บ้านคลองตาอิน จ. จันทบุรี จากความขัดแย้งกับช้างป่า สู่การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวชุมชน

บ้านคลองตาอิน : เมื่อคนและช้างอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล

บรรยากาศเรือกสวนสลับกับบ้านเรือนของชาวบ้านเป็นภูมิทัศน์ที่เกิดขึ้นสองข้างทาง … บ้านคลองตาอิน แทบไม่เคยปรากฎในรายชื่อจุดหมายปลายทางยอดนิยม และเป็นชื่อหมู่บ้านที่แทบไม่มีข้อมูลบนสื่อออนไลน์ แล้วทำไมเราอยากเดินทางมาที่นี่

บ้านคลองตาอิน เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ในพื้นที่อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ชาวบ้านที่นี่ ส่วนใหญ่เป็นชาวสวนทุเรียน และทำการเกษตรอื่นๆ ความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่นี่ค่อนข้างเรียบง่าย แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาของชาวบ้านมาอย่างยาวนานคือ ช้างป่า

บ้านคลองตาอิน

ช้างป่าที่อาศัยอยู่รอบๆ หมู่บ้านคลองตาอิน ได้ถูกสำรวจพบมาตั้งแต่ปี 2550 โดยช้างป่าได้ลงมาหากินในพื้นที่สวนผลไม้ของชาวบ้าน แต่ละครั้งพบช้างป่าประมาณ 5 – 10 ตัว และจะมีความถี่ของช้างป่าเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูแล้ง เนื่องจากช้างลงมาหาแหล่งน้ำในหมู่บ้าน

จนกระทั่งในปัจจุบัน ช้างป่าได้ลงมาพื้นที่บ้านคลองตาอินเพิ่มมากขึ้น และช้างป่าบางตัวก็ไม่เปลี่ยนเส้นทางหากินมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว โดยจากคำบอกเล่าของชาวบ้าน พบว่า ช้างป่าที่วนเวียนอยู่รอบหมู่บ้านคลองตาอินมีประมาณ 30 ตัว

เรื่องความขัดแย้งระหว่างคนและช้างป่าจำเป็นต้องได้รับการแก้ไข กรมการพัฒนาชุมชนจึงเข้ามามีบทบาทเรื่องการทำความเข้าใจกับชาวบ้าน และได้ทำงานร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร เพื่อช่วยให้ชาวบ้านอยู่กับช้างป่าอย่างสมดุล

การสร้างความเข้าใจและปรับวิธีคิดของชาวบ้านคือเรี่องสำคัญ

ที่ผ่านมา เมื่อชาวบ้านได้รับผลกระทบจากการบุกรุกของช้างป่า การตอบโต้มักออกมาในรูปแบบความรุนแรง ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อทั้งคนและช้าง กรมการพัฒนาชุมชนจึงได้จัดองค์ความรู้ให้ชาวบ้านได้เข้าใจถึงการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างคนและช้าง เพื่อลดผลกระทบรุนแรง และเกิดการจัดตั้งกองทุนและสวัสดิการของชุมชนเพื่อช่วยเหลือสมาชิกที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่า

นอกจากนี้ กรมการพัฒนาชุมชนยังสนับสนุนให้ชาวบ้านรวมกลุ่มกันเป็น ชุดอาสาเฝ้าระวังช้างป่า ทำหน้าที่ลาดตระเวนตรวจตราช้างป่าที่เดินลงมาหากินในพื้นที่รอบหมู่บ้าน และผลักดันช้างไม่ให้ช้างเข้ามายังพื้นที่เพาะปลูกพืชผลทางการเกษตร

เมื่อเกิดการทำงานอย่างเป็นระบบ มีเงินกองทุนสนับสนุน และได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ ชาวบ้านก็เริ่มเข้าใจกระบวนการทำงานในพื้นที่มากขึ้น และเข้าใจว่า “จะอยู่ร่วมกับช้างป่าอย่างสมดุลได้อย่างไร”

จากตัวปัญหา กลายมาเป็นพระเอกในเส้นทางท่องเที่ยว

นอกจากการสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านแล้ว ยังจำเป็นต้องพัฒนาชุมชนให้มีรายได้เพิ่มเติมจากการทำสวนผลไม้ด้วย ในความเห็นที่ประชุมของชุมชน ชาวบ้านจึงอยากพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวในหมู่บ้านขึ้นมาด้วย โดยชูกิจกรรมการลาดตระเวนช้างป่า ขึ้นมาสร้างเป็นจุดเด่น

