พลังของเยาวชนคือแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อย่างยั่งยืน - National Geographic Thailand

พลังของเยาวชนคือแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อย่างยั่งยืน

ถึงแม้ว่างาน Thailand Sustainability Expo 2020 หรือ TSX ซึ่งมีจุดมุ่งหมายในการกระตุ้นให้สังคมหันกลับมาใส่ใจ “เรื่องความยั่งยืน” อย่างจริงจังจะจบลงไปแล้วก็ตาม แต่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 17 ประการขององค์การสหประชาชาติ ที่เรียกกันว่า “Sustainable Development Goals (SDGs)” เชื่อมโยงทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นกลไกสำคัญสำหรับการจัดงาน TSX จะยังคงเดินหน้าต่อไปตามแผนการพัฒนาครอบคลุมระยะเวลา 15 ปี นับตั้งแต่เริ่มต้นในเดือนกันยายน พ.ศ. 2558 ไปสิ้นสุดในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2573

แน่ล่ะว่าในอีก 15 ปีข้างหน้า กลุ่มก้อนที่จะเป็นแรงผลักดันและขับเคลื่อนที่สำคัญในบทบาทนี้ คือกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่มีแนวคิดและความตั้งใจจะเห็นเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พัฒนาไปสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม (จริง ๆ โดยจิตสำนึกแล้วก็ควรจะต้องเป็นหน้าที่ของทุกคนในสังคมนั่นแหละถึงจะเรียกว่ายั่งยืนได้เต็มปาก)

ซึ่งหนึ่งในกิจกรรมสำคัญจากงาน TSX ที่เพิ่งผ่านไป National Geographic Thailand ได้มีโอกาสร่วมฟังเสวนาในหัวข้อ “บทบาทของเยาวชนต่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” ที่ TSX ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ ชวน 4 ผู้แทนเยาวชนไทย นำโดย พริม-พริมา ภูพรชัย ผู้แทนเยาวชนไทยในการประชุม ECOSOC Youth Forum 2019 และผู้ก่อตั้งโครงการ Speaking Hub เพื่อส่งเสริมและสอนทักษะการพูดภาษาอังกฤษให้กับเยาวชนระดับชั้นมัธยมศึกษาผ่านแอพลิเคชั่น Google Meet,

กล้วยหอม-ชนัญชิดา มลิวัลย์ ผู้แทนเยาวชนไทยในการประชุม ECOSOC YOUTH FORUM 2020 และผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม Plastic Be More แพลตฟอร์มที่ชวนให้คนลุกขึ้นมาเปลี่ยนขยะพลาสติกจากผู้รายให้กลายเป็นฮีโร่

ร่วมด้วย นัศ-นัศรุดดีน ยามา ผู้แทนเยาวชนไทยในการประชุม ECOSOC Youth Forum 2020 และต้อง-กรวีร์ ทองอินที ผู้แทนเยาวชนไทยในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 74 หรือ UNGA 74 มาเล่าถึงบทบาทของตนเองที่มีส่วนสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมี คุณแคทรียา ปทุมรส ผู้อำนวยการกองกิจการเพื่อการพัฒนา กรมองค์การระหว่างประเทศ เป็นผู้ดำเนินรายการบนเวทีในวันนั้น

และนี่คือเกร็ดน่าสนใจจากเวทีเสวนาเมื่อวันก่อนที่เราเก็บมาฝาก เชื่อเหลือเกินว่าคำตอบของพวกเขาเหล่านี้จะเป็นอีกหนึ่งตัวบ่งชี้ให้เห็นถึงบทบาทของเยาวชนในยุคปัจจุบัน ที่นับว่าเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมอย่างยั่งยืนภายใต้ SDGs ทั้ง 17 ประการ ต่อไปในอนาคต

พริม-พริมา ภูพรชัย ผู้แทนเยาวชนไทยในการประชุม ECOSOC Youth Forum 2019 และผู้ก่อตั้งโครงการ Speaking Hub
https://www.facebook.com/speakinghubofficial

