดับให้ GC เป็นที่ 1 ของโลก และ อยู่ในระดับ Top 10 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ใน Chemical Sector”

เรียกว่าเป็น Big Event แห่งปีที่เป็นการรวมตัวขององค์กรต้นแบบด้านความยั่งยืนของประเทศไทยที่จะมาร่วมกันสร้าง “พลังร่วม” ในครั้งนี้ เพื่อบรรลุเป้าหมายความยั่งยืนอย่างแท้จริง

เรื่องแนะนำ

การปกป้องป่า คือสิ่งจำเป็นเพื่อโลกที่ยั่งยืนในอนาคต

หมู่บ้าน Mian Gu ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Nu ของประเทศจีน เป็นโครงการสร้างบ้านของรัฐบาลที่ออกแบบเพื่อจูงใจประชาชนที่อาศัยอยู่บนภูเขาให้ย้ายลงมาที่แม่น้ำเพื่อลดการตัดไม้ทำลายป่า ภาพถ่ายโดย ADAM DEAN, NAT GEO IMAGE COLLECTION เมื่อปีที่แล้ว ยูเอ็นได้เตือนให้ระวังวิกฤตภูมิอากาศที่ใกล้เข้ามา ในปีนี้ ยูเอ็นวิงวอนให้ อนุรักษ์ป่า ไว้ก่อนจะสายเกินไป รายงานจาก คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศขององค์การสหประชาชาติ (The United Nation’s Intergovernmental Panel on Climate Change – IPCC) ซึ่งเผยแพร่เมื่อต้นเดือนสิงหาคมได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นของการเปลี่ยนวิธีการจัดการที่ดินของโลกอย่างรวดเร็วและเร่งด่วน เดบราห์ ลอว์เรนซ์ (Deborah Lawrence) นักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมแห่งมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย กล่าวว่า เพื่อจัดการกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ต้องมีการใช้กลยุทธ์ที่ยั่งยืนซึ่งจัดการปัญหาได้ตรงเป้าและส่งผลกระทบได้อย่างกว้างขวาง “การเปลี่ยนแปลงของสภาวะภูมิอากาศเป็นภัยคุกคาม เราต้องหาหนทางที่เป็นไปได้ในทุกแง่มุมเพื่อจัดการกับมัน” เดบราห์ กล่าว ในรายงานของ IPCC มีเนื้อหาเกี่ยวกับคำแนะนำว่าทั้งประชาชน นักวิทยาศาสตร์ และผู้กำหนดนโยบาย ควรกำหนดความสำคัญอย่างไร และนี่คือหัวข้อสำคัญในคำแนะนำดังกล่าว การปรับปรุงยกเครื่องระบบการผลิตอาหารครั้งใหญ่ของมนุษย์เป็นเรื่องที่จำเป็น โดยในรายงานกล่าวว่า ปัญหาสภาวะภูมิอากาศสุดขั้วเช่น […]

Heidelberg ทำไมเมืองในเยอรมนีแห่งนี้ จึงไม่ต้อนรับรถยนต์อีกต่อไป

Heidelberg หนึ่งในเมืองแถวหน้าของการเคลื่อนไหวเพื่อต่อกรกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่แข็งแกร่งที่สุดในยุโรป ไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg) เมืองเล็กๆ ที่มีประชากรราว 160,000 คน ได้แสดงให้เห็นว่าเมืองที่แทบไร้ยานยนต์ในอนาคตจะหน้าตาเป็นอย่างไร จากการเป็น 1 ใน 6 เมืองของยุโรปที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้บุกเบิก โดย C40 Cities องค์กรสนับสนุนนโยบายเมืองที่เป็นมิตรกับสภาพอากาศในอนาคต เป้าหมายของนายกเทศมนตรีเอ็คคาร์ด เวิร์ซเนอร์ (Eckart Würzner) คือทำให้เมืองลดการพึ่งพารถยนต์ไม่ว่าเชื้อเพลิงที่ใช้จะมาจากแหล่งใดก็ตามโดยไฮเดลเบิร์กกำลังจัดซื้อรถบัสพลังงานไฮโดรเจนสร้างเครือข่ายทางหลวงของจักรยานในเขตชานเมืองอีกทั้งยังดีไซน์ชุมชนที่รองรับการสัญจรทางเท้าแทนยานพาหนะ นายกเทศมนตรีเวิร์ซเนอร์ออกนโยบายสนับสนุนชาวเมืองที่เลิกใช้รถยนต์ส่วนตัว โดยให้สิทธิขึ้นรถขนส่งสาธารณะแบบไม่ต้องเสียเงินเป็นระยะเวลาถึง 1 ปี นอกจากนี้เขายังออกนโยบายมอบเงินสนับสนุนแก่ผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า เป็นมูลค่ากว่า 1,000 ยูโร (38,000 บาท) และให้เพิ่มอีก 1,000 ยูโรหากติดตั้งอุปกรณ์ชาร์จไฟฟ้าที่บ้าน ไฮเดลเบิร์กเป็นหนึ่งในเมืองแถวหน้าของการเคลื่อนไหวด้านภูมิอากาศที่แข็งแกร่งที่สุดในยุโรปการเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางประชาคมทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นเมืองในสหรัฐอเมริกาอย่างพอร์ตแลนด์รัฐออริกอนไปจนถึงหลายๆเมืองในยุโรปอย่างโรมลอนดอนและปารีส เมืองเหล่านี้กำลังวางแผนจำกัดการจราจรโซนใจกลางเมือง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมของพื้นที่ปลอดยานพาหนะและปลอดมลพิษในช่วงทศวรรษหน้า ในขณะเดียวกัน บางเมืองอย่างสต็อกโฮล์ม และสตุ๊ตการ์ท ซึ่งเป็นบ้านเกิดของแบรนด์รถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่าง Mercedes-Benz ได้ออกกฏหมายระงับการใช้รถยนต์ดีเซลแบบเก่า ซึ่งสร้างมลพิษอย่างมากไปแล้วถาวร หนึ่งในมาตรการที่จะทำให้ การเป็นเมืองปราศจากรถยนต์ของไฮเดลเบิร์กสำเร็จ คือ การสร้างสะพานข้ามตึกต่างๆ ให้ผู้ขับขี่จักรยานใช้ได้อย่างอิสระ พร้อมกันนั้นยังได้ออกนโยบายลดการใช้พลังงานในอาคารในเมืองอย่างเข้มข้น ตลอด 5 […]

