ฟาร์มปลาในร่มสูงแปดชั้นของสิงคโปร์

ฟาร์มปลา ในอาคารสูง 8 ชั้นในสิงคโปร์ จะกลายเป็นแหล่งผลิตอาหารทะเลเพื่อคนท้องถิ่น

ฟาร์มปลา หรือระบบเลี้ยงปลาในอาคารเป็นความพยายามที่จะเพิ่มความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศที่มีภูมิประเทศเป็นเกาะเล็กๆ

ในเร็วๆ นี้ ที่ประเทศสิงคโปร์ บริษัทอะพอลโลอะควาคัลเจอร์กรุ๊ป กำลังจะเปิดดำเนินการฟาร์มปลาแนวตั้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ ฟาร์มแห่งนี้จะมีความสูงแปดชั้น ตัวแทนของบรษัทกล่าวว่า ความแตกต่างไม่ใช่แค่การก่อสร้างฟาร์มในแนวตั้งเท่านั้น ฟาร์มของพวกเขายังแตกต่างจากคู่แข่งในด้านของเทคโนโลยีอีกด้วย

เทคโนโลยีขั้นสูงของฟาร์มแนวตั้งแห่งนี้สามารถเพาะเลี้ยงและสร้างผลผลิตได้ทั้งปลาเก๋าพันธุ์ผสม ปลาเทราต์ และกุ้ง ได้ถึง 3,000 ตันต่อปี เมื่อเทียบกับประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงของปลาหนึ่งตัวกับปริมาณน้ำที่ใช้เพาะเลี้ยง ที่นี่มีประสิทธิภาพสูงกว่าฟาร์มสัตว์น้ำอื่นๆ ในประเทศอาเซียนถึง 6 เท่า โครโน ลี สื่อสารองค์กรของบริษัทอะพอลโลฯ กล่าว

ฟาร์มปลา. เลี้ยงปลา, ประมง, สิงคโปร์, ฟาร์มเลี้ยงปลา, ปลาทะเล
(ซ้าย) บ่อเลี้ยงแบบดั้งเดิม (ขวา) บ่อเลี้ยงปลาที่ติดตั้งอยู่บนอาคารในร่ม

ในการดำเนินการดังกล่าว บริษัทหวังที่จะเป็นผู้สนับสนุนหลักในแผนการความพยายามเพิ่มความมั่นคงด้านอาหารของประเทศเกาะเล็ก ๆ ซึ่งปัจจุบันนำเข้าอาหารจากต่างประเทศมากถึงร้อยละ 90

ตามที่ Ethan Chong Yih Tng วิศวกรของสถาบันเทคโนโลยีแห่งสิงคโปร์ ผู้ซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท กว่าว่า การทำฟาร์มเลี้ยงปลาแบบแนวตั้งนี้เป็นหนึ่งในโครงการริเริ่มสำคัญที่สิงคโปร์กำลังมองหา เพื่อบรรลุนโยบาย “30 คูณ 30” ที่พยายามตั้งเป้าหมายเพื่อความมั่นคงทางอาหาร โดยผลิตอาหารในประเทศให้ได้ร้อยละ 30 ของความต้องการโภชนาการของประชากรภายในปี 2030

อะพอลโลฯ ก่อตั้งขึ้นในปี 1969 แต่การเพาะเลี้ยงสัตว์นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับการทำธุรกิจในสิงคโปร์ ตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1970 เป็นต้นมา อะพอลโลดำเนินกิจการเพาะพันธุ์ปลาสวยงาม โดยมีฟาร์มกว่า 300 แห่งกระจายอยู่ทั่วสิงคโปร์ แต่เมื่อ Eric Ng เข้ามาดูแลธุรกิจของครอบครัวในปี 2009 เขาก็สามารถขยายการผลิตไปสู่การผลิตปลาทะเลได้อย่างรวดเร็ว โดยหยิบยืมวิธีการจากการดำเนินงานในเยอรมนี ญี่ปุ่น และอิสราเอล ลีกล่าวและเสริมว่า จนเกิดเป็นฟาร์มขนาดสามชั้นชื่อ Lim Chu Kang ซึ่งตั้งอยู่ในย่านชานเมืองของสิงคโปร์ สถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแห่งนี้เปิดดำเนินการมาเกือบทศวรรษแล้ว