“เวลาเราเห็นเป้าหมายของ SDGs เรามักจะคิดว่านั่นเป็นความรับผิดชอบขององค์กร ภาครัฐ หรือภาคี แต่เราในฐานะเยาวชนก็สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในความรับผิดชอบเหล่านั้นได้ ซึ่งพริมให้ความสนใจกับ SDGs 4 (เป้าหมายที่ 4: การศึกษาที่เท่าเทียม) เพราะคิดว่าการศึกษานั้นสำคัญมากต่อการบรรลุ SDGs ในเป้าหมายอื่น ๆ ได้ พริมพบสถิติหนึ่งจากอาเซียนที่ทำให้ค่อนข้างตกใจ ในปีที่แล้วเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน ไทยเป็นอันดับที่ 3 จากท้ายในด้านทักษะการพูดภาษาอังกฤษ หรือ English proficiency รวมถึง Critical thinking skill ที่อยู่อันดับที่ 2 จากท้าย”

“ตัวพริมเองโชคดีที่ได้มีโอกาสเข้าเรียนโรงเรียนนานาชาติมาตั้งแต่เด็ก จึงอยากแบ่งปันโอกาสสำหรับเด็ก ๆ ผ่านโครงการ Speaking Hub ที่ช่วยให้เด็กในระดับมัธยมศึกษา ปวช. และ ปวส. ได้พัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษ และคำศัพท์ Critical thinking ผ่านวีดีโอคอลโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เราเริ่มต้นโครงการมาตั้งแต่เดือนมกราคมปีนี้ และเริ่มเปิดการเรียนการสอนมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน เราพยายามสร้างคอมมูนิตี้ด้านการศึกษาให้แก่ครูอาสาและน้อง ๆ เพื่อความเท่าเทียมกันทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด”

กล้วยหอม-ชนัญชิดา มลิวัลย์ นิสิตจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้แทนเยาวชนไทยในการประชุม ECOSOC YOUTH FORUM 2020 และผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม Plastic Be More https://www.facebook.com/PlasticBeMoreBySOSPlus/

“หนึ่งในสาเหตุหลักที่เป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม ก็คือพลาสติกที่เราใช้กันในชีวิตประจำวัน การที่เราสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมกับการจัดการขยะ ทำให้เราทราบว่าจากศัตรูตัวร้ายของสิ่งแวดล้อม มันสามารถกลายเป็นฮีโร่ในสังคมได้ผ่านกระบวนการ Upcycling”

“Plastic Be More มากกว่าแค่พลาสติก นั้นเป็นเพจเล็ก ๆ ที่มีเป้าหมายในการสร้างความตระหนักรู้ถึงวิธีการจัดการกับขยะพลาสติกอย่างถูกวิธีเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และส่งเสริมให้มีการจัดส่งขยะพลาสติกแบบแยกประเภทไปยังองค์กรที่จะนำขยะไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยไม่เกิดขยะแบบเดิมซ้ำอีก”

ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา Plastic Be More ได้จัดกิจกรรม Let’s make your plastic be more ชวนทุกคนส่งขยะพลาสติกมาเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่า อาทิ นำหลอดมาทำเป็นหมอน นำฝาขวดน้ำมาทำเป็นเก้าอี้ รวมไปถึงนำขวดน้ำพลาสติกมาทำจีวร สร้างบล็อกปูพื้นถนนจากวัสดุรีไซเคิล และนำขยะพลาสติกมาอัดใส่ขวดพลาสติกเพื่อทำเป็น Ecobricks สำหรับสร้างโรงเรียนให้เด็กด้อยโอกาส

“เรานำพลาสติกมากกว่า 4,038 ชิ้น รวบรวมและส่งไปยังองค์กรพัฒนาขยะพลาสติก เพื่อสร้างมูลค่าที่เป็นประโยชน์ เพราะปลายทางของขยะพลาสติกไม่ควรอยู่ในถังขยะหรือท้องทะเล แต่ควรไปอยู่ในองค์กรที่พัฒนาขยะพลาสติกให้มีคุณค่า”

