เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ร่วมพันธมิตรกับเอมมา วัตสัน เพื่อเฉลิมฉลองวันสตรีสากล - National Geographic Thailand

เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ร่วมพันธมิตรกับเอมมา วัตสัน เพื่อเฉลิมฉลองวันสตรีสากล

เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ร่วมพันธมิตรกับเอมมา วัตสัน เพื่อเฉลิมฉลองวันสตรีสากล

ความร่วมมือครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อ ยกระดับความเท่าเทียมในเรื่องเพศ โดยการนำเสนอผลงานของช่างภาพหญิง ด้วยภาพถ่ายอันโดดเด่น

เอมมา วัตสัน นักแสดง และนักกิจกรรม ร่วมกับองค์การสหประชาชาติ จับมือเป็นพันธมิตรกับเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก มาเป็นแขกรับเชิญคนแรกในอินสตาแกรมของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก (@NatGeo) เพื่อเฉลิมฉลองวันสตรีสากล ปี 2018 ในวันที่ 8 มีนาคม 2018

การทำงานร่วมกับกองบรรณาธิการเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก วัตสันจะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วย และนำเสนอผลงานช่างภาพหญิงทั้งแปดคนของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ให้โดดเด่น

ช่างภาพหญิงเหล่านั้นมาจากประเทศซาอุดิอาราเบีย, อิหร่าน, อาเซอร์ไบจัน, ออสเตรเลีย, สหรัฐอเมริกา และฟิลิปปินส์ ภาพถ่ายของแต่ละคนครอบคลุมหัวข้อต่างๆ ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น ความเป็นใหญ่ในเพศชายและการห้ามผู้หญิงขับรถในซาอุดิอาราเบีย ผลกระทบจากการขับไล่ผู้หญิงและเด็กหญิงออกจากบ้านของกลุ่มโบโกฮาราม ประเทศไนจีเรีย ความไม่เท่าเทียมกันเรื่องค่าตอบแทนสำหรับแรงงานผู้หญิงในโรงงานอิฐ ประเทศอินเดีย หลักฐานทางธรรมชาติที่แสดงสัมพันธภาพระหว่างแม่และลูก การพัฒนาเรื่องสิทธิสตรี และการให้ความสำคัญเรื่องสิทธิส่วนบุคคล และสร้างพลังแห่งความหวังเพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่าในกลุ่มของเด็กหญิงที่จะเจริญเติบโตเป็นประชากรโลกในอนาคต

“ช่างภาพหญิงมักจะไม่ได้รับการกล่าวถึง และไม่ได้รับการเชิดชู ฉันพยายามจะแสดงให้เห็นถึงความสามารถของผู้หญิง ที่เป็นนักเล่าเรื่องและนักสร้างภาพ ว่าเธอได้ทุ่มเทกับการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อให้เราทุกคนเกิดความรู้สึกร่วม” เอมมา วัตสัน กล่าว

ภาพถ่ายโดย ฮันนาห์ เรเอส โมราเลส (@hannahreyesmorales)

เด็กหญิงชาวฟิลิปปินส์ถูกเรียกอย่างเอ็นดูจากคนรักว่า ปูติ กำลังปีนป่ายเกาะกิ่งไม้อยู่ในตอนโด สถานที่ของผู้อาศัยอยู่ในกระท่อมเล็กๆ นับพันหลัง “ความฝันของฉันคือการเป็นราชินี” เธอกล่าวอย่างภาคภูมิด้วยภาษาตากาล็อก เธอบอกว่าชุดนี้คือตัวโปรดของเธอ “มันดูสวยมากเวลาที่พอฉันซักเสร็จ” พ่อของเธอเก็บถ่านขายเพื่อดำรงชีพ

ภาพถ่ายโดย ดาเนียลลา ซัลค์แมน (@dzalcman)

