อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล เที่ยวป่า หน้าฝน - National Geographic Thailand

เที่ยวป่า หน้าฝน รถไฟ

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบการเดินทางในฤดูฝน และอยากสัมผัสบรรยากาศตามชื่อเรื่อง ผมมีอยู่หนึ่งสถานที่ในประเทศไทย ที่คุณจะได้เพลิดเพลินกับการนั่งรถไฟและเที่ยวป่าฝนอย่างสบายอารมณ์ นั่นคือที่ อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล พื้นที่ป่ารอยต่อระหว่างจังหวัดลำพูนกับลำปาง

โดยการเดินทางครั้งนี้ทางทีมของเราได้รับการสนับสนุนจากการรถไฟแห่งประเทศไทย ด้วยขบวนรถด่วนขบวนพิเศษ “อุตราวิถี” ซึ่งภายในตกแต่งอย่างทันสมัย พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน เช่น จอ LED แบบสัมผัสเพื่อบอกพิกัดของรถไฟ ปลั๊กชาร์จไฟสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อ่างล้างมือ และห้องน้ำที่แยกส่วนระหว่างห้องอาบน้ำกับโถปัสสาวะ เมื่อได้มาสัมผัสบรรยากาศความทันสมัยเช่นนี้ ทำให้ผมลืมภาพจำที่เคยมีกับรถไฟไทยไปเลย เพราะการเดินทางของเราครั้งนี้สะดวกสบายมากขึ้นกว่าครั้งไหน ๆ

เราเดินทางออกจากสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) เวลา 18.10 น. ด้วยขบวนรถที่ 9 กรุงเทพ – เชียงใหม่ เหตุผลของการเลือกเดินทางในเวลากลางคืน เพราะว่าเราสามารถนอนหลับพักผ่อนไปบนตู้โดยสารของรถไฟได้ และเป็นการเก็บแรงไว้ท่องเที่ยวเมื่อเราไปถึงสถานีปลายทาง เนื่องจากสถานการณ์การระบาดโรคโควิด-19 การรถไฟฯ จึงไม่มีบริการอาหารแบบเต็มรูปแบบ ดังนั้นผู้โดยสารจึงควรเตรียมอาหารมารับประทานระหว่างเดินทางด้วย

เราเดินทางมาถึงสถานีปลายทางในเวลา 06.00 น. บรรยากาศยามเช้าบนสถานีขุนตาน สถานีรถไฟเล็ก ๆ ที่ให้ความรู้สึกคลาสสิกเมื่อเราก้าวเท้าลงถึงชานชาลา เป็นบรรยากาศยามเช้าที่สงบและสวยงาม พร้อมมีเรื่องราวของอุโมงค์ขุนตานภาพความทรงจำในใจ พวกเราจัดแจงร่างกายของตัวเองไปอาบน้ำล้างหน้าเพื่อเรียกความรู้สึกสดชื่น แวะรับประทานอาหารเช้ากับกาแฟอุ่น ๆ ก่อนเดินทางขึ้นไปยังอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล

เสน่ห์อย่างหนึ่งของการเที่ยวป่าในฤดูฝนคือ ความเขียวชอุ่มของแมกไม้นานาพรรณ ไม่ว่าคุณจะมองทางไหนก็รู้สึกสดชื่น ในช่วงเวลาเช่นนี้ ความชื้นในอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของธรรมชาติ มีงานวิจัยบางชิ้นกล่าวว่า การได้อยู่ท่ามกลางป่าไม้และธรรมชาติ ช่วยฟื้นฟูร่างกายและจิตใจได้ อย่างในประเทศญี่ปุ่นที่มีวิธีการอาบป่า หรือชินรินโยกุ ซึ่งเป็นวิถีปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน เพื่อบำบัดร่างกายและจิตใจที่อ่อนล้าให้กลับมาสดชื่นอีกครั้ง

อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล เป็นสถานที่ที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย มีลานกางเต็นท์ชื่อไพเราะว่า “ลานชมดาว” ซึ่งอยู่ภายในพื้นที่เดียวกับที่ทำการสำนักงานฯ ส่วนนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสงบเงียบ ลองเดินขึ้นไปกางเต็นท์ที่จุดยุทธศาสตร์ 1-4 คุณจะได้บรรยากาศการกางเต็นท์ที่สงบเงียบ โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังมีร้านค้าจำหน่ายอาหาร และห้องน้ำไว้ให้บริการแก่นักท่องเที่ยว สำหรับนักท่องเที่ยวที่ประสงค์ค้างแรมในบ้านพัก ทางอุทยานฯ มีบ้านพักให้เลือกหลายรูปแบบ พร้อมกับวิวธรรมชาติที่จะทำให้เช้าวันใหม่ของคุณสดชื่นกว่าทุก ๆ วัน

ความน่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติในแต่ละจุดกางเต็นท์ เป็นเส้นทางสำหรับผู้เริ่มต้นเดินป่า หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นสนามซ้อมสำหรับการเดินป่าระยะไกล นักท่องเที่ยวที่สนใจอยากเดินป่า แต่ยังไม่มั่นใจในความสามารถของตัวเอง ผมแนะนำว่าลองมาเดินในเส้นทางศึกษาธรรมชาติของอุทยานฯ ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ และถือเป็นการออกมาใช้เวลากับธรรมชาติไปในตัว

การเดินทางมาท่องเที่ยวป่าในฤดูฝน บางครั้งเราก็ไม่ต้องการทำกิจกรรมเยอะมาก เพียงแค่นั่งอยู่ในเต็นท์แล้วฟังเสียงฝน ก็รับรู้ถึงความรู้สึกสบายใจและสดชื่นได้ เมื่อฝนค่อย ๆ ซาเม็ดค่อยออกมานั่งหน้าเต็นท์ชื่นชมความงามของธรรมชาติกันต่อ แม้ความชื้นในอากาศจะค่อนข้างสูง แต่ที่อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล กลับไม่ปรากฏตัวทากดูดเลือดให้พวกเราเป็นกังวล ผมพบเเค่เพียงหอยทากตัวน้อยคลานช้า ๆ อยู่ตามใบหญ้า และแมลงรูปร่างแปลกตาบินสลับไปมา

ทางทีมของเราเลือกกางเต็นท์ที่ลานสน ย.2 โดยเหตุผลส่วนตัว ผมคิดว่าจุดนี้บรรยากาศดี วิวทิวทัศน์สวยงาม มีห้องน้ำอยู่ใกล้ ๆ ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวเดินทางไปชมน้ำตกตาดเหมย แม้เส้นทางจะยากลำบากไปหน่อย แต่ก็เป็นความคุ้มค่าที่ได้เยี่ยมชมสักครั้ง จุดสำคัญอีกแห่งหนึ่งในอุทยานฯ คือจุดชมวิว ย.4 ที่มีภาพของอาทิตย์อุทัยอันงดงาม ถ้าโชคดีเราอาจได้พบเห็นทะเลหมอกเป็นฉากหน้าของแสงอรุณที่เส้นขอบฟ้า หากอยากเก็บภาพอันน่าประทับใจเช่นนี้ แนะนำว่าควรเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวตั้งแต่หัวรุ่งก่อนพระอาทิตย์ขึ้น เพื่อจะได้ไม่พลาดบรรยากาศยามเช้าที่ตระการตา แต่ในช่วงฤดูฝนที่เมฆมักบดบังท้องฟ้าจนเป็นสีเทาครื้ม ซึ่งอาจมองไม่เห็นพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามเท่ากับช่วงอื่นของปี แต่พอเวลาสายแสงอาทิตย์จะค่อย ๆ แทรกผ่านม่านหมอกลงมาได้บ้าง เราก็จะพบกับความของธรรมชาติในอีกมิติหนึ่ง