เศรษฐกิจหมุนเวียน : ขยะจะกลายเป็นศูนย์ได้จริงหรือ

โลกไร้ขยะฟังดูไม่น่าเป็นไปได้ แต่แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่มนุษย์ใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดและนำวัสดุต่างๆ กลับมาใช้ซ้ำอย่างไม่สิ้นสุด เป็นความหวังของธุรกิจและนักสิ่งแวดล้อม แต่เราจะทำให้เกิดขึ้นจริงได้ไหม หรืออันที่จริงต้องบอกว่า เราไม่ทำได้ด้วยหรือ

บ้านแม่เหาะ เสน่ห์การท่องเที่ยวชุมชนปกาเกอะญอ

ชาวปกาเกอะญอใน บ้านแม่เหาะ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดการท่องเที่ยวด้วยการชูเอกลักษณ์ของชุมชน 08.00 น. บ้านแม่เหาะ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน แสงแดดยามเช้าในเดือนพฤศจิกายนแทงทะลุผ่านทุ่งดอกบัวตอง นำความอบอุ่นและสดชื่นมาในคราวเดียวกัน สำนึกที่เคยร่ำเรียนวิชานิเวศวิทยาก็พลันแล่นเข้ามาในความคิดว่า บัวตองเป็นพืชต่างถิ่นและเป็นผู้รุกราน แต่ถ้าในแง่ของความอภิรมย์ ภาพตรงหน้านับได้ว่าเป็นความงดงามอย่างหนึ่งในชีวิต จากการระบาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวโดยตรง หลายฝ่ายจึงกลับมามองย้อนถึงสิ่งที่เกิดขึ้น รายได้จากการท่องเที่ยวที่เคยเบ่งบาน กลับหายวับไปในชั่วพริบตาเดียว หลายคนพูดถึงคำว่า “ยั่งยืน” เช่น รายได้ที่ยั่งยืน การประกอบธุรกิจอย่างยั่งยืน และอีกมากมายที่ลงท้ายด้วยคำว่ายั่งยืน แต่พวกเราเข้าใจคำว่า “ยั่งยืน” อย่างไร หลังจากสถานการณ์การระบาดโรคโควิด-19 ในประเทศไทยมีความผ่อนคลายมากขึ้น ประชาชนในประเทศต่างถวิลหาการเดินทางอีกครั้ง ทั้งด้วยนโยบายสนับสนุนการท่องเที่ยวจากภาครัฐ ยิ่งผลักให้ผู้คนในประเทศมองว่า เป็นช่วงเวลาอันดีที่จะออกไปปลดปล่อยอารมณ์ที่ตึงเครียดมาตลอดทั้งปี อย่างไรก็ตาม มาตรการล็อกดาวน์ได้ทิ้งร่องรอยบางอย่างไว้ให้เราได้เรียนรู้ นั่นคือการฟื้นตัวของสถานที่ทางธรรมชาติ ทุกคนเห็นตรงกันว่า “เราควรเริ่มหันมามองการท่องเที่ยวอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อม” ซึ่งหมายความรวมไปถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชุมชน เราจึงมองหาสถานที่ที่สามารถบอกเล่าเรื่องราว “ความยั่งยืน” และ “การท่องเที่ยว” ให้กับเราได้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันที่บริษัท Local Alike บริษัทนำเที่ยวชุมชน ติดต่อเราเข้ามาเพื่อไปเยี่ยมชมชุมชนแม่เหาะ ชุมชนที่บริหารจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน และสามารถสร้างความยั่งยืนได้จากการร่วมมือกันของคนในพื้นที่ เดินขึ้นดอยตามเส้นทางชุมชน บ้านแม่เหาะ […]