นั่ง รถไฟเกาหลีเหนือ สู่พื้นที่ชนบท - National Geographic Thailand

นั่ง รถไฟเกาหลีเหนือ สู่พื้นที่ชนบท

นั่งบนเส้นทาง รถไฟเกาหลีเหนือ ในชนบท ที่น้อยคนสามารถเข้าถึง

ช่วงทศวรรษที่ 1960 เมื่อครั้งมาร์ก โดแรนยังเป็นเด็กชายชาวอังกฤษ เขารู้สึกตื่นตากับหัวรถจักรไอน้ำ ในปี 1978 เขาเดินทางไปยังเยอรมนีตะวันออก เพื่อไล่ตามรถจักรไอน้ำใน ‘ดินแดนต้องห้าม’ ของยุคสมัยนั้น กว่า 40 ปีให้หลัง แรงบันดาลใจนี้ได้พาเขามาที่เกาหลีเหนือ เพื่อนั่ง รถไฟเกาหลีเหนือ โดยในปี 2016 เขานั่งรถไฟสายมอสโก-อูลานบาตอร์-ปักกิ่ง ข้ามจากไซบีเรียและมองโกเลียสู่กรุงเปียงยาง

และในเดือนกันยายน 2018 เขากับกลุ่มทัวร์ได้เดินทางจากกรุงเปียงยางไปยังเมืองราซ็อน ที่ตั้งอยู่ใกล้ชายแดนจีนและรัสเซียที่ต้องเดินทางผ่านพื้นที่ชนบทมากมาย

โดยปกติแล้ว ชาวต่างชาติไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางออกนอกกรุงเปียงยาง แต่ด้วยบริการจากบริษัททัวร์ที่ได้รับอนุญาตจากทางการเกาหลีเหนือ ทริปการท่องเที่ยวชนบทด้วยรถไฟเกาหลีเหนือจึงเกิดขึ้นได้

ที่สถานีราซ็อนนี้ ผู้โดยสารสามารถเดินทางต่อไปยังรัสเซียหรือข้ามไปที่ประเทศจีนได้

เส้นทางรถไฟจากปักกิ่งสู่เปียงยางผ่านชานชาลาที่เงียบเหงาเช่นนี้
รถไฟเกาหลีเหนือ
ขบวนรถไฟขบวนหนึ่งจอดอยู่ที่สถานีรถไฟกรุงเปียงยาง โดยนักท่องเที่ยวไม่ได้รับอนุญาตให้ท่องเที่ยวโดยรถไฟภายในประเทศ
รถไฟเกาหลีเหนือ, รถไฟ
ผู้คนรวมตัวกันที่ชานชาลาของสถานีรถไฟกรุงเปียงยาง
รถไฟเกาหลีเหนือ, เกาหลีเหนือ
ผู้โดยสารพักผ่อนบนรถไฟจากปักกิ่งสู่เปียงยาง
พนักงานรถไฟ, รถไฟเกาหลีเหนือ, เกาหลีเหนือ
พนักงานรถไฟยืนบนชานชาลาที่สถานีกรุงเปียงยาง
หัวรถจักร, เกาหลีเหนือ
หัวรถจักรบนรางที่ไปยังเมืองราซ็อน

ทางรถไฟ, เกาหลีเหนือ

ทางรถไฟ, เกาหลีเหนือ
(ภาพบนและล่าง) เส้นทางรถไฟจากกรุงเปียงยางไปยังราซ็อนเต็มไปด้วยดอกไม้ป่าและท้องทุ่งสีเขียว
ทางรถไฟ
กองวัสดุก่อสร้างเรียงอยู่ข้างรางรถไฟที่ไปยังเมืองราซ็อน
รถไฟเกาหลีเหนือ, ผู้โดยสาร
ผู้โดยสารมองไปยังทิวทัศน์ระหว่างเส้นทางจากกรุงเปียงยางถึงเมืองราซ็อน
ผู้โดยสารรถไฟ, รถไฟ
ผู้โดยสารเหม่อมองไปนอกหน้าต่างขบวนรถไฟจากกรุงปักกิ่งสู่กรุงเปียงยาง
ทางรถไฟ, แม่น้ำ, เกาหลีเหนือ
รถไฟที่เชื่อมต่อระหว่างเปียงยางและราซ็อนตัดแบ่งทิวทัศน์ที่เขียวขจี
หัวรถไฟ, เกาหลีเหนือ
พนักงานรถไฟมองไปนอกหน้าต่างขณะที่รถไฟแล่นผ่านทิวทัศน์ธรรมชาติ
หมอกบดบังบรรยากาศของสถานีรถไฟช็องจิน สถานีหยุดรถระหว่างเส้นทางจากเปียงยางถึงราซ็อน
ชานชาลา, รถไฟ, เกาหลีเหนือ
การรถไฟเกาหลีเหนือยังคงใช้รถไฟเก่าจากสหภาพโซเวียตในกลางศตวรรษที่ 20
เส้นทางรถไฟ, ทุ่งหญ้า, เกาหลีเหนือ
รถไฟมุ่งสู่เมืองราซ็อนแล่นผ่านทุ่งอันเขียวชอุ่ม
คนเกาหลีเหนือ, รถไฟเกาหลีเหนือ
ชาวบ้านในเมืองฮัมฮึง เกาหลีเหนือ รอรถไฟแล่นผ่านเพื่อที่พวกเขาจะได้เดินทางต่อ
เกาหลีเหนือ, คนเกาหลีเหนือ, โฆษณาชวนเชื่อ
จอภาพวิดีฉายแสงที่จตุรัสกลางของเมืองราซ็อนในช่วงเวลาอาทิตย์ตกดิน

เรื่อง SOO YOUN
ภาพถ่าย DAVIDE MONTELEONE


อ่านเพิ่มเติม ภาพชีวิตที่แทบไม่ต่างในเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้

เรื่องแนะนำ

เนปาลมิพรากจาก กุมารี

เทพธิดา กุมารี – เทวนารีผู้ยังมีลมหายใจ กุมารี ของชาวเนปาล ในห้องกว้างสัก 2 ตารางเมตร มีแสงสว่างจากหลอดไฟพอประมาณ ผสานกับแสงจากลำเทียนที่ตั้งปะปนกับจานชามที่ใส่เครื่องเซ่น ประเภทขนม ผลไม้ ระเกะระกะอยู่บนพื้นอันเกลื่อนกล่นด้วยเมล็ดข้าว กลีบดอกไม้ ผงสีแดง ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของเครื่องเซ่นสังเวยบูชาเทพเจ้า เหมือนอย่างที่เราเห็นจนชินตาตามเทวสถานมากมายในประเทศนี้ – เนปาล ซึ่งตามธรรมเนียมจะมิได้ประดิษฐานเทวรูปไว้บนหิ้งสูง แต่จะประทับวางเทวรูปไว้กับพื้น ประหนึ่งให้ท่านได้สัมผัสพื้นโลก ต่างกันก็ตรงที่เทวรูปเบื้องหน้าผมขณะนี้ มิได้สร้างจากศิลาจำหลัก หรือเครื่องสำริดขัดเป็นมันวาวแบบที่เคยเห็น แต่เป็นเด็กหญิงวัยราว 11-12 ปี ในชุดสีแดงเพลิง ใบหน้ามีจุดเด่นที่การเขียนขอบตาดำ และลากเส้นที่หางตาตวัดยาวไปจนถึงไรผม นั่งสงบนิ่งบนบัลลังก์ไม้แกะสลักรูปพญานาคเกี่ยวกระหวัด เหนือสิ่งอื่นใด เธอยังมีชีวิต มีเลือดเนื้อและมีลมหายใจ เป็นที่เคารพสักการะ ในฐานะร่างประทับทรงของเทพนารีผู้คุ้มครองเมือง นามว่า “ตะเลจูภวานี” เธอจึงถูกเรียกขานว่าเป็น “เทพธิดากุมารี” หรือเทวนารีผู้ยังมีลมหายใจ (Living Goddess)   ผมก้มลงกราบเธอด้วยอาการประหม่า ขณะที่เธอทอดสายตานิ่งและเฉย ก่อนจะใช้นิ้วหยิบผงสีและเมล็ดข้าวมาเจิมที่กลางหน้าผากของผมอย่างรวดเร็ว แทนความหมายว่าเทพนารีองค์นี้ได้ประทานพรให้ โดยไม่ต้องเปล่งเสียงกล่าวมนตราใดๆ ออกมาแม้แต่คำเดียว นี่เป็นครั้งแรกในชีวิต ที่ได้เข้าใกล้ชิดสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเนปาลแห่งเมืองลลิตาปูร์คารพนับถือสูงสุด แม้เธอจะมีความสำคัญเป็นอันดับสอง […]

เปิดตัว มรดกโลกแห่งใหม่ จากยูเนสโก

ยูเนสโกเปิดตัว มรดกโลกแห่งใหม่ ของปี 2019 โดยมีสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติและวัฒนธรรม ทั้งที่อยู่ในป่าโบราณไปจนถึงดินแดนอารยธรรมที่สูญสลาย เหล่านี้ ได้รับการจัดความสำคัญให้เป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อมวลมนุษยชาติ ซากปรักหักพังของเมืองโบราณ สถาปัตยกรรมของแฟรงก์ ลอยด์ ไรท์ รวมถึงทัศนียภาพของภูเขาไฟน้ำแข็งล้วนเป็นหนึ่งในมรดกโลกของมนุษยชน 43 ปีที่ผ่านมา ผู้แทนขององค์การเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโกได้ประชุมกันเพื่อประเมินว่าสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งใดที่ตรงตามเงื่อนไขการเป็นมรดกโลก ตัวอย่างเช่น หมู่เกาะกาลาปากอส มาชูปิกชู และเกรตแบริเออร์รีฟ ที่ล้วนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทั้งสิ้น โดยบางสถานที่กำลังตกอยู่ในอันตรายจากการคุกคามต่างๆ เช่น จำนวนนักท่องเที่ยวที่มากเกินไป และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น การประชุมของคณะกรรมการมรดกโลกในปีนี้ จัดขึ้นที่กำแพงเมืองบากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน โดยที่ประชุมได้เพิ่มสมบัติทางวัฒนธรรมและธรรมชาติอีก 29 แห่ง ซึ่งเป็นจำนวนที่มากที่สุดเท่าที่เคยถูกเพิ่มมาในการประชุมตั้งแต่ปี 2001 จึงทำให้มีสมบัติทางวัฒนธรรมและธรรมชาติที่ถูกบรรจุอยู่ในรายการรวมทั้งสิ้น 1,121 แห่ง โดยแต่ละแห่งต้องมีคุณสมบัติอย่างน้อยหนึ่งในสิบตามเกณฑ์วัฒนธรรมและธรรมชาติ หมายความว่าต้องเป็นจุดที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นผลงานชิ้นเอกของผู้มีความสร้างสรรค์เป็นเลิศ หรือเป็นการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์แบบดั้งเดิมในบรรดาคุณสมบัติอื่นๆ ในการประชุมครั้งนี้ สถานที่ในอาเซอร์ไบจานเองก็ได้ถูกบรรจุลงในฐานะมรดกโลกเช่นกัน นั่นก็คือศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของเชกีร่วมกับพระราชวังของข่าน ส่งผลให้เป็นมรดกโลกแห่งที่สามของประเทศในแถบยูเรเชีย คุณสามารถค้นพบเส้นทางสายไหมอันเก่าแก่ของเมืองบากูได้ในภาพเหล่านี้ จากหนึ่งในสถานที่ที่มีระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในโลก สู่สุสานโบราณในญี่ปุ่น นี่คือ 29 สถานที่ที่เพิ่งได้รับการบรรจุให้เป็นมรดกโลกและเหตุผลที่ทำให้พวกมันควรค่าแก่การไปเยี่ยมชม เมืองพุกาม ประเทศเมียนมา ที่ราบอันศักดิ์สิทธิ์ที่คละคลุ้งไปด้วยฝุ่นแดงแห่งนี้ […]

รวมช่องทาง Virtual Tour: สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ, อุทยาน, ดำน้ำ จากทั่วโลก

เทคโนโลยีโลกเสมือนจริง (Virtual Reality) ที่ให้บรรยากาศจำลองสภาพแวดล้อมจริงหรือสภาพแวดล้อมจากจินตนาการผ่านการสร้างหรือบันทึกภาพเสมือนกำลังเข้ามามีบทบาทในชีวิตมนุษย์มาขึ้นเรื่อยๆ และนับตั้งแต่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 การท่องเที่ยวเสมือนจริง ( Virtual Tour ) เริ่มเป็นที่พูดถึงมากขึ้นเนื่องจากสภาวะที่ผู้คนนับล้านจำเป็นต้องกักตัวอยู่บ้านเพื่อลดการแพร่เชื้อไวรัส แต่ในขณะเดียวกันก็ยังต้องการรับประสบการณ์ใหม่ๆ จากการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวเสมือนจริงนั้นสามารถทำได้จากหน้าจอในบ้านและทำได้หลากหลายรูปแบบ โดยเราได้รวบรวมรวมช่องทาง Virtual Tour เหล่านี้เอาไว้ในหลากหลายธีม ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ, อุทยาน หรือแม้แต่การดำน้ำ ที่โดดเด่นจากจากทั่วโลก Virtual Tour อุทยานรอบโลก ภูเขาเอเวอเรสต์ ประเทศเนปาล สำรวจและปีนเขาเอเวอเรสต์จากเบสแคมป์ฝั่งใต้ในเนปาลไปกับความสูง 5,380 เมตร ด้วยภาพเสมือนจริงมุมมอง 360 องศารอบทิศทาง ผ่านมุมมองจากแผนที่เสมือนจริงและการมองแบบสามมิติที่หมุนได้ โดยคุณสามารถชื่นชมยอดเขาสูง 8,848 เมตรได้ ทั้งหมดนี้สามารถเพียงแค่คลิกไอคอนรูปมนุษย์ (Google Earth) และวางไปในจุดที่คุณต้องการ ก็สามารถสำรวจบรรยากาศของภูเขาได้ในระดับพื้นผิว Google map: https://www.google.co.uk/maps/about/behind-the-scenes/streetview/treks/the-worlds-highest-peaks/ Google Earth: https://earth.google.com/web/@27.98395142,86.93155683,8219.93855301a,12857.37162339d,35y,-143.42154901h,54.94065347t,0r ภาพถ่าย 360 องศา: https://www.airpano.com/360photo/Everest-Nepal/  อุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย (Zhangjiajie National […]