กางเต็นท์ในบรรยากาศธรรมชาติ ที่ แก่งลานรัก จ. สระบุรี - National Geographic Thailand

งานกางเต็นท์ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ ที่แก่งลานรัก จ. สระบุรี

บันทึกเรื่องราวกิจกรรม DoD Thailand x Kodiak Canvas Thailand Meeting งานกางเต็นท์ที่รวมตัวคนรักกิจกรรมแคมปิ้งท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติอันสวยงาม ที่ แก่งลานรัก จ. สระบุรี

การออกไปกางเต็นท์หรือจัดแคมปิ้งท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติกำลังเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากขึ้น จำนวนของกลุ่มคนที่สนใจกิจกรรมกลางแจ้งประเภทนี้จึงเพิ่มขึ้นตาม

ความนิยมนี้ส่งผลต่ออุปกรณ์สำหรับการกางเต็นท์กลางแจ้งเช่นเดียวกัน โดยปัจจุบัน สินค้าประเภทนี้มีพัฒนาการที่หลากหลายและทันสมัยมากขึ้น สามารถใช้งานได้ง่ายตามวัตถุประสงค์ต่างๆ ดังนั้น การเต็นท์ที่เคยมองกันว่าเป็นเรื่องยากลำบาก ก็เริ่มกลายมาเป็นกิจกรรมสำหรับคนทุกเพศทุกวัยมากขึ้นเรื่อยๆแก่งลานรัก, งานกางเต็นท์

แก่งลานรัก, งานกางเต็นท์
ลานกางเต็นท์และลานจัดกิจกรรมในงาน DoD Thailand x Kodiak Canvas Thailand Meeting

การเติบโตของกิจกรรมกางเต็นท์ส่งผลดีต่อบรรดาผู้ประกอบกิจการนำเข้า-จัดจำหน่ายเต็นท์เช่นกัน โดยพวกเขามักมีความชื่นชอบในกิจกรรมนี้อยู่เป็นทุนเดิม ดังนั้น การได้พบปะลูกค้าที่มีความชื่นชอบในสิ่งเดียวกันก็ก่อให้เกิดเป็นเครือข่ายของผู้ที่ชอบกิจกรรมประเภทนี้ จนมีการรวมตัวกันกางเต็นท์ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ ให้คนคอเดียวกันมาร่วมสนุก พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความชอบ และทำกิจกรรมร่วมกัน

เมื่อวันที่ 8-9 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา CAMP STUDIO และ GORI OUTDOOR ตัวแทนจัดจำหน่ายสินค้าสำหรับการท่องเที่ยวเดินทาง เดินป่า แคมปิ้ง ได้มีการจัดกิจกรรม DoD Thailand x Kodiak Canvas Thailand Meeting ที่เชิญชวนให้ผู้ใช้งานเต็นท์แบรนด์ DoD จากญี่ปุ่น และแบรนด์ Kodiak Canvas แบรนด์จากสหรัฐอเมริกา มากางเต็นท์ทำกิจกรรมกลางแจ้งร่วมกันที่ลานกางเต็นท์แก่งลานรัก จังหวัดสระบุรี

แก่งลานรัก, งานกางเต็นท์
บรรยากาศรอบนอกของแก่งลานรัก จ.สระบุรี
แก่งลานรัก, งานกางเต็นท์
(จากซ้ายไปขวา) คุณเจตน์ ประกิจฤทธานนท์ เจ้าของ Kodiak Canvas Thailand , คุณชัญญา เตรียมเพชร และ คุณปุริม ไกรยา เจ้าของ DoD Thailand ผู้ร่วมจัดงานในครั้งนี้

คุณปุริม ไกรยา, คุณชัญญา เตรียมเพชร เจ้าของ DoD Thailand และคุณเจตน์ ประกิจฤทธานนท์ เจ้าของ Kodiak Canvas Thailand โต้โผใหญ่ของงานในครั้งนี้กล่าวถึงแนวคิดหลักของงานว่า ได้จัดงานนี้ขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้งานเต็นท์ทั้งสองแบรนด์ ซึ่งมีลักษณะ การใช้งาน รสนิยมที่ต่างกัน แต่ก็รักในการแคมปิ้งเหมือนกัน มารวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติที่แก่งลานรัก จ. สระบุรี แห่งนี้ โดยตั้งใจให้บรรยากาศในงานเหมือนกลุ่มเพื่อนที่รักในสิ่งเดียวกันมารวมตัวกัน นอกจากนี้ ภายในงานได้ให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมขยะเป็นศูนย์ (Zero Waste) ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติขั้นพื้นฐานที่มีอยู่ในตัวผู้ที่รักการแคมปิ้งทุกคนแก่งลานรัก, งานกางเต็นท์