วันสุดท้ายของการเดินทางก่อนกลับกรุงเทพฯ ยังพอมีเวลาสำหรับกิจกรรมอื่น ๆ เราจึงตัดสินใจไปเดินชมวิถีชีวิตของชาวบ้านที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง ทำให้ได้เห็นความสุขที่เรียบง่ายของชาวบ้านตำบลท่าปลาดุก อำแม่ทา จังหวัดลำพูน พร้อมกับพูดคุยกับนายสถานีรถไฟ และแม่ค้าที่นั่งหยอกล้อกับสุนัขจรที่มาอาศัยนอนในสถานีฯ ขณะที่บางคนในทีมขอตัวไปเดินเล่นถ่ายรูปเก็บบรรยากาศรอบ ๆ ช่วยให้รู้ว่า บางครั้งความสุขก็ไม่ได้เกิดจากสิ่งที่อยู่ไกลตัว การเดินทางมักเปิดมุมมองความสุขอย่างง่าย ๆ ให้เราเสมอ

“ที่สถานีขุนตาน ผู้คนมักเดินทางมาอย่างเนืองแน่นในวันหยุดสุดสัปดาห์ วันธรรมดาก็พอมีบ้างประปราย” พี่ริ่ว นายสถานีรถไฟขุนตาน กล่าวและเสริมว่า ” ถ้าที่นี่ไม่มีอุโมงค์ขุนตาน ไม่มีอุทยานแห่งชาติฯ สถานีนี้ก็คงเงียบเหงาไม่มีชีวิตชีวา เป็นทางผ่านเหมือนกับอีกหลายสถานี” พวกเราขึ้นรถไฟเที่ยวสุดท้ายของวัน บอกลาความสงบ ก่อนจะไปใช้ชีวิตกับการทำงานในเมืองใหญ่ต่อไป

ขอขอบคุณ
กองโฆษณาและส่งเสริมการท่องเที่ยว การรถไฟแห่งประเทศไทย
ที่เชิญให้เรามาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ กับการนั่งรถไฟไปใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติ และเราหวังว่าคุณก็คงอยากจะสัมผัสประสบการณ์ดี ๆ แบบนี้เช่นกัน
ต้องการสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับขบวนรถเพิ่มเติม สามารถโทรติดต่อได้ที่สายด่วน 1690 นะครับ

อ่านเรื่องอุทยานแห่งชาติขุนตาลเพิ่มเติม https://ngthai.com/travel/25574/doikhuntannationalpark/

เรื่อง ไตรรัตน์ ทรงเผ่า
ภาพ ศุภกร ศรีสกุล


หัวลำโพง

เมื่อถึงสถานีรถไฟหัวลำโพง สิ่งที่ต้องทำคือเช็คขบวนรถจากตั๋ว ว่าอยู่ชานชาลาไหน ขบวนรถที่เท่าไหร่ และท่าจะให้ดีควรมาถึงสถานีล่วงหน้าสักหนึ่งหรือครึ่งชั่วโมงก่อนรถออก เพราะว่าเราจะได้มีเวลาเตรียมเสบียงไว้กินบนรถ เนื่องมาจากสถานการณ์โควิด 19 ทำให้การบริการอาหารและเครื่องดื่มบนตู้เสบียงงดให้บริการ

หลังจากดูจนมั่นใจว่าใช่ขบวนที่ 9 ก็ยื่นตั๋วในนายตรวจพาไปยังห้องพัก คราวนี้เราจอง 2 ห้องติดกันประตูสามารถเปิดหากันได้ ภายในห้องมีจอ LED สำหรับบอกพิกัดการเดินทาง พร้อมทั้งปลั๊กไฟไว้ชาร์ทแบตฯอุปกรณ์อีเลคโทรนิก จากนั้นก็ชื่นชมบรรยากาศเมืองกรุงยามค่ำ พอขบวนรถผ่านรังสิต
หนังตาก็เริ่มจะปิดจากความอ่อนเพลีย พักก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้พบกัน สถานีขุนตาน