เครื่องปั๊มน้ำที่สร้างระบบหมุนเวียนน้ำ เพื่อลดการเปลี่ยนน้ำ และลดน้ำเสียที่เกิดจากระบบเพาะเลี้ยง

แต่ละชั้นใน Lim Chu Kang ประกอบด้วยบ่อเลี้ยงขนาด 135 ตารางเมตรสองถังที่บรรจุน้ำทะเล และติดตั้งระบบกรองน้ำ ระบบตรวจสอบและหมุนเวียนน้ำผ่านฟาร์ม ซึ่งส่งผลให้ฟาร์มเปลี่ยนน้ำใหม่เพียงร้อยละ 5 เมื่อน้ำปนเปื้อนปฏิกูลจากปลา ลีกล่าวว่า เป้าหมายของฟาร์มคือการลดปริมาณน้ำเสียให้เป็นศูนย์ โดยใช้พืชน้ำเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการบำบัดน้ำตามธรรมชาติ ซึ่งหลักการนี้ตรงข้ามกับระบบฟาร์มปลาบนบกแบบดั้งเดิมจำนวนมากของสิงคโปร์ ที่เกษตรกรทำความสะอาด และเปลี่ยนน้ำในบ่อเลี้ยงทั้งหมด เป็นประจำ

ในช่วงเกือบ 10 ปีของการดำเนินงานฟาร์ม Lim Chu Kang ซึ่งผลิตปลาได้มากถึง 200 ตันต่อปี บริษัทได้สร้างชุดข้อมูลอย่างละเอียดเกี่ยวกับวิธีเพิ่มผลผลิต ลีกล่าวว่าข้อมูลของพวกเขาจะนำไปใช้กับโรงงานแห่งใหม่ที่ใหญ่ขึ้น

“เราเข้าใจถึงปริมาณน้ำที่ต้องการ สภาพของน้ำ และปริมาณอาหารที่วัดได้เป็นกรัมต่อน้ำหนึ่งลูกบาศก์เมตร ด้วยเหตุนี้ เราจึงสามารถผลิตปลาได้ในระยะเวลาสั้นกว่า และได้ขนาดปลาที่เหมาะสมกับความต้องการของตลาด” ลีกล่าว

การตัดสินใจสร้างระบบนี้ขึ้นมาเป็นการตอบสนองต่อเรื่องข้อจำกัดในพื้นที่ของสิงคโปร์ “เราเป็นประเทศเล็ก ๆ และเป็นเรื่องยากมากที่จะรักษาดินแดนให้ปลอดภัย” ลีกล่าวและเสริมว่า “ ดังนั้น แทนที่จะสร้างให้ตึกขยายในแนวนอน ทำไมเราไม่ขยายขึ้นไปในแนวตั้ง”

อย่างไรก็ตาม ฟาร์มเลี้ยงปลาที่มีขนาดใหญ่ขึ้นไม่ได้เป็นเพียงแนวทางเดียวที่สิงคโปร์ใช้เพื่อบรรลุเป้าหมาย 30 คูณ 30 ตัวอย่างเช่น ในช่วงปลายปี 2019 ฟาร์มปลานอกชายฝั่งได้เปิดให้บริการห่างจากท่าเรือเฟอร์รี่ชางงีพอยต์ของสิงคโปร์ประมาณ 5 กิโลเมตร การใช้ระบบบ่อเลี้ยงแบบปิดทำให้สามารถผลิตปลากระพงขาว ปลากะพงแดง และปลาเก๋า ได้ประมาณ 166 ตันต่อปีด้วยบ่อเลี้ยงจำนวน 4 บ่อ ระบบจะ “แยกปลาออกจากน้ำทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อคุณภาพของน้ำเริ่มไม่เหมาะสม” Yih Tng กล่าว ระบบที่มีอยู่ช่วยให้สามารถควบคุมฟาร์มแนวตั้งของ Apollo ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายบนที่ดินที่มีราคาแพง หรือช่วยประหยัดค่าไฟ