เมื่อฉันอายุได้แปดขวบ ความเชื่อแบบมอร์มอนได้แพร่เข้ามายังซัสแคตเชวัน ฉันถูกส่งไปอยู่กับศูนย์เลี้ยงดูของมอร์มอนเป็นเวลาห้าปี ฉันได้รับการสั่งสอนมาว่าฉันจะตกนรกหลายต่อหลายครั้ง และด้วยหลายวิธี จนตอนนี้ฉันรู้สึกกลัวพระเจ้า” คำกล่าวจาก “ดีดี” หนึ่งในชนพื้นเมืองชาวแคนาดาจำนวน 150,000 คน ที่ถูกบังคับให้เข้าเรียนอยู่โรงเรียนประจำ ที่ดำเนินการโดยรัฐบาลแคนาดา โดยส่งเด็กไปอยู่ในสถาบันการศึกษาที่สอนโดยคริสตจักร ที่ที่พวกเขาถูกลงโทษหากพูดภาษาถิ่น หรือกระทำตามประเพณีพื้นเมืองเดิม ถูกกระทำชำเราทางเพศเป็นประจำทุกวัน และในกรณีที่ร้ายแรงที่สุดคือ ถูกนำไปทดลองทางการแพทย์

ภาพถ่ายโดย นิวชา ตาวาโกเลียน (@newshatavakolian)

ในปี 2017 ฉันพบฟาติมาที่ค่ายมานู ทางตะวันออกเฉียงเหนือของไนจีเรีย เธอเป็นเด็กหญิงที่เปาะบาง ที่ไม่มีโอกาสแม้แต่จะพูด เพราะพี่ชายของเธอมักจะออกโรงตอบก่อนเธอเสมอ ฉันเห็นถึงความหนักอกหนักใจในแววตาของเธอ ตอนเธออายุเก้าขวบ กลุ่มโบโกฮารามขับไล่เธอและครอบครัวออกจากบ้าน และต้องไปพำนักในกระท่อมเล็กๆ ในมาอิดูกูริ เป็นเวลาสิบแปดเดือน พวกเขาขาดแคลนปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีพ คลานเข้าไปนอนในกระท่อมเล็กๆ ที่ไม่มีหน้าต่าง อากาศภายนอกร้อนระอุจนฉันไม่สามารถหายใจได้เต็มปอด ผู้ชาย ผู้หญิง รวมถึงเด็กๆ นั่งอยู่ข้างนอกด้วยสายตาเหม่อลอย มองไปที่เส้นขอบฟ้า หวังจะมีปาฏิหารย์เกิดขึ้น

 

อ่านเพิ่มเติม

เมื่อเกิดในอัฟกานิสถาน เด็กหญิงบางคนเลือกใช้ชีวิตในร่างเด็กชาย

เรื่องแนะนำ

10 ข้อเท็จจริงที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับ อะลาดิน

วิล สมิธ แสดงเป็นยักษ์จินนีที่มีพลังพิเศษแต่รู้สึกอึดอัดรำคาญพื้นที่อาศัยของตนในภาพยนตร์รีเมค อะลาดิน (2019) ภาพถ่ายโดย TCD/PROD.DB, ALAMY บรรดานักชมภาพยนตร์ต่างตื่นเต้นเมื่อภาพยนตร์ อะลาดิน ฉบับคนแสดงออกฉาย แต่ยังมีความจริงเบื้องหลังของนิทานเรื่องนี้ที่น่าตกตะลึง หรืออาจรบกวนใจ ในปี 1992 ค่ายภาพยนตร์แอนิเมชันดิสนีย์ได้สร้างภาพยนตร์ยอดฮิตที่ทำให้ผู้คนตกหลุมรักหนุ่มกำพร้าที่เป็นเหมือน “เพชรในโคลนตม” ผู้เดินทางด้วยพรมที่บินได้ ยักษ์จินนีที่มีพลังมากมาย และเจ้าหญิงที่มีความเป็นตัวของตัวเอง แต่เรื่องราวในแบบที่ปรากฏบนจอภาพยนตร์นั้น ตรงกับเรื่องเล่าต้นฉบับมากเพียงไร นี่คือข้อเท็จจริงเปรียบเทียบ 10 ข้อ ของเนื้อหาที่ปรากฏในภาพยนตร์กับเรื่องเล่าดั้งเดิม 1. อะลาดินเป็นเพียงนิทานเรื่องหนึ่งใน 1,001 เรื่อง เรื่อง อะลาดิน เป็นเพียงนิทานย่อยเรื่องหนึ่งของนิทานโบราณที่ชื่อว่า อาหรับราตรี หรือพันหนึ่งราตรี (A Thousand and One Nights) นิทานเรื่องนี้เล่าเรื่องบุตรสาวของขุนนางชั้นสูง นามว่า เชเฮราซาด ผู้แต่งงานกับ สุลต่านชาร์ยาร์ กษัตริย์ผู้ก่อนหน้านี้ได้สั่งประหารภรรยาของตนจำนวนมากหลังจากแต่งงานและเป็นเจ้าสาวได้เพียงหนึ่งคืนเท่านั้น เนื่องจากพระองค์มีความจงเกลียดจงชังผู้หญิง เพราะอดีตภรรยาคนหนึ่งได้ไปมีชายชู้ และทิ้งพระองค์ไป ดังนั้น เพื่อรักษาชีวิตของเธอ เชเฮราชาดได้เล่านิทานให้สุลต่านผู้นี้ฟังในคืนหลังจากแต่งงาน แต่ไม่ได้เล่าจนจบ และสัญญาว่าจะเล่าต่อให้จบในคืนถัดไป ซึ่งเป็นเช่นนี้คืนแล้วคืนเล่า […]