นัศ-นัศรุดดีน ยามา นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา
และผู้แทนเยาวชนไทยในการประชุม ECOSOC Youth Forum 2020

“ผมเป็นนักศึกษาที่มีโอกาสได้ร่วมทำกิจกรรมในหลาย ๆ อย่าง ในเมื่อผมได้โอกาสทางการศึกษา หากผมสามารถทำอะไรได้ในการสร้างโอกาสคืนไปให้กับเด็กที่ขาดโอกาส ผมก็อยากเป็นกระบอกเสียงสำคัญหรือสร้างโอกาสเหล่านั้น จึงลงพื้นที่และทำกิจกรรมเพื่อเด็กมากมายที่ขาดโอกาสทางการศึกษาเพราะขาดทุนทรัพย์”

“ผมจึงจัดตั้งโครงการครูอาสาร่วมกับอาสาสมัครจากอเมริกา ซึ่งทำให้ผมได้รู้จักกับ Empower Young Generation มาช่วยกันสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กเห็นความสำคัญของการศึกษา สมัครเข้าร่วมกลุ่ม American Corner YALA เพื่อขับเคลื่อนและแก้ไขปัญหาในพื้นที่ชนบท สร้างกลุ่ม English Camp เพื่อแนะแนวทางในการศึกษากับเด็กชั้นมัธยมปลาย รวมถึงจัดกิจกรรมด้านภาษาให้กับเยาวชนที่สนใจด้านภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี เมื่อเด็กเหล่านี้ต้องการเรียนรู้แต่ขาดโอกาส เราจึงหาจิตอาสาเข้าไปทำกิจกรรมและให้คำแนะนำกับเด็กๆ เหล่านี้”

“เป้าหมายของผมคือในปี 2020 คือการลงสำรวจพื้นที่เพื่อทำให้เด็กได้สิทธิ์ทางการศึกษา ในปี 2022 เราอยากให้หมดปัญหาเรื่องความไม่เท่าเทียมและให้เด็กได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ ในปี 2028 เด็กที่ได้รับการศึกษาที่เท่าเทียมและมีคุณภาพสามารถเรียนจบแล้วได้งานทำที่ดี แล้วกลับมาต่อยอดให้เยาวชนรุ่นต่อไปในปี 2030 ซึ่งโครงการที่ผมจะทำจะเป็นการต่อยอดและยั่งยืน เพราะผมต้องการให้เด็กในทุกเจเนอเรชั่นมีความเท่าเทียมและได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ”

“เราทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนี้เคยได้รับโอกาส โอกาสที่เราได้ใช้ยังมีอีกหลายคนยังรอโอกาสแบบเรา ฉะนั้นถ้าเราทำได้ จงเป็นโอกาสนั้นให้กับคนอื่นต่อไป”

ต้อง-กรวีร์ ทองอินที นิสิตคณะรัฐศาสตร์ ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้แทนเยาวชนไทยในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 74 หรือ UNGA 74

“ผมเคยคิดว่าจะทำอย่างไรให้เรื่องความสัมพันธ์หว่างประเทศที่เราเรียนนั้นมาแก้ไขปัญหาในสังคมได้ มันก็เลยเป็นแรงผลักดันให้ผมมาเข้าร่วมโครงการต่าง ๆ ที่เรียกว่าการประชุมระดับนานาชาติตั้งแต่เรียนปี 1 อย่างโครงการล่าสุดที่จุฬาฯ ร่วมกับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สร้างเครือข่ายเยาวชนข้ามภูมิภาคมาหารือกันถึงปัญหาของภูมิภาคและของโลก”