แม้ว่าลีจะยืนยันว่าฟาร์มแปดชั้นแห่งใหม่ของ Apollo จะสามารถแข่งขันทางเศรษฐกิจกับฟาร์มเลี้ยงปลาแบบดั้งเดิมได้ แต่ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงยังคงเป็นหนึ่งในเหตุผลหลัก ที่ฟาร์มเลี้ยงปลาแบบปิดในแนวตั้งเชิงพาณิชย์ทั่วโลก ยังคงมีจำนวนจำกัด

ในสหรัฐอเมริกาฟาร์มส่วนใหญ่ที่เป็นตัวแทนของ Recirculating Farms Coalition ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่เปิดโล่ง และมีขนาดเล็กกว่าการดำเนินงานของสิงคโปร์มาก Marianne Cufone ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการบริหารกล่าวว่า “นั่นหมายความว่าเราพึ่งพาเครื่องมือตรวจวัดต่างๆ เช่น เครื่องควบคุมอุณหภูมิ”

บ่อเลี้ยงปลาที่อยู่ภายในอาคาร

“ระบบขนาดใหญ่จำนวนละเลยระบบ [หมุนเวียน] ตามธรรมชาติ เนื่องจากใช้พลังงานจำนวนมากในการทำความเย็น การให้ความร้อนและ สำหรับปั๊มน้ำ นั่นไม่ได้หมายความว่าสิ่งเหล่านี้มีมากกว่าประโยชน์ แต่ระบบที่มีขนาดเล็กและได้รับการออกแบบมาอย่างดี สามารถใช้ทรัพยากรลดลงอย่างมาก เมื่อเทียบกับระบบที่มีขนาดใหญ่กว่าบางระบบ” เธอกล่าว

ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นของโรงงานขนาดใหญ่จะเปลี่ยนเป็นราคาของผลิตภัณฑ์ เนื้อปลาเก๋าพันธุ์ผสมพร้อมปรุงขนาด 150 กรัมของ Apollo จะมีราคาขายที่ประมาณ 12 ดอลลาร์สหรัฐ (372 บาท) ซึ่งสูงกว่าราคาปลาเก๋าแดงแช่แข็งประมาณสองเท่า ซึ่งวางจำหน่ายอยู่ในร้านค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์

ฟาร์มปลา. เลี้ยงปลา, ประมง, สิงคโปร์, ฟาร์มเลี้ยงปลา, ปลาทะเล
ผลิตภัณฑ์อาหารทะเลชนิดต่างๆ ของบริษัทอะพอลโลฯ / ภาพประกอบ Apollo aquaculture Group

อย่างไรก็ตาม Cufone กล่าวเพิ่มเติมว่า ฟาร์มเลี้ยงปลาแบบระบบปิดขนาดใหญ่กำลังเป็นที่แพร่หลายมากขึ้นในอเมริกาเหนือและทั่วโลก มีเพียงไม่กี่แห่งที่เติบโตอย่างรวดเร็วกว่าสิงคโปร์ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงอีกเรื่องหนึ่งที่รุนแรงกว่าการระบาดของโรคโควิด-19

“การระบาดของโควิด-19 ได้สร้างความตระหนักเรื่องความไม่มั่นคงด้านอาหารให้กับชาวสิงคโปร์อย่างมาก และตอนนี้กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทางความคิดที่นำไปสู่การสร้างผลผลิตในท้องถิ่น” ลีกล่าว การเปลี่ยนแปลงที่อะพอลโลวางแผนที่จะใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่