แก่งลานรัก, งานกางเต็นท์

แก่งลานรัก, งานกางเต็นท์

งานกางเต็นท์สำหรับทุกคนในครอบครัว

คุณมาโนช พานิชโกศล หนึ่งในผู้ร่วมงานกล่าวถึงความสนใจที่มีต่องานนี้ว่า ตัวเขาซึ่งเป็นลูกค้าของ CAMP STUDIO มาตั้งแต่เดิม เมื่อทราบว่ามีการจัดงานนี้ขึ้นจึงได้ชักชวนครอบครัวและญาติพี่น้องมางานนี้ โดยความสนุกของงานนี้อยู่ที่การมีโอกาสได้มาใกล้ชิดธรรมชาติ และได้พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับคนที่ชื่นชอบการแคมปิ้งเหมือนกันแก่งลานรัก, งานกางเต็นท์

แก่งลานรัก, กล้วย, งานกางเต็นท์

แก่งลานรัก, งานกางเต็นท์ด้านคุณเอกลักษณ์ จีบแก้ว และคุณมาริสา จีบแก้ว ได้นำเต็นท์ทรงเคบิน (เต็นท์ที่มีรูปทรงคล้ายบ้านหลังเล็กๆ) และอุปกรณ์ทำครัวขนาดย่อม พร้อมสมาชิกในครอบครัวเข้ามาร่วมในงานนี้ โดยทั้งสองคนเล่าให้ฟังว่า ได้ไปร่วมงานกางเต็นท์ในลักษณะนี้บ่อยครั้ง โดยบางครั้งก็พาครอบครัวไปกางเต็นท์ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ด้วยตัวเอง ซึ่งกิจกรรมแบบนี้ทำให้เด็กๆ มีโอกาสได้ออกมาสัมผัสกิจกรรมกลางแจ้ง ได้รู้จักธรรมชาติ เด็กๆ ได้มีการเตรียมพร้อมและแบ่งหน้าที่กันกางเต็นท์เพื่อช่วยเหลือพ่อแม่ ซึ่งเป็นการเรียนรู้ที่ดีอย่างหนึ่งแก่งลานรัก

แก่งลานรัก

เต็นท์ทรงเคบินที่คุณเอกลักษณ์และคุณมาริสา จีบแก้ว นำเข้ามาร่วมในงาน ซึ่งเป็นเต็นท์ขนาดใหญ่ พร้อมนำกิจกรรมที่สามารถให้เด็กๆ มีส่วนร่วม โดยในภาพเป็นการทำขนมถ้วยจากอุปกรณ์ที่เตรียมมาจากบ้าน

โดยงานลักษณะนี้ ทั้งคุณปุริม คุณชัญญา และคุณเจตน์ ตั้งใจว่าจะจัดขึ้นเป็นระยะๆ ในช่วงที่มีโอกาสเหมาะ หรือช่วงที่ธรรมชาติสวยงามน่ามาเยี่ยมเยือน สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมหรือขอคำแนะนำเรื่องการเลือกซื้ออุปกรณ์กางเต็นท์หรือกิจกรรมกลางแจ้งอื่นๆ ได้ที่ Facebook CAMP STUDIO และ GORI OUTDOOR

แก่งลานรัก, งานกางเต็นท์

แก่งลานรัก, งานกางเต็นท์***ภาพถ่ายโดย เฉลิมวุฒิ แจ้งสว่าง
โครงการนักศึกษาฝึกงาน บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

