ชมภาพการนอนหลับในที่ไม่น่าหลับของ นักสำรวจ - National Geographic

ชมภาพการนอนหลับในที่ไม่น่าหลับของนักสำรวจ

ชมภาพการนอนหลับในที่ไม่น่าหลับของ นักสำรวจ

มนุษย์ทุกคนต้องนอนหลับ ร่างกายของเราไม่สนใจว่าขณะนั้นเราจะงานยุ่ง, มีเรื่องราวให้กังวลมากแค่ไหน หรือแม้แต่อยู่ในสถานที่สุดอันตรายก็ตาม แต่สุดท้ายแล้วความง่วงก็เอาชนะเราได้ทุกครั้ง ทว่าบรรดา นักสำรวจ หลายคนข่มตาหลับลงได้อย่างไรเมื่ออยู่เหนือพื้นดินหลายพันฟุต  หรือแม้กระทั่งบริเวณหัวเรือกลางทะเล เรื่องนี้ช่างน่าฉงนนัก

การนอนหลับคือกลไกของร่างกายและสิ่งมีชีวิตทุกชนิดใช้เพื่อซ่อมแซมเซลล์ ปรับระดับสารเคมี กำจัดของเสีย ไปจนถึงการเตรียมสมองให้พร้อมสำหรับกิจกรรมใหม่ที่จะเกิดขึ้นในวันต่อมา Corey Arnold ชาวประมงและช่างภาพของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก รู้ดีว่าการนอนหลับมีประโยชน์ต่อร่างกายมากแค่ไหน แต่ในระหว่างฤดูจับปลา เมื่อต้องเลือกระหว่างการนอนกับกิจกรรมที่เพิ่มรายได้มากถึงหลายพันดอลลาร์สหรัฐฯ แน่นอนว่า Arnold เลือกอย่างหลัง เขาฝืนความง่วงและยังคงมุ่งมั่นทำงานต่อไป ทว่าแม้จะงีบหลับเป็นช่วงเวลาสั้น 1- 2 ชั่วโมงแล้ว นั่นก็ไม่เพียงพอสำหรับสมองที่ทำงานมาอย่างหนัก

นักสำรวจ
Ivo Ninov นักปีนผาพักผ่อนระหว่างสำรวจแนวหิน El Capitan ในอุทยานแห่งชาติโยเซมิตี
ภาพถ่ายโดย Jimmy Chin

“หลังจากที่ร่างกายหลั่งอะดรีนาลีนมาทั้งวัน สมองของคุณเหนื่อยล้า” เขากล่าว และในความฝันเขายังคงเผชิญกับคลื่นที่ซัดโถมเข้าใส่เรือประมงไม่ต่างจากในความเป็นจริง บางครั้งการนอนหลับก็กลายมาเป็นการฉายภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นซ้ำอีกครั้ง ยกตัวอย่างเช่น เมื่อ Arnold จับปูได้ เขาใช้เวลาทั้งวันหมดไปกับการนับจำนวนปูที่ดึงออกมาจากอุปกรณ์จับ ก่อนจะโยนลงไปยังที่เก็บของเรือ “ทีนี้เมื่อคุณหลับตาลง คุณก็จะเริ่มนับปูใหม่อีกครั้ง มัน…บ้ามาก”

Arnold เคยชินกับการหลับสนิทเนื่องจากร่างกายหมดเรี่ยวแรง เมื่อปีที่ผ่านมา หลังใช้เวลาจับปลาไป 30 ชั่วโมง เขากับกลุ่มเพื่อนก็กลับมาขึ้นฝั่ง “เรามีภาวะ Dream state (ภาวะฝ้าฟางของระดับความรู้สึกตัวร่วมกับมีอาการประสาทหลอน) เราปรบมือดีใจอย่างบ้าคลั่ง กู่ร้องตะโกน” ก่อนจะตั้งแคมป์ตรงท่าเรือนั่นเองและผล็อยหลับไปอย่างหมดแรงท่ามกลางแสงอาทิตย์