สืนค้นและเรียบเรียง ณภัทรดนัย


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : วิถีหลอมรวมเชื้อชาติ ศาสนา และพหุวัฒนธรรมอันน่าอัศจรรย์ในสิงคโปร์

สิงคโปร์, พหุวัฒนธรรม, ศาลเจ้าแม่กวนอิม, เจ้าแม่กวนอิม

เรื่องแนะนำ

ความยั่งยืน : องค์ประกอบสำคัญของการสร้างแบรนด์ในทุกธุรกิจ

ในโลกยุคใหม่ ภาคธุรกิจได้รับการคาดหวังว่าต้องรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมเพื่อความยั่งยืนของโลก โดยในปลายเดือนตุลาคม 62 นี้ จะมีการประชุมว่าด้วยการสร้างแบรนด์เพื่อ ความยั่งยืน ในประเทศไทย ปัจจัยสำคัญในการสร้างธุรกิจให้อยู่รอดในยุคสมัยใหม่ คือการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับของคนในสังคม โดยนอกจากการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดีแล้ว องค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลให้แบรนด์ธุรกิจได้รับการยอมรับคือ การมีส่วนร่วมสร้าง ความยั่งยืน ให้กับสังคม ไม่ว่าจะเป็นการผลิตสินค้าอย่างมีความรับผิดชอบ หรือการมุ่งหาแนวทางในการนำผลกำไรมาตอบแทนสังคม หรือชุมชนรอบตัวให้เติบโตไปด้วยกัน หมดยุคสมัยของการเติบโตเพื่อกอบโกยกำไรแต่เพียงผู้เดียวและทิ้งผู้คนมากมายไว้เบื้องหลัง ดร. ศิริกุล เลากัยกุล  หรือ คุณหนุ่ย ปัจจุบันเป็น Country Director ของ SB Thailand มีประสบการณ์ทำงานในฐานะผู้เชี่ยวชาญในการสร้างแบรนด์ มานานกว่า 20 ปี อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของการสร้างแบรนด์หลากหลายบริษัท อีกบทบาทของเธอในวันนี้คือการเป็นผู้จัดการประชุมสัมมนา Sustainable Brands (SB) อันเป็นการประชุมสัมมนาด้านความยั่งยืนของแบรนด์ระดับโลกที่ใหญ่ที่สุด จัดต่อเนื่องมานานนับสิบปี ในเมืองชั้นนำทั่วโลก อาทิ ซานดิเอโก ลอนดอน บาร์เซโลนา ริอูเดจาเนรู โตเกียว ซิดนีย์ เคปทาวน์ แวนคูเวอร์ เป็นต้น วันนี้เราได้มาพูดคุยกับคุณหนุ่ยถึงแรงบันดาลในการผลักดันเรื่องของการสร้างแบรนด์เพื่อความยั่งยืนให้เกิดขึ้นในทุกภาคส่วนของธุรกิจในเมืองไทย ความสำคัญของการสร้างความยั่งยืนของธุรกิจ และงานสัมมนา […]

