กำแพง43 - National Geographic Thailand

เรื่องแนะนำ

ครบรอบ 16 ปี เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย มีปกไหนโดนใจบ้าง

วันนี้เมื่อ 16 ปีก่อน หรือตรงกับวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2544 คือวันที่นิตยสารของเราถือกำเนิดอย่างเป็นทางการ วันนั้นเราได้รับพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมหาที่สุดมิได้จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงเป็นประธานในงานแนะนำนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย ฉบับปฐมฤกษ์ (ฉบับสิงหาคม 2544) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กองบรรณาธิการขอถือโอกาสนี้กราบขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ให้การสนับสนุน คอยแนะนำ ตักเตือน และให้อภัยในความผิดพลาดบกพร่องของเราตลอดมา เพื่อแทนคำขอบคุณ ทีมงานได้จัดทำโปสเตอร์พิเศษนี้โดยรวบรวมภาพปกทั้งหมด 193 ปกตลอด 16 ปีที่ผ่านมาเพื่อกำนัลแด่คุณผู้อ่านโดยสามารถดาวน์โหลดไฟล์โปสเตอร์ขนาดใหญ่ได้ ที่นี่     อ่านเพิ่มเติม : ภาพถ่ายจากสารคดีเรื่องนกฮัมมิงเบิร์ดที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก, สตรีผู้พลิกโฉมหน้านิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก 25 ภาพถ่ายของช่างภาพหญิงในตำนาน เอไลซา ซิดมอร์

ภาพความเสียหายหลังเหตุแผ่นดินไหวในเม็กซิโก

ภาพความเสียหายหลังเหตุ แผ่นดินไหวในเม็กซิโก แผ่นดินไหวที่เขย่ารัฐเชียปัส ทางตอนใต้ของเม็กซิโก ในชั่วข้ามคืน สำนักธรณีวิทยาของสหรัฐฯรายงานว่าแผ่นดินไหวมีความรุนแรงถึง 8.1 แมกนิจูด และถือได้ว่าเป็นแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงมากที่สุดที่เกิดขึ้นกับเม็กซิโกในรอบ 85 ปี ศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิกยืนยันว่าเกิดคลื่นสึนามิความสูงราว 3 ฟุต ที่นอกชายฝั่งเม็กซิโก หลังเกิดเหตุ แผ่นดินไหวในเม็กซิโก นอกจากนั้นยังมีรายงานการเกิดอาฟเตอร์ช็อคขนาด 5.0 แมกนิจูด ตามมาเป็นระลอกๆ รายงานจากหน่วยงานแผ่นดินไหวแห่งชาติเม็กซิโกเอง ระบุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นครั้งนี้มีขนาด 8.2 แมกนิจูก เม็กซิโกปลอดจากแผ่นดินไหวมานาน โดยเหตุล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ปี 1932 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 400 คน เมื่อเช้าวันศุกร์ที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา มีรายงานพบศพผู้เสียชีวิตจำนวนหลายสิบคน ด้านรัฐบาลประกาศเฝ้าระวังแผ่นดินไหวที่อาจเกิดขึ้นซ้ำอีก ระบบตรวจสอบอัตโนมัติชื่อ PAGER ที่ดำเนินการโดย สำนักธรณีวิทยาสหรัฐฯ รายงานความเสียหายส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับภูมิภาคอันห่างไกลและยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร ภัยพิบัติครั้งนี้สร้างความเสียหายให้แก่ผู้คนหลายพันคน ทั้งจากแรงสั่นสะเทือน, สึนามิ และดินถล่ม คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่าพันล้านดอลล่าร์สหรัฐ ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าคลื่นสึนามิที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อภูมิภาคอื่นๆ ที่ใกล้เคียง น้ำทะเลที่หายไปอย่างเฉียบพลัน จากแผ่นดินไหวภูเขาไฟระเบิด หรือแม้แต่อุกกาบาตถล่มสามารถก่อให้เกิดคลื่นที่เดินทางได้ไกลหลายพันไมล์ สำหรับการเตรียมพร้อมศูนย์เตือนภัยสึนามิแห่งชาติออกคำเตือนเฝ้าระวังแก่ภูมิภาคอเมริกากลางและใต้ […]