“ผมเชื่อว่าเยาวชนสามารถเป็นขุมกำลังที่สร้างความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ได้ เยาวชนมีคุณลักษณะพิเศษบางอย่างที่ไม่มีข้อจำกัดใด ๆ ในการสร้างความร่วมมือ จากโครงการต่าง ๆ ที่ผมเข้าร่วม สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกชอบก็คือ การเชื่อมโยงคนที่มีไอเดียและต้องการไอเดียเข้าด้วยกันได้”

“เยาวชนอยากมีบทบาท แต่ผมรู้สึกว่าความร่วมมือจากหลายภาคส่วนที่มีต่อเยาวชนในปัจจุบันค่อนข้างจะเป็นในเชิงสัญลักษณ์เสียมากกว่า เยาวชนไปอยู่ในโครงการต่าง ๆ มากมาย แต่ไม่ได้รับการนำไปต่อยอดอย่างเต็มที่เท่าที่ควร”

“โครงการที่ผมทำมันมีอิมแพ็คในสองมิติ คือเยาวชนต่อสังคม และเยาวชนกับเยาวชนด้วยกัน เยาวชนยุคใหม่มีความสนใจเรื่องความยั่งยืนน้อยหรือเปล่า? ผมรู้สึกว่าเครือข่ายเยาวชนที่ผมสร้างสามารถสื่อสารกับเยาวชนได้ดียิ่งขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น สามารถส่งต่อความคิด หรือสิ่งที่เรียกว่า Sustainability DNA ในตัวเยาวชนด้วยกันเองได้”

“เหมือนกับเรามีเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มที่พูดว่า รักเต่าไม่เอาหลอด ทุกวันนี้เราหยิบหลอดขึ้นมาใช้ วันใดวันหนึ่งเราก็อาจจะไม่ใช้หลอดในที่สุด ผมรู้สึกว่ามันคือการปลูกฝังเรื่อง SDGs โดยที่ไม่ต้องจัดงานนี้ขึ้นมา ไม่ต้องทำแผ่นผับ ไม่ต้องทำหนังสือ แต่ใช้การบอกต่อ ส่งต่อความคิดให้เยาวชนมีความรู้เรื่อง SDGs ในภายภาคหน้า”

“ผมอยากเน้นย้ำถึงความเชื่อมั่นในเยาวชน เหมือนที่ผมเคยได้กล่าวสุนทรพจน์ที่นิวยอร์กเมื่อปีก่อนว่า ทุกวันนี้เยาวชนพร้อมแล้วทั้งใจและความรู้ ที่จะผลักดันให้สังคมพัฒนามากขึ้น ได้โปรดนำเยาวชนเข้าไปมีส่วนในการตัดสินใจ รับฟังเสียงของเยาวชน ไม่ว่าจะประเด็นไหนก็ตาม ผมคิดว่า เราจะไม่ทำให้คนในประเทศหรือคนในโลกนี้ผิดหวังแน่นอน”

“SDGs ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นสิ่งที่เราทำอยู่ในชีวิตประจำวัน เพียงแต่ต้องเพิ่มความตระหนักรู้ว่า SDGs 17 ข้อนั้นมีอะไรบ้าง เพื่อส่งเสริมการดำเนินงานของเราต่อไป” คุณแคทรียา ปทุมรส ผู้อำนวยการกองกิจการเพื่อการพัฒนา กรมองค์การระหว่างประเทศ

“อยากขจัดความยากจน ขจัดความหิวโหย SDGs ทั้งหมดต้องขับเคลื่อนไปพร้อม ๆ กัน One for all, All for one” คุณวนาลี โล่ห์เพชร รองอธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ


 