บ้านแม่เหาะ เสน่ห์การท่องเที่ยวชุมชนปกาเกอะญอ

ชาวปกาเกอะญอใน บ้านแม่เหาะ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดการท่องเที่ยวด้วยการชูเอกลักษณ์ของชุมชน 08.00 น. บ้านแม่เหาะ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน แสงแดดยามเช้าในเดือนพฤศจิกายนแทงทะลุผ่านทุ่งดอกบัวตอง นำความอบอุ่นและสดชื่นมาในคราวเดียวกัน สำนึกที่เคยร่ำเรียนวิชานิเวศวิทยาก็พลันแล่นเข้ามาในความคิดว่า บัวตองเป็นพืชต่างถิ่นและเป็นผู้รุกราน แต่ถ้าในแง่ของความอภิรมย์ ภาพตรงหน้านับได้ว่าเป็นความงดงามอย่างหนึ่งในชีวิต จากการระบาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวโดยตรง หลายฝ่ายจึงกลับมามองย้อนถึงสิ่งที่เกิดขึ้น รายได้จากการท่องเที่ยวที่เคยเบ่งบาน กลับหายวับไปในชั่วพริบตาเดียว หลายคนพูดถึงคำว่า “ยั่งยืน” เช่น รายได้ที่ยั่งยืน การประกอบธุรกิจอย่างยั่งยืน และอีกมากมายที่ลงท้ายด้วยคำว่ายั่งยืน แต่พวกเราเข้าใจคำว่า “ยั่งยืน” อย่างไร หลังจากสถานการณ์การระบาดโรคโควิด-19 ในประเทศไทยมีความผ่อนคลายมากขึ้น ประชาชนในประเทศต่างถวิลหาการเดินทางอีกครั้ง ทั้งด้วยนโยบายสนับสนุนการท่องเที่ยวจากภาครัฐ ยิ่งผลักให้ผู้คนในประเทศมองว่า เป็นช่วงเวลาอันดีที่จะออกไปปลดปล่อยอารมณ์ที่ตึงเครียดมาตลอดทั้งปี อย่างไรก็ตาม มาตรการล็อกดาวน์ได้ทิ้งร่องรอยบางอย่างไว้ให้เราได้เรียนรู้ นั่นคือการฟื้นตัวของสถานที่ทางธรรมชาติ ทุกคนเห็นตรงกันว่า “เราควรเริ่มหันมามองการท่องเที่ยวอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อม” ซึ่งหมายความรวมไปถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชุมชน เราจึงมองหาสถานที่ที่สามารถบอกเล่าเรื่องราว “ความยั่งยืน” และ “การท่องเที่ยว” ให้กับเราได้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันที่บริษัท Local Alike บริษัทนำเที่ยวชุมชน ติดต่อเราเข้ามาเพื่อไปเยี่ยมชมชุมชนแม่เหาะ ชุมชนที่บริหารจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน และสามารถสร้างความยั่งยืนได้จากการร่วมมือกันของคนในพื้นที่ เดินขึ้นดอยตามเส้นทางชุมชน บ้านแม่เหาะ […]

เบียร์รักษ์โลก กับไอเดียจากทั่วโลก ค้นหาคำตอบของการกินดื่มอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

นวัตกรผู้ผลิตเบียร์ ไวน์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างก็กำลังพยายามเปลี่ยนแปลงหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ทำร้ายสิ่งแวดล้อมมากที่สุดนี้ จากจุดเริ่มต้นจนถึงท้ายสุด การทำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นับว่าบริโภคสิ่งแวดล้อมอย่างหนักหน่วง ต้องใช้น้ำ 20 แกลลอนในการผลิตเบียร์หนึ่งเสิร์ฟปริมาณ 8 ออนซ์ และ น้ำ 30 แกลลอนสำหรับไวน์ปริมาณ​ 5 ออนซ์ จากนั้นก็ไปสู่กระบวนการผลิตแก้วและอะลูมิเนียมสำหรับบรรจุภัณฑ์แอลกอฮอล์ พลาสติกและกล่องลังสำหรับการบรรจุหีบห่อ ไปจนถึงการใช้พลังงานสำหรับการแช่เย็นทั้งกับบ้านและร้านค้าปลีก แอลกอฮอล์หลายประเภทผลิตเฉพาะสำหรับแต่ละสถานที่เท่านั้น อย่างเตกีล่าของเม็กซิโก สก็อตช์ในสก็อตแลนด์ เบอร์เบินในรัฐเคนตักกี้ ซึ่งต้องอาศัยการขนส่งบนเส้นทางที่แสนยาวนานกว่าจะไปถึงมือผู้บริโภค ส่วนผสมหลักโดยทั่วไปในกระบวนการผลิตแอลกอฮอล์ ได้แก่ องุ่น ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์​ ฮอปส์ น้ำตาล ซึ่งเป็นหนึ่งในพืชที่ต้องใช้น้ำและพลังงานมากที่สุดในโลก กระบวนการต้มและหมักบ่มต่างก็ต้องอาศัยพลังงานมหาศาลเช่นกัน แม้จะยังไม่มีการประเมินปริมาณคาร์บอนฟุตปรินต์จากกระบวนการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเฉพาะ แต่สถาบันวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม และการแพทย์แห่งชาติกล่าวว่า อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในวงกว้างยังคงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ไม่ยั่งยืนที่สุดในโลก ประมาณการว่ามีส่วนทำให้เกิดความสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพราว 60% และการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่เกิดจากการปลดปล่อยมลพิษทั่วโลกอีกราว 30% โดยปริมาตรแล้ว แอลกอฮอล์คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 16% ของอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องดื่มในสหรัฐอเมริกา อ้างอิงจากข้อมูลของ Park Street บริษัทในฟลอริดาที่บริการด้านระบบขนส่งให้กับบริษัทแอลกอฮอล์ ในวันที่การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศคืบคลานใกล้เข้ามามากขึ้น นั่นส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนในกระบวนการผลิตเครื่องดื่ม ตั้งแต่บนแปลงเกษตรจนถึงหลังรถบรรทุก เป็นไปได้ไหมว่าแนวทางที่ปฏิบัติกันมายาวนานเช่นนี้จะนำไปสู่จุดจบของเบียร์ราคาถูกหรือไม่? ไม่จำเป็น […]

