นอกจากเรื่องราวของย่าน วัด ความเชื่อ และสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมายในฮ่องกง อีกสิ่งหนึ่งที่บ่งบอกอัตลักษณ์ตัวตนของ HONG KONG ได้ชัดเจนที่สุดคือ ‘อาหาร’
[ADVERTISING FOR HONG KONG TOURISM BOARD] ตลอดการเดินทางหลายวันที่ Hong Kong อาหารคือแหล่งพลังงานให้เรามีแรงในการสำรวจมนตร์เสน่ห์แห่งเมือง และโชคดีเหลือเกินที่เราได้คุณ Harry Leung เพื่อนชาวฮ่องกงเป็นคนคอยนำทางพวกเราไปยังสถานที่ต่าง ๆ มากมาย และเขาคนนี้เองที่คอยแนะนำร้านอาหารที่น่าสนใจให้เราแทบทุกมื้อ จนทำให้การชิมอาหารเป็นส่วนหนึ่งของการทำความเข้าใจความเป็นอยู่แบบฮ่องกงได้อีกทางหนึ่ง

ซุปงู | ศาสตร์แห่งอาหารปรับสมดุลร่างกาย
Shia Wong Hip | No.170, Apliu St, Sham Shui Po, Hong Kong

ครั้งนี้เป็นครั้งแรก และอาจเป็นครั้งเดียวที่เราได้มีโอกาสลองชิม ซุปงู จากคำแนะนำของ Harry โดยพาเราไปที่ร้านเชีย หว่อง ฮิป ร้านอาหารเก่าแก่ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1960 ได้พบกับคุณ Chau Ka Ling เจ้าของร้านที่ต้อนรับอย่างเป็นกันเอง พลางจัดแจงหยิบงูที่ยังมีชีวิตออกจากตู้เก็บมาอวดกับทีมงาน แม้เราจะแสดงท่าทีห้ามปรามแค่ไหนก็ตาม



ในปัจจุบัน ซุปงู ยังเป็นเมนูที่ชาวฮ่องกงนิยมรับประทาน เพราะมีสรรพคุณที่ช่วยในการปรับสมดุลหยินหยางในร่างกายช่วงฤดูหนาว ป้องกันไข้หวัด และมีอายุยืนยาว ซึ่งความนิยมที่ว่านี้เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน บางบันทึกระบุเอาไว้ว่า อาจย้อนกลับไปไกลถึงช่วงปลายราชวงศ์ชิง ในกลุ่มชาวจีนทางฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ที่อาศัยอยู่ใกล้ทะเล ซึ่งลมชายฝั่งมักก่อให้เกิดอาหารปวดหัวและไขข้ออักเสบ และการรับประทานซุปงูนี้เองที่ช่วยบรรเทาอาการดังกล่าวได้ดี จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของรากเหง้าวัฒนธรรมกวางตุ้งในฮ่องกงที่เราได้มาสัมผัสตรงใจกลางย่านซัมซุยโป


เส้นบะหมี่อันมีเอกลักษณ์จากการนวดเส้นแบบโบราณ
Lau Sum Kee Noodle | No.82 Fuk Wing St, Sham Shui Po, Hong Kong

เมื่อก้าวผ่านม่านพลาสติกเข้าไปด้านในของร้านเหล่าซัมเก่ บรรยากาศร้านสมัยใหม่ติดเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำแห่งนี้ ดูเป็นร้านบะหมี่ที่ผ่านการปรับปรุงไปตามกาลเวลา ในขณะที่ภูมิปัญญาการนวดเส้นบะหมี่แบบดั้งเดิมยังคงอยู่

สิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ในบะหมี่ทุกชาม คือเส้นบะหมี่ที่มาจากกระบวนการกดนวดด้วยไม้ไผ่ หรือ จ๊กซิง (Jook-sing) ซึ่งกรรมวิธีดังกล่าวนี้เป็นกระบวนการดั้งเดิมจากมณฑลกวางตุ้งที่แพร่หลายเข้ามาในฮ่องกงโดยใช้ไม่ไผ่ลำใหญ่นวดแป้งซ้ำไปซ้ำมาเพื่อไล่อากาศออกจากตัวแป้ง ทำให้ได้เส้นบะหมี่เรียวเล็กที่มีความเหนียว นุ่ม เด้ง สู้ฟัน
ไต๋ ป๊า ดง | อร่อยริมทาง
Oi Man Sang | Shop B-C, G/F, 1 Shek Kip Mei Street, Sham Shui Po, Hong Kong

การลิ้มรสชาติแบบดั้งเดิมยังคงไม่สิ้นสุด หากไม่ได้พูดถึง ไต๋ ป๊า ดง (Dai Pai Dong) หรือวัฒนธรรมร้านอาหารริมทางดั้งเดิมที่สะท้อนวิถีชีวิตแบบฮ่องกงแท้ ๆ ซึ่ง ร้านออย หมั่น ซั้ง น่าจะเป็นสิ่งที่สะท้อนเรื่องเล่าได้ดีที่สุด เพราะยังเดินไม่ถึงร้านดี เราได้ยินเสียงโหวกเหวกจากการปรุงอาหาร เจ้าของร้านซึ่งรับหน้าที่เป็นพ่อครัวใหญ่กำลังสั่งการทีมงานเพื่อให้การบริการออกมาดีที่สุด
ใกล้เข้าไปอีกนิด เราเห็นมุมครัวแบบเปิดโล่งที่โชว์ไว้นอกตัวร้านพร้อมอุปกรณ์อยู่ใกล้มือ ไฟในเตาก็ลุกโชนส่องแสงสว่างไปทั่วบริเวณ Harry เล่าว่า ภาพแบบนี้ฉายเวียนซ้ำไปมาตั้งแต่ร้านเปิดจนกระทั่งปิด เพราะไต๋ ป๊า ดง มีเอกลักษณ์เรื่องการปรุงอาหารด้วยไฟแรง และตอบโจทย์เรื่องความเร่งด่วน ในราคาจับต้องได้สำหรับทุกคน