กรมการพัฒนาชุมชน และบริษัทโลเคิล อไลค์ จึงเข้ามามีส่วนร่วมทำงานกับชาวบ้าน เพื่อช่วยชาวบ้านสร้างเส้นทางและกิจกรรมการท่องเที่ยว ให้เป็นรายได้เสริมจากอาชีพเกษตรกร
บ้านคลองตาอิน

ชาวบ้านจึงเริ่มหาจุดเด่นต่างๆ ในหมู่บ้าน เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ซึ่งจากการประชุมและหารือกันหลายครั้ง จึงเกิดเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนบ้านคลองตาอิน ที่ได้ผสานรวมทั้งการชมสวนผลไม้ การชมช้างป่า และการเรียนรู้วิถีชีวิตเกษตรกรชาวสวนทุเรียน

และการเดินทางครั้งนี้ ก็เป็นการทดลองเส้นทางท่องเที่ยวในบ้านคลองตาอิน ซึ่งพวกเราถือเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มแรกที่ได้ท่องเที่ยวในเสน้ทางนี้ และยังได้ทำหน้าที่ให้คำแนะนำกับชาวบ้านและผู้นำเที่ยว และจะได้นำคำแนะนำต่างๆ ไปปรับปรุงการให้บริการในอนาคต

บ้านคลองตาอิน

ความโดดเด่นของการเดินทางท่องเที่ยวในบ้านคลองตาอิน คือได้ติดตามกลุ่มอาสาสมัครไปผลักดันช้างป่าในช่วงหัวค่ำ โดยอาสาสมัครได้พาพวกเรานั่งรถกระบะขึ้นไปยังชายป่า ที่เป็นเส้นทางหากินประจำของช้าง เราได้เห็นการทำงานของกลุ่มอาสาสมัครในการผลักดันช้างป่า โดยใช้เสียง ส่องไฟ และเดินต้อนให้ช้างกลับเข้าไปสู่เส้นทางในป่า โดยไม่ได้ใช้ความรุนแรง เป็นภาพที่สร้างความตื่นเต้นให้กับพวกเราเป็นอย่างมาก

จากกิจกรรมช้างป่า พวกเราตื่นตาตื่นใจที่ได้ร่วมประสบการณ์ในพื้นที่จริง ได้เห็นช้างป่า และได้เห็นการทำงานของกลุ่มอาสาสมัครที่เสียสละลงพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้ช้างป่าหลงเข้ามาหากินในพื้นที่ทางการเกษตร

บ้านคลองตาอิน

บ้านคลองตาอิน

กิจกรรมอื่นๆ ที่โดดเด่น คือการเที่ยวชมทัศนียภาพที่สวยงาม และแหล่งเรียนรู้เชิงเกษตรที่สามารถต่อยอดเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวได้ในอนาคต ทั้งฟาร์มไก่อารมณ์ดี สวนสมุนไพร และสวนผลไม้ที่ตั้งอยู่รายล้อมอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่

แม้ว่าหมู่บ้านคลองตาอิน จะเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่เพิ่งเริ่มต้นจัดการเส้นทางท่องเที่ยวชุมชน แต่ก็นับว่ามีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่มีคุณค่าอย่างมาก และในอนาคต หากมีการปรับปรุงสาธารณูปโภคให้พร้อมสำหรับต้อนรับนักท่องเที่ยว บ้านคลองตาอิน อาจกลายเป็นหนึ่งเรื่องราวดีๆ ของนักท่องเที่ยวหลายคน

บ้านคลองตาอิน

บ้านคลองตาอิน

เรื่อง : ณภัทรดนัย
ภาพถ่าย : พสธร ปัญญโรจน์

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเส้นทางท่องเที่ยวชุมชน ติดต่อ localalike.com