ขาลงของน้ำมัน ขาขึ้นของ พลังงานหมุนเวียน : COVID-19 กับผลต่อการใช้พลังงานโลก

พลังงานหมุนเวียน จะเป็นพลังงานที่ยืนหยัดท่ามกลางภาวะช็อกของพลังงานโลกในรอบ 70 ปีที่เกิดขึ้นเนื่องจากการระบาดของไวรัสโคโรนา ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency : IEA) กล่าวว่าการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 อาจเป็นสิ่งที่กำจัดความต้องการพลังงานฟอสซิลของโลก เนื่องจากมันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความต้องการพลังงานลดลงถึง 7 เท่า เมื่อเทียบกับตอนวิกฤติการเงินระดับโลก โดยการเพิ่มขึ้นของ พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการลดลงของความต้องการพลังงานฟอสซิล หมายความว่าพลังงานไฟฟ้าสะอาดจะมีบทบาทมากที่สุดในระบบพลังงานโลกของปีนี้ และจะช่วยลดการเพิ่มขึ้นของการปล่อนคาร์บอนในระดับโลกในรอบทศวรรษ Fatih Birol ผู้อำนวยการบริหารของ IEA กล่าวว่า การลดลงของความต้องการในพลังงานหลัก (major fuels) นั้นน่าประหลาดใจมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซ โดยมีแต่พลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่การใช้ไฟฟ้าลดลงอย่างที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน มีการคาดการณ์ว่าพลังงานหมุนเวียนจะเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ในปีนี้ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 30 ของความต้องการพลังงานไฟฟ้าของโลกที่ลดลง โดยการเติบโตของพลังงานหมุนเวียนท่ามกลางวิกฤตนี้อาจทำให้บริษัทพลังงานฟอสซิลเปลี่ยนเป้าหมายไปยังพลังงานสะอาดมากขึ้น Birol กล่าว แต่บรรดารัฐบาลต้องรวมเอานโยบายพลังงานสะอาดเป็นหัวใจหลักในแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจเพื่อการฟื้นฟูที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย “มันยังเร็วไปที่จะตัดสินถึงผลกระทบในระยะยาว” Birol กล่าวและเสริมว่า “แต่อุตสาหกรรมพลังงานที่อยู่มาได้ในวิกฤตนี้จะเปลี่ยนแปลงจากที่เคยเป็นอย่างยิ่ง” ความสำเร็จของพลังงานหมุนเวียนท่ามกลางความต้องการพลังงานที่ลดลงเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ ซึ่งรวมไปถึงต้นทุนการจัดการที่ต่ำ […]