ประวัติศาสตร์ของไต๋ ป๊า ดง เกิดขึ้นมาจากช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 การสูญเสียที่เกิดขึ้นทำให้รัฐบาลหามาตรการช่วยเหลือครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ ด้วยการออกใบอนุญาตให้ตั้งร้านค้าริมทางเท้า ก่อนที่อีกหลายปีต่อมาจึงยุติการออกใบอนุญาตชนิดนี้และไม่สามารถโอนเปลี่ยนสิทธิ์ได้ (ยกเว้นเป็นสามีภรรยากัน) เพื่อการจัดระเบียบเมืองด้วยการงดขายอาหารบนทางเท้า จนปัจจุบันร้านที่มีใบอนุญาตประเภทนี้ในฮ่องกง หลงเหลืออยู่เพียงไม่กี่ร้านเท่านั้น
ชาชางเตง | มื้อเช้าแบบชาวฮ่องกง
Sun Hang Yuen | G/F, 186 Yu Chau Street, Sham Shui Po, Hong Kong

วิถีชีวิตอันเร่งรีบผลักดันให้ชาวฮ่องกงมีมื้อเช้าแบบกระทัดรัด รวดเร็ว และต้องให้พลังงานสูง เป็นที่มาให้ร้านสไตล์ ชาชางเตง (Cha Chaan Teng) เสิร์ฟเมนูแซนด์วิชเข้ามาเป็นอาหารเช้าที่ตอบโจทย์ผู้คนในพื้นที่แห่งนี้ และที่ร้านซินเฮียงหยวน คือสถานที่ที่ทำให้เราได้สัมผัสกับรสชาติทางวัฒนธรรมอีกมุมหนึ่งของฮ่องกง

ชาชางเตง เป็นมื้อเช้าที่หาได้ทั่วไปในฮ่องกง ถูกส่งต่อมาจากยุคที่ฮ่องกงยังอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ โดยเป็นมื้ออาหารที่มีการผสมผสานวัฒนธรรมการกินของตะวันออกและตะวันตกไว้ อย่างแซนด์วิชไส้เนื้อบดทอดใส่ไข่ ที่หากใครได้ลองชิมก็น่าจะพอรู้สึกได้ว่า Toast Sandwich นี้ได้รับอิทธิพลมาจากเมืองฝรั่ง แต่ผสมผสานรสชาติของไส้เนื้อบดที่ผ่านการหมักแบบเข้มข้นฉบับฮ่องกงที่ให้รสเผ็ดร้อนอันเป็นเอกลักษณ์แบบเอเชียแท้ ๆ รวมถึงเมนูมักกะโรนีน้ำซุปแฮมไข่ดาวที่ให้รสสัมผัสแบบ East Meet West ด้วยเช่นกัน

เต้าหู้ | แหล่งโปรตีนราคาประหยัดที่คงอยู่ตลอดกาล
Kung Wo Beancurd Factory | 118 Pei Ho Street, Sham Shui Po, Hong Kong

ก๊งหว่อ บีนเคิร์ด แฟคทอรี คืออีกร้านที่ทำให้สัมผัสรสชาติแห่งวัฒนธรรมที่พาให้เต้าหู้เดินทางข้ามกาลเวลามาถึงปัจจุบันและกำลังมุ่งหน้าสู่อนาคตในฐานะแหล่งโปรตีนราคาย่อมเยาของภูมิภาคนี้ต่อไป จากศาสตร์การนำถั่วเหลืองมาดัดแปลงเป็นเมนูอันหลากหลายสำหรับหล่อเลี้ยงชาวเมืองที่พบได้ทั่วไปในฮ่องกง

ที่ร้านก๊งหว่อ ซึ่งเป็นโรงงานเต้าหู้เก่าแก่ของที่นี่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี 1893 หรือกว่าร้อยปีมาแล้ว และยังคงใช้กรรมวิธีการบดถั่วเหลืองด้วยโม่หินแบบโบราณ ที่ทำให้เต้าหู้ยังคงความหอมมันตามธรรมชาติ สามารถเป็นวัตถุดิบได้หลากหลายเมนูทั้งอาหารคาว อย่างเต้าหู้ทอดสอดไส้เนื้อปลาบด ไปจนถึงของหวานอย่างเต้าฮวยร้อน-เย็น น้ำเต้าหู้บรรจุขวด และไอศกรีม




ภาพ: ณัฐวรรธน์ ไทยเสน, ธนายุต วิลาทัน
ขอขอบคุณ:
Shia Wong Hip | No.170, Apliu St, Sham Shui Po, Hong Kong
Lau Sum Kee Noodle | No.82 Fuk Wing St, Sham Shui Po, Hong Kong
Oi Man Sang | Shop B-C, G/F, 1 Shek Kip Mei Street, Sham Shui Po, Hong Kong
Sun Hang Yuen | G/F, 186 Yu Chau Street, Sham Shui Po, Hong Kong
Kung Wo Beancurd Factory | 118 Pei Ho Street, Sham Shui Po, Hong Kong
ติดตามเรื่องราวการท่องเที่ยวฮ่องกงในช่องทางอื่นที่ : https://explorersclub.baanlaesuan.com/trip/hong-kong-the-contrast-journey