ภาพชีวิตที่แทบไม่ต่างใน เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ - National Geographic

ภาพชีวิตที่แทบไม่ต่างในเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้

ภาพชีวิตที่แทบไม่ต่างใน เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้

เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ สองชาติที่ตั้งอยู่บนคาบสมุทรเกาหลีมักปรากฏเป็นข่าวระดับโลกบ่อยครั้ง จากความขัดแย้งระหว่างสองประเทศ อันเป็นผลจากการแยกประเทศปกครองมานานหลายสิบปี

ย้อนกลับไปในช่วงต้นทศวรรษ 1900 ก่อนที่จักรวรรดิญี่ปุ่นจะเข้ายึดครองเป็นอาณานิคม ที่นี่ไม่มีทั้งเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ มีเพียงดินแดนคาบสมุทรเกาหลีที่ปกครองด้วยราชวงศ์โชซ็อนและโครยอมานานหลายศตวรรษ ระยะเวลาในการรวมตัวกันเป็นอาณาจักรเดียวช่วยให้พวกเขามีวัฒนธรรมและภาษาอันโดดเด่นเป็นของตนเอง และปัจจุบันแม้ประเทศหนึ่งจะปกครองด้วยระบอบเผด็จการ อีกประเทศปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย ทว่าหากมองลึกไปถึงชีวิตประจำวันของประชาชน บางครั้งภาพที่เห็นแทบจะไม่ต่างกัน

เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้
Kim Song Jong วัย 9 ขวบ โพสต์ท่าถ่ายภาพหลังสิ้นสุดการแสดงเต้นรำที่จัดขึ้นในวันเด็ก ณ กรุงเปียงยาง ประเทสเกาหลีเหนือ
เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้
Yoon Hyerim วัย 10 ขวบ โพสต์ท่าถ่ายภาพหลังสิ้นสุดการแสดงเต้นรำที่ Dongdaemun Design Plaza ระหว่างเทศกาลสัปดาห์แฟชั่นที่จัดขึ้นในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้

เอ็ด โจนส์ ช่างภาพข่าวของเอเอฟพี คือหนึ่งในช่างภาพไม่กี่คนที่มีโอกาสเดินทางเข้าไปในเกาหลีเหนือ เขาใช้เวลาอย่างคุ้มค่าด้วยการบันทึกภาพของทุกสิ่งตั้งแต่กองกำลังทหารไปจนถึงป้ายรถประจำทาง และด้วยความที่ช่างภาพผู้นี้อาศัยอยู่ในเกาหลีใต้ เมื่อพิจารณาภาพที่ได้มา ตัวเขาจุดประกายไอเดียบางอย่างในการถ่ายทอดวิถีชีวิตของชาวเกาหลีในสองประเทศ ที่ยังคงคล้ายคลึงกันแม้จะต่างกันด้วยการปกครอง

“ความคล้ายคลึงกันระหว่างสองประเทศมีมากจนแทบจะแยกไม่ออกในรูปภาพ” เขาเล่า “ยกตัวอย่าง เกษตรกรสองคนจากสองประเทศที่อาศัยอยู่ห่างกันราว 10 กิโลเมตร พวกเขามีสภาพอากาศเหมือนกันด้วยซ้ำ หรือแม้แต่ได้ยินเสียงเพลงโฆษณาชวนเชื่อจากฝั่งเกาหลีเหนือพร้อมๆ กัน”

(ความสะอาดของป้ายรถเมล์ในเกาหลีเหนือ)

แม้กระนั้นการจะถ่ายภาพบุคคลในเกาหลีเหนือก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ โจนส์ใช้เวลาถ่ายภาพเหล่านี้ไปพร้อมกับการถ่ายภาพอื่นๆ ในโครงการปกติที่ได้รับมอบหมาย “บางครั้งความอยากรู้อยากเห็นของผมก็พาไปสู่บทสนทนาที่มีประโยชน์ และส่วนใหญ่แล้วผมพบกับผู้คนที่ยินยอมบอกเล่าเรื่องราวของพวกเขา”

แม้ทั้งสองประเทศจะถูกแบ่งแยกและไม่ได้ติดต่อกันมานาน แต่ในช่วงหลายปีหลังมานี้หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไปมาก ยกตัวอย่างเช่น ทีมนักกีฬาชาติเกาหลี ที่เป็นการรวมนักกีฬาจากทั้งสองประเทศเข้าแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ 2018 ในกรุงจาการ์ตาร่วมกัน นับเป็นสัญญาณที่ดีของการขับเคลื่อนเคียงบ่าเคียงไหล่กันในอนาคตระหว่างสองเกาหลี

เรื่อง Heather Brady

เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้
ร้อยโทคิม จากกองกำลังประชาชนเกาหลี หรือ KPA โพสต์ท่าถ่ายภาพบริเวณทิศเหนือของหมู่บ้านปันมุมจอม เขตตั้งปลอดทหารที่ตั้งอยู่ระหว่างสองประเทศ
เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้
ทหารจากกองทักสาธารณรัฐเกาหลีโพสต์ท่าถ่ายภาพบริเวณทิศใต้ของหมู่บ้านปันมุนจอม
เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้
Hong Kum Ju วัย 27 ปี โพสต์ท่าถ่ายภาพในโรงงานอาหารที่เธอทำงาน ใกล้กับเมืองท่า Wonsan ทางตะวันออก
เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้
Kim Si-eun วัย 49 ปี โพสต์ท่าถ่ายภาพในโรงงานของเมือง Jincheon ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของกรุงโซล
เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้
นักศึกษาและเจ้าหน้าที่อาสามัคร Ri Yong Hwa วัย 19 ปี ยืนอยู่ในศูนย์คอมพิวเตอร์ ของอาคาร Scitech กรุงเปียงยาง
เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้
Jenni Lim นักศึกษาวัย 21 ปี ยืนอยู่ในศูนย์คอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัย Yonsei ในกรุงโซล
เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้
Kim Su Ryon ครูสอนยิงปืนชาวเกาหลีเหนือถือปืนในมือเพื่อโพสต์ท่าถายภาพในศูนย์ฝึกยิงปืนของกรุงเปียงยาง
เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้
Lee Chi-yoon ครูสอนยิงปืนชาวเกาหลีเหนือถือปืนในมือเพื่อโพสต์ท่าถายภาพในศูนย์ฝึกยิงปืนเขต Mokdong ของกรุงโซล
เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้
Han Gwang Rim วัย 34 ปี และ Su Ryon ลูกสาว ยืนอยู่ในซุปเปอร์มาร์เก็ตของกรุงเปียงยาง
เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้
Hong Sung-cho วัย 35 ปี และ Hong Jinu ลูกสาววัยสองขวบ ยืนอยู่ในซุปเปอร์มาร์เก็ตของกรุงโซล

 

อ่านเพิ่มเติม

ชีวิต ณ ชายแดนจีน-เกาหลีเหนือ

เรื่องแนะนำ

เมื่อสนามกีฬาโอลิมปิกถูกทอดทิ้ง

เมื่อสนามกีฬาโอลิมปิกถูกทอดทิ้ง ในขณะที่กีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2018 ณ พยองชาง ประเทศเกาหลีใต้กำลังดำเนินไป สนามกีฬาโอลิมปิกที่ถูกใช้งานมาก่อนหน้าในประเทศอื่นๆ กลับถูกทิ้งร้างเมื่อการแข่งขันกีฬาจบลง ทุกสองปี เมืองต่างๆ ทั่วโลกแข่งขันกันเสนอชื่อตนกับคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (International Olympic Commission-IOC) สำหรับโอกาสในการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันโอลิมปิก ผู้ชนะจะถูกเลือกด้วยกระบวนการที่เข้มงวด ซึ่งส่วนหนึ่งประกอบด้วยการทำให้ชาวเมืองเชื่อว่าผลประโยชน์จากการเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกจะมีมากกว่าภาษีที่จะเพิ่มสูงขึ้น เมืองที่สมัครอาจมองเห็นการลงทุนที่คุ้มค่ากับความเสี่ยง ด้วยความหวังว่าจะช่วยเพิ่มยอดนักท่องเที่ยว การเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ และการใช้งานสนามกีฬาต่อไปในอนาคต แต่ในขณะที่การถูกเลือกเป็นเจ้าภาพถือว่าเป็นเกียรติอย่างสูง เมืองหลายแห่งก็กำลังตั้งคำถามว่ามันคุ้มค่าหรือไม่กับความเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะยาว มีผู้ประเมินต้นทุนการจัดงานโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2014 ที่เมืองโซชี ประเทศรัสเซียไว้ราว 12 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 370 ล้านล้านบาท) แต่กลับบานปลายถึง 50 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1,500 ล้านล้านบาท) ซึ่งรัสเซียจ่ายได้เพียง 53 ล้านเหรียญสหรัฐ (1,600 ล้านบาท) เท่านั้น สนามกีฬาหลายแห่งที่ครั้งหนึ่งเคยยิ่งใหญ่ รวมทั้งลู่สกีกระโดดไกลและบ็อบสเลตถูกทอดทิ้งไว้โดยไม่มีการใช้งานอีกในอดีตเมืองเจ้าภาพหลายแห่ง โครงสร้างที่ถูกทอดทิ้งเหล่านี้ยังคงตั้งอยู่และค่อยๆ ผุกร่อนไป หลายแห่งถูกพ่นภาพกราฟฟิตีเต็มไปหมด กรุงซาราเยโว เมืองหลวงของบอสเนีย ซึ่งเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูหนาวในปี 1984 และเป็นโอลิมปิกฤดูหนาวครั้งแรกที่มีประเทศคอมมิวนิสต์เป็นเจ้าภาพ […]

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2018 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.