เรื่องแนะนำ

Plas-Tao จากขยะทะเล สู่ห้องเรียนรีไซเคิลพลาสติกบนเกาะเต่า

ปี 2563 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ท้องทะเลไทยมีขยะติดถุงอวนจับปลาประมาณ 145 ตันต่อปี ซึ่งขยะที่พบมากที่สุด คือ “พลาสติก” “ไม่ต้องมาเก็บขยะหรอก พื้นที่ตรงนี้เป็นอ่าว หมดมรสุมแล้ว ลมก็พัดขยะออกไปจากชายหาด” นี่คือคำพูดจากปากเจ้าของกิจการที่พักริมหาดรายหนึ่งใน เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี คงไม่ผิดหรอกที่ชาวบ้านจะรู้จักทิศทางลมดีกว่าคนนอก และเก๋าพอจะอ่านเกมออกว่า อีกไม่นานหน้าบ้านของเขา ชายหาดที่ทอดยาว จะกลับมาสะอาดเหมือนเดิม …ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว เราไม่ได้แก้ปัญหาขยะที่เกิดขึ้นเลย นักท่องเที่ยวหลายคนที่เคยเดินทางไปยังเกาะเต่า จะเห็นว่า แทบทุกสัปดาห์ มีประกาศชักชวนเก็บขยะริมหาด แต่หลังจากนั้น เราจะทำอย่างไรกับเจ้าขยะเหล่านี้ดี?   โควิด เกาะร้าง และขยะที่คนมองข้าม คุณเมย์-วิชชุดา ดำเนินยุทธ ผู้ก่อตั้งร้านค้าแนวคิดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม May and Co ซึ่งได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ในปี 2563 เริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับขยะมากมายในเกาะเต่า แต่ยังไม่ได้รับการจัดการ เล่าว่า “อยู่เกาะเต่ามาเกือบ 7 ปีแล้วค่ะ ส่วนตัวเป็นคนที่ศึกษาเรื่องการรีไซเคิลอยู่แล้ว ช่วงโควิดพอไม่มีนักท่องเที่ยว เวลาเราก็เยอะขึ้น ใช้เวลากับชายหาดมากขึ้น จึงได้เห็นขยะที่มันมีปริมาณมาก จนค้นพบคำตอบของนักท่องเที่ยวที่เคยถามเราว่า […]

ความสุขอย่างยั่งยืน : ท่องเที่ยวมิติใหม่ในฟิลิปปินส์

เกาะโบราไกย์ในฟิลิปปินส์เสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวที่สะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้กับนักท่องเที่ยว เพื่อให้ทุกคนมี ความสุขอย่างยั่งยืน ช่วงที่ผ่านมา การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนได้กลายมาเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเป็นหนึ่งในรูปแบบของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน แนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนไม่ใช่แค่คุณต้องรักษาความสะอาดของพื้นที่ แต่คุณจำเป็นต้องคิดถึงผลกระทบระยะยาวต่อสิ่งแวดล้อมในสถานที่ท่องเที่ยวรวมไปถึงประชากรในท้องถิ่น เมื่อคุณเดินทางท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนไม่ใช่แค่การคงสภาพดั้งเดิมของพื้นที่นั้นไว้ แต่คุณควรสร้างผลกระทบเชิงบวกกับพื้นที่นั้นด้วยเพื่อกระจาย ความสุขอย่างยั่งยืน ทั้งผู้มาเยือนและเจ้าบ้าน การท่องเที่ยวเป็นสิ่งสำคัญของประเทศฟิลิปปินส์ และประเทศอุษาคเนย์นี้ยังเต็มไปด้วยโอกาสที่นักท่องเที่ยวจะได้ลองท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ถ้าคุณกำลังวางแผนการเดินทาง คำแนะนำเหล่านี้ช่วยให้คุณสามารถท่องเที่ยวพร้อมไปกับการให้บางสิ่งบางอย่างกลับคืนแก่โลก ผ่านจุดท่องเที่ยวยอดนิยม 3 แห่งในฟิลิปปินส์ เกาะโบราไกย์ ความสวยงามของหาดทรายขาวอันเลื่องชื่อ โบราไกย์เป็นหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมของฟิลิปปินส์มาช้านาน อย่างไรก็ตาม ในปี 2018 ความมีชื่อเสียงนี้เป็นเหตุให้ทางการจำเป็นต้องประกาศปิดเกาะเป็นเวลา 6 เดือน และปัจจุบันมีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวต่อวันที่จะเข้าชมเกาะ ถ้าคุณอยากเดินทางไปโบราไกย์ คุณควรพิจารณาถึงกิจกรรมต่าง ๆ ที่ไม่สร้างผลกระทบต่อพื้นที่เลย การเล่นไคต์เซิร์ฟ คุณต้องอาศัยแรงลมสำหรับการควบคุมทิศทาง คุณสามารถเคลื่อนที่ไปบนผืนน้ำได้อย่างรวดเร็ว หากมีสภาพอากาศที่เหมาะสม ที่หาดบูลาบ็อก ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม และอีกหนึ่งสถานที่คือหาดไวท์บีช ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม ซิปไลน์ การห้อยโหนไปบนเส้นสลิงเป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มจินตนาการในการชมทิวทัศน์ในมุมมองเดียวกับนกที่กำลังโผบิน และกิจกรรมนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ฟรีไดฟ์ หรือการดำน้ำโดยไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจ ที่แม้จะใช้อุปกรณ์ในการดำน้ำน้อยลงแล้ว คุณยังได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่อัศจรรย์ใต้ท้องทะเลแบบใกล้ชิด การเดินชมธรรมชาติบนเกาะ นอกจากเป็นกิจกรรมที่ยั่งยืนแล้ว คุณยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับพืชและสัตว์นานาพันธุ์บนเกาะแห่งนี้ พร้อมกับเผาผลาญพลังงานไปในตัว กิจกรรมนี้อาจเป็นแค่การเดินทอดน่องเรื่อย ๆ หรือการเดินป่าจริงจังตลอดสองชั่วโมง […]