นักสำรวจ
นักสำรวจชาวอิตาลีพักผ่อนในถุงนอนท่ามกลางความงดงามของยอดเขาแมตเตอร์ฮอร์น ในยุโรป
ภาพถ่ายโดย Robbie Shone

Jaime Devine นักวิจัยด้านการนอนหลับจากสถาบัน Walter Reed Army ในรัฐแมริแลนด์ ระบุว่านี่คือผลกระทบจากการอดนอน บางครั้งทหารที่เธอพูดคุยด้วยอ่อนเพลียเสียจนพวกเขาคิดว่าตนเองนอนหลับไปแล้ว ทั้งๆ ที่ยังตื่นอยู่ นั่นคือความอ่อนล้าของร่างกายและสมองในระดับที่คนธรรมดาไม่เคยพบเจอ

ทว่าสำหรับนักสำรวจคนอื่นๆ การข่มตาหลับบนยอดเขาสูง หรือในถ้ำลึกใต้ดินหาใช่ประสบการณ์เลวร้าย ตรงกันข้ามพวกเขาหลับได้หลับดีเลยทีเดียว

“มันเป็นคืนที่ผมหลับดีที่สุดตลอดชีวิตที่ผ่านมา 38 ปีเลยครับ” Robbie Shone ช่างภาพและนักสำรวจกล่าวถึงประสบการณ์ในถ้ำของมาเลเซีย ตัวเขาและทีมตั้งแคมป์ในจุดที่มีชื่อเรียกกันว่า Hotel California มันเป็นห้องผนังหินปูนที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และมีพื้นเป็นทรายหนานุ่ม

“เป็นทรายคนละแบบกับที่เราเคยเจอบนหาด” เขาอธิบาย “มันร่วนมาก แต่ก็แน่น ความรู้สึกเหมือนอยู่บนพรมเลย” พื้นที่เขานอนในตอนนั้นให้สัมผัสที่สมบูรณ์แบบจน Shone ไม่ต้องใช้เบาะรองนอนเลยด้วยซ้ำ และในวันต่อๆ มาเมื่อการสำรวจสิ้นสุดลง พวกเขาจะพากันกลับไปที่ห้องนั้น แขวนโคมไฟกับผนังถ้ำ เปิดเพลง และชงชา

Devine มองว่ากิจวัตรประจำวันและความสงบเช่นนี้คือกุญแจสำคัญของการนอนหลับที่มีประสิทธิภาพ หาใช่ขึ้นอยู่กับสถานที่ “มันยากที่จะหยุดความคิดเราไม่ให้ฟุ้งซ่าน” เธอกล่าว และการผ่อนคลายสมองก่อนการนอนหลับทุกครั้ง จะช่วยให้การนอนหลับนั้นๆ ดีขึ้น โดยมีเป้าหมายง่ายๆ คือ “หยุดคิดเรื่องที่จะทำให้เครียด” เธอกล่าว “ปัญหาก็คือแค่พูดมันง่าย แต่ทำจริงมันยาก”

เรื่อง Alejandra Borunda

นักสำรวจ
เกษตรกรในเมือง Delaware รัฐไอโอวางีบหลับใกล้รถบรรทุกของเขาหลังจากขนฟางเสร็จ
ภาพถ่ายโดย James A. Sugar
นักสำรวจ
นักท่องเที่ยวในแอนตาร์กติกางีบหลับบนเก้าอี้ท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายลงมาใกล้กับอ่าวอะมุนด์เซน
ภาพถ่ายโดย Colin Monteath
นักสำรวจ
นักเดินป่าตั้งแคมป์ทางตอนเหนือของแกรนด์แคนยอน
ภาพถ่ายโดย Pete Mcbride
นักสำรวจ
ผู้โดยสารซึ่งเป็นคนงานงีบหลับบนรถไฟระหว่างเดินทางกลับบ้านที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย เนื่องจากรายได้ของงานในอินเดียใต้นั้นดีกว่า
ภาพถ่ายโดย Claire Rosen
นักสำรวจ
นักสำรวจนอนหลับอย่างโดดเดี่ยวบนผืนทรายริมแม่น้ำโคโลราโด ในแกรนด์แคนยอน
ภาพถ่ายโดย Dawn Kish
นักสำรวจ
ทหารอเมริกันงีบหลับหลังอยู่เวรที่แนวหน้าของหุบเขา Korengal ในอัฟกานิสถานมาทั้งคืน
ภาพถ่ายโดย Tim Hetherington
นักสำรวจ
Oleg Germanovich Artemyev นักบินอวกาศนอนหลับในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง
ภาพถ่ายโดย Roscosmos Corporation