เรื่องแนะนำ

ความสุขบนความเนิบช้าแห่ง ลำน้ำน่าน

35 นักเดินทาง 1 ทีมวิจัยพันธุ์ปลาจากต่างประเทศ 45 กิโลเมตรบน ลำน้ำน่าน “กิ๋นข้าวกั๊บเกลือ ลำเหลือจิ๊นปิ้ง” : ความสุขที่บังเกิดบนความเนิบช้า ระยะทางกว่า 45 กิโลเมตรบน ลำน้ำน่าน ที่ทำให้เราเข้าใกล้กับคำว่า ‘ความสุข’ มากกว่าทุกครั้ง บันทึกการเดินทางที่แม้แต่เราเองก็ไม่เคยคิดว่ามันจะทำให้ทุกอย่างน่าจดจำมากขนาดนี้ เรื่องและภาพถ่าย : วิริทธิพล วิธานเดชสิทธิ์ “บันทึกหน้าแรก” เครื่องจักรสี่ล้อสีเขียวมะกอกพาเรามุ่งหน้าขึ้นเหนือจากเมืองหลวงกว่า 10 ชั่วโมง ก่อนที่เราจะได้ทักทายกับจังหวัดที่ใคร ๆ ก็ต่างหลงใหลตั้งแต่ครั้งแรกที่มาเยือน เราเดินทางถึงจังหวัดน่านในวันที่สภาพอากาศสดใส ลมเย็นโชยอ่อนพร้อมอุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียสต้น ๆ ในตอนเช้า ถึงแม้แดดจะแรงสักเล็กน้อย แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคเท่าไรนัก พูดรวม ๆ นี่คือปัจจัยที่สมบูรณ์แบบสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งอย่างที่ควรจะเป็น เส้นทางระยะประมาณ 45 กิโลเมตรนี้ มีจุดเริ่มต้นอยู่ที่อำเภอเวียงสา ซึ่งจะล่องตามลำน้ำโดยใช้เวลา 3 วัน 2 คืนยาวไปจนจบที่แก่งหลวง เรามุ่งหน้าเข้าอำเภอเวียงสากันตั้งแต่เช้าตรู่ ก่อนจะค่อย ๆ ช่วยกันขนเรือเพื่อลงเทียบท่าทีละลำสองลำจนครบจำนวน แล้วนักเดินทางกว่า […]

เรื่องราวที่ควรรู้เพื่อการเรียนดำน้ำ

เพราะทะเลไทยเป็นแหล่งดำน้ำติดอันดับของโลก ทำให้คนไทยเริ่มสนใจเริ่มเรียนดำน้ำเพื่อสำรวจโลกใต้ทะเลอันสวยงามที่ใกล้บ้าน นี่คือข้อมูลน่ารู้สำหรับผู้ที่สนใจ เรียนดำน้ำ   การดำน้ำเป็นกิจกรรมที่มาพร้อมกับการท่องเที่ยวทางทะเลซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยประเทศไทยนั้นมีพื้นที่ชายฝั่งทะเลกว้างใหญ่ทั้งทะเลฝั่งอันดามันและอ่าวไทย ที่ติดอันดับในเรื่องของความสมบูรณ์และสวยงามของโลกใต้ทะเล จนได้รับการจัดอันดับให้เป็นแหล่งดำน้ำที่ดีที่สุดในโลกอยู่บ่อยครั้ง ทำให้มีคนไทยเริ่มสนใจการ เรียนดำน้ำ เพื่อให้มีทักษะเพียงพอเพื่อการออกไปสำรวจสิ่งแวดล้อมใต้ทะเลเช่นเดียวกับแนวคิดการออกไปสำรวจป่าไม้บนพื้นดิน แต่อย่างไรก็ตาม การ “ เรียนดำน้ำ ” คือกระบวนการสำคัญสำหรับคนที่อยากท่องเที่ยวพร้อมกับสำรวจใต้ทะเลต้องผ่านไปให้ได้ ซึ่งนัก (อยาก) ดำน้ำหลายคนอาจเปลี่ยนใจเนื่องจากมีความคิดไปก่อนว่าการ เรียนดำน้ำ เป็นเรื่องที่ยากเข็ญ ซ้ำต้องทุ่มเทเวลาให้มากมาย รวมถึงคิดว่าค่าใช้จ่ายในการเรียนนั้นต้องสูงเป็นแน่ ทั้งที่ความจริงแล้วสิ่งเหล่านี้อาจไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด นี่คือข้อมูลเบื้องต้นสำหรับผู้ที่สนใจเรียนดำน้ำสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความสวยงามใต้ท้องทะเลที่น่าตื่นตาตื่นใจด้วยตาของตัวเอง เหตุผลของการเรียนดำน้ำ แรงบันดาลใจของผู้เรียนดำน้ำโดยส่วนมากคือต้องการไปสัมผัสโลกใต้น้ำที่สวยงาม เช่น ปลาทะเลหายาก ปะการังหลากชนิด และระบบนิเวศทางทะเลที่สวยงามด้วยตัวเอง โดยมักเป็นการต่อยอดจากการไปเที่ยวทะเลเพื่อสัมผัสบรรยากาศสวยงามหรือเล่นน้ำทะเลตามชายฝั่ง เหตุผลนี้เองทำให้หลายคนชื่นชอบการดำน้ำอย่างยิ่ง เพราะการดำน้ำในแต่ละครั้ง ผู้ดำน้ำไม่มีทางทราบว่าจะได้พบเจออะไรหรือมีสิ่งใดรอให้ค้นพบอยู่ ดังนั้น การดำน้ำคือความสนุกของผู้ที่อยากสำรวจทะเลโดยแท้จริง แต่อย่างไรก็ตาม มีนักดำน้ำจำนวนไม่น้อยที่ต่อยอดจากการดำน้ำเพื่อความหย่อนใจไปยังจุดประสงค์อื่น เช่น เพื่อเป็นนักสำรวจทางทะเล ช่างภาพใต้น้ำที่คอยบันทึกภาพอันสวยงามของโลกใต้น้ำ หรือแม้กระทั่งการเป็นนักกู้ภัยทางทะเลก็จำเป็นต้องมีทักษะการดำน้ำที่ดี ประเภทของการดำน้ำ ประเภทของการดำน้ำที่นิยมโดยทั่วไปมีดังต่อไปนี้ 1. การดำน้ำแบบ Snorkeling หรือการดำน้ำตื้น โดยผู้ดำน้ำจะลอยอยู่บริเวณผิวน้ำ และหายใจโดยการอมท่อหายใจ การดำน้ำประเภทนี้เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มต้นดำน้ำ หรือไม่มีประสบการณ์ในการดำน้ำมาก่อน […]

หมู่บ้านผลิตเครื่องเบญจรงค์ของแท้แห่งสุดท้ายของประเทศไทย

การทำ เครื่องเบญจรงค์ อาศัยต้องขั้นตอนที่ต้องใช้ความเพียรพยายาม ซึ่งมีช่างฝีมือฝึกฝนอยู่ในขณะนี้ไม่ถึงร้อยคน มีนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยียนกรุงเทพเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ว่าแสงที่ส่องประกายจากสถานที่ชื่อดังอย่าง ‘วัดอรุณ’ นั้นมาจากเครื่องปั้นดินเผาอันตระการตาแบบเดียวกับที่ใช้ประดับห้องโถงของโรงแรมห้าดาว หรือใช้เป็นเครื่องจานชามในบรรดาภัตตาคารหรูหราในเมืองหลวงแห่งนี้ เครื่องปั้นดินเผาซึ่งประดับด้วยลวดลายสัญลักษณ์อันประณีตทางพุทธศาสนาที่วาดโดยมือเหล่านี้เรียกว่า เบญจรงค์ ครั้งหนึ่งพวกมันเป็นสิ่งของสำหรับเหล่าชนชั้นสูงของไทยเท่านั้น สมาชิกราชวงศ์รับประทานอาหารจากจานชาม เครื่องเบญจรงค์ ลวดลายประณีต หญิงสาวชนชั้นสูงใช้หีบเบญจรงค์เก็บเครื่องเพชร และวังแห่งต่างๆ นำแจกันเบญจรงค์ทรงสูงมาตั้งแสดงไว้ เครื่องปั้นดินเผาเหล่านี้มีต้นกำเนิดจากความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างไทยกับจีน “ เครื่องเบญจรงค์ เริ่มเป็นสินค้านำเข้าเมื่อยุคอยุธยาตอนปลาย [ค.ศ. 1350-1767] ครับ” อัตถสิทธิ์ สุขขำ ผู้ช่วยภัณฑารักษ์ประจำพิพิธภัณฑสถานเครื่องถ้วยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวและเสริมว่า “เบญจรงค์ยุคแรกเริ่มถูกสั่งนำเข้ามาจากจีนโดยราชวงศ์ไทย มันถูกทำขึ้นในตอนใต้ของจีนและมีลวดลายแบบจีน” ลวดลายเหล่านี้มีทั้งดอกไม้ ปลา และภูเขา ส่วนอิทธิพลของไทยในเครื่องเคลือบเหล่านี้ปรากฏผ่านการใช้สี โดยราชสำนักไทยขอให้เครื่องเซรามิกทั้งหมดประดับไปด้วยห้าสี ประกอบด้วยสีขาว ดำ เขียว แดง และเหลือง (เบญจะ มีความหมายว่าห้า ส่วนรงค์หมายถึงสี) เมื่อครั้งรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือรัชกาลทีห้า (ค.ศ.1868-1910) มีการนำเข้าเซรามิกเปล่าสีขาวจากจีนและลงลวดลายพื้นเมืองในไทย ลวดลายเหล่านี้วาดขึ้นด้วยมือ เมื่อต้นยุคทศวรรษ 1900 พระองค์รับสั่งให้มีการเผยแพร่เบญจรงค์ให้แพร่หลายมากขึ้นและไม่ตกอยู่กับชนชั้นสูงเพียงอย่างเดียว ในไม่ช้า โรงประดิษฐ์เครื่องปั้นดินเผาประเภทนี้ได้แพร่หลายไปทั่วไทย และเป็นช่วงนั้นเองที่กระเบื้องเบญจรงค์ถูกนำมาประดับตามวัดวาอารมที่สำคัญในกรุงเทพหลายแห่ง […]

เที่ยวป่า หน้าฝน รถไฟ

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบการเดินทางในฤดูฝน และอยากสัมผัสบรรยากาศตามชื่อเรื่อง ผมมีอยู่หนึ่งสถานที่ในประเทศไทย ที่คุณจะได้เพลิดเพลินกับการนั่งรถไฟและเที่ยวป่าฝนอย่างสบายอารมณ์ นั่นคือที่ อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล พื้นที่ป่ารอยต่อระหว่างจังหวัดลำพูนกับลำปาง โดยการเดินทางครั้งนี้ทางทีมของเราได้รับการสนับสนุนจากการรถไฟแห่งประเทศไทย ด้วยขบวนรถด่วนขบวนพิเศษ “อุตราวิถี” ซึ่งภายในตกแต่งอย่างทันสมัย พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน เช่น จอ LED แบบสัมผัสเพื่อบอกพิกัดของรถไฟ ปลั๊กชาร์จไฟสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อ่างล้างมือ และห้องน้ำที่แยกส่วนระหว่างห้องอาบน้ำกับโถปัสสาวะ เมื่อได้มาสัมผัสบรรยากาศความทันสมัยเช่นนี้ ทำให้ผมลืมภาพจำที่เคยมีกับรถไฟไทยไปเลย เพราะการเดินทางของเราครั้งนี้สะดวกสบายมากขึ้นกว่าครั้งไหน ๆ เราเดินทางออกจากสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) เวลา 18.10 น. ด้วยขบวนรถที่ 9 กรุงเทพ – เชียงใหม่ เหตุผลของการเลือกเดินทางในเวลากลางคืน เพราะว่าเราสามารถนอนหลับพักผ่อนไปบนตู้โดยสารของรถไฟได้ และเป็นการเก็บแรงไว้ท่องเที่ยวเมื่อเราไปถึงสถานีปลายทาง เนื่องจากสถานการณ์การระบาดโรคโควิด-19 การรถไฟฯ จึงไม่มีบริการอาหารแบบเต็มรูปแบบ ดังนั้นผู้โดยสารจึงควรเตรียมอาหารมารับประทานระหว่างเดินทางด้วย เราเดินทางมาถึงสถานีปลายทางในเวลา 06.00 น. บรรยากาศยามเช้าบนสถานีขุนตาน สถานีรถไฟเล็ก ๆ ที่ให้ความรู้สึกคลาสสิกเมื่อเราก้าวเท้าลงถึงชานชาลา เป็นบรรยากาศยามเช้าที่สงบและสวยงาม พร้อมมีเรื่องราวของอุโมงค์ขุนตานภาพความทรงจำในใจ พวกเราจัดแจงร่างกายของตัวเองไปอาบน้ำล้างหน้าเพื่อเรียกความรู้สึกสดชื่น แวะรับประทานอาหารเช้ากับกาแฟอุ่น ๆ ก่อนเดินทางขึ้นไปยังอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล เสน่ห์อย่างหนึ่งของการเที่ยวป่าในฤดูฝนคือ ความเขียวชอุ่มของแมกไม้นานาพรรณ […]