ตามหาความงามที่ส่งเสียงได้ ใจกลางป่าฝนเขตร้อน

เมื่อฤดูฝนมาเยือน หมู่ไม้ต่างพร้อมใจกันแตกใบอ่อน พร้อมหมอกขาวที่ลอยขึ้นจากป่าราวกับแมกไม้กำลังปล่อยลมหายใจออกพร้อม ๆ กัน สรรพชีวิตดำเนินไปภายใต้ร่มสีเขียวขนาดใหญ่ หยดน้ำหลั่งไหลรวมกันเป็นเป็นแม่น้ำสายใหญ่ ส่งเสียงกระทบหินดังซาบซ่านอยู่กลางป่า น้ำตกกรุงชิง ความงดงามของธรรมชาติเป็นสิ่งที่หลายคนถวิลหา การระบาดครั้งใหญ่ได้แยกมนุษย์ออกจากพื้นที่ธรรมชาติ ฉันก็เป็นหนึ่งในมนุษย์เหล่านั้น ที่เฝ้ารอได้กลับไปสัมผัสความธรรมดาของธรรมชาติอีกครั้ง น้ำตกกรุงชิง สายฝนที่หล่นลงจากฟ้าชวนให้นึกถึงสถานที่ที่ชุ่มฉ่ำ ความเขียวชอุ่มของใบไม้หลังได้รับน้ำฝน และแสงแดดที่ส่องกระทบกับหยดน้ำหลังฝนซา นานแค่ไหนแล้วที่ภาพเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นในชีวิตจริง เมื่อสถานการณ์ต่าง ๆ เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ผู้คนก็เริ่มเดินทางอีกครั้ง ฉันไม่รอให้โอกาสนี้ผ่านไป การเดินทางไปตามความต้องการของหัวใจจึงเริ่มขึ้น เยือนแดนหลังคาสีเขียว จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นหนึ่งในจังหวัดทางภาคใต้ของไทยที่ฉันเดินทางมาเยือนหลายครั้ง ทั้งภารกิจเรื่องการงาน และภารกิจส่วนตัว ครั้งนี้ ฉันมาพร้อมกับเพื่อนร่วมทางเจ้าเก่า ที่ได้ชักชวนฉันไปสัมผัสประสบการณ์บนเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกกรุงชิง ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาหลวง พวกเรามาถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติฯ ในช่วงเช้าของวัน แดดแรง ก้อนเมฆลอยประปรายตัดกับสีฟ้าและป่าสีเขียว อากาศอบอ้าวสมกับเป็นป่าฝนเขตร้อน เจ้าหน้าที่อุทยานฯ พร้อมด้วยนักสื่อความหมาย นำพวกเราเดินเท้าเข้าไปในเส้นทางศึกษาธรรมชาติฯ บรรยากาศสองข้างทางเต็มไปด้วยพันธุ์พืชที่โดดเด่น อย่างเฟิร์นต้น หรือมหาสดำ พืชในตระกูลเฟิร์นที่คงวิวัฒนาการไว้ตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ ตลอดทางเดิน เรือนยอดของต้นไม้ใหญ่คอยบังแดดให้กับพวกเรา และยังปกคลุมเส้นทางศึกษาธรรมชาติฯ คล้ายเป็นหลังคาสีเขียวขนาดใหญ่ ระหว่างทางมีป้ายสื่อความหมายเป็นระยะ ซึ่งจัดทำโดยมูลนิธิไทยรักษ์ป่า องค์กรสาธารณกุศลที่ก่อตั้งและสนับสนุนการดำเนินงานโดย บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด […]