 

อ่านเพิ่มเติม

ชาวประมงที่เหนื่อยล้างีบหลับบนเรือประมงพาณิชย์ ในอ่าว Bristol, รัฐอลาสกา
ภาพถ่ายโดย Corey Arnold

เรื่องแนะนำ

หยัดยืนขึ้นอีกครั้ง หลังพายุพัดถล่ม

ตั้งแต่มหาพายุแซนดีพัดถล่มบ้านเรือนตามแนวชายฝั่งนิวเจอร์ซีย์เมื่อหลายปีก่อน ชาวบ้านที่นั่นไม่เพียงสร้างบ้านขึ้นใหม่ แต่ยังยกระดับให้สูงขึ้นด้วย

A B C…ภาพถ่ายดาวเทียมเหล่านี้มีครบทุกตัวอักษร

งานอดิเรกของ อดัม วอยแลนด์ นักวิทยาศาสตร์จากนาซ่า ผู้เก็บรวบรวมตัวอักษรภาษาอังกฤษจากภูมิประเทศต่างๆ ผ่านภาพถ่ายดาวเทียม ปัจจุบันเขารวบรวมได้มากพอจนตีพิมพ์ออกมาเป็นหนังสือเลยทีเดียว

ดาวอังคารในภาพถ่ายน่าทึ่งจากโครงการสำรวจอวกาศ

  ดาวอังคารเผยโฉมอย่างน่าตื่นตาในภาพถ่ายที่รวบรวมจาก 20 ปีที่องค์การนาซาส่งรถสำรวจขึ้นไปปฏิบัติงานบนพื้นผิวดาวอังคาร เรื่อง        แฮนนา แลง ภาพถ่าย   องค์การนาซา ย้อนหลังไปเมื่อปี 1997 ยานมาร์สพาทไฟน์เดอร์ (Mars Pathfinder) ลงจอดบนดาวอังคารและสำรวจพื้นผิวอยู่นานสามเดือน โดยวิเคราะห์บรรยากาศของดาวอังคารและสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนประเมินองค์ประกอบของหินและดิน นับตั้งแต่ยานพาทไฟน์เดอร์เป็นต้นมา มียานหรือรถสำรวจของนาซาอีก 8 คัน/ลำ ได้สำรวจดาวอังคาร รถสำรวจสปิริตและออปพอร์ทูนิตีลงจอดบนพื้นผิวดาวอังคารเมื่อปี 2004 โดยมีภารกิจเสาะหาหลักฐานของน้ำ รถสำรวจทั้งสองถ่ายภาพหลายพันภาพของพื้นผิวหินของดาวอังคารและรวบรวมข้อมูลที่ทำให้นักวิจัยเชื่อว่า ครั้งหนึ่งดาวอังคารเคยเป็นดาวเคราะห์ชุ่มชื้น นับจากนั้น รถสำรวจสปิริตก็หยุดทำงาน ขณะที่รถสำรวจออปพอร์ทูนิตียังทำงานต่อไป รถสำรวจคิวริออซิตีซึ่งเป็นรถสำรวจขนาดใหญ่ที่สุดและก้าวหน้าที่สุดที่ส่งขึ้นไปยังดาวอังคารลงจอดเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2012 รถติดตั้งกล้องถ่ายภาพ 17 ตัว เครื่องยิงเลเซอร์ และหัวเจาะที่สามารถเก็บตัวอย่างฝุ่นหิน โดยหวังว่าจะพบหินที่ก่อตัวในน้ำ  เมื่อไม่นานมานี้ คิวริออซิตีได้ส่งรายละเอียดใหม่ๆ กลับมายังนาซาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมทะเลสาบโบราณในบริเวณหุบอุกกาบาตเกล (Gale Crater) ของดาวอังคาร ในฤดูใบไม้ผลิปี 2018 นาซามีกำหนดส่งภารกิจอินไซต์ (Insight Mission) ขึ้นไปศึกษาพื้นที่ชั้นในของดาวอังคารและวางแผนจะส่งรถสำรวจอีกคันในปี 2020 เพื่อศึกษาสภาพแวดล้อมที่ครั้งหนึ่งอาจมีสภาพเอื้อต่อชีวิตขนาดเล็กจิ๋ว