ทหารหญิง : ดอกไม้เหล็กกลางสมรภูมิ

ทหารหญิงกำลังมีบทบาทเชิงรุกมากขึ้นในภารกิจทางทหารต่างๆ โดยออกปฏิบัติหน้าที่ในแนวหน้าทั้งในสมรภูมิความขัดแย้งที่มีการใช้อาวุธและในฐานะกองกำลังรักษาสันติภาพ มีประเทศอุตสาหกรรมอย่างน้อย 16 ประเทศอนุญาตให้ผู้หญิงเข้าประจำการในแนวหน้า หรือรับบทบาทในการสู้รบได้

สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์หลายแห่งเสี่ยงต่อเหตุร้ายแบบเดียวกับ นอเทรอดาม

นักดับเพลิงดับไฟที่กำลังลุกไหม้ในวิหารนอเทรอดาม ในปารีส ฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2019 ภาพถ่ายโดย BENOIT TESSIER, REUTERS บรรดาผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า สถานที่ทางวัฒนธรรมหลายร้อยแห่งอันเป็นที่รักทั่วโลก ไม่เคยเตรียมรับมือกับเหตุเพลิงไหม้และอุบัติเหตุอย่างเดียวกับที่ นอเทรอดาม ประสบ ในขณะที่อาสนวิหารชื่อดังที่สุดของฝรั่งเศสเกิดไฟไหม้ ผู้คนรอบโลกนิ่งตะลึงด้วยความสะเทือนขวัญต่อภาพเพลิงไหม้ครั้งหายนะ ขณะนี้ ทุกคนโล่งอกหลังรู้ว่าว่าบรรดานักดับเพลิงสามารถรักษาส่วนใหญ่ของ นอเทรอดาม เอาไว้ได้ไม่น้อย แต่เพลิงครั้งนี้ได้จุดประกายการถกเถียงที่มีมาอย่างยาวนาน ถึงวิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องแหล่งมรดกวัฒนธรรม ที่มักขาดการป้องกันจากหายนะหลายประเภท “แหล่งมรดกโลกหลายแห่งไม่มีนโยบาย แผน หรือกระบวนการเพื่อลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ” เอกสารของ UNESCO กล่าว “สิ่งนี้ทำให้แหล่งทางมรดกหลายร้อยแห่งเผชิญกับความเสี่ยงต่ออันตรายที่อาจเกิดขึ้นเป็นอย่างมาก” ภัยพิบัติเหล่านั้น ซึ่งมีตั้งแต่เพลิงไหม้และน้ำท่วม ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและความขัดแย้ง ได้ทำลายสมบัติทางวัฒนธรรมหลายแห่งของโลกในช่วงหลายปีมานี้ เมื่อปีที่แล้ว พิพิธภัณฑ์แห่งชาติของบราซิลถูกเพลิงไหม้จนวอดวาย และส่งผลให้วัตถุต่างๆ เช่นโบราณวัตถุด้านอิยิปต์วิทยา (Egyptology) ซึ่งถูกรวบรวมไว้ และบันทึกเสียงภาษาพื้นเมืองที่สาบสูญไปแล้ว กลายเป็นเถ้าถ่าน เมื่อปี 2016 กองกำลังรัฐอิสลามได้ทำลายประตู Mashki และ Adad ในโบราณสถานในบริเวณนิเนเวห์ (Nineveh) ในอิรัก และเมื่อปี 2015 […]