ปะการังทำงานร่วมกันเพื่อกินแมงกะพรุน

ปะการังทำงานร่วมกันเพื่อกินแมงกะพรุน นับเป็นครั้งแรกที่การทำงานร่วมกันเพื่อหาอาหารของปะการังถูกบันทึกเอาไว้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนฝั่งตะวันตก กลุ่มปะการังสีส้มที่อาศัยอยู่ร่วมกันเป็นโคโลนี ทว่าพวกมันเคลื่อนไหวสอดประสานกันราวกับเป็นอวัยวะเดียวเพื่อจับแมงกะพรุนที่บังเอิญลอยเข้ามาใกล้ ปกติแล้วปะการังเป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่รวมกันเป็นโคโลนี ในแต่ละตัวจะเรียกว่า “โพลิป” ส่วนบนสุดของโพลิปแต่ละตัวจะมีหนวดอยู่รอบๆ ปาก ส่วนภายในโพลิปจะมีกระเพาะสำหรับย่อยอนุภาคอาหารที่ดักจับโดยใช้หนวด การเชื่อมติดกันของโพลิปทั้งหมดในโคโลนีปะการังนั้นเกิดจากการขยายเนื้อเยื่อของมัน ดังนั้นระบบประสาทและการย่อยอาหารของโพลิปแต่ละอันจึงเชื่อมโยงถึงกันด้วย และนี่คือที่มาของการทำงานร่วมกันในปะการัง จากคลิปวิดีโอจะเห็นว่าเมื่อพวกมันทำงานร่วมกันเช่นนี้เจ้าแมงกะพรุนจึงไม่มีทางหนีรอดไปได้ และในเวลาต่อมาส่วนรยางค์ของแมงกะพรุนที่ถูกจับอยู่ก็จะเริ่มถูกย่อยสลายโดยปะการังตัวนั้นๆ ไป   อ่านเพิ่มเติม ชมหิมะใต้ท้องทะเล เมื่อปะการังผสมพันธุ์

การอ่านหนังสือช่วยพัฒนาสมองอย่างไร

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ “ส่งความรู้สร้างความสุข” เป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ของความร่วมือระหว่าง บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รวมไปถึงหน่วยงานภาครัฐ คือกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เล็งเห็นความสำคัญของการอ่าน เพราะการอ่าน ถือเป็นรากฐานที่สำคัญของการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะของเด็กและเยาวชน ในแต่ละวัน เราอ่านหนังสือมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือผ่านอินเตอร์เน็ต สื่อสังคมออนไลน์ หรือแม้กระทั่งหนังสือกระดาษหลากหลายแนว หนังสือพิมพ์ นิตยสารต่างๆ หลายคนเลือกให้การอ่านหนังสือเป็นงานอดิเรกสุดรักที่ขาดไม่ได้ในชีวิต และเป็นที่ยอมรับกันมาอย่างยาวนานว่าการอ่านหนังสือมีประโยชน์ต่อการสร้างสติปัญญาและช่วยพัฒนาสมอง ซึ่งเราจะเห็นได้จากกระบวนการเรียนรู้ตั้งแต่เด็กจนโตล้วนมีการอ่านหนังสือเป็นวิธีการสำคัญ หรือแม้กระทั่งการอ่านหนังสือแนวบันเทิงคดีก็ล้วนมีส่วนช่วยส่งเสริมจินตนาการทั้งสิ้น โดยผู้ที่อ่านหนังสือ จะมีการพัฒนาในสมองส่วนกลีบท้ายทอย (Occipital Lope) ซึ่งเป็นส่วนประมวลผลกลางของการสร้างภาพในสมองที่มากขึ้น ซึ่งหมายความว่าผู้ที่เป็นนักอ่านสามารถประมวลความคิดเป็นภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีลักษณะสมองที่สามารถแปลและเพิ่มจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ รวมไปถึงมีความสามารถในการสร้างภาพอนาคตในสมองเพื่อใช้สำหรับการสินใจในสิ่งต่างๆ ได้ดี ในส่วนของสมองกลีบข้าง (Parietal Lobe) ก็มีการพัฒนาที่ดีเช่นกัน โดยสมองส่วนนี้มีหน้าที่เปลี่ยนตัวอักษรเป็นคำ และเปลี่ยนคำให้เป็นความคิดในสมอง ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเขียนและการอ่านเพื่อทำความเข้าใจ นอกจากนี้ การอ่านหนังสือมีคุณประโยชน์กับสมองในด้านต่างๆ ดังนี้ – การกระตุ้นทางจิตใจ (Mental Stimulation) งานวิจัยหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าการกระตุ้นจิตใจช่วยลดภาวะความจำและสมองเสื่อมได้มากขึ้น ซึ่งสามารถทำได้โดยการใช้งานสมองอย่างต่อเนื่องโดยการต่อจิกซอว์ เล่นเกมปริศนา […]