ไทยใหม่ ผู้บุกรุกบนแผ่นดินเกิด

ไทยใหม่ ผู้บุกรุกบนแผ่นดินเกิด วิถีชีวิตที่เร่ร่อนและอิสระในมหาสมุทรมาแต่ครั้งอดีต อาจเป็นที่มาของคติในการใช้ชีวิตที่ว่า “ไม่มีใครสามารถเป็นเจ้าของธรรมชาติ ทุกคนล้วนมีสิทธิทำกินในผืนน้ำและแผ่นดิน” ทำให้ชาวอูรักลาโว้ยไม่ยึดติดในทรัพย์สิน และไม่เคยคิดยึดครองจับจองอาณาเขต แม้เวลาจะผ่านมานับร้อยปีแล้วที่ชาวอูรักลาโว้ยรอนแรมฝ่าคลื่นลมมาจากดินแดนชื่อว่า ซาตั๊ก หรือเกาะลันตาในปัจจุบัน จนมาถึงหาดสีขาวทอดยาวทางตอนใต้สุดของเกาะภูเก็ต กลับไม่ได้ทำให้ชาวทะเลกลุ่มนี้มีที่ยืนที่มั่นคง เมื่อแผ่นดินบนหาดราไวย์ถูก “คลื่นยักษ์” ที่มาในรูปของธุรกิจท่องเที่ยวถาโถมเข้าใส่จนที่ดินมีราคาค่างวดยิ่งกว่าทองคำ การจับจองด้วยกระดาษตีตรา ทำให้ผู้บุกเบิกกลายเป็นผู้บุกรุกในทันที ซ้ำร้ายผืนทะเลที่เคยหากินอย่างอิสระก็ถูกประกาศเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติทางทะเล จากที่เคยออกหาปลาได้อย่างเสรี มาวันนี้ “พรานทะเล” กลับถูกจำกัดพื้นที่จนเหลือเพียงน้อยนิด ไม่เพียงพื้นที่ในเชิงภูมิศาสตร์เท่านั้น หากยังรวมถึงพื้นที่เชิงวัฒนธรรมซึ่งบ่งบอกอัตลักษณ์ของชาติพันธุ์ที่ค่อยๆ เลือนรางราวร่องรอย บนผืนทรายที่คลื่นซัดกลบ วันที่กระแสโลกวิ่งลิ่วไปข้างหน้าอย่างไม่มีทีท่าจะหยุดรอใคร ชื่อ “ไทยใหม่” อาจเป็นสัญญาณแห่งความหวังที่สังคมจะยอมรับการมีตัวตน หรือหมายถึงการเลือนหายไปของวิถีชาติพันธุ์คนแห่งทะเล เรื่องและภาพ อำนาจ เกตุชื่น รางวัลชมเชย จากโครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2012 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย                   อ่านเพิ่มเติม […]