บนรถไฟ ก่อนถึงสถานี และสถานีขุนตาน

ขบวนรถไฟ “อุตราวิถี” มาถึงสถานีขุนตานประมาณ หกโมงเช้า
เราเตรียมตัวก่อนหน้านั้นประมาณครึ่งชั่วโมงเพื่อให้ร่างกายได้พร้อมปรับสภาพไม่งัวเงียเกินไป พอลงจากขบวนรถได้ สิ่งที่เห็นคือ เจ้าถิ่นมารอรับเหมือนกับว่าได้นัดหมายกันไว้ให้มารอ ยังเช้าเกินไปที่จะเดินขึ้นอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล พวกเราหาอาหารเช้ารองท้องกันก่อนแล้วค่อยเดินเท้าขึ้นอช.ต่อไป

ก่อนถึงอช.ดอยขุนตาล มีต้นไม้ใหญ่กลางถนน เป็นอีกจุดหนึ่งที่ต้องเก็บภาพ และเมื่อเข้ามาในเขตอุทยานฯแล้วก็ต้องเช็คอินกันตามระเบียบครับ การมาเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาลนั้น มาครั้งเดียวเที่ยวสองจังหวัดเลยครับไม่เสียเวลาด้วย

 ถึงที่ทำการอุทยานฯแล้ว ยังมีเวลาเหลือครับนั่งชมวิวบริเวณที่ทำการก่อน ยังไม่ต้องรีบ

วิวที่เห็นคือประมาณนี้ครับ

หลังจากหายเหนื่อยแล้ว และรับประทานอาหารเที่ยงจากร้านค้าสวัสดิการเรียบร้อย พร้อมที่จะเดินทางต่อ ระหว่างทางมีป้ายให้ความรู้เกี่ยวกับป่าไม้ในประเทศไทย อ่านเข้าใจง่าย

เดินมาสักพักเราจะพบบ้านพักตากอากาศสีเหลือง บ้านหลังนี้ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ประทับของ พลเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้ากำแพงเพ็ชรอัครโยธิน บิดาแห่งการรถไฟ ที่ประทับในครั้งเสด็จมาคุมงานก่อสร้างอุโมงค์ขุนตาน ตั้งอยู่บริเวณ ย.1 ซึ่งอยู่สูงจากระดับทะเล 900 เมตร

 แวะชมบ้านพักรับรองเสร็จก็เดินทางต่อเป้าหมายของเราวันนี้คือลานกางเต็นท์ ย.2 (ลานสน)

อีก 150 เมตร ถึง ลานกางเต็นท์ ตรงนี้จะชันนิดนึง แค่อึดใจเดียวก็ได้พักแล้ว

บริเวณลานกางเต็นท์แวดล้อมไปด้วยต้นสน หลังจากหาทำเลกางเต็นท์เป็นที่เรียบร้อย ก็พักนิดนึง 

เวลาอาหารเที่ยงง่ายๆด้วยอาหารซองสำเร็จรูป การแคมปิ้งแบบนี้ควรหาอาหารสำเร็จรูปดีที่สุดครับ บริเวณลานกางเต็นท์มีนำที่ต่อท่อมาจากภูเขา ดีที่สุดคือมีเครื่องกรองนำแบบพกพาช่วยได้ครับ

หลังอาหารเที่ยง ฝนก็โปรยลงมา ตกๆหยุดๆอยู่เป็นระยะ ท้ายที่สุดการนั่งคุยกันท่ามกลางสายฝนก็เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ไม่แย่

เดินเล่นขึ้น ย.4

 ผ่านค่ำคืนที่ชุ่มฝนที่เย็นสบาย ต้อนรับเช้าวันใหม่ด้วยกาแฟสดรสชาติเยี่ยม ยิ่งดื่มด่ำท่ามกลางธรรมชาติ ยิ่งเพิ่มอรรถรสยิ่งนัก

อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล

หมุดหมายต่อไปจุดชมวิว ย.4 จาก ย.2 ไป ย.4 ระยะทางโดยประมาณ 4 กิโลเมตร เส้นทางเดินง่ายเหมาะกับมือใหม่มากๆ