เรื่องแนะนำ

travel bubble ความหวังของการท่องเที่ยว

travel bubble นโบายการสำหรับการฟื้นฟูกิจการท่องเที่ยวหลังการระบาดของโควิด-19 ทราเวลบับเบิล (Travel Bubble) คืออะไร ผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์เนื่องจากการระบาดโควิด-19 เกิดขึ้นแทบทุกพื้นที่ทั่วโลก หลายประเทศที่เคยมีรายได้จากการท่องเที่ยวจำเป็นต้องหยุดรับนักท่องเที่ยวตามมาตรการของรัฐ ทำให้ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวสูญเสียรายได้เป็นจำนวนมาก รวมทั้งส่งผลให้ภาพรวมการเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัว ธุรกิจในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวดูเหมือนว่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากมาตรการล็อกดาวน์ประเทศ เมื่อไม่มีนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการ สถานประกอบการหลายแห่งได้ประกาศปิดตัวไปเมื่อช่วงสามเดือนที่ผ่านมา หลายประเทศจึงใช้ออกนโยบายทราเวลบับเบิล เพื่อหวังฟื้นฟูธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ทราเวลบับเบิล คือข้อตกลงระหว่างกลุ่มประเทศนั้นๆ ที่จะเปิดพรมแดนให้ประชาชนเดินทางเข้าออกพรมแดนได้โดยไม่ต้องกักตัวใน State quarantine เป็นเวลา 14 วัน ซึ่งหมายความว่า ประเทศคู่พันธมิตรที่อยู่ในข้อตกลงต้องเชื่อใจกันมาก ทั้งเรื่องมาตรการควบคุมโรคที่รัฐบาลของประเทศนั้นๆ ปฏิบัติในช่วงที่ผ่านมา การตรวจสอบนักท่องเที่ยวในประเทศต้นทาง และจำนวนผู้ป่วยที่อยู่ในประเทศต้นทาง ดังนั้น “วิธีทราเวลบับเบิลนี้จะใช้ได้ผลก็ต่อเมื่อมีการร่วมมือกับประเทศใกล้เคียงที่มีจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ใกล้เคียงกัน และมีวิธีรับมือสถานการณ์โรคระบาดที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน วิธีนี้จะช่วยให้ประชาชนรู้สึก ‘มีอิสระในการเดินทาง’ ในระดับหนึ่ง และเป็นการป้องกันไม่ให้จำนวนผู้ป่วยสูงขึ้นจากการที่นักท่องเที่ยวจากประเทศนอกกลุ่มเข้ามาแพร่เชื้อต่อ” เพอร์ บล็อกก์ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด กล่าว ประเทศในแถบยุโรป ได้แก่ เอสโตเนีย ลัตเวีย และลิทัวเนีย เป็นกลุ่มประเทศแรกที่ทดลองเปิดพรมแดนด้วยนโยบายทราเวลบับเบิลตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งจากการรายงานของสำนักข่าวต่างประเทศ พบว่า ฟินแลนด์และโปแลนด์อาจเข้าร่วมกลุ่มนี้ด้วยเป็นลำดับถัดไป […]

ปริศนาอันยืนยงของเอเวอเรสต์

เมื่อเกือบร้อยปีก่อน แอนดรูว์ “แซนดี” เออร์ไวน์ กับคู่หูปีนเขา จอร์จ มัลลอรี หายตัวไปขณะลงจากสันเขาด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเมานต์เอเวอเรสต์ นับตั้งแต่นั้น โลกก็กังขาว่าพวกเขาทั้งคู่หรือคนใดคนหนึ่งอาจพิชิตยอดเขาได้ในวันนั้น หรือ 29 ปีก่อนที่เอดมันด์ ฮิลลารี กับเทนซิง นอร์เกย์ จะได้ชื่อว่าเป็นสองคนแรกที่พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ เชื่อกันว่าเออร์ไวน์พกกล้องโกดัก รุ่นเวสต์พ็อกเก็ตไปด้วย ถ้าพบกล้องตัวนั้น และถ้ากล้องบันทึกภาพยอดเขาไว้ได้ นั่นจะเป็น การเขียนประวัติศาสตร์ของยอดเขาสูงที่สุดในโลกขึ้นใหม่  ผมได้ยินทฤษฎีที่ว่า มัลลอรีกับเออร์ไวน์อาจเป็นคนแรกที่พิชิตเอเวอเรสต์ได้มานานแล้ว แต่ผมเริ่มรู้สึกกระตือรือร้นอยากออกค้นหาเออร์ไวน์เมื่อสองปีที่แล้วนี่เอง หลังฟังบรรยายของทอม พอลลาร์ด เพื่อนผู้มีประสบการณ์ปีนเอเวอเรสต์มาแล้วอย่างโชกโชน พอลลาร์ดเป็นช่างภาพเคลื่อนไหวในโครงการวิจัยเชิงสำรวจมัลลอรีและเออร์ไวน์ (Mallory and Irvine Research Expedition) เมื่อปี 1999 ซึ่งในระหว่างนั้น นักปีนเทือกเขาชาวอเมริกัน คอนราด แองเคอร์ พบศพของจอร์จ มัลลอรี ในพื้นที่ส่วนนี้ของเอเวอเรสต์ฝั่งเหนือ ซึ่งนักปีนเขาเพียงไม่กี่คนเคยมาเยือน แผ่นหลังทั้งหมดของมัลลอรีเปิดโล่ง ผิวหนังที่อยู่ในสภาพดีดูสะอาดและขาวจนคล้ายรูปปั้นหินอ่อน เชือกที่ขาดมัดรอบเอวของเขาแน่นจนทิ้งรอยไว้กลางลำตัว ซึ่งให้เบาะแสว่า ณ จุดหนึ่ง มัลลอรีน่าจะร่วงตกลงมาอย่างแรง ขาซ้ายของเขาพาดทับขาขวาที่หักเหนือหน้าแข้ง ราวกับมัลลอรีกำลังปกป้องขาข้างที่บาดเจ็บของเขา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น […]