ดำสำรวจใต้ผืนน้ำแข็งของ กรีนแลนด์ - National Geographic Thailand

ดำสำรวจใต้ผืนน้ำแข็งของกรีนแลนด์

Laurent Chauvaud นักนิเวศวิทยาทางทะเล จาก CNRS ดำน้ำเก็บตัวอย่างวิจัยใต้ผืนน้ำแข็งของ กรีนแลนด์
ภาพถ่ายโดย CNRS

ดำสำรวจใต้ผืนน้ำแข็งของ กรีนแลนด์

บนผืนน้ำแข็งทางตะวันออกเฉียงเหนือของ กรีนแลนด์ ดูว่างเปล่าไร้ชีวิต ทุกอย่างที่คุณเห็นมีแค่สีเทาและฟ้า และหากสายลมพัดพาเอาหิมะผ่านมา คุณจะแทบแยกไม่ออกเลยว่าไหนคือผืนดิน ไหนคือผืนฟ้า

Jean Gaumy ช่างภาพชาวฝรั่งเศสบรรยายว่ามัน “แอบสแตรก” มาก แต่สำหรับ Frédéric Olivier นักนิเวศวิทยาชาวฝรั่งเศสระบุว่า นี่คือ “terra incognita” คำนี้มาจากภาษาละตินมีความหมายว่า ดินแดนที่ยังไม่ได้รับการสำรวจ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้งคู่ร่วมงานกันลงพื้นที่สำรวจยังภูมิภาคนี้ร่วมกับนักนิเวศวิทยาอีกท่านหนึ่งนาม Laurent Chauvaud

ภูเขาน้ำแข็งในกรีนแลนด์ ภาพถ่ายโดย Jean Gaumy
ภูเขาน้ำแข็งในกรีนแลนด์
ภาพถ่ายโดย Jean Gaumy
กรีนแลนด์
นักวิทยาศาสตร์ทดสอบน้ำก่อนดำสำรวจจริงบริเวณสถานีวิจัย Daneborg ในกรีนแลนด์ พวกเขาตั้งใจที่จะเก็บสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่พื้นทะเล ตลอดจนสาหร่าย และครัสเตเชียนขนาดเล็ก
ภาพถ่ายโดย Jean Gaumy

Olivier และ Chauvaud คาดหวังว่าจะบันทึกเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตในภูมิภาคนี้เอาไว้เท่าที่สามารถทำได้ เกาะกรีนแลนด์ตั้งอยู่ในภูมิภาคอาร์กติก ดินแดนที่เผชิญกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศมากที่สุด ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หิ้งน้ำแข็งขนาดเท่าเกาะแมนฮัตตันเพิ่งจะแตกหักหลุดออกจากธารน้ำแข็ง Helheim ของกรีนแลนด์

ไม่ใช่พืดน้ำแข็งกว้างสุดลูกหูลูกตา แต่คือข้างใต้ต่างหากที่ดึงดูดใจสองนักวิทยาศาสตร์ สิ่งมีชีวิตเหล่านี้เจริญเติบโตในน้ำเย็นจัดของอาร์กติก พวกเขาวิจัยพื้นดินใต้สมุทร, ศึกษาสัตว์ไฟลัมมอลลัสกา, ครัสเตเชียน, อาร์โทรพอด, หนอน และดาวทะเล ทั้งยังเก็บตัวอย่างของน้ำทะเล เพื่อมองหาสิ่งมีชีวิตที่อาจไม่เคยพบมาก่อน

กรีนแลนด์
รูเล็กๆ กลางผืนน้ำแข็งนี้ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ดำสำรวจลงไปยังเบื้องล่างได้
ภาพถ่ายโดย Jean Gaumy

ทุกวันนี้นักวิทยาศาสตร์ประมาณกันว่าในภูมิภาคอาร์กติกน่าจะมีสิ่งมีชีวิตราว 2,000 สายพันธุ์ ทว่า Olivier เชื่อว่าจำนวนที่แท้จริงมากกว่านั้นถึงสองเท่า

ในน้ำที่เยือกแข็ง การเก็บข้อมูลไม่ใช่เรื่องง่าย…กระบวนการเต็มไปด้วยความยากลำบากและอันตราย บางครั้งหมีขั้วโลกก็โผล่มาด้อมๆ มองๆ หรือบางครั้งสภาพอากาศก็เลวร้ายเกินคาดเดา และผลตอบแทนของความพยายามไม่ได้เกิดขึ้นในทันที บางครั้งภารกิจการสำรวจสิ้นสุดลงด้วยความว่างเปล่าหากเก็บอะไรไม่ได้ หากเก็บตัวอย่างได้สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นจะถูกส่งไปยังห้องปฏิบัติการเพื่อวิเคราะห์ และอาจใช้เวลาราวปีถึงสองปี กว่าที่จะรู้ว่าสิ่งนั้นคือสัตว์สายพันธุ์ใหม่หรือไม่ “ทุกตัวอย่างที่เก็บคือการต่อสู้กับสภาพอากาศอันเลวร้ายและการแข่งกับเวลา” Olivier เล่า

กรีนแลนด์
นอกเหนือจากการเก็บตัวอย่างสิ่งมีชีวิต นักวิทยาศาสตร์ทดลองบันทึกเสียงใต้ทะเลที่เกิดขึ้นจากสัตว์และการแตกหักของน้ำแข็ง
ภาพถ่ายโดย Jean Gaumy
กรีนแลนด์
ชั้นน้ำแข็งหนาและยากต่อการขุดเจาะ จากภาพคือความพยายามเจาะรูเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 เมตร
ภาพถ่ายโดย Jean Gaumy

ลึกลงไปใต้ผืนน้ำแข็งอันว่างเปล่า Olivier เล่าว่า นี่คือสถานที่ที่มีความหลากหลายมากที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา และมากยิ่งกว่าพื้นที่ใดในอาร์กติก พวกเขาได้ข้อมูลใหม่ๆ มากมาย เช่น ในการศึกษาหอยสองฝาชนิดหนึ่ง นักวิจัยทั้งคู่เล่าว่าพวกเขาเข้าใจผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศมากยิ่งขึ้น

และไม่ใช่แค่สิ่งมีชีวิตใต้ทะเลกรีนแลนด์เท่านั้นที่ทั้งคู่ศึกษา ภูมิภาคนี้ยังเปิดโอกาสให้พวกเขาวิจัยเกี่ยวกับเสียงอีกด้วย ในธรรมชาติบรรดาสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลมักมีความไวต่อเสียงมาก ยกตัวอย่างเช่นวาฬ พวกมันสื่อสารกับวาฬตัวอื่นๆ ที่อยู่ห่างไกลด้วยเสียง แต่จากงานวิจัยนี้พวกเขาพบว่าเสียงจากเรือดำน้ำ และเสียงจากการขุดเจาะน้ำแข็งสามารถรบกวนการสื่อสารของพวกมันได้

แตกต่างจากพื้นที่อื่นๆ ของอาร์กติกที่กำลังเผชิญกับเรือท่องเที่ยว และเรือขนส่งสินค้าที่เพิ่มมากขึ้น พื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรีนแลนด์ยังคงเงียบเหงา ซึ่งนอกเหนือจากภาพถ่ายแล้ว Olivier และ Chauvaud ยังบันทึกเสียงใต้น้ำของดินแดนที่ยังไม่เคยถูกสำรวจนี้เอาไว้ด้วย ด้วยความหวังว่าสักวันหนึ่งสิ่งนี้อาจกลายเป็นข้อมูลสำคัญที่ใช้เปรียบเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ ในอนาคต

เรื่อง Sarah Gibbens

ภาพถ่าย Jean Gaumy

กรีนแลนด์
ทีมนักวิทยาศาสตร์กำลังเลือกจุดที่จะดำน้ำสำรวจ
ภาพถ่ายโดย Jean Gaumy
กรีนแลนด์
ที่สถานีวิจัย Daneborg นักวิทยาศาสตร์ต้องตักหิมะวันละหลายครั้ง เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าออก
ภาพถ่ายโดย Jean Gaumy
กรีนแลนด์
บรรยากาศใต้พืดน้ำแข็งของกรีนแลนด์
ภาพถ่ายโดย CNRS
กรีนแลนด์
ตัวอย่างของหอยสองฝา และครัสเตเชียนขนาดเล็กที่เก็บมาได้จากใต้น้ำแข็ง นักวิทยาศาสตร์คาดหวังว่าการศึกษาพวกมันจะช่วยทำความเข้าใจต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศมากยิ่งขึ้น
ภาพถ่ายโดย Jean Gaumy
กรีนแลนด์
จากบนอากาศ ภูมิภาคแห่งนี้ดูเวิ้งว้างไร้ซึ่งชีวิต แต่ใต้ผืนน้ำแข็งนั้นต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
ภาพถ่ายโดย Jean Gaumy

 

อ่านเพิ่มเติม

ดีเอ็นเอเผย ชาวนอร์สในกรีนแลนด์ค้า งาวอลรัส ให้ยุโรป

 

เรื่องแนะนำ

เรื่องราวที่ควรรู้เพื่อการเรียนดำน้ำ

เพราะทะเลไทยเป็นแหล่งดำน้ำติดอันดับของโลก ทำให้คนไทยเริ่มสนใจเริ่มเรียนดำน้ำเพื่อสำรวจโลกใต้ทะเลอันสวยงามที่ใกล้บ้าน นี่คือข้อมูลน่ารู้สำหรับผู้ที่สนใจ เรียนดำน้ำ   การดำน้ำเป็นกิจกรรมที่มาพร้อมกับการท่องเที่ยวทางทะเลซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยประเทศไทยนั้นมีพื้นที่ชายฝั่งทะเลกว้างใหญ่ทั้งทะเลฝั่งอันดามันและอ่าวไทย ที่ติดอันดับในเรื่องของความสมบูรณ์และสวยงามของโลกใต้ทะเล จนได้รับการจัดอันดับให้เป็นแหล่งดำน้ำที่ดีที่สุดในโลกอยู่บ่อยครั้ง ทำให้มีคนไทยเริ่มสนใจการ เรียนดำน้ำ เพื่อให้มีทักษะเพียงพอเพื่อการออกไปสำรวจสิ่งแวดล้อมใต้ทะเลเช่นเดียวกับแนวคิดการออกไปสำรวจป่าไม้บนพื้นดิน แต่อย่างไรก็ตาม การ “ เรียนดำน้ำ ” คือกระบวนการสำคัญสำหรับคนที่อยากท่องเที่ยวพร้อมกับสำรวจใต้ทะเลต้องผ่านไปให้ได้ ซึ่งนัก (อยาก) ดำน้ำหลายคนอาจเปลี่ยนใจเนื่องจากมีความคิดไปก่อนว่าการ เรียนดำน้ำ เป็นเรื่องที่ยากเข็ญ ซ้ำต้องทุ่มเทเวลาให้มากมาย รวมถึงคิดว่าค่าใช้จ่ายในการเรียนนั้นต้องสูงเป็นแน่ ทั้งที่ความจริงแล้วสิ่งเหล่านี้อาจไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด นี่คือข้อมูลเบื้องต้นสำหรับผู้ที่สนใจเรียนดำน้ำสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความสวยงามใต้ท้องทะเลที่น่าตื่นตาตื่นใจด้วยตาของตัวเอง เหตุผลของการเรียนดำน้ำ แรงบันดาลใจของผู้เรียนดำน้ำโดยส่วนมากคือต้องการไปสัมผัสโลกใต้น้ำที่สวยงาม เช่น ปลาทะเลหายาก ปะการังหลากชนิด และระบบนิเวศทางทะเลที่สวยงามด้วยตัวเอง โดยมักเป็นการต่อยอดจากการไปเที่ยวทะเลเพื่อสัมผัสบรรยากาศสวยงามหรือเล่นน้ำทะเลตามชายฝั่ง เหตุผลนี้เองทำให้หลายคนชื่นชอบการดำน้ำอย่างยิ่ง เพราะการดำน้ำในแต่ละครั้ง ผู้ดำน้ำไม่มีทางทราบว่าจะได้พบเจออะไรหรือมีสิ่งใดรอให้ค้นพบอยู่ ดังนั้น การดำน้ำคือความสนุกของผู้ที่อยากสำรวจทะเลโดยแท้จริง แต่อย่างไรก็ตาม มีนักดำน้ำจำนวนไม่น้อยที่ต่อยอดจากการดำน้ำเพื่อความหย่อนใจไปยังจุดประสงค์อื่น เช่น เพื่อเป็นนักสำรวจทางทะเล ช่างภาพใต้น้ำที่คอยบันทึกภาพอันสวยงามของโลกใต้น้ำ หรือแม้กระทั่งการเป็นนักกู้ภัยทางทะเลก็จำเป็นต้องมีทักษะการดำน้ำที่ดี ประเภทของการดำน้ำ ประเภทของการดำน้ำที่นิยมโดยทั่วไปมีดังต่อไปนี้ 1. การดำน้ำแบบ Snorkeling หรือการดำน้ำตื้น โดยผู้ดำน้ำจะลอยอยู่บริเวณผิวน้ำ และหายใจโดยการอมท่อหายใจ การดำน้ำประเภทนี้เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มต้นดำน้ำ หรือไม่มีประสบการณ์ในการดำน้ำมาก่อน […]

Cultural Diversity at the CROSSROADS

ไม่น่าเชื่อว่าบนเกาะเล็ก ๆ กลางฟ้ากว้างและนํ้าทะเลสีเขียวใสของมหาสมุทรอินเดีย อันเป็นที่ตั้งของโครงการ CROSSROADS Maldives แหล่งท่องเที่ยวที่ครบวงจรและใหญ่ที่สุดแห่งแรกในมัลดีฟส์ ที่ประกอบด้วย The Marina @CROSSROADS ที่มีท่าเรือยอชต์ลักชัวรี พร้อมกับพื้นที่รวมร้านค้า ร้านอาหารชื่อดัง ศูนย์เรียนรู้ทางวัฒนธรรม ศูนย์เรียนรู้ทางทะเล และโรงแรมสองแห่งคือ Hard Rock Hotel Maldives และ SAii Lagoon Maldives, Curio Collection by Hilton จะเป็นที่ที่ผู้คนจากหลายเชื้อชาติหลากอาชีพทั่วโลกมาใช้ชีวิตและทำงานอยู่ด้วยกัน   ไม่ว่าจะเป็นโฮสต์จากตูนิเซีย ฟิลิปปินส์ นักบัญชีจากศรีลังกา ครูสอนโยคะจากแอฟริกาใต้ ทีมแพทย์และพยาบาลจากทมิฬนาฑู อินเดีย หรือนักชีววิทยาทางทะเลจากไทย พวกเขาใช้ชีวิตอย่างไรในที่ที่เป็นดังชุมทางของวัฒนธรรม ในประเทศที่งดงามแห่งนี้   Ilef Laradh อายุ 39 ปี, ตูนิเซีย SAii Host SAii Lagoon Maldives ฉันชอบเดินทางและทำงานในธุรกิจท่องเที่ยวค่ะ ฉันฝันว่าอยากมาที่มัลดีฟส์ เพราะจะได้ทั้งทำงานและพักผ่อน  ในเวลาเดียวกัน […]

โต๋เต๋ ทะเลมัลดีฟส์ ออกไปฟรีไดฟ์สัมผัสโลกใต้ทะเล

ผมชอบดำน้ำครับ ก็ดำไปเรื่อยตั้งแต่ดำเล่นๆ จนมาเป็นผู้ฝึกสอน ถ้านับรวมเวลาก็ประมาณ 25 ปีแล้ว ปกติคนทั่วไปรู้จักกิจกรรมดำน้ำในรูปแบบใช้ถัง หรือสกูบา (Scuba diving) กับการดำน้ำแบบลอยเท้งเต้งอยู่บนผิวน้ำพร้อมชูชีพ หรือสนอร์เกิล (Snorkeling diving) ตอนนี้ มีการดำน้ำรูปแบบใหม่ที่พัฒนาจากกีฬา ด้วยการกลั้นหายใจใต้น้ำ เสริมเทคนิคต่างๆให้อยู่ในน้ำได้นานขึ้น ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น โดยไม่ต้องแบกอุปกรณ์ หรือที่เรียกว่า ฟรีไดฟ์ (Free diving) มัลดีฟส์เป็นจุดหมายยอดฮิตสำหรับนักดำน้ำ และเป็นสถานที่สุดโปรดของเหล่าฟรีไดฟ์ ด้วยเหตุผลที่ว่า แต่ละจุดดำน้ำมีทัศนียภาพแตกต่างกัน เราไม่จำเป็นต้องลงลึกเท่ากับสกูบา และไม่ได้ลอยอยู่บนผิวน้ำแบบสนอร์เกิล  เรียกว่าอยู่ในระดับกลางๆ ไม่ยากไม่ง่าย การมองหาสัตว์ทะเลอย่างฉลามวาฬก็ทำได้ง่าย เมื่อเราพบตัวอะไรก็สามารถพุ่งเข้าไปด้วยฟิน (ตีนกบ) ถ้ากลั้นหายใจได้นานก็สามารถเข้าใกล้สัตว์ทะเลได้ใกล้ชิดมากขึ้น ทั้งเต่าทะเลและปลาเก๋า นับเป็นเสน่ห์ของฟรีไดฟ์ที่หลายคนหลงใหล การเดินทางไปมัลดีฟส์ควรพิจารณาเรื่องที่พักด้วยนะครับ เพราะในประเทศนี้มีเกาะเป็นร้อยแห่ง บางแห่งที่พักสวยและราคาถูก ซึ่งเราอาจพบฝูงปลามากมาย หรือเดินทางไปช่วงตั๋วเครื่องบินราคาถูก เราอาจไม่เจอกระเบนราหูก็ได้ นอนรีสอร์ตหรูก็ใช่ว่าจะเจอพี่จุด (ฉลามวาฬ) ที่ผมพยายามสื่อคือ อย่าไปเลือกที่พักเพราะราคาหรือแค่ความสวยงาม ถ้าคุณตั้งใจไปฟรีไดฟ์ ลองถามคนเคยไปฟรีไดฟ์มาแล้วดีกว่า ที่มัลดีฟส์มีรีสอร์ตหลายแห่งที่เปิดบริการสำหรับนักฟรีไดฟ์โดยเฉพาะ นึกตามง่ายๆคือ คุณตื่นขึ้นจากเตียง แล้วสามารถกระโดดลงทะเลจากหน้าที่พักของคุณได้เลย หรืออย่างน้อยก็นั่งเรือออกจากที่พักเพียงไม่กี่นาทีก็ลงดำน้ำได้แล้ว […]