ระหว่างทางมักมีเรื่องราวของมันเสมอ การเดินป่ามักได้พบเจอกับต้นไม้แปลกตา

ไม้ใบเขียวที่ธรรมชาติสร้างไว้ให้มนุษย์จินตนาการ

เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติเดินง่ายไม่โหด ใครๆก็เดินได้

อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล

อีกนิดเดียวถึงแล้ว ย.4

วิว ย.4 หลังจากฝนโปรยปรายเมื่อคืน ถึงแม้นไม่เห็นดวงอาทิตย์ขึ้น อย่างน้อยยังได้เห็นฟ้าใส และหมอกจางๆ

กลับบ้าน

ลงจากดอยขุนตาล กลับสู่สถานีขุนตานอีกครั้ง ขากลับเรามีเวลาอยู่ที่สถานีเกือบครึ่งวัน ไม่ใช่ไม่มีที่ไปเพียงแต่เรา ชอบบรรยากาศแบบบ้านบ้านของที่สถานีนี้ ไม่เบื่อเลยที่จะนั่งมองชีวิตผู้คน พูดคุยกับคนแปลกหน้า อย่างน้อยเราก็ได้เรียนรู้ถึงวิถีชีวิตของพวกเค้า การได้จับจ่ายใช้สอยในพื้นที่แห่งนี้มันเป็นสีสันอย่างหนึ่งของการเดินทางครั้งนี้เลย

อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล

อาคารสถานีขายตั๋วเก่า

สถูปอนุสรณ์ของ นายเอมิล ไอเซนโฮเฟอร์วิศวกรชาวเยอรมัน ที่คุมงานก่อสร้างอุโมงค์ขุนตาน จนสำเร็จ

 เครื่องมือสำหรับสับรางรถไฟ ที่ยังคงใช้ถึงปัจจุบันแม้นว่าจะผ่านการใช้งานมาอย่างยาวนาน

ถึงแม้นว่าจะออกเวรไปแล้ว แต่ก็ยังคงทำหน้าที่อย่างต่อเนื่อง

พี่ริ่ว นายสถานีรถไฟขุนตาน วัยใกล้เกษียณ ที่นั่งคุยเป็นเพื่อนเราระหว่างรอรถไฟขบวนสุดท้ายของวันนี้

บรรยากาศสถานีรถไฟขุนตานยามค่ำคืน ก่อนที่รถไฟขบวนสุดท้ายของวันกำลังจะมา

เรื่องแนะนำ

สุดยอดภาพถ่ายที่จะทำให้คุณอยากเที่ยวอียิปต์

ภาพถ่ายที่น่าตื่นตาตื่นใจเหล่านี้ คือข้อพิสูจน์ว่าอดีตอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ยังคงเป็นหมุดหมายของบรรดานักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศไปอีกนาน

คีรีวง หมู่บ้านที่ได้ชื่อว่าอากาศดีที่สุดในประเทศไทย

ว่ากันว่าฤดูหนาวมักจะพาความเหงากับความเศร้ามาด้วย อาจเป็นเพราะว่าแสงแห่งความสุขในแต่ละวันหมดเร็วก็เป็นได้ เลยดูจะหงอยๆ หน่อย รู้ไหมว่าแสงแดดช่วยสลายความเศร้าและความเหงาได้ ว่าแล้วเรามาหนีความเศร้าทั้งหลายแล้วพาร่างกายไปกระทบแสงแดดที่ คีรีวง กันเถอะ คีรีวง พอถึงฤดูหนาวทีไรคนส่วนใหญ่มักจะต้องขึ้นเหนือเที่ยวดอยกันทุกที ลองเปลี่ยนมาเที่ยวภูเขาที่ปักษ์ใต้ดูบ้างก็ได้นะครับ เพราะอากาศกำลังสดชื่นเย็นสบายต่างจากภาคเหนือที่อากาศหนาวแบบต้องใส่เสื้อกันหนาวกันหลายชั้น เป้าหมายของเราอยู่ที่ “คีรีวง” หมู่บ้านที่อากาศดีที่สุดในประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่ในอ้อมกอดของขุนเขาหรือมีภูเขาเป็นวงล้อมรอบ เดิมทีหมู่บ้านนี้มีชื่อว่า “ขุนน้ำ” เพราะตั้งอยู่บริเวณต้นน้ำเขาหลวงอำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช การเดินทางมาก็สะดวกสบายขึ้นเขาลงเขาแป๊บเดียว … เดี๋ยวก็ถึง คีรีวงมีอะไร ที่นี่มีป่าต้นน้ำ ไปดูลำคลองสามสายที่ไหลมาบรรจบกันที่คลองท่าดี ซึ่งเป็นคลองที่ใหญ่ที่สุดรองรับน้ำ เพื่อระบายลงสู่ทะเล ที่บ้านปากนครและปากพนังมีร้านอาหารเล็กๆ และร้านกาแฟให้นั่งชิล  เราสามารถเดินลงไปนั่งเอาเท้าแช่น้ำก็เพลินดี บรรยากาศดีเหมือนประเทศเพื่อนบ้าน แต่ข้อดีของบ้านเราคือมีสถานที่แบบนี้กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศทำให้เรามีที่ท่องเที่ยวแบบไม่รู้เบื่อ ไปทำอะไรที่คีรีวง ไปใช้ชีวิต ไปพักผ่อนไ ปนอนอ่านหนังสือในลำธาร ปั่นจักรยานชมวิถีชาวบ้าน ชมสวนผลไม้ หรือจะเลือกเดินชมวิวก็ดี เป็นการออกกำลังกายไปในตัว หรือหากใครมีพลังเยอะก็สามารถเดินป่าขึ้นเขาหลวงก็ได้ ที่นี่มีคนนำทางในราคาไม่แพง ส่วนตัวผมคิดว่าที่นี่สวยงาม และบรรยากาศดีไม่แพ้ประเทศเพื่อนบ้านเลย การเดินทาง จากในเมืองใช้เส้นทาง 4016 จนถึงทางแยกเลี้ยวซ้ายเข้าถนน 4015 ขับรถมาเรื่อยๆประมาณ 10 กิโลเมตร จนถึงถนน 4070 […]

รอยต่อชีวิตบางตะบูน

จากกิจกรรมเวิร์คชอปถ่ายภาพ One-Day Photography Workshop & Trip ในรายการ Every Picture Tells a Story Season 2 เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2560 เป็นจุดเริ่มต้นสู่ชุมชนบางตะบูน อ. บ้านแหลม จ. เพชรบุรี อันเป็นชุมชนเก่าแก่ริมทะเลที่มีความสำคัญมาแต่โบราณ และยังเป็นชุมชนที่ต้องอยู่ร่วมกับลิงแสม  ต่างฝ่ายต่างต้องปรับตัวเข้าหากัน  การใช้เวลาลงพื้นที่ 4 ครั้งในเวลา 1 เดือน เพื่อทำความรู้จักและผูกมิตรกับลิงแสมอย่างนอบน้อมและใจเย็น ทำให้เกิดพื้นที่ของการสื่อสารในเชิงบวกจนสามารถเก็บภาพถ่ายเสน่ห์ของการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับลิงที่บางตะบูน   เรื่องและภาพ ปัณณรัตน์ รัตนากุลสวัสดิ์ (รางวัลชมเชยโครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7)

อุทยานแห่งชาติทางทะเล ณ ดินแดนสุดขอบโลก

โครงการทะเลพิสุทธิ์ (Pristine Seas Project) ของสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก แสวงหาความร่วมมือกับรัฐบาลประเทศต่างๆ หน่วยงานในท้องถิ่น และชุมชน เพื่อปกป้องท้องทะเลและมหาสมุทรที่ยังคงความสมบูรณ์ โดยจัดตั้งเป็นพื้นที่คุ้มครองทางทะเล (Marine Protected Area: MPA) เพื่อปกป้องระบบนิเวศและถิ่นอาศัย