ก้าวแรกของแบงก์กรุงศรี ที่เริ่มต้น ESG ให้กับสถาบันการเงินไทย

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สถาบันการเงินแห่งแรกที่ผลักดันเรื่อง ESG อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการออกตราสารหนี้เพื่อสังคม ทุกวันนี้เรายังหานิยามที่ดีที่สุดของ ‘ความยั่งยืน (Sustainability)’ ไม่ได้ แม้จะเป็นคำที่ถูกพูดถึงกันอย่างเอิกเกริกในทุกกลุ่มสังคมก็ตามที ธรรมชาติปลุกเราให้ตื่นขึ้นมาสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและโลกใบนี้ผ่านปรากฎการณ์และภัยพิบัติมากมายที่ตอกย้ำเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ วิถีชีวิตในสิ่งแวดล้อมที่เลวร้ายลงเรื่อยๆ ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย การพัฒนาและดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพื่อความยั่งยืนจึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ นี่จึงเป็นหน้าที่ของผู้นำองค์กรทั้งหลาย ที่มาพร้อมบทบาทสำคัญในการผลักดันให้เกิดหมุดหมายของการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สมดุล เราจึงเริ่มต้นออกเดินทางไปคุยกับผู้บริหารระดับสูงของทุกวงการที่เชื่อในการคืนกลับสมดุล (Rebalance) ให้กับโลก ด้วยการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ เช่นนั้นแล้ว การพัฒนาองค์กรโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมภิบาล หรือ ESG (Environment, Social and Governance) จึงเป็นแนวทางที่ชัดเจน และช่วยเปลี่ยนผ่านภาคธุรกิจสู่ก้าวใหม่ไปด้วยกัน ‘สถาบันการเงิน’ ถือเป็นต้นน้ำของแหล่งทุนที่ภาคเอกชนใช้ในการทำธุรกิจ จึงมีบทบาทสำคัญในการรับผิดชอบต่อความเป็นไปของสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น จากทั้งการเติบโตขององค์กรตนเองและบรรดาลูกค้าผู้ขอสินเชื่อด้วย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) จึงตั้ง ‘สายงานการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลสู่ความยั่งยืน’ หรือ ‘สายงาน ESG’ ขึ้นในปี 2561 เพื่อสอดรับกับแนวคิดการธนาคารอย่างยั่งยืน (Sustainable Banking) ในวันที่น้อยคนจะรู้จักคำนี้ด้วยซ้ำไป คุณพูนสิทธิ์ ว่องธวัชชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ […]